สนง.จัดรูปที่ดิน จัดประชุมอนุกรรมการพิจารณาการอนุญาตให้เปลี่ยนการใช้ที่ดินเพื่อประโยชน์อย่างอื่นที่มิใช่เกษตรกรรมในเขตโครงการจัดรูปที่ดิน ครั้งที่ 2 /2553
เมื่อเวลา 9.30 น.ของวันที่ 26 สิงหาคม 2553 ที่ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดราชบุรี ได้มีการประชุมอนุกรรมการพิจารณาการอนุญาตให้เปลี่ยนการใช้ที่ดินเพื่อประโยชน์อย่างอื่นที่มิใช่เกษตรกรรมในเขตโครงการจัดรูปที่ดิน ครั้งที่ 2 / 2553 โดยในที่ประชุมมีการรับรองรายงานการประชุมครั้งที่ 1 / 2553 เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2553 การรายงานเรื่องสืบเนื่องจากการประชุมครั้งที่ผ่านมา การขออนุญาตเปลี่ยนการใช้ที่ดิน
เพื่อประโยชน์อย่างอื่นที่มิใช่เกษตรกรรม ตามมาตรา 45 เพื่อสร้างโรงงานผลิตเยื่อและกระดาษ ของนางสาว หยกแก้ว อุดหนุนธรรม และการเสนอเรื่องเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับ การขออนุญาตเปลี่ยนการใช้ที่ดิน เพื่อประโยชน์อย่างอื่นที่มิใช่เกษตรกรรม ตามมาตร 45 เพื่อสร้างร้านอาหาร และบ้านพักอาศัย ราย นางนุ่น พุ่มจันทร์ และการขออนุญาตเปลี่ยนการใช้ที่ดิน เพื่อประโยชน์อย่างอื่นที่มิใช่เกษตรกรรม ตามมาตรา 45 เพื่อสร้างสถานที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะพลับพลา
สำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดราชบุรี จึงได้จัดให้มีการประชุมอนุกรรมการพิจารณาการอนุญาตให้เปลี่ยนการใช้ที่ดินเพื่อประโยชน์อย่างอื่นที่มิใช่เกษตรกรรมในเขตโครงการจัดรูปที่ดิน เพื่อเป็นการชี้แจงกฎหมาย ระเบียบ ที่ใช้ประกอบการพิจารณา การเปลี่ยนการใช้ที่ดินเป็นอย่างอื่นที่มิใช่เกษตรกรรม ตามมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2517 ห้ามมิให้เจ้าของที่ดินหรือผู้ได้รับสิทธิในที่ดินในเขตโครงการจัดรูปที่ดิน ใช้ที่ดินนั้นเพื่อประโยชน์อย่างอื่นที่มิใช่เกษตรกรรม หรือทำการปลูกสร้างสิ่งใด ๆ หรือทำการใด ๆ แก่ที่ดินนั้นอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่การจัดรูปที่ดิน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัด
ในกรณีที่มีผู้ฝ่าฝืนความในวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัด มีอำนาจสั่งให้ผู้ฝ่าฝืนรื้อถอน ทำให้คืนสู่สภาพเดิม หรืองดเว้นการกระทำนั้นภายในระยะเวลาที่กำหนด ถ้าผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม ให้คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดดำเนินการรื้อถอน หรือทำให้คืนสู่สภาพเดิม โดยผู้ฝ่าฝืนจะเรียกร้องค่าเสียหายมิได้ และต้องเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน หรือทำให้คืนสู่สภาพเดิม
ภาพ/ข่าว คมปิยะ อิษฎานนท์
26/08/53

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น