วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2552

กระทรวงมหาดไทยมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประสบภัยพิบัติฝนทิ้งช่วง ปี 2551


กระทรวงมหาดไทยมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประสบภัยพิบัติฝนทิ้งช่วง ปี 2551 เกษตรกรผู้เสียหายเข้ารับความช่วยเหลือ 251 ราย เป็นเงินกว่า 2 ล้านบาท ที่หอประชุมที่ว่าการ อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี นายสมศักดิ์ โยนกพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานในการมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติฝนทิ้งช่วง ปี 2551 นายสมบูรณ์ ศิริเวช นายอำเภอจอมบึงให้การต้อนรับและกล่าวว่า
อำเภอจอมบึงเป็นหน่วยงานหลักที่มีภารกิจช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งในพื้นที่อำเภอจอมบึง บางปีเกิดภัยแล้ง, ฝนทิ้งช่วง, บางปีเกิดอุทกภัย หรือบางปีเกิดวาตะภัย จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆทางราชการ ที่จะต้องให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด เขตอำเภอจอมบึงเจ้าของพื้นที่ คอยติดตามประสานงานการช่วยเหลือจากรัฐบาลแก่เกษตรกร
ในปี 2551 ที่ผ่านมา ตั่งแต่วันที่ 15 กันยายน 2551 ถึงวันที่ 23 ตุลาคม 2551 ได้เกิดภัยพิบัติฝนทิ้งช่วงขึ้นในพื้นที่อำเภอจอมบึง เป็นเหตุให้ผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกร โดยเฉพาะข้าวนาปีได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก จากการสำรวจความเสียหาย พบว่ามีพื้นที่เกิดภัยอยู่ 2 ตำบล คือ ตำบลรางบัว และตำบลจอมบึง มีพื้นที่ปลูกพืชเสียหายรวม 13,556 ไร่ เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนรวม 888 ราย ซึ่งอำเภอจอมบึงได้ทำเรื่องขอความช่วยเหลือจากจังหวัดราชบุรี โดยขอความช่วยเหลือชดเชยเป็นเงินสด
ขณะนี้อำเภอจอมบึงได้รับอนุมัติงบประมาณในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติฝนทิ้งช่วง ปี 2551 ด้านพืช เป็นเงินทั้งสิ้น แปดล้านสองแสนหนึ่งหมื่นห้าพันสามร้อยเก้าสิบบาทห้าสิบสตางค์ เพื่อมอบให้เกษตรกรนำเงินไปปรับปรุงพื้นที่ซื้อปัจจัยการผลิตการเกษตรของตนให้ดีขึ้น ชดเชยกับความเสียหายที่ได้รับต่อไป
ในการมอบเงินครั้งนี้ มีเกษตรกรในตำบลจอมบึงได้รับความเดือดร้อนจำนวน 251 ราย รัฐบาลชดใช้ค่าเสียหายให้ดังนี้ สำหรับข้าวนาปี ไร่ละ 606 บาท เป็นจำนวนเงินรวม สองล้านสามแสนสองหมื่นสามพันแปดร้อยห้าสิบแปดบาทห้าสิบสตางค์ ส่วนที่ตำบลรางบัวมีเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติฝนทิ้งช่วง จำนวน 537 ราย รับเงินชดเชยค่าเสียหายจำนวน ห้าล้านแปดแสนเก้าหมื่นหนึ่งพันห้าร้อยสามสิบสองบาทถ้วน ได้มีการมอบเงินไปก่อนหน้าแล้ว

ภาพ/ข่าว
ภัทรพงศ์/ปรพล
อ่านต่อ >>

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ตรวจดูความคืบหน้าคดีดาบชิตถูกลอบยิง


ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เกาะติดความคืบหน้าคดีดาบชิตถูกลอบยิงจนเสียชีวิต ยืนยันขีดความสามารถของตำรวจภาค 7 สามารถทำคดีนี้ได้โดยไม่ต้องถึงมือ ดีเอสไอ : ที่ สภ.ปากท่อ ราชบุรี พล.ต.ท.ถวิล สุรเชษฐพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เดินทางพร้อมคณะผู้ติดตาม เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากท่อ ในวาระที่มารับตำแหน่งใหม่ พร้อมกันนี้ก็ติดตามสอบถามและรับฟังความคืบหน้าของคดีดาบตำรวจชิต ทองชิต อดีตตำรวจทางหลวง ที่ถูกซุ่มยิงจนเสียชีวิตที่บริเวณกลางไร่ไม้รวก บ้านห้วยศาลา หมู่ 7 ต.ยางหัก อ.ปากท่อ และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2552 ที่ผ่านมา
ภาพหลังการตรวจเยี่ยมและฟังการบรรยายสรุปแล้ว พล.ต.ท.ถวิล สุรเชษฐพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 กล่าวถึงความคืบหน้าของคดีนี้ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำการสอบปากคำญาติๆ รวมทั้งคนงานและผู้ที่ทำไร่อยู่ใกล้เคียงกับไร่ของดาบชิต เพื่อรวบรวมข้อมูลในการที่จะสืบหาประเด็นการลอบสังหาร เพราะคดีดังกล่าวเป็นคดีสะเทือนขวัญและประชาชนให้ความสนใจ ส่วนกรณีของญาติดาบชิตจะขอโอนคดีไปให้ทาง ดีเอสไอ ทำต่อนั้น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 มองว่าตำรวจภูธรภาค 7 เองก็มีความสามารถที่จะทำคดีดังกล่าวได้ โดยไม่ต้องถึงมือดีเอสไอ ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายสืบภาค 7 ลงมาช่วยคลี่คลายคดีแล้ว ส่วนศพของดาบตำรวจชิต ทองชิต ญาติพี่น้องนำศพมาตั้งทำพิธีทางศาสนาที่ศาลาภายในวัดป้อมแก้ว จ.สมุทรสงคราม

ภาพ/ข่าว ประทีป
อ่านต่อ >>

: ฉลองศาสนนามนักบุญอักเนส ซิสเตอร์อุษา พรศิริกาญจน์


โรงเรียนดรุณาราชบุรีแผนกอนุบาล จัดกิจกรรมฉลองศาสนานามแก่นักบุญอักเนส ซิสเตอร์อุษา พรศิริกาญจน์ รองอธิการแผนกอนุบาล: ที่ลานอเนกประสงค์หน้าแผนกอนุบาลโรงเรียนดรุณาราชบุรี ได้มีการจัดกิจกรรมฉลองศาสนนามนักบุญอักเนส ซิสเตอร์อุษา พรศิริกาญจน์ รองอธิการแผนกอนุบาล มีบาทหลวงสิริพงษ์ จรัสศรี อธิการโรงเรียนดรุณาราชบุรี เป็นประธานในพิธี ได้กล่าวคำอวยพรให้แก่ซิสเตอร์และเล่าถึงประวัติของนักบุญอักเนสว่า อักเนส ในภาษาลาตินแปลว่า “ลูกแกะ” ภาษากรีกแปลว่า “บริสุทธิ์” เธอได้ยินเรื่องของพระเจ้า ภายหลังได้สมัครรับศีลล้างบาป เป็นนารีคริสตัง และถวายตัวเองตลอดชีวิต เมื่ออักเนสอายุได้ 12 ปี เธอได้ปฏิเสธไม่ยอมแต่งงานกับคนต่างศาสนา จึงฟ้องต่อข้าหลวงในฐานะคนคริสตัง เธอถูกนำไปยืนอยู่ต่อหน้ารูปปั้นพระ “มีเน” ในกรุงโรม เพื่อถวายกำยานแต่เธอกลับชูนิ้วมือถวายนมัสการพระเยซูเจ้า และเครื่องหมายกางเขน พวกทหารได้จับเธอเปลือยอยู่บนกลางถนนเพื่อประจาน ขณะที่ประชาชนเมินหน้าหนีจากร่างกายที่เปลือยเปล่าของเธอ ปรากฏว่ามีชายหนุ่มผู้หนึ่งบังอาจมองเธอด้วยความคิดชั่วร้าย ทันใดนั้นเกิดฟ้าแลบฟาดลงมาทำให้ชายหนุ่มผู้นั้นตาบอดทันที อักเนส ถูกนำไปยังที่ประหาร โดยถูกสั่งให้เผาทั้งเป็นแต่ไฟมิได้ทำให้เธอได้รับอันตรายแม้แต่น้อย เขาจึงตัดศีรษะของเธอ
อักเนส เป็นเด็กหญิงที่ยอมตายเพื่อความเชื่อ ความรักต่อพระเจ้าและความปรารถนารักษาความบริสุทธิ์
จากนั้น ตัวแทนของครูและนักเรียนกล่าวคำอวยพรและมอบของขวัญแก่ซิสเตอร์อุษา พรศิริกาญจน์ และซิสเตอร์ก็ให้คำอวยพรแก่นักเรียนอนุบาลว่า ขอให้กล้าหาญ ที่จะทำความดี
ภาพ/ข่าว ธนชาติ
อ่านต่อ >>

ธนาคารออมสินเขตราชบุรี มอบเงินสนับสนุนการจัดงานราชบุรีไชน่าทาวน์ 2009


: ธนาคารออมสินเขตราชบุรี โดยนายประสบชัย สุภาพจน์ ผู้อำนวยการเขตราชบุรี มอบเงินสนับสนุนการจัดงานราชบุรีไชน่าทาวน์ 2009 และมอบร่มเพื่อใช้ในงานราชบุรีไชน่าทาวน์ 2009 อีก 10 คันที่หน้าธนาคารออมสิน สาขาราชบุรี นายประสบชัย สุภาพจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสินเขตราชบุรี มอบเงินสนับสนุนการจัดงานราชบุรีไชน่าทาวน์ 2009 เป็นจำนวน 20,000 บาท และมอบร่มเพื่อใช้ในงานอีก 10 คัน โดยมีนายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี นายพิชัย นันทชัยพร เป็นผู้รับมอบ
ผู้อำนวยการธนาคารออมสินเขตราชบุรี กล่าวว่า ธนาคารออมสินได้เล็งเห็นว่า การจัดงานราชบุรีไชน่าทาวน์ 2009 ของเทศบาลเมืองราชบุรี เป็นการจัดงานที่ดี และธนาคารออมสินสาขาราชบุรี ก็อยู่ในบริเวณการจัดงาน เพื่อเป็นการสนับสนุนให้การจัดงาน และชาวชุมชนตลาด สืบสานประเพณีที่ดีต่อไป ธนาคารจึงได้ ทำเรื่องขอรับเงินสนับสนุนจากสำนักงานใหญ่ ซึ่งทางสำนักงานใหญ่ได้มีความสอดคล้อง จึงอนุมัติเงินสนับสนุนการจัดงานดังกล่าว
ภาพ/ข่าว
ปรพล
อ่านต่อ >>

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรม “ แรลลี่ จักรยานลดโลกร้อนเพื่อพ่อ ครั้งที่ 3” ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง


กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรม “ แรลลี่ จักรยานลดโลกร้อนเพื่อพ่อ” เป็นโครงการเตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและคุณภาพสิ่งแวดล้อม ระหว่างเดือน มกราคม – กุมภาพันธ์ 2552 ซึ่งจังหวัดราชบุรีได้รับเกียรติเป็น 1 ใน 7 จังหวัดที่ร่วมโครงการที่มหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง นายอภิชัย ชวเจริญพันธ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดการแข่งขัน “ แรลลี่ จักรยานลดโลกร้อนเพื่อพ่อ” ครั้งที่ 3 มีนายเชิดชัย จริยะปัญญา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดราชบุรี และ นายสมบูรณ์ สิริเวช นายอำเภอจอมบึงเข้าร่วมงานครั้งนี้
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องสภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาดังกล่าวมาโดยตลอด
ดังนั้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้ดำเนินการจัดทำโครงการเตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและคุณภาพสิ่งแวดล้อมในกิจกรรม “ แรลลี่ จักรยานลดโลกร้อนเพื่อพ่อ” เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนลดการใช้พลังงานซึ่งจะเป็นการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และยังเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีพลานามัยที่สมบูรณ์ แข็งแรงจากการใช้จักรยาน ส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัด ที่สำคัญเป็นการทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระเจ้าอยู่หัวฯ
สำหรับรูปแบบของการจัดกิจกรรม คือ จัดให้มีการแข่งขัน แรลลี่จักรยานทีม ละ 5 คน เพื่อจักรยานเข้าไปเล่นเกมส์ในฐานต่างๆ 10 ฐาน โดยจะปล่อยออกจากจุดสตาร์ตครั้งละทีม ซึ่งในแต่ละฐานจะมีการแข่งขันเพื่อเก็บคะแนน เช่น การตอบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เกมส์แยกขยะ ทีมที่ได้คะแนนสูงสุดจะเป็นผู้ชนะ ถ้าคะแนนเท่ากันจะใช้เวลาตัดสิน ทั้งนี้ ผู้ชนะเลิศ และรองชนะเลิศ จะได้รับโล่และเหรียญรางวัลจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนผู้เข้าร่วมแข่งขันจะได้รับเหรียญรางวัลและโปสการ์ดพระบรมฉายาลักษณ์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นที่ระลึก
นอกจากจะมีการแข่งขันแล้ว ยังมีซุ้มการเล่นเกมส์ต่างๆเพื่อแลกของรางวัล เช่น เตะฟุตบอลเข้าห่วง ชู๊ตบาส โยนเหรียญ โดยมีของที่ระลึก แจกให้เด็กที่ร่วมสนุก และในระหว่างการแข่งขันยังมี ศิลปิน ดารา นักร้อง พิธีกร คอยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนให้ความบันเทิงกับผู้ร่วมงานตลอดการแข่งขัน สร้างความสนุกสนานให้กับผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการจัดต่อจากจังหวัด สุโขทัย และมหาสารคาม โดยเป้าหมายต่อไป คือการจัดที่จังหวัดชัยนาท ชลบุรี
อ่านต่อ >>

อบจ.เปิดอบรมโครงการค่ายเยาวชนห่างไกลยาเสพติด


: องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี จัดการอบรมโครงการค่ายเยาวชนห่างไกลยาเสพติด เพื่อให้เยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจไม่หลงผิดในเรื่องยาเสพติด และตระหนักถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติดที่ค่ายดวงหทัย อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี จัดการอบรมโครงการค่ายเยาวชนห่างไกลยาเสพติด มีนาย วันชัย ธีระสัตยกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรีเป็นประธานในพิธี ด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี มีนโยบายที่จะสนับสนุนงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดทุกประเภทตลอดจนการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ให้สามารถกลับเข้าสู่สังคมได้อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรีเป็นที่ยอมรับของสังคมและบรรลุผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม
จากนโยบายดังกล่าวคณะผู้ดำเนินโครงการเยาวชนห่างไกลยาเสพติดได้ประสานความร่วมมือกับศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัดราชบุรี จัดการอบรมโครงการค่ายเยาวชนห่างไกลยาเสพติดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจ ไม่หลงผิดในเรื่อง ยาเสพติด ตระหนักถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติด เพื่อให้มีการพัฒนาทักษะชีวิต สร้างภูมิคุ้นกันให้ตนเองและครอบครัวได้รอดพ้นจากยาเสพติดรวมทั้งเพื่อให้เยาวชนเกิดการเรียนรู้และร่วมมือกันสร้างเครือข่ายในชุมชนเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
สำหรับโครงการนี้ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน โดยได้ดำเนินการไปแล้วจำนวน 16 รุ่น และในปี 2552 ได้กำหนดเป้าหมายให้มีการอบรมอีก จำนวน 3 รุ่น รุ่นละ 120 คน สำหรับการอบรมครั้งนี้ เป็นรุ่นที่ 1 ซึ่งได้คัดเลือกแกนนำเยาวชนจากอำเภอบ้านโป่ง จำนวน 120 คน เข้ารับการฝึกอบรม โดยได้ความร่วมมือเป็นอย่างดีจากศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี

ภาพ/ข่าว ธนชาติ
อ่านต่อ >>

ชาวบ้านรุมจับพระแสบขโมยพระพุทธรูปขายนำเงินซื้อยาบ้าเสพ


ชาวบ้านรุมจับพระแสบขโมยพระพุทธรูปเก่าแก่อายุกว่า 200 ปี เอาไปขายเพื่อเอาเงินไปซื้อยาบ้ามาเสพ เจ้าอาวาสกับชาวบ้านตั้งข้อสงสัยซุ่มจับตาดู ก่อนเข้ารุมจับตัวเพราะพระแสบย่ามใจขโมยพระซ้ำอีกคากุฎิ พ.ต.ต.เชิดชัย ป้อชำนิ สวป.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ได้รับแจ้งจากพระธรรมธร พิเชษฐ์ ชุยานนโก เจ้าอาวสวัดยางหัก ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ว่าได้ร่วมกับชาวบ้านช่วยกันจับคนร้ายขโมยพระพุทธรูปซึ่งเป็นพระลูกวัดในวัดดังกล่าว หลังรับแจ้งจึงนำกำลังไปตรวจสอบภายในวัดพบตัวนายอดิเรก หรือแตน มียอด อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 1 ม.9 ต.ดอนยายหอม จ.นครปฐม ซึ่งเป็นพระลูกวัดดังกล่าวหลังเกิดเหตุทางพระธรรมธร พิเชรษฐ์ ชยานนโก เจ้าอาวาสได้ทำการจับสึกไปก่อนหน้านี้แล้ว จากการสอบสวนทราบว่านายอดิเรก มียอด ผู้ต้องหาได้บวชเป็นพระอยู่ที่ จ.สุพรรณบุรี และได้มาขอจำวัดที่วัดดังกล่าว ก่อนหน้านี้เมื่อปลายเดือน พ.ย.51 ที่ผ่านมาพระพุทธรูปปางสมาธิเนื้อทองสำริดหน้าตักกว้าง 17 นิ้ว ซึ่งมีอายุกว่า 200 ปี และเป็นพระพุทธรูปที่ชาวบ้านเคารพนับถือกราบไหว้กันมากที่สุด ได้ถูกคนร้ายขโมยไปจากห้องเก็บพระเก่าแก่ ซึ่งสร้างความแค้นใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก และต่างสาบแซ่งโจรใจบาปต่างๆนาๆ หลังเกิดเหตุพระธรรมธร พิเชษฐ์ ชุยานนโก เจ้าอาวสวัดยางหัก ได้ร่วมปรึกษากับญาติโยมและคณะกรรมการวัดเพราะสงสัยพฤติกรรมของพระอดิเรก หรือนายอดิเรก จึงช่วยกันจับตาดูจนกระทั่งคืนเกิดเหตุเมื่อเวลา 00.20 วันที่ 21 มกราคม 2552 ญาติโยมได้รับแจ้งมาว่าพระพุทธรูปที่อยู่ในห้องเก็บพระเก่าแก่ได้หายไปอีก 1 องค์ เป็นพระพุทธรูปองค์ดำทำจากเนื้อปูน หน้าตักกว้างประมาณ 7 นิ้ว ญาติโยมจึงไม่รอช้าได้เข้าไปตรวจค้นกุฎิของพระอดิเรก หรือนายอดิเรก ก็พบพระพุทธรูปสีดำองค์ที่หายไปอยู่ในกุฎิจึงมั่นใจว่าพระพุทธรูปที่หายไปก่อนหน้าต้องเป็นฝีมือของนายอดิเรก แน่จึงช่วยกันนำตัวมาสึกพร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มารับตัวไปสอบสวนซึ่งหลังสอบสวนนายอดิเรกให้การรับสารภาพว่าพระพุทธรูปองค์ใหญ่นั้นตนได้ขโมยไปจริงโดยได้ร่วมมือกับนายวิศิษฐ์ หอมเย็น อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 31 ม.1 ต.ดอนใหญ่ อ.บางแพ จ.ราชบุรี นำรถยนต์กระบะเข้ามาโจรกรรมพระพุทธรูปองค์ใหญ่ โดยขโมยไปขายให้กับนักนิยมเล่นพระพุทธรูปเก่าแก่ในเขตจังหวัดนครปฐม ในราคา 50,000 บาท แต่ตัวนายอดิเรกเองนั้นได้ส่วนแบ่งเพียง 8,000 บาท ซึ่งหลังจากได้เงินมาแล้วก็นำเงินไปซื้อยาบ้าเสพ เจ้าหน้าที่นำกำลังไปจับกุมตัวนายวิศิษฐ์ หอมเย็น ได้ที่บ้านพร้อมนำตัวไปเอาของกลางคืนวัดก่อนนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ภายหลังชาวบ้านที่ทราบข่าวว่าได้พระคืนต่างถยอยกันเดินทางมาดูพระและโฉมหน้าคนร้ายใจบาป กันอย่างไม่ขาดสาย ทางพระธรรมธร พิเชษฐ์ ชยานนโก เจ้าอาวาสวัดยางหัก กล่าวว่ารู้สึกดีใจที่ได้พระคืนมา ซึ่งตนได้พูดคุยกับญาติโยมและคณะกรรมการวัดว่าจะพร้อมกับชาวบ้านจัดขบวนแห่พระกลับไปตั้งประดิษฐานที่วัดตามเดิมเพื่อให้ชาวบ้านที่เลื่อมใสศรัทธาได้กราบไหว้บูชาโดยในขบวนมีการใช้กลองยาวแห่งไปตามถนนจนถึงวัด

ภาพ/ข่าว ประทีป
อ่านต่อ >>

จังหวัดราชบุรี ประชุมกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันไฟป่า


จังหวัดราชบุรี ประชุมกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ครั้งที่ 1/2552 หามาตรการป้องกันและแก้ไข กรณีเกิดวิกฤติควันไฟในอากาศช่วงฤดูแล้ง เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงทีที่ห้องประชุมหลวงยกกระบัตร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดราชบุรี นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมด้วยนายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ นายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน นายสมศักดิ์ โยนกพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดการประชุม คณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ครั้งที่ 1/2552 โดยในที่ประชุมได้มีการเสนอการแต่งตั้ง แก้ไขตำแหน่งคณะกรรมการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน จังหวัดราชบุรี ประจำปี 2551-2552 เพื่อเป็นการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าตลอดจนการเกิดวิกฤตหมอกควันไฟในอากาศช่วงฤดูแล้งและช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที การเตรียมการก่อนถึงฤดูไฟป่า ที่มีการเตรียมการคือ การจำแนกพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า 3 ระดับคือ สูง ปานกลาง และต่ำ โดยจำแนกตามประเภทของป่า ดังนี้ ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าสูง ป่าดิบแล้ง ป่าพรุ ป่าสนเขา มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าปานกลาง และป่าดิบชื้น มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าต่ำ ซึ่งจังหวัดราชบุรี จัดอยู่ในระดับสูง จากประเภทป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ การกำหนดเขตควบคุมไฟป่าของประกาศจังหวัด ที่มีการกำหนดเขตควบคุมไฟป่าในจังหวัดราชบุรี ในเขตอำเภอปากท่อ อำเภอสวนผึ้ง และอำเภอบ้านคา แผนระดมพลดับไฟป่า ที่จำเป็นต้องใช้ในช่วงวิกฤต การจัดเตรียมความพร้อมอุปกรณ์ดับไฟป่า การหมั่นตรวจค้นและตรวจตราลาดตระเวนการปฏิบัติงานช่วงฤดูแล้งและเทศกาล การจัดตั้งเครือข่ายการแก้ไขปัญหาไฟป่าภาคประชาชนในพื้นที่การส่งเสริมกระจายอำนาจด้านการควบคุมไฟป่าให้ อปท. การป้องกันไฟป่าโดยจัดให้มีการรณรงค์และการฝึกอบรมสอดแทรกการประชาสัมพันธ์ป้องกันไฟป่าผ่านสื่อของกรมประชาสัมพันธ์ และสื่อมวลชนอื่นทุกแขนง การหาข่าวในพื้นที่ การบังคับใช้กฎหมาย การจัดทำฝายต้นน้ำ (ฝายแม้ว) เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่น การป้องกันการเกิดไฟป่าจากสองข้างทาง การเตรียมความพร้อมในการดับไฟป่า การดับไฟป่า ที่มีการฝึกอบรมทุกปี เพื่อให้เห็นจริงและสามารถแก้ไขปัญหาไฟไหม้ที่เกิดขึ้นได้
การแก้ไขปัญหาไฟป่าเป็นปัญหาระดับชาติ จำเป็นต้องมีการบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนโดยทั่วไป เพื่อให้การแก้ไขปัญหาไฟป่า ของประเทศสามารถดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพทันต่อเหตุการณ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรแห่งชาติและสิ่งแวดล้อม จึงขอความร่วมมือหน่วยงานต่างๆร่วมสนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่าดังนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงกลาโหม กระทรวงคมนาคม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักนายกรัฐมนตรีโดยกรมประชาสัมพันธ์
และจากผลสำรวจพบว่า สาเหตุของการเกิดไฟป่า ส่วนใหญ่เกิดจากการกระทำของมนุษย์เช่น การเผาไร่ การหาของป่า การล่าสัตว์ การลักลอบทำไม้ ฯลฯ ซึ่งปัญหาดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อสังคมพืช ผลกระทบต่อทรัพยากรน้ำ และกระทบด้านนันทนาการ และผลกระทบด้านอื่นๆ ที่จะกลายเป็นปัญหาต่างๆ ตามมาภายหลัง
นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังได้มีการเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาไฟป่า โดยจะมีการทำแนวเขตกันไฟป่า โครงการบุกรุกแก้ไขที่ดี การคืนที่ดินให้กรมธนารักษ์ เพื่อให้ประชาชนเช่าต่อ และการมอบเงินรางวัลให้กับผู้ที่มีผลงาน แก้ไขปัญหาไฟป่า โดยเกิดแรงผลักดันในการแก้ไขปัญหาต่อไป
อ่านต่อ >>

ตำรวจเมืองราชบุรี จับคนร้ายลักรถ จยย. พร้อมของกลาง


ตำรวจเมืองราชบุรี ขับรถตระเวนตรวจป้องกันการเกิดอาชญากรรมเจอโจ๋ขับขี่รถ จยย. มีพิรุธจึงเรียกตรวจ กลายเป็นรถที่เจ้าของแจ้งหายไว้เมื่อตอนต้นเดือนมกราคม จึงนำตัวคนขี่รถไปสอบสวนก่อนติดต่อเจ้าของมารับรถคืนตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ. เมืองราชบุรี ขับรถออกตรวจตราป้องกันการเกิดอาชญากรรมในพื้นที่ โดยคำสั่งของ พ.ต.ท. วิโรจน์ ศักดิ์สมบูรณ์ สว.สส.สภ. เมืองราชบุรี ออกตรวจไปตามถนนสายราชบุรี – น้ำพุ หมู่ 10 ต.หินกอง อ. เมือง พบนาย พีระ หรือ ตุ๋ย รักแคล้ว อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 140 หมู่ 4 ต.ห้วยไผ่ อ.เมือง ราชบุรี ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า คลิ๊ก สีดำ ทะเบียน ขรจ - 628 ราชบุรี มาตามเส้นทางดังกล่าว ท่าทีมีพิรุธจึงเรียกจอดรถทำการตรวจค้น ตรวจเช็คหมายเลขทะเบียนและเลขเครื่องปรากฎว่ารถคันดังกล่าวเป็นของ นาย นุชิต จันทร์ชิต 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ 4 ต. บางป่า ราชบุรี แจ้งความรถหายเอาไว้ขณะจอดรถที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองราชบุรี
เจ้าหน้าที่จึงนำตัว นายพีระ มาสอบสวนขยายผล นายพีระให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกับนายอ๊อด ไม่ทราบนามสกุล อายุ 40 ปี เป็นคนห้วยไผ่ออกตระเวนลักรถตามสถานที่ต่างๆ เพื่อเอาเงินไปเที่ยวเตร่ พร้อมกับคำรับสารภาพได้นำตำรวจไปเอารถที่ขโมยมาอีก 2 คัน ที่จอดรอเวลาเอาไปขายพบรถ จยย. ฮอนด้า โซนิค สีน้ำเงิน และรถ จยย. ยามาฮ่า เมท สีชมพู ทะเบียน กกม – 756 ราชบุรี จึงยึดเอาไว้เป็นของกลาง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน และจะได้ติดต่อเจ้าของรถมารับรถกลับคืนไป
ภาพ/ข่าว ประทีป
อ่านต่อ >>