วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

กอ.รมน.จ.ราชบุรี ลุยจับนายทุนรุกป่ากว่า 500 ไร่


กองรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดราชบุรีนำเจ้าหน้าที่ ลุยจับนายทุนรุกป่ากว่า 500 ไร่ในวันนี้(3 ก.ค.52) เวลา 09.00 น. พ.อ.กสิน จ้อยประดิษฐ์ รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.ราชบุรี ได้รับคำสั่งจากนายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ให้ไปประสานกับเจ้าหน้าที่สำนักทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 เจ้าหน้าที่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองบังคับการการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนจัดการที่ดิน และเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ปากท่อ ให้นำกำลังเข้าไปตรวจสอบและจับกุมกลุ่มนายทุนที่แอบเข้าไปลักลอบแผ้วถางป่า ที่บริเวณบ้านห้วยต้นห้าง หมู่ 6 ต.อ่างหิน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่าพื้นที่ที่ถูกแผ้วถางไปนั้นอยู่กลางหุบเขาในป่าลึก ไม่มีเอกสารสิทธิ์ใดๆ
ซึ่งจากการเข้าไปตรวจสอบพบว่าพื้นที่ป่านั้นอยู่ห่างจากแหล่งชุมชนกว่า 5 กม. เป็นเขตพื้นที่รอยต่อระหว่างบ้านห้วยต้นห้าง หมู่ 6 อ.ปากท่อกับบ้านหนองแก หมู่ 8 ต.รางบัว อ.จอมบึง มีพื้นที่เป็นภูเขาจำนวน 4 ลูก ถูกแผ้วถางไปแล้วกว่า 500 ไร่ มีร่องรอยของการตัดไม้ใหญ่ซึ่งเป็นไม้หวงห้าม ทั้งไม้ประดู่ ไม้แดง และไม้เต็ง จนทำให้ภูเขานั้นเตียนโล่ง พร้อมทั้งมีร่องรอยเผาเศษไม้ โดยไฟนั้นยังคงลุกไหม้อยู่คล้ายกับเพิ่งจะถูกเผาก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปถึง
นอกจากนี้ยังมีร่องรอยของการใช้เครื่องมือหนัก ทั้งรถแบคโฮและรถแทรกเตอร์เข้าไปช่วยถางป่า แต่ไม่พบรถดังกล่าว และไม่พบผู้กระทำผิดแต่อย่างใด จึงทำได้เพียงยึดพื้นที่ดังกล่าวพร้อมทั้งทำรายงานบันทึกการจับกุมพื้นที่ทั้งหมด เพื่อเสนอให้ทางป่าไม้ได้ดำเนินการปลูกป่าทดแทน ซึ่งการสำรวจพื้นที่นั้นทราบว่าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี และทางป่าไม้กำลังจะทำเรื่องเสนอให้พื้นที่ดังกล่าวนั้นอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติไทยประจันต์ เพราะพื้นที่ป่านั้นยังอุดมสมบูรณ์ แต่ก็มาถูกบุกรุกแผ้วถางเสียก่อน ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่นั้นยืนยันว่า กลุ่มนายทุนที่เข้ามารุกป่าแห่งนี้เป็นกลุ่มนายทุนที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ที่ไม่สามารถหาซื้อที่ดินในเขตพื้นที่อำเภอสวนผึ้ง เพื่อทำการปลูกยางพาราได้เพราะในเขตพื้นที่อำเภอสวนผึ้งนั้น มีพื้นที่ที่ถูกกลุ่มนายทุนเข้าไปบุกรุกไปแล้วหลายหมื่นไร่ และเมื่อทำการจับกุมก็ไม่สามารถเข้าถึงตัวของกลุ่มนายทุนได้ จับได้เพียงแค่ชาวบ้านที่เข้ามารับจ้างถางป่าให้เท่านั้น จนทำให้ทางกรมการทหารช่างซึ่งดูแลพื้นที่ในเขตอำเภอสวนผึ้ง ต้องเสนอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) รับเป็นคดีพิเศษ จึงทำให้กลุ่มนายทุน ต้องหันมารุกป่าในเขตพื้นที่อำเภอปากท่อแทน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทำการตรวจสอบว่าเป็นนักการเมืองกลุ่มใดที่เข้ามาหาประโยชน์จากสมบัติของชาติต่อไป
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ 03-07-52

ไม่มีความคิดเห็น: