วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

จับแล้วมือยิงถล่มบ้านนายกเล็กเมืองโพธาราม


จับแล้วมือยิงถล่มบ้านนายกเล็กเมืองโพธาราม จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มบ้านห้องแถวเลขที่ 11,13,15,17,19,21 บริเวณถนนขนานทางรถไฟ ต.โพธาราม ซึ่งเป็นบ้านของนายวารี จันเกษม นายกเทศมนตรีเมืองโพธาราม จ.ราชบุรี กว่า 30 นัด ทำให้หลานชายนายวารีได้รับบาดเจ็บและบ้านได้รับความเสียหาย โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 00.05 น.วันที่ 21 ก.ค.2552 หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.โพธาราม ได้เร่งติดตามตัวคนร้ายเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์กลางเมืองและประชาชนให้ความสนใจจำนวนมาก ล่าสุดวันนี้ ( 24 ก.ค.2552 ) เวลา 13.30 น.พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ราชบุรี พร้อมด้วยพ.ต.อ.สมเกียรติ แสงสินศร รองผบก.ภ.จว.ราชบุรี พ.ต.อ.ศิรเมศ พันธุ์มณี รองผบก.ภ.จว.ราชบุรี พ.ต.อ.ธนู ฮวบประเสริฐ ผกก.สภ.โพธาราม ชุดสืบสวนสอบสวน สภ.โพธาราม และชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.ราชบุรี ได้นำตัวนายนิพนธ์หรือโน้ต ทองเกลี้ยง อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/2 หมุ่ 5 ต.นางแก้ว อ.โพธาราม นายพรชัยหรืออ้วน พันท้าว อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108 หมู่ 2 ต.สร้อยฟ้า อ.โพธาราม และนายสุเมธาหรือต้าร์ โชติอธิพงษ์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72 หมู่ 3 ต.สร้อยฟ้า จ.ราชบุรี พร้อมด้วยอาวุธปืนสงครามกลมือ 86 เอ็ม 3 ขนาด .45 หมายเลขยูเอส 076171 จำนวน 1 กระบอก รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน ขลพ 554 ราชบุรี และรถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ สีแดง-ขาว หมายเลขทะเบียน ขนน 496 ราชบุรี รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีขาว เลขทะเบียนป้ายแดง ค-4496 กรุงเทพฯ มาแถลงข่าวหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบทราบว่าทั้งสามคนนั้นได้ร่วมกันใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใสบ้านนายวารี จันเกษม นายกเทศมนตรีเมืองโพธาราม และรวบรวมพยานหลักฐานเข้าจับกุมทั้ง 3 ได้ และมีเพียงนายพรชัยและนายนิพนธ์ที่ให้การรับสารภาพว่า ขณะเกิดเหตุนายสุเมธาฯ พร้อมกับเพื่อนทั้งสองคนเป็นเพื่อนกับลูกชายของนักการเมืองคนหนึ่งในพื้นที่ และไม่พอใจนายวารี ตั้งแต่เรื่องการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองโพธารามที่ผ่านมา และมีเรื่องส่วนตัวหลายเรื่องระหว่างนายวารีกับกลุ่มคนร้ายประกอบกับในช่วงวันที่ 20 ก.ค.52 ที่ผ่านมา นายวารีก็ไปช่วยนางปารีณา ซึ่งกำลังทะเลาะกับนายสวัสดิ์ จังพาณิชย์ ซึ่งเป็นลุงของนางปารีณาในเรื่องป้ายของนายทวีที่ติดหน้าเมรุเผาศพ จนถึงขั้นมีการแจ้งความจับกัน และคืนก่อนที่จะเกิดเหตุกลุ่มของมือปืนได้เข้าไปนั่งดื่มเหล้าที่ร้านแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเทืองโพธาราม และถุกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจค้นอาวุธปืนโดยอ้างว่ามีใบสั่งมาให้ค้นแต่ไม่พบอาวุธปืนแต่อย่างใด จึงเกิดความโกรธแค้น จึงได้โทรศัพท์ให้เพื่อนนำปืนที่ยึดมาได้ นั่งซ้อนท้ายกันไปจำนวน 2 คัน เพื่อที่จะไปที่หน้าบ้านนายวารี นายเมธาซึ่งเป็นผู้ที่ซ้อนท้ายรถ จยย.ยามาฮ่า ฟีโน่ สีแดง ดำ ทะเบียน ขลพ 554 ราชบุรีโดยมีนายพรชัยเป็นผู้ขับขี่ ส่วนนายนิพนธ์ได้ขับรถจยย.ยามาฮ่า มีโอทะเบียน ขนน 496 ราชบุรี ไปดูลาดเลา จากนั้นเมื่อถึงหน้าบ้านนายวารี นายสุเมธาได้ใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงถล่มไปที่บ้านของนายวารีกว่า 30 นัด จากนั้นก็พากันหลบหนีไป กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนจนขอหมายจับและจับกุมตัวทั้งสามได้ดังกล่าว หลังจากแถลงข่าวแล้วได้นำผู้ต้องหาที่ให้การรับสารภาพคือนายนิพนธ์และนายพรชัยไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพท่ามกลางประชาชนที่มาเฝ้ารอดูการทำแผนในครั้งนี้นับพันคน เบื้องต้นนายเมธาหรือต้าร์ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นมีหลักฐานในการที่จะมัดตัวผู้ต้องหาทั้งสามคนได้ อย่างไรก็ดี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สืบสวนสอบสวนหาผู้บงการเพื่อนำมาดำเนินคดีต่อไป ภาพ/ข่าว ประทีป

ไม่มีความคิดเห็น: