สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสนทำโครงการพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่า
นายวินันท์ วิระนะ หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน ตําบลรางบัว อําเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ได้เปิดเผยถึงโครงการพ่อแม่อุปภัมถ์สัตว์ป่าว่า สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน เป็นสถานที่ เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าของกลางที่ยึดได้จากการลักลอบค้าสัตว์ป่าในเขตภาคกลาง ซึ่งในปัจจุบันมีสัตว์ป่าของกลางอยู่กว่า 74 ชนิด ประมาณ 1, 218 ตัว ประกอบด้วยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจํานวน 17 ชนิด 77 ตัว มีเสือโคร่ง หมีขอ ลิงอุรังอุตัง ชะมด อีเห็นหน้าขาว ชะนี ลิงซิมแพนซี หมีควาย นางอาย กระรอกบิน ลิงแสน ลิงเสน แมวดาว ตัวลิ่น เก้ง และเม่นใหญ่
ส่วนสัตว์ปีกมี 42 ชนิด 358 ตัว ประกอบด้วย ไก่ฟ้า ไก่ป่า และนกชนิดต่าง ๆ ร่วมไปถึงสัตว์เลื้อยคลาน 10 ชนิด 116 ตัว งูหลาม งูเหลือม เต่านา เต่ายี่ปุ่น เหี้ย งูหลามทอง ซึ่งในปัจจุบันก็มีสัตว์ป่าจํานวนมากขึ้นทั้งจากการขยายพันธุ์และการนำมาเพิ่มจากข้างนอก โดยแต่ละปีทางสถานีจะได้รับงบประมาณจํานวน 1 ล้าน 5 แสนบาท เพื่อใช้เป็นค่านํ้ามัน ค่าเบี้ยเลี้ยงพนักงาน รวมไปถึงค่าอาหารสัตว์ ซึ่งมีจํานวนจํากัดมาก ทำให้งบประมาณซึ่งมีอยู่จำกัดในการเลี้ยงดูไม่เพียงพอกับความต้องการ เพราะเมื่อมีการนำสัตว์ป่าของกลางมาเก็บรักษาไว้ที่นี่ แต่งบประมาณไม่ได้เพิ่มตามจำนวนตัวสัตว์ที่นำมา ทำให้ทางสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน ต้องประสบปัญหากับเรื่องของงบประมาณในการดูแลสัตว์เป็นอย่างมาก
ที่ผ่านมาทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าทั่วประเทศ จัดทําโครงการพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่าในสถานีขึ้น เพื่อให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวที่มีความประสงค์จะบริจาคเงินเป็นค่าอาหารเลี้ยงสัตว์เหล่านี้ โดยให้เลือกว่าชอบสัตว์ประเภทไหนก็สามารถขอเลี้ยงดูได้ตามความประสงค์ โดยไม่ต้องไปหาสัตว์ป่ามาเลี้ยงเองเพราะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย และเป็นการทำบุญที่ได้บุญมหาศาลเพราะเป็นการต่ออายุให้กับสัตว์และเป็นการแบ่งเบาภาระรายจ่ายของสถานีฯ ที่นับวันจะมีสัตว์ป่าของกลางจากจังหวัดใกล้เคียงถูกนํามาปล่อยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งค่าอาหารแต่ละเดือนที่ต้องใช้จ่าย อาทิ เสือโคร่ง 8,800 บาท ต่อตัวต่อเดือน หมี 1,200 บาท ต่อตัวต่อเดือน และสัตว์ปีกอีกจํานวนมาก
นอกจากนี้หากประชาชนที่เลี้ยงสัตว์ป่าอยู่แล้วก็สามารถนําสัตว์ป่ามาฝากเลี้ยงที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสนได้ ทางสถานีที่เจ้าหน้าที่เลี้ยงดูให้ แต่ต้องสนับสนุนงบประมาณในการเลี้ยงดูเรื่องค่าอาหาร เพื่อจะได้ให้สัตว์ป่าได้เข้ามาอยู่ในที่ที่สมควรเลี้ยง ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือให้สัตว์ป่าได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
หลังจากมีการจัดโครงการนี้ขึ้นมา ก็มีผู้ใจบุญที่รักสัตว์ บริจาคเงินสมทบทุนรับเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์บ้างแล้วแต่ก็ยังไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นมา
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ คำเปรม
16/07/53

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น