ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจําสํานักนายก ลงพื้นที่หลังชาวบ้านร้องถูกขับออกจากที่ราชพัสดุ
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 ก.ย.53 ที่หอประชุมโรงเรียนสวนผึ้งวิทยา ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ได้มีชาวบ้านกว่า 1,000 คนเดินทางมารวมตัวกัน เนื่องจากทราบว่านายศักดิ์สิน ปัจจักขะภัติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจําสํานักรัฐมนตรี ในฐานะการกํากับดูแลและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค จะลงพื้นที่เพื่อติดตามปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ อ.สวนผึ้ง และอ.จอมบึง จ.ราชบุรี
หลังจากที่ชาวบ้านได้เดินทางเข้าไปร้องเรียนเรื่องที่ถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินการขับไล่ให้ออกจากพื้นที่ที่ทำกินอยู่ โดยอ้างว่าไม่ได้ทำการขอเช่าจากกรมธนารักษ์ โดยมีนายสกล คุณาพิทักษ์ กำนันต.สวนผึ้ง ได้ให้ข้อมูลว่า ชาวบ้านในพื้นที่ อ.สวนผึ้ง ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า คือให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้ราษฎรเช่าที่ดินราชพัสดุที่ราษฎรทํากินอยู่และอยู่อาศัยในที่ดินที่ทางราชการอ้างว่าเป็นที่ดินของรัฐไปก่อน จนกว่าจะแก้ไขปัญหาเสร็จเนื่องจากขณะนี้มีราษฎรจำนวนมากไปต่อสัญญาเช่าพื้นที่แต่ถูกทางทหารให้ระงับไว้ก่อน
ขอให้มีการสํารวจการจัดเก็บภาษีบํารุงท้องที่เหมือนเดิมจนกว่าที่ราชการมีทางออกที่ดีกว่านี้ ระงับการตรวจสอบที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ น.ส. 3 และ น.ส. 3 ก. ไว้ก่อน เพราะเป็นการสร้างความสับสนให้กับประชาชน และการแก้ปัญหาในระยะยาว ให้ยกเลิกมาตรา 10 ใน พรบ. ให้ใช้ประมวลกฏหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 เพื่อปลดล๊อกให้ทางราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบหาทางออกที่ดีให้กับประชาชน ขอให้หน่วยงานที่มีอํานาจให้ความเป็นธรรมกับราษฎรที่ทํากินและอยู่อาศัย มาดูความเป็นจริงในสภาพปัจจุบันของชุมชนได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างไร หากทางราชการยังยึดตามประกาศปี 2481 บังคับใช้กับประชาชน ประชาชนก็จะไม่มีที่ดินทํากินเป็นของตนเอง ความมั่นคงในชีวิตและที่อยู่อาศัยจะไม่มี เพราะต้องอาศัยทํากินในที่ดินของรัฐที่เกิดจากการเช่า
นายสมรส เพ็งเพชรบูรณ์ และ นายเอกวัฒน์ ตรึกตรอง ตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยางพาราอําเภอสวนผึ้ง กล่าวว่า ที่ผ่านมาการให้ข่าวของเจ้าหน้าที่ต่อสื่อมวลชนเป็นเพียงฝ่ายเดียว โดยกล่าวหาว่าประชาชนรุกป่าจนกลายเป็นภาพรวมว่านายกทุนเข้าไปบุกรุก ทั้งที่เป็นที่ทำกินเดิมของชาวบ้านอยู่แล้ว และวันนี้จะมาไล่ให้ออกนอกพื้นที่ภายใน 30 วัน เมื่อเอาคนไทยออกแล้วเอาคนต่างด้าวเข้ามาอยู่แทนหรือ วันนี้ที่มาก็เพื่อจะบอกว่าเราต้องการปลูกพืชทดแทน กลับกลายเป็นว่าถูกกล่าวหาบุกรุกป่า จึงมาข้อความเป็นธรรมในฐานะที่เป็นคนไทย การออกกฏหมายมาเพื่อคนหมู่มาก
แต่หากกฏหมายออกมาแล้วทําให้คนไทยเดือดร้อนก็สามารถแก้ไขกฏหมายได้ อย่างไรก็ตามที่ปรึกษารัฐมนตรีประจําสํานักนายกฯ กล่าวว่า นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ได้กําชับมาว่า ให้ดูข้อมูลอย่างละเอียดทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งได้พูดคุยกับชาวบ้านที่มาขอให้ปัญหาดังกล่าวอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง วันนี้อาจไม่ได้แก้ปัญหาได้เลย แต่จะนําข้อมูลที่ได้รับฟังมาทั้งหมดเสนอเข้าที่ประชุมเพื่อเร่งแก้ไขความเดือดร้อนของชาวบ้านต่อไป
หลังจากที่ชาวบ้านได้เดินทางเข้าไปร้องเรียนเรื่องที่ถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินการขับไล่ให้ออกจากพื้นที่ที่ทำกินอยู่ โดยอ้างว่าไม่ได้ทำการขอเช่าจากกรมธนารักษ์ โดยมีนายสกล คุณาพิทักษ์ กำนันต.สวนผึ้ง ได้ให้ข้อมูลว่า ชาวบ้านในพื้นที่ อ.สวนผึ้ง ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า คือให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้ราษฎรเช่าที่ดินราชพัสดุที่ราษฎรทํากินอยู่และอยู่อาศัยในที่ดินที่ทางราชการอ้างว่าเป็นที่ดินของรัฐไปก่อน จนกว่าจะแก้ไขปัญหาเสร็จเนื่องจากขณะนี้มีราษฎรจำนวนมากไปต่อสัญญาเช่าพื้นที่แต่ถูกทางทหารให้ระงับไว้ก่อน
ขอให้มีการสํารวจการจัดเก็บภาษีบํารุงท้องที่เหมือนเดิมจนกว่าที่ราชการมีทางออกที่ดีกว่านี้ ระงับการตรวจสอบที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ น.ส. 3 และ น.ส. 3 ก. ไว้ก่อน เพราะเป็นการสร้างความสับสนให้กับประชาชน และการแก้ปัญหาในระยะยาว ให้ยกเลิกมาตรา 10 ใน พรบ. ให้ใช้ประมวลกฏหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 เพื่อปลดล๊อกให้ทางราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบหาทางออกที่ดีให้กับประชาชน ขอให้หน่วยงานที่มีอํานาจให้ความเป็นธรรมกับราษฎรที่ทํากินและอยู่อาศัย มาดูความเป็นจริงในสภาพปัจจุบันของชุมชนได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างไร หากทางราชการยังยึดตามประกาศปี 2481 บังคับใช้กับประชาชน ประชาชนก็จะไม่มีที่ดินทํากินเป็นของตนเอง ความมั่นคงในชีวิตและที่อยู่อาศัยจะไม่มี เพราะต้องอาศัยทํากินในที่ดินของรัฐที่เกิดจากการเช่า
นายสมรส เพ็งเพชรบูรณ์ และ นายเอกวัฒน์ ตรึกตรอง ตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยางพาราอําเภอสวนผึ้ง กล่าวว่า ที่ผ่านมาการให้ข่าวของเจ้าหน้าที่ต่อสื่อมวลชนเป็นเพียงฝ่ายเดียว โดยกล่าวหาว่าประชาชนรุกป่าจนกลายเป็นภาพรวมว่านายกทุนเข้าไปบุกรุก ทั้งที่เป็นที่ทำกินเดิมของชาวบ้านอยู่แล้ว และวันนี้จะมาไล่ให้ออกนอกพื้นที่ภายใน 30 วัน เมื่อเอาคนไทยออกแล้วเอาคนต่างด้าวเข้ามาอยู่แทนหรือ วันนี้ที่มาก็เพื่อจะบอกว่าเราต้องการปลูกพืชทดแทน กลับกลายเป็นว่าถูกกล่าวหาบุกรุกป่า จึงมาข้อความเป็นธรรมในฐานะที่เป็นคนไทย การออกกฏหมายมาเพื่อคนหมู่มาก
แต่หากกฏหมายออกมาแล้วทําให้คนไทยเดือดร้อนก็สามารถแก้ไขกฏหมายได้ อย่างไรก็ตามที่ปรึกษารัฐมนตรีประจําสํานักนายกฯ กล่าวว่า นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ได้กําชับมาว่า ให้ดูข้อมูลอย่างละเอียดทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งได้พูดคุยกับชาวบ้านที่มาขอให้ปัญหาดังกล่าวอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง วันนี้อาจไม่ได้แก้ปัญหาได้เลย แต่จะนําข้อมูลที่ได้รับฟังมาทั้งหมดเสนอเข้าที่ประชุมเพื่อเร่งแก้ไขความเดือดร้อนของชาวบ้านต่อไป
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ คำเปรม
03/09/53

3 ความคิดเห็น:
กำนัน สกล คุณาพิทักษ์ กำนันตำบลสวนผึ้ง ที่เป็นผู้นำการเคลื่อนไหว คือผู้รับผลประโยชน์จาก การซื้อขาย ที่ดิน และเมื่อมีการชี้แนวเขต ในการทำเอกสารสำรวจพื้นที่
ชอบโวยวายเมื่อทหารหรือเจ้าทำหน้าที่ ดำเนินการกับผู้บุกรุก และทำลายป่า แต่ไม่เคยห้ามปรามผู้บุกรุก และผู้ทำลายป่า
อีกทั้งยังมีนิสัยก้าวร้าว ข่มขู่ผู้บังคับบัญชา ว่าจะย้ายผู้บังคับบัญชา
ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี หน่วยข่าวความมั่นคง ติดตาม ตรวจสอบพฤติกรรมของ กำนันตำบลสวนผึ้งคนนี้ด้วย ว่าได้ทำบัตรประชาชนให้กับเมียน้อยซึ่งเป็นคนต่างด้าวหรือไม่
ขอให้หน่วยข่าวความมั่นคง ติดตามดูพฤติกรรมของกำนันคนนี้ เพราะเป็นผู้หาผลประโยชน์จากคนต่างด้าว
โดยเฉพาะ มีข่าวที่เชื่อถือได้ว่า กำนันสกล คุณาพิทักษณ์ ได้ทำบัตรประชาชนให้กับคนต่างด้าว ลูกสะใภ้ และญาติทางเมียน้อย
แสดงความคิดเห็น