วันอังคารที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ชาวบ้านร้องน้ำเน่าในคลองรางกระดี่


ชาวบ้านร้องน้ำเน่าในคลองรางกระดี่ กว่า 10 ปี หน่วยงานไม่จริงใจแก้ปัญหา

ชาวบ้านในต.บางป่า ต.พงสวาย ต.พิกุลทอง และต.โคกหม้อ อ.เมือง จ.ราชบุรี ได้พาผู้สื่อข่าวไปดูน้ำเน่าในคลองรางกระดี่ ตลอดคลอง และเชื่อมต่อไปยังคลองลัด ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำแม่กลอง ซึ่งพบว่าน้ำในคลองนั้นมีสีดำคล้ำ ที่บริเวณริมตลิ่งมีคราบสีดำติดอยู่ และมีกลิ่นเหม็น ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถใช้น้ำในคลองไปอุปโภค บริโภค รวมทั้งนำไปรดพืชผักก็ทำให้แห้งตาย ต้นแคระแกน ส่วนข้าวที่ปลูกไว้ก็ยืนต้นตายเพราะสูบน้ำขึ้นไปรด ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนถึง 4 ตำบล มากกว่า 20 หมู่บ้าน

ด้านพระครูนวกรรม วิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน หมู่ 4 ต.บางป่า อ.เมือง ซึ่งเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำเน่าในคลองรางกระดี่เพราะวัดต้องใช้น้ำในคลอง ก็กล่าวว่า ไม่ใช่แต่ชาวบ้านที่เดือดร้อนพระ เณรที่วัดก็แทบจะไม่มีน้ำอาบแล้ว เพราะน้ำในคลองนั้นมีสีดำและมีกลิ่นเหม็นมากว่า 2 เดือนแล้ว ที่ผ่านมาก็เป็นๆหายๆมากว่า 10 ปี แล้ว มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาดูบ้างเหมือนกัน แต่ก็แก้ปัญหาไม่ได้สักที จนชาวบ้านเขาเอือมระอากันหมดแล้ว ส่วนนายรังสรรค์ วายุพา อายุ 41 ปี อยุ่บ้านเลขที่ 64 หมู่ 1 ต.พิกุลทอง อ.เมือง ก็กล่าวว่า ชาวบ้านต้องใช้น้ำในคลองทำน้ำประปาหมู่บ้าน ใช้รดพืชผักในสวน แต่ขณะนี้น้ำก็ใช้ไม่ได้ เพราะพอนำไปรดแล้วต้นไม้ที่ปลูกไว้ก็แห้งตาย ส่วนมะพร้าวก็กลายพันธุ์กลายเป็นมะพร้าวแคระ ร้องเรียนไปแล้วทุกหน่วยงานก็ยังไม่มีใครช่วยได้เป็นอย่างนี้มากว่า 10 ปีแล้ว

ด้านนางสุมล ม่วงโพธิ์เงิน อายุ 41 ปี เป็นชาวจ.นครปฐม แต่มาเช่าที่ดินริมคลองรางกระดี่ จำนวน 100 ไร่ เพื่อทำนาเมื่อกว่า 8 ปี ที่ผ่านมา เพราะเห็นพื้นที่มันว่างเปล่ามานานและอยู่ใกล้แหล่งน้ำ จึงมาขอเช่า เจ้าของพื้นที่เดิมบอกว่า ตั้งแต่ทำมาเหลือแต่หนี้กับตอซังข้าว ซึ่งตอนนั้นก็ไม่เข้าใจว่าเป็นเพราะอะไร จนเมื่อมาเช่าทำเองจึงได้รู้ว่าเป็นเพราะน้ำในคลองมันเน่าซ้ำซาก มันเป็นๆหายๆมาตลอด เมื่อสูบน้ำเข้านาทำให้ต้นข้าวยืนต้นตายตอนนี้รู้แล้วว่าทำไมเจ้าของพื้นที่เดิมจึงเลิกทำนาและให้เช่าพื้นที่ราคาถูก เพราะตอนนี้ตนเองก็เหลือแต่หนี้กับตอซังเหมือนกัน ส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล้วก็กลับไปไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่รู้สาเหตุน้ำเน่านั้นมาจากไหน เพราะมีให้เห็นทั้งโรงงานอุตสาหกรรม และฟาร์มปศุสัตว์ ซึ่งจะมีการตรวจสอบกันจริงๆก็หาได้ไม่ยาก เว้นแต่ว่าจะไม่จริงใจแก้ปัญหาให้ชาวบ้านเท่านั้นเอง




ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ คำเปรม
10/08/53

ไม่มีความคิดเห็น: