วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2552

กอ.รมน จังหวัดราชบุรี นำกำลังลงตรวจสอบพื้นที่แนวการบุกรุกป่าสงวน


กอ.รมน จังหวัดราชบุรี นำกำลังลงตรวจสอบพื้นที่แนวการบุกรุกป่าสงวนเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 15 ตุลาคม 2552 คณะเจ้าหน้าที่ กองรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดราชบุรี นำโดย พ.อ.กสิณ จ้อยประดิษฐ์ หัวหน้ากลุ่มงานข่าว กอ.รมน. จังหวัดราชบุรี นายอารีย์ เนียมจิตต์ เจ้าหน้าที่งานป่าไม้ ระดับชำนาญงานหัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รบ. 3 เจ้าหน้าที่ป่าไม้หน่วยประสานงานป้องกันและปราบปรามการทำลายทรัพยากรป่าไม้ ประจำจังหวัดราชบุรี เจ้าหน้าที่ป่าไม้สายตรวจสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 เจ้าหน้าที่ป่าไม้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดราชบุรี เจ้าหน้าที่อุทยานเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ทหารจังหวัดทหารบกจังหวัดราชบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีภูธรปากท่อและคณะเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกัน ออกตรวจสอบพื้นที่แนวการบุกรุกพื้นที่ป่า ในท้องที่บ้านหินสี หมู่ที่ 4 ตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ ซึ่งจากการตรวจสอบภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ บริเวณข้างถนนหลวงหมายเลข 3206 พบพื้นที่ป่าถูกแผ้วถางป่า จำนวน 1 แปลง ลักษณะการบุกรุกแผ้วถางป่าใหม่ โดยทำการใช้เครื่องจักรกล ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวไม่พบร่องรอยผ่านการทำประโยชน์ในที่ดินมาก่อน ในขณะตรวจสอบพบชายคนหนึ่งอยู่ภายในที่เกิดเหตุกำลังเลี้ยงวัวอยู่ ทราบชื่อภายหลังว่าคือนายอิง ติ่งทอง ซึ่งเป็นพี่ชายของนักการเมืองท้องถิ่น ในจังหวัดราชบุรี ที่ทำการบุกรุกพื้นที่ป่า โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตปกครองท้องที่บ้านหินสี หมู่ที่ 4 ตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำลำภาชี โดยพื้นที่ป่าที่โดนทำการบุกรุก เป็นเนื้อที่กว่า 7 ไร่ คิดเป็นเงินค้าเสียหายของรัฐ จำนวน ทั้งสิ้น 488,628.16 บาท ดังนั้นคณะเจ้าหน้าจึงร่วมกันแจ้งข้อหาผู้ที่กระทำผิดซึ่งมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา 14 – 13 ฐานก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดครอบครองเพื่อตนเองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ คณะเจ้าหน้าที่จึงส่งเรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปากท่อ จังหวัดราชบุรี เพื่อสืบสวนสอบสวนติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพข่าว ภัทรพงศ์

ไม่มีความคิดเห็น: