วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ทำความดีถวายในหลวง เดินจาก กรุงเทพฯ-ไปราชบุรี


นักประดิษฐ์หุ่นไม้ไอติมพาเด็กน้อย 14 ปี พร้อมเพื่อนเดินเท้าจากกรุงเทพมุ่งหน้าวัดถ้ำสิงโตทอง จ.ราชบุรี 4 วัน 4 คืน ทำความดีถวายในหลวงการทำความดีถวายในหลวงของนักประดิษฐ์หุ่นไม้ไอติมเป็นที่สนใจจากบรรดาผู้ที่ขับรถผ่านไปมาตามถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าสู่ อ.เมืองราชบุรีอย่างยิ่ง ผู้สื่อข่าวได้ทำการสอบถามทราบว่า ผู้ที่นำคณะเดินทางทำความดีถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครั้งนี้คือนายนิพนธ์ เอี่ยมสอาด อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 127 ซ.เพชรเกษม 15 แยก 7 แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ ซึ่งได้เล่าให้ฟังว่า ตนพร้อมด้วย ด.ช.ทวี หรือน้องมอส เทียนดำ อายุ 14 ปี อยู่บ้านเลขที่ 209/7 ซ.เพชรเกษม 15 แยก 9 แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กทม. นักเรียนชั้น ม.3 ร.ร.วัดประดู่ทรงธรรม กรุงเทพฯ นายนัท กรลาพันธ์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 131 ม.6 ต.ดอนกำยาน อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี นายสุวรรณ บริสุทธิ์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่เดียวกัน และนายพันธ์ศักดิ์ คลื่นกลาง อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 141 ม.8 ต.หนองมะนาว อ.คง จ.นครราชสีมา ได้เดินเท้ามาจากหมู่บ้านพงษ์ศิริชัย 4 หนองแขม กรุงเทพ ฯ มาตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยตนได้สวมชุดหุ่นยนต์คลอสเพลย์ที่ทำจากไม้ไอติมและเป็นฝีมือของตัวเอง ส่วนเพื่อนได้ถือธงชาติ และธงสีเหลืองสัญลักษณ์แทนการแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีน้องมอสถือพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเดินนำ ตั้งใจจะมุ่งหน้าไปยังวัดถ้ำสิงโตทอง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ทั้งนี้ เพื่อทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม โดยเฉพาะอยากให้สิ่งที่พวกตนทำครั้งนี้เป็นการส่งพรถวายแด่พระองค์ให้หายจากพระอาการประชวร ซึ่งก่อนหน้าที่พากันเดินเท้ามานี้ตนซึ่งเป็นลูกศิษย์อยู่ที่วัดถ้ำสิงโตทอง และเคยบวชที่วัดนี้มาเมื่อปี 2551 มีความคุ้นเคยกับหลวงพ่อดำเมื่อถึงโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาตนคิดอยากจะทำความดีถวายแด่พระองค์ ที่ทรงเหน็ดเหนื่อยเพื่อพสกนิกรมาอย่างหนัก จึงได้ปรึกษากับหลวงพ่อว่าอยากจะเดินเทิดพระเกียรติพระองค์ จังหวะที่ตนทราบว่าน้องมอสที่บ้านอยู่ไม่ไกลจากบ้านของตนอยากทำความดีเพื่อในหลวงเช่นกัน ตนจึงไปชวนน้องมอสซึ่งน้องมอสก็กระตือรือร้นไปของพ่อแม่ และไปขออนุญาตผู้อำนวยการโรงเรียนวัดประดู่ทรงธรรมหยุดเรียนมาเพื่อเดินเทิดพระเกียรติด้วย ส่วนเพื่อน ๆ อีก 3 คน ซึ่งมีอาชีพเพียงคนงานก่อสร้างแต่พวกเขาอยากทำความดีด้วยเช่นกัน จึงชักชวนกันมาทุกคนเดินด้วยเท้าเปล่าระยะทางกว่า 160 กิโลเมตร แม้จะเหนื่อยบ้าง แต่ไม่มีใครยอมแพ้ทุกคนเดินกันมาด้วยใจ โดยเฉพาะน้องมอสที่ตนนับถือเด็กคนนี้มาก เขาไม่เคยบ่นสักคำมุ่งมั่นจะเดินไปให้ถึงวัดถ้ำสิงโตทองให้ได้
นายนิพนธ์ เผยว่า ตนเดินทางมาแล้ว 4 วัน 4 คืน ไม่มีการนอนโรงแรมหรือที่พักดี ๆ อะไร ค่ำไหนก็นอนที่นั่น นอนมาตั้งแต่ใต้ทางด่วนปิ่นเกล้า มาถึงนครปฐม กระทั่งในวันนี้ ( 4 ธ.ค.255) และตั้งใจกันว่าแวะสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ภายในค่ายภาณุรังษี ส่วนที่ 1
อ.เมืองราชบุรี และจะรีบเดินไปให้ถึงวัดถ้ำสิงโตทอง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ให้ได้ภายในวันพรุ่งนี้ คือ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
อย่างไรก็ดี ตลอดการเดินเท้าด้วยหุ่นที่ประดิษฐ์จากไม้ไอติมทั้งชุดซึ่งมีความแข็ง และเดินลำบาก นายนิพนธ์ได้กล่าวว่า ก็มีทั้งเท้าแตกเจ็บไปทั่วตัว แต่ไม่ทนได้เพื่อในหลวง ตนคิดว่าเราลำบาก เราเหนื่อยแค่นี้ยังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของพระองค์ที่ทรงทำเพื่อประชาชนมาตลอด
ส่วน ด.ช.ทวี เทียนดำ หรือน้องมอส ซึ่งได้เดินเท้าเพื่อเทิดพระเกียรติในครั้งนี้ด้วย ได้กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า ตนตั้งใจจะทำความดีถวายในหลวงอยู่แล้วพอลุงนิพนธ์มาชวน ตนไม่รอช้า รีบขออนุญาตพ่อแม่ซึ่งพ่อกับแม่ก็ไม่ขัดข้อง โดยบอกว่าถ้าอยากจะทำความดีเพื่อท่านก็ทำเลย และยังได้ไปขออนุญาตผู้อำนวยการโรงเรียนเพื่อขอหยุดเรียนให้ตนอีกด้วย และทางโรงเรียนก็ไม่ขัดข้องให้การสนับสนุน ส่วนการเดินทางมาแม้จะเหนื่อยมาก แต่ตนก็เต็มใจไม่ท้อ ตั้งใจจะเดินให้ถึงวัดถ้ำสิงโตทองด้วยเช่นกัน เพราะคิดว่าอย่างน้อย 1 ปี เราได้ทำความดีครั้งใหญ่เพื่อในหลวง เป็นความภาคภูมิใจของตนอย่างมาก
ภาพข่าว ภัทรพงศ์

ไม่มีความคิดเห็น: