วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

แห่ศพประท้วงจี้คดียิงผู้ใหญ่บ้านดับพร้อมเมีย ไม่คืบ


แห่ศพประท้วงจี้คดียิงผู้ใหญ่บ้านดับพร้อมเมีย ไม่คืบจากคดีที่มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบยิงนายวัฒน์ พัฒน์จันทร์หอม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.หนองกลางนา อ.เมือง จ.ราชบุรี และ นางสุวรรณ นุ่มดี ผู้เป็นภรรยาภรรยา เสียชีวิตทั้งคู่ที่บริเวณ หมู่ 8 ถนนสายหนองกลางนา-เขาแร้ง หลังกลับจากไปเวียนเทียนที่วัดเขาภูดิน ต.เขาแร้ง อ.เมือง โดยเหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 7 ก.ค.52 ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นได้ตั้งประเด็นการสังหารไว้ 3 ประเด็น คือเรื่องการเมืองท้องถิ่น ที่ผู้ใหญ่วัฒน์นั้นถูกวางตัวว่า จะให้เป็นกำนัน ต.หนองกลางนา ในการเลือกตั้งกำนัน โดยผู้ใหญ่บ้านจะเป็นคนเลือกขึ้นมาในวันที่ 13 ก.ค.52 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีประเด็น เรื่องการปฎิบัติหน้าที่ในช่วงที่เป็นผู้ใหญ่บ้าน ได้มีการร้องเรียนว่ามีผู้ค้ายาเสพติด อยู่ในหมู่บ้าน และเรื่องส่วนตัว ซึ่งหลังจากที่เกิดเหตุแล้วญาติๆของผู้ใหญ่รวมทั้งชาวบ้านในหมู่บ้านนั้นได้พยายามติดตามสอบถามถึงความคืบหน้าของคดี แต่ไม่ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยในวันนี้(14 ก.ค.52) เวลา 09.30 น. จึงได้รวมตัวกันกว่า 100 คน พร้อมทั้งนำศพของผู้ตายทั้งสอง แห่มาประท้วงที่สภ.เมือง เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับผู้ตายทั้งสองคน โดยนางขวัญยืน โชติช่วง อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 หมู่ 13 ต.ปากช่อง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นพี่สาวของผู้ตายทั้งสองคน กล่าวว่า ที่ต้องแห่โลงศพมาประท้วงที่โรงพัก เพราะเห็นว่าคดีนั้นยังไม่มีความคืบหน้าอะไร คนร้ายก็ยังเดินลอยนวลอยู่ในหมู่บ้าน ทั้งที่ทางญาติๆนั้นได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหมดแล้ว ว่า น่าจะเป็นเรื่องการเมืองท้องถิ่น และเรื่องที่ผู้ใหญ่นั้นได้ทำเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคนค้ายาเสพติด มาให้ทางตำรวจหลายครั้งแล้ว และเรื่องก็หายเงียบไป อีกทั้งผู้ใหญ่กับเมียก็ตายมาหลายวันแล้วก็ยังไม่สามารถที่จะจับใครมาลงโทษได้ จึงต้องแห่ศพมาร้องขอความเป็นธรรมในวันนี้ ด้าน พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ราชบุรี ได้มารับเรื่องขอความเป็นธรรมดังกล่าวพร้อมกับให้ความมั่นใจกับญาติๆและชาวบ้านที่มาว่าจะเร่งรัดในการสืบสวนหามือปืนที่ยิงผู้ใหญ่วัฒน์กับภรรยามาลงโทษให้เร็วที่สุด โดยขอให้ผู้ที่มีข้อมูล หรือพอจะทราบเบาะแสคนร้ายให้มาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อที่จะได้รวบรวมหลักฐานในการที่จะหาตัวผู้กระทำผิดได้ พร้อมทั้งขอให้นำศพกลับไปทำพิธีทางศาสนาที่วัดต่อไป โดยขอให้ญาติได้ตั้งตัวแทน 4 คนมาคอยติดตามผลความคืบหน้าของคดีด้วย
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ 14-07-52
อ่านต่อ >>

ผู้การเมืองโอ่งเยี่ยมตำรวจที่ถูกยิง


ผู้การเมืองโอ่งเยี่ยมตำรวจที่ถูกยิง พล.ต.ต. ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี พ.ต.อ.สมเกียรติ แสงสินสร รองผู้บังคับการฯ พร้อมด้วยนายสมภูมิ ไวคกุล นายกเทศบาลตำบลเขางู เข้าเยี่ยมอาการของ จ.ส.ต.มนัส มากสกุล อายุ 37 ปี หัวหน้าสายตรวจตู้ยามเขางู หลังจากถูกคนร้าย 2 คน ใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่บริเวณแขนขวา 1 นัด ได้รับบาดเจ็บกระดูกแตก ตัดเส้นเลือดใหญ่ กระสุนฝังใน นอนพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องพิเศษ 316 ตึกเฉลิมพระเกียรติ มหากาญจนภิเษกโรงพยาบาลราชบุรี
สืบเนื่องจากเมื่อตอนตี 1 ( 01.00 ) ของวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา จ.ส.ต.มนัส พร้อมตำรวจสายตรวจอีก 1 นาย ขับรถจักรยานยนต์ออกตรวจตามหมู่บ้านยามค่ำคืน บริเวณหมู่ที่ 4 ตำบลเกาะพลับพลา อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี พบวัยรุ่น 2 คน ขับรถจักรยานยนต์ไม่ปิดแผนป้ายทะเบียน มีท่าทางพิรุดจึงเรียกให้จอดเพื่อตรวจค้น แต่วัยรุ่นที่นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาใช้อาวุธปืนยิง ถูกแขน จ.ส.ต.มนัสได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต. ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี ได้สั่งการให้ตำรวจออกติดตามจับกุมวัยรุ่นกลุ่มนี้แล้ว เพราะถือว่าเป็นคดีอุกอาจยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งวันนี้ได้มาเข้าเยี่ยมพร้อมมอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
ภาพ/ข่าว ประทีป 14-07-52
อ่านต่อ >>

จังหวัดราชบุรีประชุมการจัดการแข่งขันตะกร้อระดับสโมสรนานาชาติครั้งที่ 4


จังหวัดราชบุรีประชุมการจัดการแข่งขันตะกร้อระดับสโมสรนานาชาติครั้งที่ 4 เพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรมด้านกีฬาของชาติ สนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัดราชบุรี ที่ห้องประชุมหลวงยกกระบัตร ศาลากลางจังหวัดราชบุรี นายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานการประชุมการจัดการแข่งขันตะกร้อระดับสโมสรนานาชาติครั้งที่ 4 มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง
เนื่องจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับบริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด จะดำเนินการจัดการแข่งขันตะกร้อระดับสโมสรนานาชาติครั้งที่ 4 เนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปี กฟผ. ได้มีหนังสือขอรับการสนับสนุนจากสมาคมตะกร้อแห่งประเทศไทย ในการเชิญทีมจากต่างประเทศมาร่วมแข่งขันที่จังหวัดราชบุรี โดยใช้ชื่อการแข่งขันว่า “4th Asian Sepaktakraw Invitation EGAT-Tirathai-ratchaburi Tour 2009” ซึ่งจะมีทีมจากต่างประเทศในเอเชียประมาณ 11 ประเทศ เดินทางมาแข่งขันที่ประเทศไทย ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรมด้านกีฬาของชาติ สนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัดราชบุรี พัฒนานักกีฬาเซปักตะกร้อระดับสโมสรในประเทศไทย และเพื่อสร้างความสามัคคีของนักกีฬาในภูมิภาคเอเชีย การจัดการแข่งขันตะกร้อนานาชาติซึ่งกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 19-22 สิงหาคม 2552 ณ จังหวัดราชบุรี ดังนั้น จึงขอเชิญชวนชาวจังหวัดราชบุรี ได้ร่วมในการเป็นเจ้าภาพและชมการแข่งขันกีฬา ในระดับประเทศซึ่งเป็นใจการสำคัญในการส่งเสริมภาพพจน์ของจังหวัดราชบุรี ทั้งการท่องเที่ยวและการเป็นเจ้าของบ้านที่ดี โดยมีนักท่องเที่ยวในเอเชียมาเยือนราชบุรีโดยใช้กีฬาเป็นสื่อกลาง
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ 14-07-52
อ่านต่อ >>

พบศพนอนเสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ


พบศพนอนเสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ
เมื่อเวลา 23.15 น. พ.ต.ท.เกียรติพงษ์ ดำรงชัยวงศ์ ร้อยเวร สภ.เมืองราชบุรี ได้รับแจ้งว่าพบคนเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยมูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์และแพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรีร่วมชันสูตรพลิกศพ ในที่เกิดเหตุพบศพนายละเอียด เที่ยงเทศ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/2 หมู่ 7 ตำบลพงสวาย อ.เมืองราชบุรี สถาพศพนอนตะแคงไม่สวมเสื้อ ใส่กางเกงขาสั้นสีน้ำเงินตามร่างกายไม่พบร่องรอยบาดแผลใดๆ คาดเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 2 วัน
จากสอบถามนางวัฒนา เที่ยงเทศ ภรรยาผู้ตายทราบว่า ผู้ตายมีอาชีพรับจ้างทั่วไป ชอบดื่มสุราเป็นประจำ ประกอบกับมีโรคประจำตัวด้วย ซึ่งภรรยาผู้ตายยังกล่าวอีกว่าเมื่อช่วง 2 – 3 วันที่ผ่านมาตนกับลูกไม่อยู่บ้านเนื่องจากตนและลูกไปทำบุญที่บ้านญาติ 2 วัน เหลือแต่เพียงผู้ตายอยู่บ้านคนเดียวพอตนกับมาได้เรียกผู้ตายแต่กลับไม่มีเสี่ยงตอบรับตนจึงเดินเข้าไปในห้องเปิดมุ้งดูก็พบว่านายละเอียด เสียชีวิตแล้ว ตนจึงแจ้งเจ้าที่ให้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานสาเหตุว่า ผู้ตายชอบดื่มสุรากับเพื่อนจนดึก ประกอบกับผู้ตายมีโรคประจำตัวอาจเกิดอาการช็อค อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะนำศพไปผ่าชันสูตรอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุการตายต่อไป
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ 14-07-52
อ่านต่อ >>

ตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี แถลงข่าวการกวาดล้างอาชญากรรม


ตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี แถลงข่าวการกวาดล้างอาชญากรรมประจำเดือนมิถุนายน 2552 เพื่อป้องกันปราบปรามกลุ่มมิจฉาชีพที่มีพฤติกรรมในการก่อคดีต่างๆ ในพื้นที่ราชบุรีที่ห้องประชุม สภ.อ. เมืองราชบุรี พลตำรวจตรีชาญเทพ เสสะเวช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนจังหวัดราชบุรีว่าตามที่ พลตำรวจโทถวิล สุรเชษฐ์พงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 7 ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรีดำเนินการจับกุมอาวุธปืน อาวุธสงคราม และวัตถุระเบิด และเร่งรัดการติดตามจับกุมผู้ต้องหาซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนีหมายจับทั้งนี้เพื่อป้องกันปราบปรามกลุ่มมิจฉาชีพมีพฤติกรรมในการก่อคดีในพื้นที่โดยนับวันจะมีการกระทำที่อุจอาจและรุ่นแรงมากขึ้นอีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชนให้ได้รับความคุ้มครองด้วย รวมทั้งเร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อคดีและได้ถูกศาลออกหมายจับไว้แล้วให้เข้ามาต่อสู้ในกระบวนการชั้นศาล
ดังนั้นจังหวัดราชบุรีจึงได้ดำเนินการกวาดล้างอาชญากรรมประจำเดือนมิถุนายน2552 จนได้ผลการจับกุมอาวุธสงครามและวัตถุระเบิดได้ 4 ราย
จับกุมอาวุธปืนและกระสุนปืนได้รวม 73 ราย จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่าได้จำนวน 218 ราย เพื่อป้องกันปราบปรามกลุ่มมิจฉาชีพที่มีพฤติกรรมในการก่อคดีต่างๆ ในพื้นที่ราชบุรี โดยมักจะใช้อาวุธปืน ฯ ร่วมในการก่อคดี และเพิ่มพูนความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนพร้อมกับติดตามจับกลุ่มผู้ต้องหาที่ได้ก่อคดีและได้ถูกศาลออกหมายจับ ให้มาเข้าต่อสู่ในกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้เกิดความถูกต้องและเกิดความยุติธรรมในทางคดีกับกลุ่มผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ 14-07-52
อ่านต่อ >>

ยายวัย 82 ปี วอนลูกอยากพบลูกทั้ง 7 หลังจากกันนานหลายปีแล้ว


ยายวัย 82 ปี วอนลูกอยากพบลูกทั้ง 7 หลังจากกันนานหลายปีแล้วผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายเผด็จ ธีระมิตร อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93/1 หมู่ 4 ต.บ้านสิงห์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ว่าได้รับเลี้ยงคุณยายวัย 82 ปี ไว้และขณะนี้คุณยายคนดังกล่าวก็เกิดอาการป่วยเดินไม่ได้ และร้องอยากพบลูกทั้ง 7 คนที่ไม่ได้พบกันมานานแล้ว ก่อนที่ตนเองนั้นจะไม่มีลมหายใจ ซึ่งหลังจากได้รับแจ้ง ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปยังบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งอยุ่ริมถนนสายบ้านเรือก-โพธาราม ก็พบกับนายเผด็จ ก็ได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อประมาณต้นเดือน มิถุนายน ที่ผ่านมา ตนได้รับการขอร้องจากพระใบฎีกา สมวงศ์ อติพโล เจ้าอาวาสวัดบางกระ ต.บางกระ อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นญาติๆกันว่าขอให้ช่วยนำคุณยายบุญรอด พุ่มไพศาล อายุ 82 ปี อยู่บ้านเลขที่ตามบัตรประชาชน 71/1 ซอยอ่อนนุช 17 เขตสวนหลวง กทม. ซึ่งมาบวชที่วัดนานแล้วไปดูแล เนื่องจากคุณยายนั้นเดินไม่ได้ และทางวัดก็ไม่มีใครดูแล จึงได้ไปรับมาดูแลโดยทางเจ้าอาวาสวัดบางกระก็คอยส่งเสียเงินทองให้ ซึ่งหลังจากที่ตนนำคุณยายบุญรอดมาดูแล ก็พบว่าทุกวันคุณยายจะพูดถึงลูกทั้ง 7 คน ซึ่งเป็นชาย 3 คนและหญิง 4 คน ว่าอยากจะพบลูกมาก และเมื่อใครในบ้านทำอะไรให้ไม่ถูกใจก็ตะด่าทอด้วยคำหยาบคาย ทำให้ตนกับภรรยาคือนางบรรจง รุ่งฉาย ต้องทนให้คุณยายด่าทุกวัน เพราะเชื่อว่าที่คุณยายต้องระบายออกมาเป็นคำพูดหบายคายเพราะความเครียดที่ต้องทนคิดถึงลูกๆ ซึ่งตอนนี้ไม่รู้ว่าใครไปอยู่ที่ไหนบ้าง แม้ว่าล่าสุดนั้นจะมีลูกสาวของคุณยายคนหนึ่งติดต่อผ่านมาเจ้าอาวาสวัดบางกระที่เคยดูแลคุณยายอยู่และส่งเงินมาให้ใช้บ้าง แต่มาในระยะหลังก็หายไปและลูกทุกคนของยายก็ไม่เคยมาหาหรือโทรศัพท์มาถามไถ่ถึงสารทุกข์สุกดิบของคุณยายเลย จึงอยากฝากให้ลูกๆของคุณยายบุญรอดนั้นมาดูแลคุณยายในช่วงเวลาอันน้อยนิดในช่วงที่คุณยายยังมีอยู่ในตอนนี้ ด้านคุณยายบุญรอด ก็ได้เล่าให้ฟังว่า ตนแต่งงานกับนายฉัตร พุ่มไพศาล ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ไฟฟ้าอยุ่ที่โรงไฟฟ้าสามเสนในกรุงเทพฯ โดยมีลูก 7 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 4 คน และเมื่อหลายปีก่อนสามีได้เสียชีวิตไป ตนซึ่งไม่มีอาชีพอะไรนอกจากเป็นแม่บ้านในช่วงที่สามียังมีชีวิตอยู่ก็ลำบาก จึงได้เริ่มขายบ้านและจะไปขออาศัยอยู่กับลูกๆ แต่ทุกคนก็อ้างว่ามีภาระ ตนจึงตัดสินใจมาถือศีลที่วัดบางกระ ซึ่งเคยมาทำบุญที่วัดนี้หลายครั้ง และขณะนี้ตนก็อายุมากร่างกายไม่แข็งแรง แถมยังเดินไม่ได้เพราะหกล้ม จึงต้องเป็นภาระให้กับนายเผด็จและครอบครัว ต้องหาข้าวหาน้ำมาให้กินพอประทังชีวิต ส่วนลูกๆก็ไม่มีใครมาหาหรือติดต่อมาเลยนานมากแล้ว ตนคิดถึงลูกๆทุกวันแต่ไม่รู้ว่าจะไปหาได้อย่างไรเพราะลำพังตัวเองก็ยังเดินไม่ได้ต้องเป็นภาระของคนอื่น และก็ไม่รู้ว่าจะไปหาที่ไหนและถ้าไปหาลูกแล้วจะมีใครจำหน้าแม่คนนี้ได้หรือเปล่า ซึ่งถ้าลูกๆคนไหนที่คิดถึงแม่ก็สามารถติดต่อมาได้ที่เบอร์ 032-356769 หรือ 081-1983379
ภาพ/ข่าว ประทีป 13-07-52
อ่านต่อ >>

ชาวบ้านช่วยวัวตกท่อ


ชาวบ้าน ต.พงสวาย ช่วยวัวตกท่อกว่าจะช่วยได้ต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงนายไกรสร หนุนภักดี ผอ.กองช่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ได้รับแจ้งขอสนับสนุนให้นำรถเครนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดออกไปช่วยวัวตกท่อ เหตุเกิดที่หลังร้านอาหารลุงจุก ม.8 ต.พงสวาย อ.เมืองราชบุรี หลังรับแจ้งจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่นำรถเครนออกไปช่วยเหลือวัวตัวดังกล่าว ที่เกิดเหตุนั้นเป็นอาคารรกร้างมีหญ้าปกคลุมหนาทึบ ภายในอาคารที่ปูด้วยแผ่นปูนแต่มีอยู่ช่วงหนึ่งไม่มีแผ่นปูนปิดจึงเปิดเป็นช่องขนาดใหญ่ ที่ช่องดังกล่าวพบวัวพันธ์บามัญ เพศผู้สีน้ำตาลอ่อน อายุประมาณ 2-3 ปี ตกอยู่ที่ร่องดังกล่าวโดยขาหลังจนถึงช่วงท้องตกลงไปโดยมีลำตัวติดคาอยู่ด้านบน ซึ่งก่อนหน้านั้นชาวบ้านได้ช่วยกันนำวัวขึ้นมาแต่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ ซึ่งวัวตัวดังกล่าวนั้นติดอยู่นานเป็นวันๆแล้ว ทางชาวบ้านจึงกลัววัวจะเสียชีวิตจึงโทรแจ้งไปที่ อบจ.ให้นำรถเครนมาช่วยดังกล่าว หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ของ อบจ.จึงได้นำเอาเชือกขนาดใหญ่มาคล้องผูกติดกับวัวบริเวณใต้ท้องจากนั้นได้ใช้รถเครนยกวัวขึ้นแต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากก่อนหน้านี้ฝนได้ตกลงมาอย่างหนักทำให้ดินในบริเวณนั้นนิ่ม ซึ่งกว่าจะช่วยวัวได้ก็ใช้เวลานานหลายชั่วโมง ซึ่งพอช่วยวัวได้วัวตัวดังกล่าวไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย ส่วนรถเครนที่มาช่วยนั้นหลังจากช่วยวัวเสร็จรถกลับไม่สามารถขับออกได้เนื่องจากดินในบริเวณนั้นนิ่มทางคนขับได้ใช้ความสาสารถแต่ก็ไม่เป็นผลจึงต้องทิ้งรถไว้ในป่ารอจนเช้าจึงนำรถขับเคลื่อน 4 ล้อเข้ามาลากออกได้เป็นผลสำเร็จ
ภาพ/ข่าว ประทีป 13-07-52
อ่านต่อ >>

ทีมสโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ อาศัยเกมส์รุกช่วงท้ายเกมส์ ทำประตู ตีเสมอ เจ้าบ้าน ทีมสโมสรฟุตบอลราชบุรี ด้วยสกอร์ 2 – 2


การแข่งขันฟุตบอลลีกดิวิชั่น 2 ลีกภูมิภาค 2009 ในเรสที่ 2 เพื่อคัดเป็นตัวแทนภาค เข้าสู่ลีก ดิวิชั่น 1 ลีกที่รองมาจาก ไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก ลีกสูงสุดของการแข่งขัน เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2552 ที่สนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี ได้มีการแข่งขันฟุตบอลลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 เป็นการแข่งขันในเรสที่ 2 ระหว่างทีมสโมสรฟุตบอลราชบุรี ชุดสีเขียว กับทีม สโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ ชุดสีฟ้า เป็นการแข่งขันของทีมในภาคกลาง และตะวันออก มีทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 12 จังหวัด โดยจะทำการแข่งขันเอาที่ 1 ของแต่ละภาค ซึ่งมีอยู่ 5 ภาค แล้วคัดให้เหลือเพียงจำนวน 3 ทีมในการเป็นตัวแทนเข้าสู่การแข่งขันฟุตบอล ลีกดิวิชั่น 1 ลีกที่รองมาจาก ไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก ลีกสูงสุดของการแข่งขัน และในปีนี้ทีมสโมสรฟุตบอลราชบุรี ได้ประสานกับนายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ในการยื่นเรื่องจดทะเบียน นิติบุคคล จากฟุตบอลมือสมัครเล่นเป็นมืออาชีพ มีกำนันเรืองศักดิ์ เลขวัฒนโรจน์ เป็นประธานทีมสโมสรฟุตบอลราชบุรี
ซึ่งผลการแข่งขันปรากฏว่า ในครึ่งแรกทีมเจ้าบ้าน สโมสรฟุตบอลราชบุรี ทำประตูขึ้นนำทีมสโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ 2 – 0 แต่ในครึ่งเวลาหลังก่อนหมดเวลา ทีมสโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ ก็สามารถทำประตูตีเสมอ ทีมสโมสรฟุตบอลราชบุรี ได้ถึง 2 ประตูติดต่อกัน ทำให้ทั้ง 2 ทีมเสมอกันไปที่สกอร์ 2 – 2 และในวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2552 ทีมสโมสรฟุตบอลราชบุรี จะเป็นเจ้าบ้านรับการมาเยือน ของทีมสโมสรฟุตบอลฉะเชิงเทรา ที่สนามเทศบาลตำบลปากท่อ เวลา 16.00 น.


ภาพ/ข่าว คมปิยะ 14 – 7 - 52
อ่านต่อ >>

การประชุมเชิงปฎิบัติการ การจัดทำแผนการบริหารจัดการ และพัฒนาลุ่มน้ำแบบบูรณาการ ลุ่มน้ำแม่กลอง


การประชุมเชิงปฎิบัติการ การจัดทำแผนการบริหารจัดการ และพัฒนาลุ่มน้ำแบบบูรณาการ ลุ่มน้ำแม่กลอง เพื่อเสริมสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย
และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับพื้นที่ ที่โรงแรมเวสเทิร์นแกรน์ นายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานการประชุมเชิงปฎิบัติการ การจัดทำแผนการบริหารจัดการ และพัฒนาลุ่มน้ำแบบบูรณาการ ลุ่มน้ำแม่กลอง โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายลุ่มน้ำแม่กลอง เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรมทรัพยากรน้ำ คณะกรรมการลุ่มน้ำ คณะทำงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาชนในการสนับสนุนกลไกการบูรณาการแผนสู่การปฎิบัติ เพื่อพัฒนาศักยภาพ และบทบาทของเครือข่ายองค์การลุ่มน้ำในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น อันเป็นการสนับสนุนการจัดทำแผนปฎิบัติการ เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับพื้นที่ ซึ่งลุ่มน้ำแม่กลอง เป็นลุ่มน้ำที่ 14 ใน 25 ลุ่มน้ำหลักของประเทศไทยที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ สำหรับหล่อเลี้ยงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้มีความสงบสุข เพราะนอกจากจะใช้น้ำ เพื่อการอุปโภค บริโภค แล้ว ยังใช้น้ำในการคมนาคม การเกษตร และการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอีกด้วย
ดังนั้น การจัดการแหล่งต้นน้ำลำธาร การใช้ประโยชน์ การดูแลรักษาทรัพยากร
ธรรมชาติ จึงควรใช้การมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำ ผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย และภาคราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการร่วมกันดูแลแหล่งต้นน้ำลำธาร ให้เกิดการใช้น้ำอย่างคุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด
ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมการประชุม ครั้งนี้ประกอบด้วย ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง ได้แก่คณะกรรมการลุ่มน้ำแม่กลอง คณะทำงานลุ่มน้ำแม่กลองระดับจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม หน่วยงานราชการ / รัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง / เครือข่ายกลุ่มผู้ใช้น้ำในจังหวัด โดยมี ด.ร. กิติชัย รัตนะ วิทยากรจากมหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร์ และคณะ มาบรรยายหัวข้อในโครงการ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับผู้ที่เข้าร่วมการประชุม
ภาพ/ข่าว คมปิยะ 14 – 7 - 52
อ่านต่อ >>