แก๊งต่างชาติบุกร้านคอมฯเชิดเงินสดและทองคํามูลค่านับแสนบาท
นางสาวสุจินดา โพธิ์เงิน อายุ 25 ปี เจ้าของร้าน ที.เอส. คอมพิวเตอร์ แอนด์แอ็คเวสโซรี่ ขายเครื่องและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ห้างสรรพสินค้าซันนี่ รอยัลพาร์ค ช็อปปิ้งมอลล์ เขตเทศบาลเมืองราชบุรี ได้ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวว่า ถูกแก๊ง 18 มงกุฎซึ่งเป็นชาวต่างชาติ ลักษณะเป็นแขกขาว รูปร่างอ้วน พาภรรยาซึ่งเป็นชาวต่างชาติหน้าตาดี โดยอุ้มลูกน้อยมาด้วย และพูดภาษาอังกฤษ ทําทีเข้ามาซื้อของภายในร้านราคา 120 บาท โดยให้ธนบัตรฉบับใบละ 1,000 บาท
เมื่อตนนำเงินทอนให้ แก๊งต่างชาติซึ่งเป็นผู้หญิงได้เรียกเด็กในร้านออกไปช่วยดูของที่หน้าร้าน ส่วนชายต่างชาติจากนั้นได้ใช้วิธีหลอกล่อขอแลกเงินเป็นธนบัตรใบ 1,000 และใบละ 500 บาท เป็นธนบัตรใบละ 100 บาท ช่วงจังหวะที่เจ้าของร้านกําลังนับเงินให้ปรากฏว่า แก๊งคนร้าย ได้พยายามพูดจาภาษาอังกฤษพร้อมกับสะกิดที่บริเวณแขน 2-3ครั้ง จนทําให้ตนเองรู้สึกงงและเมื่อหยิบเงินขึ้นมาทางแก๊งคนร้ายก็พยายามที่จะนำไปนับ 2-3 ครั้ง และเอื้อมมือมาหยิบเงินในกระเป๋าไปนับเอง แต่ก็คืนให้ ซึ่งขณะนั้นก็รู้สึกว่างง ไม่เข้าใจว่าจะให้ทำอะไรกันแน่
จากนั้นแก๊งคนร้ายก็ได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาให้ดูพร้อมกับบอกว่าจะนำไปซ่อมขอให้ช่วยพาไปที่ร้านซ่อมแต่ตอนนั้นรู้สึกว่าตนเองปวดหัว และมึนงง จึงปฎิเสธไป แต่แก๊งคนร้ายก้พยายามที่จะชวนไป และเมื่อเห้นว่าไม่ยอมไปด้วยแน่จึงได้เดินออกไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อตั้งสติได้ก็รีบนับเงินที่ทางแก๊งคนร้ายนับคืนมาให้ก้พบว่าเงินไป 45,000 บาท จากทั้งหมด 60,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่เตรียมไว้สำหรับจ่ายค่าเช่าร้านและค่าผ่อนรถยนต์ พร้อมกับสร้อยคอทองคํา 2 บาท 1 เส้น แหวนเพชร 1 วง และแหวนพลอยเขียว 2 วง มูลค่ากว่า 200,000 บาท ซึ่งบรรจุอยู่ในถุงเดียวกันหายไปด้วย จึงได้เรียกให้ทางเด็กที่ขายของภายในร้านช่วยออกไปดูก็ไม่เจอแก๊งคนร้ายแล้ว จึงได้แจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเพื่อข่วยติดตาม
จากนั้นได้นําภาพจากกล้องวงจรปิดที่ทางร้านได้บันทึกไว้แก๊งค์ดังกล่าวไว้ได้อย่างชัดเจน นําไปแจ้งความเพื่อติดตามมาดําเนินคดี และพบว่าการกระทำของแก๊งคนร้ายรายนี้น่าจะมีความชำนาญในการทำการลักทรัพย์ลักษณะนี้ เพราะในช่วงที่นับเงินแล้วส่งคืนให้กับทางเจ้าของเงินนั้นส่วนหนึ่งจะดึงไว้อีกมือหนึ่งใช้เวลารวดเร็วมากถ้าไม่สังเกตุจะไม่รู้เลยว่าเงินหายไป ซึ่งตนได้เข้าต้องเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ไพโรจน์ บุญยินดี ร้อยเวร สภ. เมืองราชบุรี แล้วพร้อมกับให้รางวัลผู้ที่ชี้เบาะแสของคนร้ายจนถุกนำไปสู่การจับกุมได้จำนวน 10,000 บาท
และขอให้ทางผู้ประกอบการร้านค้าหรือผู้ที่นำเงินสดติดตัวมากๆให้ระวังแก็งต่างชาติรายนี้ด้วย อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ เคยมีเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน ขณะที่นายสุนันท์ โอชะขจร ผู้สื่อข่าวช่อง 7 ประจําจังหวัดราชบุรี นําเงินไปฝากที่ธนาคารกรุงเทพฯ สาขาเขาวังราชบุรี และมีชาวต่างชาติเข้ามาทําทีมาขอนับเงินให้จากนั้นส่งกลับคืนแต่เงินไม่ครบหายไปกว่า 40,000 บาท มารู้อีกครั้งเมื่อแก๊งคนดังกล่าวหลบหนีไปแล้ว ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นแก็งเดียวด้วย
เมื่อตนนำเงินทอนให้ แก๊งต่างชาติซึ่งเป็นผู้หญิงได้เรียกเด็กในร้านออกไปช่วยดูของที่หน้าร้าน ส่วนชายต่างชาติจากนั้นได้ใช้วิธีหลอกล่อขอแลกเงินเป็นธนบัตรใบ 1,000 และใบละ 500 บาท เป็นธนบัตรใบละ 100 บาท ช่วงจังหวะที่เจ้าของร้านกําลังนับเงินให้ปรากฏว่า แก๊งคนร้าย ได้พยายามพูดจาภาษาอังกฤษพร้อมกับสะกิดที่บริเวณแขน 2-3ครั้ง จนทําให้ตนเองรู้สึกงงและเมื่อหยิบเงินขึ้นมาทางแก๊งคนร้ายก็พยายามที่จะนำไปนับ 2-3 ครั้ง และเอื้อมมือมาหยิบเงินในกระเป๋าไปนับเอง แต่ก็คืนให้ ซึ่งขณะนั้นก็รู้สึกว่างง ไม่เข้าใจว่าจะให้ทำอะไรกันแน่
จากนั้นแก๊งคนร้ายก็ได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาให้ดูพร้อมกับบอกว่าจะนำไปซ่อมขอให้ช่วยพาไปที่ร้านซ่อมแต่ตอนนั้นรู้สึกว่าตนเองปวดหัว และมึนงง จึงปฎิเสธไป แต่แก๊งคนร้ายก้พยายามที่จะชวนไป และเมื่อเห้นว่าไม่ยอมไปด้วยแน่จึงได้เดินออกไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อตั้งสติได้ก็รีบนับเงินที่ทางแก๊งคนร้ายนับคืนมาให้ก้พบว่าเงินไป 45,000 บาท จากทั้งหมด 60,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่เตรียมไว้สำหรับจ่ายค่าเช่าร้านและค่าผ่อนรถยนต์ พร้อมกับสร้อยคอทองคํา 2 บาท 1 เส้น แหวนเพชร 1 วง และแหวนพลอยเขียว 2 วง มูลค่ากว่า 200,000 บาท ซึ่งบรรจุอยู่ในถุงเดียวกันหายไปด้วย จึงได้เรียกให้ทางเด็กที่ขายของภายในร้านช่วยออกไปดูก็ไม่เจอแก๊งคนร้ายแล้ว จึงได้แจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเพื่อข่วยติดตาม
จากนั้นได้นําภาพจากกล้องวงจรปิดที่ทางร้านได้บันทึกไว้แก๊งค์ดังกล่าวไว้ได้อย่างชัดเจน นําไปแจ้งความเพื่อติดตามมาดําเนินคดี และพบว่าการกระทำของแก๊งคนร้ายรายนี้น่าจะมีความชำนาญในการทำการลักทรัพย์ลักษณะนี้ เพราะในช่วงที่นับเงินแล้วส่งคืนให้กับทางเจ้าของเงินนั้นส่วนหนึ่งจะดึงไว้อีกมือหนึ่งใช้เวลารวดเร็วมากถ้าไม่สังเกตุจะไม่รู้เลยว่าเงินหายไป ซึ่งตนได้เข้าต้องเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ไพโรจน์ บุญยินดี ร้อยเวร สภ. เมืองราชบุรี แล้วพร้อมกับให้รางวัลผู้ที่ชี้เบาะแสของคนร้ายจนถุกนำไปสู่การจับกุมได้จำนวน 10,000 บาท
และขอให้ทางผู้ประกอบการร้านค้าหรือผู้ที่นำเงินสดติดตัวมากๆให้ระวังแก็งต่างชาติรายนี้ด้วย อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ เคยมีเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน ขณะที่นายสุนันท์ โอชะขจร ผู้สื่อข่าวช่อง 7 ประจําจังหวัดราชบุรี นําเงินไปฝากที่ธนาคารกรุงเทพฯ สาขาเขาวังราชบุรี และมีชาวต่างชาติเข้ามาทําทีมาขอนับเงินให้จากนั้นส่งกลับคืนแต่เงินไม่ครบหายไปกว่า 40,000 บาท มารู้อีกครั้งเมื่อแก๊งคนดังกล่าวหลบหนีไปแล้ว ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นแก็งเดียวด้วย
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ คำเปรม
21/09/53

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น