หัวขโมยหน้ามืด ขับรถพุ่งชนด่านตำรวจหลบหนีไม่คิดชีวิต ทิ้งรถวิ่งเข้าป่าอ้อย กบดานเงียบกว่าชั่วโมง ที่สุดทนแรงกดดันตำรวจไม่ไหวโผล่มอบตัว พบก่อคดีงัดแงะทั่วเมือง
จากเหตุการณ์ที่ นายสุภาพ ฮะเหลี่ยว อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 27/7 หมู่5 ตำบลยางม่วง อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี แอบปีนเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินที่บ้านเลขที่177/112 หมู่บ้านครัวราชพงศ์ หมู่ 3 ตำบลโคกหม้อ อำเภอเมือง แล้วใช้อาวุธปืนจี้นางปารมณ์ ขจีจิตรซึ่งป่วยเป็นอัมพาตขึ้นรถเข็นและยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อเปิดทางหนีโดยโดดขึ้นรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจขับหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเวลา 13.40 น.ของวันที่ 3 พฤศจิกายน 2551 เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์วิทยุ สถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี ได้วิทยุตั้งจุดสกัดจับไปตาม สถานีตำรวจภูธรต่างๆ จนในที่สุดทราบว่าคนร้ายขับรถคันดังกล่าวผ่านเส้นทาง อ.บ้านโป่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดไล่ล่าจึงขับรถติดตามไปพร้อมประสานขอกำลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรลูกแก อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ให้ช่วยกันสกัดจับ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรลูกแก นำรถ จักรยานยนต์ออกมาขวางทางคนร้ายที่บริเวณ ม.9 ต.ยางม่วง อ.ท่ามะกา แต่คนร้ายขับรถพุ่งชนจนพังเสียหาย ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่แต่กระสุนพลาดเป้าหมาย จากนั้นได้วิ่งหลบหนีไปในบ้านเลขที่ 24/2 ซึ่งเป็นบ้านของนางเล็ก พัดสวน อายุ 37 ปี มีศักดิ์เป็นพี่ภรรยาเก่าของผู้ต้องหาพร้อมใช้อาวุธปืนจี้นางเล็กเป็นตัวประกัน ต่อมานายชาญ พัดสวน พ่อของนางเล็กได้เข้าช่วยเหลือจนรอดออกมาได้ คนร้ายจึงวิ่งหลบหนีเข้าป่าอ้อยหลังบ้านกำลังเจ้าหน้าที่ที่ติดตามไปทำการปิดล้อมป่าอ้อยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงในที่สุดนายสุภาพ ก็ยอมมอบตัวแต่โดยดีในตัวพบอาวุธปืนขนาด .38 ไม่มีทะเบียน
ซึ่งภายหลังมอบตัวเรียบร้อยแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรีได้นำตัวผู้ต้องหากลับมาสอบสวนและทำการขยายผลจนในที่สุดผู้ต้องหาก็ยอมรับสารภาพว่าได้ก่อคดีลักทรัพย์หลายคดีในพื้นที่ อ.เมืองราชบุรี หลังจากก่อเหตุแล้วก็จะนำเงินที่ได้ไปเที่ยวและใช้จ่าย พอเงินหมดก็จะก่อเหตุอีกโดยจะเลือกบ้านที่ไม่มีคนอยู่และลงมือ ในคืนเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ได้ขอหมายศาลเข้าค้นบ้านพักที่นายสุภาพเช่าอยู่ที่ ม.1 ต.พงสวาย ภายในบ้านพบของกลางหลายสิบรายการมีทั้งเครื่องเล่น ดีวีดี สร้อยทอง แหวนทอง พระเครื่อง คอมพิวเตอร์โน๊ดบุ๊ก และตั๋วจำนำอีกกว่า 10 ใบ จึงนำมาไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมาช่วงเช้าวันที่ 4 พฤศจิกายน 2551 ที่ห้องสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรีบรรดาผู้เสียหายหลายสิบรายที่เคยถูกคนร้ายเข้าโจรกรรมลักทรัพย์สินต่างเดินทางมาดูหน้าคนร้ายและของกลางบางรายจำของกลางได้จึงได้ลงชื่อเป็นเจ้าของและยังมีทรัพย์สินอีกหลายรายการที่ยังไม่มีเจ้าของมายืนยันว่าเป็นทรัพย์สินของตนเอง
ซึ่งภายหลังมอบตัวเรียบร้อยแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรีได้นำตัวผู้ต้องหากลับมาสอบสวนและทำการขยายผลจนในที่สุดผู้ต้องหาก็ยอมรับสารภาพว่าได้ก่อคดีลักทรัพย์หลายคดีในพื้นที่ อ.เมืองราชบุรี หลังจากก่อเหตุแล้วก็จะนำเงินที่ได้ไปเที่ยวและใช้จ่าย พอเงินหมดก็จะก่อเหตุอีกโดยจะเลือกบ้านที่ไม่มีคนอยู่และลงมือ ในคืนเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ได้ขอหมายศาลเข้าค้นบ้านพักที่นายสุภาพเช่าอยู่ที่ ม.1 ต.พงสวาย ภายในบ้านพบของกลางหลายสิบรายการมีทั้งเครื่องเล่น ดีวีดี สร้อยทอง แหวนทอง พระเครื่อง คอมพิวเตอร์โน๊ดบุ๊ก และตั๋วจำนำอีกกว่า 10 ใบ จึงนำมาไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมาช่วงเช้าวันที่ 4 พฤศจิกายน 2551 ที่ห้องสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรีบรรดาผู้เสียหายหลายสิบรายที่เคยถูกคนร้ายเข้าโจรกรรมลักทรัพย์สินต่างเดินทางมาดูหน้าคนร้ายและของกลางบางรายจำของกลางได้จึงได้ลงชื่อเป็นเจ้าของและยังมีทรัพย์สินอีกหลายรายการที่ยังไม่มีเจ้าของมายืนยันว่าเป็นทรัพย์สินของตนเอง
ภาพ/ข่าว ประทีป อยู่แช่ม
4 พ.ย.51
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น