วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2552

คืบหน้ารถไฟตกรางสามารถเดินรถได้แล้ว


คืบหน้ารถไฟตกรางสามารถเดินรถได้แล้วหลังจากที่มีขบวนรถไฟสายธนบุรี-น้ำตก(ไทรโยค)ได้เกิดล้อรถด้านขวาของหัวรถจักรตกรางทำให้โบกี้อีก4 โบกี้ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารมาเต็มตู้ตกต้องรางไปด้วยแต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 14ต.ค.52เวลาประมาณ 15.30 น.ที่ผ่านมาซึ่งทางการรถไฟได้ประกาศหยุดการเดินรถไฟไว้เป็นเวลา 1 วันซึ่งความคืบหน้าในวันนี้(15ต.ค.52) เวลา 08.30 น.ทางการรถไฟได้เปิดเดินรถไฟแล้ว ส่วนขบวนรถไฟที่ตกรางเจ้าหน้าที่ได้นำไปไว้ที่สถานีหนองปลาดุก อ.บ้านโป่งส่วนรางรถไฟได้มีการนำน๊อตมายึดรางไว้ส่วนไม้หมอนบางส่วนก็มีการนำออกและบางส่วนที่ยังพุพังก็ยังคงสภาพเดิมซึ่งคากว่าจะรอการซ่อมแซมซึ่งขบวนรถไฟที่ขึ้นล่องสุพรรณบุรี และกาญจนบุรี สามารถเดินรถได้ตามปกติผู้ที่จะใช้บริการของรถไฟสายดังกล่าวสามารถใช้บริการได้แล้ว

ภาพข่าว ประทีป
อ่านต่อ >>

หนุ่มใหญ่เครียดปัญหายากจนดื่มสุราย้อมใจใช้เชือกแขวนคอตายสมใจ


หนุ่มใหญ่เครียดปัญหายากจนดื่มสุราย้อมใจใช้เชือกแขวนคอตายสมใจเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 16 ตุลาคม 2552 เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุ ประจำสภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรีได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ว่ามีคนผูกคอตายอยู่ภายในบ้านเลขที่ 45 ม.15บ้านหนองสาระนัง ต.หนองกบ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรีหลังรับแจ้งจึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่ประจำป้อม ต.หนองกบและมูลนิธิรวมใจการกุศล รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณด้านหลังบ้านดังกล่าวปลูกเป็นกระต๊อบภายในบ้านพบศพนายอำนาจเกตุแก้ว อายุ 48 ปีอยู่บ้านเลขที่ดังกล่าวสภาพศพใช้เศษผ้าผูกกับขื่อหลังคาและเอาปลายอีกด้านหนึ่งผูกคอตัวเองในที่เกิดเหตุยังพบเก้าอี้ไม้1 ตัว จากการสอบสวนเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายผู้ตายเสียชีวิตมาประมาณ 4-5 ชั่วโมงสอบสวนนายบรรจง สมบูณยะ อายุ 60 ปีพี่เขยผู้ตายให้การว่าผู้ตายไม่มีครอบครัวมาขอพักอาศัยที่บ้านตนโดยปลูกกระต๊อบเล็กๆอยู่หลังบ้านหาเลี้ยงชีพโดยการรับจ้างทั่วไปส่วนสาเหตุนั้นไม่มีใครทราบเพราะไม่ค่อยได้พูดคุยกันแต่ที่สังเกตมาระยะหลังผู้ตายดื่มสุราหนักขึ้นทุกวันแต่ก็ไม่มีใครสนใจจนกระทั้งมากลายเป็นศพไปแล้ว

ภาพข่าว ประทีป
อ่านต่อ >>

พ่อเลี้ยงใจโหดย่องมอบตัว


พ่อเลี้ยงใจโหดย่องมอบตัวความคืบหน้ากรณีเหตุการณ์ นายเจริญ เขียวตั้ง อายุ 48 ปี พ่อเลี้ยงโหดใช้น้ำมันราดจุดไฟเผา น.ส.กรรณิกา สุขทิม อายุ 16 ปี ลูกเลี้ยงสาวที่บริเวณหน้าห้องพักคนงานโรงงานเหล็กศักดา เลขที่ 15/6 ม.7 ต.หนองกบอ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เมื่อกลางดึกของวันที่ 10 ต.ค. 52ทั้งนี้เพื่อที่จะมาของ้อคืนดีกับนางเสน่ห์ เขียวตั้ง อายุ 31 ปี ภรรยาแต่ไม่เป็นผลจึงได้ก่อเหตุจุดไฟเผาลูกเลี้ยงอาการสาหัสวันนี้ เมื่อเวลา 8.00 น. วันที่ 16 ต.ค. 52 พ.ต.อ.สมเดจ ฐิตวัฒนะสกุลผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ได้นำตัวนายเจริญ เขียวตั้งพ่อเลี้ยงมาสอบปากคำหลังจากที่นายเจริญฯได้ย่องเข้ามามอบตัวเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาโดยนายเจริญฯ ได้ให้การปฏิเสธตามที่เป็นข่าว แต่ให้การว่าเมื่อช่วงเกิดเหตุ ได้ไปหานางเสน่ห์ฯจริงเพื่อหวังที่จะของ้อคืนดีด้วยหลังจากที่ตามง้อมาแล้วถึง 2 ครั้งครั้งนี้ได้เตรียมการไว้ว่าถ้าไม่ยอมคืนดีด้วยตนจะประท้วงโดยการขู่ใช้น้ำมันราดตนและลูกชายวัย 4 ขวบ คือ ด.ช.นพรัตนเขียวตั้ง แล้วจุดไฟเผาต่อหน้า แต่เมื่อไปถึงที่บ้านพักไม่พบนางเสน่ห์ฯพบเพียง น.ส.กรรณิกาฯ ลูกเลี้ยง จึงคาดคั้นถามว่าแม่ไปไหนแต่ลูกสาวไม่ยอมบอก ตนจึงเกิดโทสะ ใช่น้ำมันที่ใส่ขวดเตรียมมา สาดลงพื้นและขู่ว่าถ้าไม่บอกจะจุดไฟเผาตนเองเดี๋ยวนี้ แต่เมื่อจุดไฟแช๊คไฟได้ลุกไหม้ลามมาที่หน้าอก ลำคอ ตนเอง แล้วลามลงพื้นและไฟได้ลุกลามไปถึงลูกสาวโดยเร็ว นายเจริญฯตกใจมากจึงได้หอบลูกชายหลบหนีไปอาศัยอยู่กับเพื่อนที่ จ.กาญจนบุรีและได้ติดต่อขอมอบตัวเพื่อสู้คดีต่อไป

ภาพข่าว ประทีป
อ่านต่อ >>

กอ.รมน จังหวัดราชบุรี นำกำลังลงตรวจสอบพื้นที่แนวการบุกรุกป่าสงวน


กอ.รมน จังหวัดราชบุรี นำกำลังลงตรวจสอบพื้นที่แนวการบุกรุกป่าสงวนเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 15 ตุลาคม 2552 คณะเจ้าหน้าที่ กองรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดราชบุรี นำโดย พ.อ.กสิณ จ้อยประดิษฐ์ หัวหน้ากลุ่มงานข่าว กอ.รมน. จังหวัดราชบุรี นายอารีย์ เนียมจิตต์ เจ้าหน้าที่งานป่าไม้ ระดับชำนาญงานหัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รบ. 3 เจ้าหน้าที่ป่าไม้หน่วยประสานงานป้องกันและปราบปรามการทำลายทรัพยากรป่าไม้ ประจำจังหวัดราชบุรี เจ้าหน้าที่ป่าไม้สายตรวจสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 เจ้าหน้าที่ป่าไม้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดราชบุรี เจ้าหน้าที่อุทยานเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ทหารจังหวัดทหารบกจังหวัดราชบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีภูธรปากท่อและคณะเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกัน ออกตรวจสอบพื้นที่แนวการบุกรุกพื้นที่ป่า ในท้องที่บ้านหินสี หมู่ที่ 4 ตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ ซึ่งจากการตรวจสอบภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ บริเวณข้างถนนหลวงหมายเลข 3206 พบพื้นที่ป่าถูกแผ้วถางป่า จำนวน 1 แปลง ลักษณะการบุกรุกแผ้วถางป่าใหม่ โดยทำการใช้เครื่องจักรกล ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวไม่พบร่องรอยผ่านการทำประโยชน์ในที่ดินมาก่อน ในขณะตรวจสอบพบชายคนหนึ่งอยู่ภายในที่เกิดเหตุกำลังเลี้ยงวัวอยู่ ทราบชื่อภายหลังว่าคือนายอิง ติ่งทอง ซึ่งเป็นพี่ชายของนักการเมืองท้องถิ่น ในจังหวัดราชบุรี ที่ทำการบุกรุกพื้นที่ป่า โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตปกครองท้องที่บ้านหินสี หมู่ที่ 4 ตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำลำภาชี โดยพื้นที่ป่าที่โดนทำการบุกรุก เป็นเนื้อที่กว่า 7 ไร่ คิดเป็นเงินค้าเสียหายของรัฐ จำนวน ทั้งสิ้น 488,628.16 บาท ดังนั้นคณะเจ้าหน้าจึงร่วมกันแจ้งข้อหาผู้ที่กระทำผิดซึ่งมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา 14 – 13 ฐานก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดครอบครองเพื่อตนเองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ คณะเจ้าหน้าที่จึงส่งเรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปากท่อ จังหวัดราชบุรี เพื่อสืบสวนสอบสวนติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพข่าว ภัทรพงศ์
อ่านต่อ >>

โครงการพลิกฟื้นธุรกิจสถาบันเกษตรกรสู่ความยั่งยืน


กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จัดโครงการพลิกฟื้นธุรกิจสถาบันเกษตรกรผ่านกลไกการบัญชี เพื่อมุ่งสร้างสรรค์ชุมชน โดยมีสถาบันเกษตรกรเป็นศูนย์กลางที่สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด ในพระบรมราชูปถัมป์ นางสาวชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการพลิกฟื้นธุรกิจสถาบันเกษตรกรผ่านกลไกการบัญชี โดยมีนายสมศักดิ์ โยนกพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีกล่าวต้อนรับและมี นายอนันต์ ภู่สิทธิกุล อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน เนื่องจากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้ตระหนักถึงการรวมกลุ่มและการจัดการธุรกิจของสถาบัน เกษตรกร ที่ต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสร้างผลตอบแทน และช่วยเหลือสมาชิก รวมถึงสร้างสรรค์ชุมชนบนพื้นฐาน ของ การให้ และสนับสนุนสิ่งแวดล้อม แต่เนื่องจากภาคการเกษตรมีระบบที่ซับซ้อนตามภาวะเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาโครงสร้างการผลิต การตลาด การแปรรูป และความเชื่อมโยงของโอกาสทางองค์ความรู้ การใช้ทรัพยากร และทุน จึงได้จัดโครงการนำร่อง การพลิกฟื้นธุรกิจสถาบันเกษตรกรผ่านกลไกการบัญชีขึ้น เพื่อเชื่อมโยงกลไกการบัญชี และเพื่อมุ่งสร้างสรรค์ชุมชน โดยมีสถาบันเกสรกร เป็นศูนย์กลาง ซึ่งต้องสร้างให้เกิดการปรับเปลี่ยนใน 7 มิติ ประกอบด้วย การสร้างมาตรฐานการบัญชีสถาบัน การสร้างเครื่องมือสารสนเทศ การสร้างความร่วมมือผู้ตรวจสอบกิจการ การสร้างภูมิปัญญาทางบัญชีสมาชิก การสร้างเครือข่ายธุรกิจวิสาหกิจชุมชน การสร้างความสนใจแก่เกษตรกรรุ่นใหม่ และการสร้างอาสาสมัคร ครูบัญชีอาสา
ภาพข่าว ภัทรพงศ์


อ่านต่อ >>

พบหลุมฝังศพพร้อมดอกไม้และธูปสุดท้ายขุดขึ้นมาเป็นสุนัข


พบหลุมฝังศพพร้อมดอกไม้และธูปสุดท้ายขุดขึ้นมาเป็นสุนัขเมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 16 ต.ค.52 ด.ต.วินัย แสงสี หัวหน้าสายตรวจ ต.เกาะพลับพลา อ.เมือง จ.ราชบุรี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบหลุมฝังศพขนาดเล็กที่บริเวณริมคลองชลประทาน หมู่ 10 ต.เกาะพลับพลา จึงได้รายงานให้ผู้บังคับชาและพนักงานสอบสวนทราบก่อนเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชานุกูล ในที่เกิดเหตุบริเวณถนนริมคลองชลประทานพบชาวบ้านกำลังจับกลุ่มยืนดูหลุมฝังศพขนาดเล็ก ด้านบนมีดอกไม้สดวางอยู่ และธูป 1 ดอก จุดแล้วปักอยู่ด้านข้าง ซึ่งชาวบ้านต่างก็สันนิษฐานว่า อาจจะเป็นศพเด็กทารกซึ่งมีผู้แอบนำมาฝังไว้ เพื่อให้คลายข้อสงสัย เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯจึงได้ขุดศพในหลุมขึ้นมาดูพบว่าเป็นสุนัขเพศเมีย สีดำฝังอยุ่หลุม ทำให้ชาวบ้านที่มามุงดูต่างก็พาหัวเราะ ซึ่งศพสุนัขที่ถูกนำมาฝังนั้นอาจจะเป็นสุนัขที่เจ้าของรักมากและเมื่อมันตายก็เลยจัดการฝังให้อย่างดีเหมือนกับคน จึงทำให้มีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น และเดือดร้อนถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจและมูลนิธิฯที่จะต้องมาพิสูจน์กันว่าเป็นศพคนหรือสุนัข
ภาพข่าว ภัทรพงศ์


อ่านต่อ >>

สสจ.ออกตรวจย่านสถานบันเทิงราชบุรีพบโฆษณาเหล้า เบียร์


สสจ.ออกตรวจย่านสถานบันเทิงราชบุรีพบโฆษณาเหล้า เบียร์ ชนิดลดแลกแจกแถมอย่างผิดกฎหมาย กระทรวงสาธารณสุขนำทีมออกตรวจย่านสถานบันเทิงในเขตอำเภอเมืองราชบุรีพบโฆษณาเหล้า เบียร์ ชนิดลดแลกแจกแถมอย่างผิดกฎหมาย จากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดราชบุรี พร้อมกำลังตำรวจในท้องที่ออกตรวจย่านสถานบันเทิงในเขตอำเภอเมืองราชบุรี เพื่อตรวจสอบและตักเตือนในกรณีผู้ฝ่าฝืน พ.ร.บ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ที่ห้ามมิให้โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ด้วยการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงใจให้ผู้อื่นโดยตรงและโดยอ้อม พบมีการฝ่าฝืนโดยหลายร้านอ้างไม่รู้กฎหมายฉบับนี้ ซึ่งจะมีการตักเตือนและใช้มาตรการที่เข้มข้นโดยหากยังกระทำผิดจะมีการลงโทษทั้งจำและปรับ นายแพทย์สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การตรวจในครั้งนี้เป็นการตรวจเตือนในส่วนของงานบังคับใช้กฎหมาย ควบคุมการบริโภคยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยการตรวจครั้งนี้มีหัวใจหลักอยู่ 2 ประการคือ การห้ามโฆษณาส่งเสริมการขายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และประการที่ 2 คือการเข้าถึงเกินไปของลูกหลานเรา คือห้ามจำหน่ายในวัด โรงเรียน ปั้มน้ำมัน สถานที่ราชการ หอพัก ที่สาธารณะ และห้ามขายเหล้า เบียร์ แก่เยาวชนที่มีกลุ่มอายุต่ำกว่า 18 ปี และขายและดื่มเป็นเวลา และจากผลการตรวจสถานบันเทิง พบว่าหลายร้านมีการติดป้ายโฆษณา เหล้าเบียร์ โดยส่วนใหญ่จะไม่รู้และเมื่อรู้แล้วก็ยินดีจะปฏิบัติตาม เพราะไม่อย่างนั้นจะได้รับโทษที่แรงมากเพราะโทษจำคุก 1 ปี ปรับถึง 500,000 บาท และปรับอีกวันละ 50,000 บาทจนกว่าจะปฎิบัติถูกต้อง นอกจากนี้ยังพบว่ามีการกระทำผิดในลักษณะลดแลกแจกแถม แถมเหล้า หรือแถมบริการอื่นๆ ซึ่งลักษณะนี้โทษจำคุก 6 เดือนปรับ 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งหลังการตักเตือนจะมีมาตรการที่เข้มข้นขึ้นไปเรื่อยๆ หลังมีการร้องเรียนเข้ามาเยอะแยะมากมาย ซึ่งในส่วนของ จ.ราชบุรีก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีและน่าเป็นแบบอย่างให้จังหวัดอื่น ๆมาดูเป็นแบบอย่างได้ และยังกล่าวต่ออีกว่า ในครั้งต่อไปหลังมีการตักเตือนแล้วจะมีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ ให้ทุกคนได้รับทราบรวมทั้งผู้ประกอบการเพราะหลังมีกฎหมายออกมาปีกว่าแล้วเราจะดำเนินการอย่างจริงจังขึ้น พร้อมกันนี้จะมีการออกตรวจเป็นระยะ ๆ ในทุกอำเภอ

ภาพข่าว ภัทรพงศ์
อ่านต่อ >>

รมช.สาธารณสุข มอบรางวัล อสม.ดีเด่น ระดับอำเภอ 11 สาขา จำนวน 11 ราย พร้อมเผย กระทรวง สาธารณสุขเตรียม ตั้งงบค่าตอบแทน กว่า 7,029 ล้านบาท เป็นค่าตอบแ


ที่สโมสรเทศบาลตำบลปากท่อ นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข เป็นประธานในการมอบรางวัล อสม.ดีเด่น ระดับอำเภอ 11 สาขา จำนวน 11 ราย หลังจากทางกระทรวงสาธารณสุข ได้พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน เพื่อเป็นการยกระดับเป็นผู้จัดการสุขภาพประจำชุมชนทั้งเขตเมืองและชนบท โดยให้ อสม.จัดทำแผนพัฒนาสุขภาพของชุมชนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาสาธารณสุขที่เปลี่ยนไป และทำงานร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ภาคีเครือข่ายสุขภาพในชุมชน ร่วมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบัน ทั่วประเทศมี อสม. จำนวน 987,019 ราย เฉลี่ย อสม. 1 คน ดูแลชาวบ้าน 10-15 หลังคาเรือน นอกจากนี้ รมช.สาธารณสุข ยังเปิดเผยว่า ในปี 2553 นี้ทางกระทรวง ฯ ได้ตั้งงบประมาณ เพื่อเป็นค่าตอบแทนให้ อสม.ไว้ จำนวน เจ็ดพันยี่สิบเก้าล้านหกแสนบาท ซึ่งได้รับการอนุมัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะเน้นให้อสม.ได้ดำเนินการใน 5 กิจกรรมหลักเหมือนกันทั่วประเทศ คือ การสำรวจหญิงตั้งครรภ์ในหมู่บ้าน การให้ความรู้การดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์จนกระทั่งคลอด เพื่อดูแลอนามัยแม่และเด็ก ลดปัญหาคลอดก่อนกำหนด และส่งเสริมให้มีการเลี้ยงลูกด้วยนมนาน 6 เดือน ดูแลออกเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุที่มีอยู่ประมาณ 7 ล้านคน ผู้พิการและผู้ป่วยเรื้อรังในหมู่บ้านที่มีประมาณ 2 บ้าน คน เพื่อให้การดูแลส่งเสริมสุขภาพ รวมทั้งป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อน และรายงานความก้าวหน้าการทำงานให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือสถานีอนามัยที่ อสม.ขึ้นทะเบียนทุกเดือน
ภาพ/ข่าว ธนชาติ 16-10-52
อ่านต่อ >>

เทศบาลโพธารามแถลงข่าวงานสืบสานประเพณีลอยกระทง การแข่งขันเรือยาวเมืองคนสวย และมหกรรมอาหารอร่อย ประจำปี 2552


เทศบาลโพธารามแถลงข่าวงานสืบสานประเพณีลอยกระทง การแข่งขันเรือยาวเมืองคนสวย และมหกรรมอาหารอร่อย ประจำปี 2552


เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่ห้องประชุมเทศบาลเมืองโพธาราม ได้มีการจัดแถลงข่าวงานสืบสานประเพณีลอยกระทง การแข่งขันเรือยาวเมืองคนสวย และมหกรรมอาหารอร่อย ประจำปี 2552 นายวารี จันเกษม นายกเทศมนตรีเมืองโพธาราม กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานว่า เพื่อการอนุรักษ์สืบสานประเพณีวัฒนธรรมสำคัญของชาติให้คงอยู่สืบไป การจัดงานยิ่งใหญ่ครอบคลุมทุกกิจกรรมครั้งนี้ ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจภายในจังหวัดราชบุรีให้เกิดการหมุนเวียน ทำให้เกิดสภาพคล่องส่งผลให้ภาคเศรษฐกิจกระเตื้องขึ้นอีกทางหนึ่ง โดยกำหนดจัดงานในวันที่ 29 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายน 2552 ที่บริเวณเขื่อนริมแม่น้ำแม่กลอง เขตเทศบาลเมืองโพธาราม ซึ่งภายในงานได้มีการจัดมหกรรมอาหารอร่อย การแข่งขันเรือยาวเมืองคนสวย การประกวดนางนพมาศ หนูน้อยนพมาศ มีขบวนแห่ประเพณีลอยกระทง การประกวดขบวนแห่กระทง และการลอยกระทงสาย-ตามประทีป ที่วัดไทรอารีรักษ์โพธาราม
ประเพณีลอยกระทงเป็นประเพณีเก่าแก่ของไทยที่สืบทอดมาแต่โบราณกาล เป็นการทำพิธีขอขมาแด่แม่คงคา แม่น้ำลำคลองซึ่งมีคุณอย่างอเนกอนันต์ต่อผู้คน ที่อาศัยอาบน้ำชำระสิ่งโสโครก ให้ประโยชน์ในการคมนาคม และการเพาะปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหาร

ภาพ/ข่าว ธนชาติ 16-10-52

อ่านต่อ >>

จังหวัดราชบุรี ร่วมกับ สนง. การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี จัดโครงการส่งเสริมสนับสนุนผู้ออกกำลังกายลานกีฬาจังหวัดราชบุรี ประจำปี 2552


จังหวัดราชบุรี ร่วมกับ สนง. การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี จัดโครงการส่งเสริมสนับสนุนผู้ออกกำลังกายลานกีฬาจังหวัดราชบุรี ประจำปี 2552 เพื่อต้องการที่จะส่งเสริมผู้ออกกำลังกายภายในจังหวัด ที่สนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี ได้มีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี นำน้ำดื่มมาบริการให้กับ นักกีฬา และประชาชน ที่มาออกกำลังกาย โดยจังหวัดราชบุรี ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัดโครงการส่งเสริมสนับสนุนผู้ออกกำลังกายลานกีฬาจังหวัดราชบุรี ประจำปี 2552 ตามโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถการบริหารจัดการด้านการกีฬาและนันทนาการ นายมนตรี ริ้วทอง ผู้ช่วยท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี เป็นผู้รับชอบโครงการได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการดำเนินการ เพื่อต้องการที่จะส่งเสริมผู้ออกกำลังกายภายในจังหวัด มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และห่างไกลยาเสพติด ซึ่งโครงการนี้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2552 และจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ตุลาคม 2552 โดยจะมีเจ้าหน้าที่มาบริการน้ำดื่มตั้งแต่เวลา 17.00 – 18.30 น. ส่วนน้ำดื่มที่นำมาแจกจ่ายให้กับประชาชน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณภายใต้การส่งเสริมกิจกรรมด้านกีฬา ของสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 16 – 10 - 52
อ่านต่อ >>

สนง. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 5 ราชบุรี จัดประชุมชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการงบบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ปีงบประมาณ 2553


สนง.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 5 ราชบุรี จัดประชุมชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการงบบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ปีงบประมาณ 2553 เพื่อให้ประชาชนทุกคนในทุกพื้นที่เข้าถึงบริการสร้างเสริมสุขภาพ และป้องกันโรคอย่างทั่วถึง ที่ห้องประชุมโรงแรมโกลเด้นซิตี้ นายแพทย์วิบูลย์ สุพุทธิธาดา ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 5 ราชบุรี เป็นประธานการประชุมชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการงบบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ปีงบประมาณ 2553 ตามนโยบายความร่วมมือในการบริหารงบประมาณสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคร่วมกัน ระหว่าง กระทรวงสาธารณสุขกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขในฐานะกลไกบริหารราชการส่วนกลาง และมีอำนาจหน้าที่ในการดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนเป็นหลัก ได้ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่บริหารเงินกองทุนเพื่อจัดบริการสุขภาพแก่ประชาชน เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเน้นการดำเนินงานในลักษณะ “ร่วมกันคิด ช่วยกันทำ”
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 5 จึงได้จัดทำโครงการบริหารจัดการงานสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ตามแนวทางการบริหารงบประมาณ เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า มีเป้าหมาย เพื่อให้ประชาชนไทยทุกคนในทุกพื้นที่เข้าถึงบริการสร้างเสริมสุขภาพ และป้องกันโรคอย่างทั่วถึง มีการกระจายงบประมาณลงพื้นที่อย่างเป็นธรรม และกระตุ้นให้ผู้บริการเกิดแรงจูงใจที่เหมาะสมในการให้บริการมากขึ้น และสามารถผลักดันให้มีการสร้างเสริมสุขภาพ และป้องกันโรคตามชุดสิทธิประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ และจะดำเนินการชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการงบบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคปีงบประมาณ 2553 ให้แก่ผู้รับผิดชอบดำเนินการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และโรงพยาบาลทุกแห่งใน 8 จังหวัด คือ จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
ภาพ / ข่าว คมปิยะ 16 – 10 – 52
อ่านต่อ >>