วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

จับคนร้ายลักทรัพย์ตรวจฉี่เจอสีม่วง


ขับพ่วงข้างขโมยเหล็กเส้นโรงงานร้างเผ่นหนีตำรวจประสานงานข้ามจังหวัด ตั้งด่านตรวจจับได้พร้อมของกลาง เจอสองเด้งทั้งสารเสพติดและลักทรัพย์

เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศูนย์วิทยุ สภ.เมืองราชบุรีได้รับแจ้งจาก ศูนย์วิทยุ สภ.บางคณที จ.สมุทรสงคราม ว่ามีคนร้ายเป็นชายขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าดรีม สีแดง ทะเบียน กคร-109 ราชบุรี ดัดแปลงเป็นแบบพ่วงข้าง ลักเหล็กเส้นภายในโรงงานร้างในเขต จ.สมุทรสงคราม โดยคนร้ายได้ขับรถหนีมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองราชบุรี หลังรับแจ้งจึงวิทยุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำป้อมคุ้งกระถิน บ้านไร่ และสายตรวจเขต 3 ออกตรวจและตั้งด่านตรวจพบรถ จยย.คันดังกล่าวขับผ่านหน้า อบต.บ้านไร่ ไปอย่างรวดเร็ว จึงไล่ตามไปจนถึงหน้าปากซอยวาสนาดี จากการตรวจสอบทราบชื่อนายพีระ โพธิพงษ์ อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 163 ม.13 ต.เกาะพลับพลา อ.เมือง พร้อมรถ จยย.คันดังกล่าวและภายในพ่วงข้างพบเหล็กเส้นจำนวนมากมีน้ำหนักประมาณ 200-300 กิโลกรัมจึงนำตัวมาสอบสวนพร้อมกับจับตรวจฉี่พบมีสีม่วงจึงดำเนินคดีในข้อหาเสพก่อนจากนั้นได้ประสานไปยัง สภ.บางคณที มารับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับตัวนายพีระ ผู้ต้องหานั้นก่อนหน้านี้เคยถูกคดีลักทรัพย์และเสพมาแล้ว ซึ่งหลังออกจากคุกก็มาก่อคดีอีก โดยเหล็กที่นำมานั้นจะนำไปขายเอาเงินไปซื้อยาเสพติด
ภาพ/ข่าว ประทีป 25 พ.ย. 51
อ่านต่อ >>

รวบสี่หนุ่มรับจ้างส่งยาบ้าเข้าคุก


ซ่อนยาบ้าซุกขนมบัวลอยเข้าเยื่ยมเพื่อนในเรือนจำกลางเขาบินเจ้าหน้าที่ตรวจละเอียดพบซุกยาบ้าในเม็ดบัวลอย ตามคว้าสี่หนุ่มรับจ้างขนยาเยื่ยมญาติ ให้การสราภาพสิ้นได้ค่าจ้าง 3,000 บาท

นายสุรชัย พุ่มแก้ว ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เรือนจำได้ทำการตรวจค้นสิ่งของที่มีญาตินำมาฝากเยี่ยมผู้ต้องขังในเรือนจำอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการลักลอบนำสิ่งของต้องห้ามส่งเข้าไปให้ผู้ต้องขังภายในเรือนจำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พบถุงขนมบัวลอยถุงใหญ่ จึงบีบเม็ดบัวลอยดูก็พบว่าภายในนั้นมีถุงพลาสติกอยู่ จึงได้นำออกมาแกะดูก็พบว่ามียาบ้าบรรจุอยู่ภายในจำนวนหลายเม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการบีบเม็ดขนมบัวที่อยู่ภายในถุงทั้งหมดก็พบถุงพลาสติกห่อยาบ้าจำนวน 10 ถุง รวมยาบ้าทั้งหมด 186 เม็ด จึงได้ยึดไว้เป็นหลักฐาน
จากการตรวจสอบพบว่า ถุงขนมบัวลอยนั้นมีญาตินำมาฝากให้กับนักโทษชาย อนุวัฒน์ อึ้งเจริญ ซึ่งเป็นนักโทษอยู่แดน 9 ส่วนผู้ที่นำมาฝากนั้นคือนายปิยะภูมิ รัตตนันท์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1098 ซอยจรัลสนิทวงศ์ 75 แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่จึงได้ออกไปควบคุมตัวไว้พร้อมกับเพื่อนอีก 3 คนคือนายปิยะวัตร ปัทมะนาวิน อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 157 ซอยมหาศาล แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ นายวิทวัฒน์ ปฐมศิริไพศาล อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53 ซอยวงศ์สว่าง 6 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ และนายอู๊ด ชาลี อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71 หมู่ 4 ต.ขามเฒ่า อ.เมือง จ.นครพนม โดยทั้งหมดได้ให้การรับสารภาพว่าได้รับจ้างจากชายไม่ทราบชื่อซึ่งเป็นคนซอยเดียวกันกับนายปิยะภูมิ ให้นำขนมบัวลอยมาฝากเยี่ยมผู้ต้องขังที่เรือนจำกลางเขาบิน โดยได้ค่าจ้างจำนวน 3,000 บาท แต่ก็มาถูกจับเสียก่อน เจ้าหน้าที่เรือนจำจึงได้ส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปดำเนินคดีสภ.เมืองราชบุรี ต่อไป

ภาพ/ข่าว ประทีป 25 พ.ย.51
อ่านต่อ >>

นักศึกษาสองมหาวิทยาลัยเยี่ยมชมตลาดศรีเมือง


นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงและมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม เข้าศึกษาเยี่ยมชมตลาดกลางผักและผลไม้จังหวัดราชบุรี ทำความเข้าใจถึงการดำเนินงาน และกิจกรรมสำคัญ จนถูกยกเป็นตลาดแนวหน้าระดับภูมิภาคของประเทศ

ที่ห้องประชุมบริษัทแอกโกรคอมเมอร์สกรุ๊ปจำกัด ตลาดศรีเมือง นายนภินทร ศรีสรรพางค์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดราชบุรี ผู้บริหารตลาดกลางผักและผลไม้จังหวัดราชบุรี ตลาดศรีเมือง กล่าวถึงประวัติความเป็นมาและการดำเนินงานของตลาดศรีเมืองว่า ตลาดแห่งนี้เริ่มดำเนินการก่อตั้งเมื่อกลางปี พ.ศ.2537 เป็นตลาดกลางอันดับที่ 19 ของประเทศไทย มีพื้นที่ดำเนินการประมาณ 80 ไร่ เป็นตลาดที่ได้รับการส่งเสริมภายในกระทรวงพาณิชย์ เป็นศูนย์รวมสินค้าเกษตรภูมิภาคตะวันตก
นโยบายการดำเนินงานเพื่อให้เป็นตลาดกลางในการจัดจำหน่ายผักและผลไม้โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางเหมือนในอดีต ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าผู้ประกอบการเกษตรต้องนำผลิตผลไปจำหน่ายเองในตลาดในกรุงเทพมหานคร ทำให้เสียค่าใช้จ่ายมากในการขนส่งและยังประสบการกดราคาสินค้าถูกพ่อค้าคนกลางเป็นคนกำหนดราคาตามใจชอบ ทำให้เกษตรกรเป็นฝ่ายเสียเปรียบตลอดมา การดำเนินการเป็นตลาดกลางการค้าเสรีของตลาดศรีเมือง จึงทำให้เกษตรกรสามารถขายผลิตผลได้กำไรมากขึ้นและทำให้ประชาชน พ่อค้า แม่ค้า ในตลาดได้รับประโยชน์จากการค้าขายในตลาดแห่งนี้อย่างปลอดภัยและเที่ยงธรรมมากขึ้น
ในภาคส่วนราชการพัฒนางานการตลาด มีการวางแผนเตรียมงานเพื่อให้พัฒนาการของตลาด ได้รับการยอมรับในการเป็นตลาดแนวหน้าระดับภูมิภาคของประเทศ ตลาดเตรียมความพร้อมทั้งด้านสาธารณูปโภคด้านสุขลักษณะ ความมั่นคงแข็งแรงของตัวอาคาร การกำหนดรูปแบบให้อากาศถ่ายเทได้ตลอดเวลา มีอุปกรณ์ดับเพลิงในสภาพพร้อมใช้ การจัดการด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม การเก็บขยะมูลฝอยก่อนนำไปกำจัด จะมีการแยกประเภทเพื่อความสะดวกในการทำลาย ด้านสุขอนามัยมีการดำเนินการห้องน้ำสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ ตั้งเจ้าหน้าที่ทำงานรับผิดชอบดูแลทำความสะอาดทุกวัน การล้างตลาดเดือนละครั้ง การใช้จุลลินทรีย์ สาร EM เทลงท่อระบายน้ำป้องกันการเน่าเสียและป้องกันพาหะการแพร่เชื้อโรค
การวางแผนการตลาดการจัดแยกสินค้าออกเป็นหมวดหมู่เพื่อสะดวกแก่ผู้ซื้อขาย การตรวจสารเคมีปนเปื้อนที่มากับผักและผลไม้ โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข การสุ่มตรวจสินค้าเพื่อป้องกันการปลอมแปลง การตรวจสอบตาชั่งให้ได้มาตรฐาน มาตรการเหล่านี้เป็นหลักการดำเนินการที่บริหารจัดการมาโดยตลอด
กิจกรรมสำคัญของตลาดศรีเมือง คือ การจัดตั้งศูนย์บริการเกษตรกรการให้ข้อมูลข่าวสารในการตัดสินใจต่อเกษตรกร ว่าจะปลูกพืชผลอะไรที่เป็นที่ต้องการของตลาด การพัฒนาโครงการแปรสภาพขยะและปุ๋ยชีวภาพโดยได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน สำนักงานเกษตร สำนักงานเกษตรและสหกรณ์ ศูนย์วิจัยข้าว
ตลาดศรีเมืองเน้นย้ำการดำเนินการเพื่อประโยชน์ต่อประชาชนและสังคมมาโดยตลอด ตลาดเป็นที่ศึกษาดูงานของหน่วยงานต่างๆ ทั้งองค์กรภายในและต่างประเทศ การให้ความสำคัญกับกิจกรรมประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น การสนับสนุนด้านการกีฬาการรณรงค์แก้ไขปัญหาที่สำคัญๆ กิจกรรมที่ทำมาตลอดทำให้ตลาดศรีเมืองได้รับรางวัลจากหน่วยงานต่างๆเช่น ตลาดต้นแบบ ตลาดน่าซื้อ ตลาดดีมีมาตรฐาน เป็นศูนย์อาหารปลอดภัยปลอดโรค รางวัลป้ายรับรองการจัดสภาพสินค้าเกษตร ตลาดสดน่าซื้อในดวงใจประชาชนจังหวัดราชบุรี และรางวัลต่างๆอีกมากมายที่ตลาดได้รับการยอมรับจากหลายหน่วยงาน
ปริมาณการซื้อขายซึ่งมีเงินหมุนเวียนเป็นพันล้านบาทต่อเดือนย่อมเป็นเครื่องประกันว่า ตลาดศรีเมืองมีส่วนในการยกระดับของเกษตรกรก้าวพ้นไปจากความยากจนอย่างเห็นผลและเป็นรูปธรรม เป็นการสอดรับของนโยบายตลาดศรีเมืองว่า ประชาชนเข้มแข็ง ตลาดศรีเมืองก็เข้มแข็งด้วย การลงทุนนำองค์ความรู้ไปสู่ชุมชน การลงทุนด้านวิชาการไปสู่ประชาชน จึงเป็นนโยบายที่ประสบผลสำเร็จ ในการสร้างแหล่งเรียนรู้ที่เป็นจริงจับต้องได้และประสบความสำเร็จจริง เป็นมาตรฐานการดำเนินงานเพื่อยกระดับความกินดีอยู่ดีบของประชาชน ที่ตลาดศรีเมืองวางเป้าหมายสู่อนาคตของชุมชนที่ดีกว่าตลอดมา
ข่าว อุดมศักดิ์ภาพ ธนชาติ 25 พ.ย. 51
อ่านต่อ >>

โรงเรียนโพธาจัดแถลงข่าวครบ 100 ปี


โรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี จัดงานครบรอบ 100 ปี เพื่อพบปะศิษย์เก่าร่วมโรงเรียน ประกาศความภาคภูมิเป็นโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอแห่งแรกของประเทศไทย

ที่ห้องประชุมภาคในโรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี พล.ต.ท.สุชัย สุขพันธ์โพธาราม นายกสมาคมศิษย์เก่า ผู้ปกครองและครูโรงเรียนโพธาวัฒนาเสณี เป็นประธานเปิดการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนโดยมี พ.ต.อ.ธนู ฮวบประเสริฐ ผกก.สภ.โพธาราม นายวารี จันทร์เกษม นายกเทศมนตรีโพธาราม พร้อมคณะกรรมการศิษย์เก่า ครู ผู้ปกครอง และนักเรียนโรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี เข้าร่วมฟังการแถลงข่าว
โรงเรียนโพธาวัฒนาเสนีถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2451 ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 25 หน้า 380 เปิดสอนระยะแรกทั้งประถม และมัธยมศึกษา ต่อมาตัดประถมศึกษาออกไปเปิดสอนแค่ระดับชั้นมัธยมปีที่ 1 – ปีที่ 4 จนกระทั้งปี 2483 ได้เปิดสอนถึงชั้นมัธยม 6 ซึ่งถือว่าเป็นโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอแห่งแรกของประเทศไทยที่เปิดสอนถึงมัธยมปีที่ 6 จากวันนั้น ถึงวันนี้ โรงเรียนโพธาวัฒนาเสนีมีอายุ 100 ปีได้ผลิตลูกศิษย์จำนวนมากมายออกไปปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานราชการ บริษัท รัฐวิสาหกิจ และประกอบอาชีพต่าง ๆ จนประสบความสำเร็จเจริญก้าวหน้า
ในโอกาสครบ 100 ปี ทางสมาคมศิษย์เก่าผู้ปกครองและครูโรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี คณะกรรมการการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี ชมรมวิ่งโพธาราม โรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี ได้ร่วมกันจัดงาน 100 ปี ขึ้นในวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2551 โดยมีการจัดงานเดิน – วิ่ง 100 ปี โพธาวัฒนาเสนีมินิมาราธอน ครั้งที่ 11 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เวลา 06.30 น.ณ โรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี วิ่งระยะทาง 10.3 กิโลเมตร และเดินการกุศล 3 กิโลเมตร โดยจำหน่ายเสื้อเดิน-วิ่งตัวละ 200 บาท นอกจากนั้นยังจัดแสดงภาพถ่ายในอดีตของโพธารามและโรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี ณ บริเวณชั้นล่าง อาคาร 1 พร้อมกันนั้นในภาคกลางคืนได้จัดงานคืนสู่เหย้า 100 ปี ชาวโพธาวัฒนาเสนี โดยบริการออกโต๊ะจำหน่ายบริเวณสนามฟุตบอล มีลีลาศ-รำวง กับวงดนตรีเกษมศรี
วัตถุประสงค์ในการจัดงานเพื่อให้ศิษย์เก่าได้พบปะสังสรรค์และหารายได้สมทบทุนในการสร้างอาคารหอสมุดเฉลิมพระเกียรติ ครบ 6 รอย 72 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์พระบรมราชินีนาถ
ส่วนล่างของฟอร์ม
ภาพ/ข่าว ประทีป อยู่แช่ม
25/พ.ย./2551
อ่านต่อ >>

รถบรรทุกสารเคมีซิ่งพุ่งชนรถปูนพลิกคว่ำทับจยย. ดับ 3 เจ็บ 2


รถบรรทุกสารเคมีขับฝ่าไฟแดงพุ่งชนรถบรรทุกปูนพังยับทั้งคู่ กวาดรถจักรยานยนต์ทับแหลก 3 ศพ ตายสยองคาใต้ท้องรถ

ร.ต.อ.สิทธา สามงามน้อย ร้อยเวร สภ.ปากท่อ จ.ราชบุรี รับแจ้งเหตุรถชนกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ที่บริเวณสี่แยกปากท่อ หมู่ 4 ต.ดอนทราย จึงเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมมูลนิธิประชานุกูลราชบุรี ในที่เกิดเหตุพบรถผสมปูนซีเมนต์ สีฟ้าขาว หมายเลขทะเบียน 82-2072 ราชบุรี ซึ่งเป็นของบริษัท วงษ์พิทักษ์คอนกรีต มิกเซอร์ จำกัด พลิกคว่ำอยู่กลางถนน สภาพรถพังยับห่างออกไปพบรถบรรทุกสารเคมี(กำมะถันเหลว) สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน 82-4086 ราชบุรี ซึ่งเป็นของบริษัท ศักดิ์ศรีอุตสาหกรรม จำกัด สภาพพังยับเยินทั้งคัน พลิกคว่ำอยู่ริมถนน สารเคมีภายในรถไหลออกมานองพื้นถนน นอกจากนี้ใต้ซากรถบรรทุกสารเคมียังพบรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน กวก-106 เพชรบุรี สภาพแหลกเหลวอยู่ใต้ซากรถด้วย เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯและเจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวงได้เร่งรีบทำการฉีดล้างสารเคมีที่ไหลทะลักออกมาเพราะเกรงว่าไทยมุงที่มาดูเหตุการณ์อย่างมากมายนั้นจะสูดดมเข้าไปจนเกิดอันตราย และทำการยกรถสารเคมีขึ้นเพื่อไม่ให้สารเคมีที่ยังอยู่ในถังไหลออกมาอีก พบว่ามีผู้เสียชีวิตอยู่ใต้ซากรถบรรทุกสารเคมีถึง 3 คน ซึ่งทราบชื่อต่อมาคือ นายสุชาติ บุญมา อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 หมู่ 6 ต.หนองกระทุ่ม อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี นางสาวอุมาพร เชื้อสมุทร อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 109 หมู่ 6 ต.ปากช่อง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี และเด็กหญิงไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 4 ปี สภาพศพทั้งหมดนั้นแหลกเละจนไม่สามารถจะแยกชิ้นได้
จากการสอบสวนนายสมชาย โพธิ์คำ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 165 หมู่4 ต.วังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นคนขับรถผสมปูนให้การว่า ตนขับรถผสมปูนจะไปส่งที่ ต.วันดาว อ.ปากท่อ และเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นสี่แยกไฟแดง เป็นช่วงไฟเขียวพอดี จึงได้เร่งเครื่องเพื่อที่จะข้ามแยกไปโดยมีรถ จยย. ของผู้ตายซึ่งมีพ่อแม่ลูกขับขนาบข้างขวามาด้วย และเป็นช่วงเดียวกับที่รถบรรทุกสารเคมีก็เร่งเครื่องฝ่าไฟแดงมาด้วยความเร็ว ทำให้ชนรถของตนเข้าอย่างจังจนรถพลิกคว่ำ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย นอกจากนี้รถบรรทุกสารเคมีดังกล่าวได้พลิกคว่ำและกวาดเอารถจยย.ที่ล้มข้างรถของตนไปหยุดที่ริมถนน รถปิกอัพที่จอดติดไฟแดงได้รับความเสียหายอีก 2 คันด้วย ส่วนคนขับรถบรรทุกสารเคมีนั้นทราบชื่อ นายสุรินทร์ เมืองหงส์ อายุ 51 ปีอยู่บ้านเลขที่ 134/1 หมู่ 7 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ ซึ่งได้รับบาดเจ็บและกำลังรักษาตัวที่โรงพยาบาลปากท่อ พร้อมกับนายวีรพล พานทอง อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถปิกอัพที่จอดรอไฟแดงในช่วงเกิดเหตุด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อายัดตัวนายสุรินทร์ คนขับรถบรรทุกสารเคมีไว้เพื่อทำการสอบสวนและดำเนินคดี ในข้อหาขับรถประมาทจนเป็นเหตุให้ เกิดอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ภาพ/ข่าว ประทีป 25 พ.ย. 51
อ่านต่อ >>

ถวายราชสดุดี พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว วันวชิราวุธ


ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นำกองลูกเสือโรงเรียนต่างๆ ประกอบพิธีถวายราชสดุดี พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์พระผู้พระราชทานกำเนิดคณะลูกเสือแห่งชาติ ประจำปี 2551

ที่สนามหน้าสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ประกอบพิธีถวายราชสดุดี พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์พระผู้พระราชทานกำเนิดคณะลูกเสือแห่งชาติ ประจำปี 2551 เป็นวันสำคัญยิ่งของกองลูกเสือเนตรนารีและพสกนิกรชาวไทยทั้งปวง เพราะเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัฐบาลจึงกำหนดให้วันที่ 25 พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นวันวชิราวุธ และคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ถือว่าเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของคณะลูกเสือแห่งชาติ บรรดากองลูกเสือทุกหมู่เหล่าจึงร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทิตาธรรม ร่วมถวายบังคม และถวายราชสดุดี พร้อมกันนี้กองลูกเสือเนตรนารี ทั่วประเทศจะร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์สถานที่สาธารณะเพื่อถวายเป็นราชสักการะอย่างพร้อมเพียง
เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจให้ลูกเสือเนตรนารีทั้งหลาย ประพฤติปฏิบัติให้เป็นเยาวชนที่ดี สมดังพระราชปณิธานของพระผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย ที่ทรงหมายมั่นไว้ว่า ลูกเสือเนตรนารี เป็นผู้มีระเบียบวินัย จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ ตามกฎของลูกเสือทั้ง 10 ข้อ และคติพจน์ของลูกเสือ ความว่า เสียชีพอย่าเสียสัตย์ อย่างเคร่งครัด
ภาพ/ข่าว ธนชาติ 25 พ.ย. 51
อ่านต่อ >>