บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นำกฐินพระราชทานไปถวายพระสงฆ์จำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ วัดมหาธาตุวรวิหาร ตำลบหน้าเมือง จังหวัดราชบุรี โดยมีผู้บริหาร พนักงานทีโอที สื่อมวลชน ประชาชนในจังหวัดราชบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นเจ้าภาพในการทอดถวาย ได้ยอดเงินบริจาคกว่า 4 ล้านบาท นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผู้บริหารและพนักงานของทีโอที สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานผ้าพระกฐินให้กับ ทีโอทีนำไปทอดถวายเป็นประจำทุกปีโดยในปี 2551 นี้ ทีโอทีได้นำกฐินพระราชทานทอดถวาย ณ วัดมหาธาตุ ตำบลหน้าเมือง จังหวัดราชบุรี ได้รับความร่วมมือร่วมใจอย่างดียิ่งจากพนักงาน ทีโอที พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดราชบุรีเเละจังหวัดใกล้เคียงเป็นอย่างดีโดยได้ยอดทำบุญรวมกว่า 4 ล้านบาท ในโอกาสอันเป็นมงคลในวันนี้ พนักงานทีโอที พี่น้องประชาชนล้วนมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ทำบุญร่วมกันเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และยังได้ชมความงดงามของวัดมหาธาตุ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองประจำจังหวัดราชบุรีมายาวนาน วัดมหาธาตุวรวิหารเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดวรวิหาร โบราณสถานสมัยวัฒนธรรมทวารวดี โดยนักโบราณคดีนักประวัติศาสตร์ศิลปะสันนิษฐานจากหลักฐานทางโบราณคดีว่า แรกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยวัฒนธรรมทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ 17 ต่อมา ในราวพุทธศตวรรษที่ 18 วัฒนธรรมเขมรจากราชอาณาจักรกำพูชาได้แพร่เข้ามาสู่ดินแดนราชบุรี จึงได้มีการก่อสร้างและดัดแปลงศาสนสถานกลางเมืองราชบุรีขึ้น เป็นพระปรางค์ และสร้างกำแพงศิลาแลงล้อมรอบเพื่อให้เป็นศูนย์กลางของเมืองตามคติความเชื่อเรื่องภูมิจักรวาลของเขมร ต่อมาในสมัยอยุธยาตอนต้น ราวพุทธศตวรรษที่ 20-21 ได้มีการก่อสร้างพระปรางค์แบบอยุธยาขึ้นซ้อนทับและสร้างพระปรางค์บริวารขึ้นอีก 7 องค์ บนฐานเดียวกัน ต่อมาในรัชสมัยพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ย้ายเมืองราชบุรีจากฝั่งตะวันตกมายังฝั่งตะวันออก ประชาชนก็ย้ายตามความเจริญไปด้วย วัดมหาธาตุจึงกลายเป็นวัดร้างไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ต่อมารัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ. 2338 พระภิกษุองค์หนึ่งชื่อพระบุญมา ได้ธุดงค์มาเห็นวัดนี้ซึ่งมีสถานที่ร่มรื่น เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรม จึงได้ขอความร่วมมือจากพุทธศาสนิกชนช่วยกันปัดกวาดซ่อมแซมเสนาสนะต่างๆ ในที่สุดวัดมหาธาตุจึงกลับมาเป็นศูนย์กลางของศาสนาเช่นเดิม และยังคงเป็นมาถึงปัจจุบัน มาจนทุกวันนี้ สิ่งสำคัญในวัดได้แก่ พระปรางค์ประธาน เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 18 พระวิหารหลวง ภายในอาคารพระวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นแกนหินทรายขนาดใหญ่ปรางมารวิชัย 2 องค์ ประทับนั่งหันพระปฤษฎางชนกัน พุทธศิลปะแบบอยุธยาตอนต้น กำแพงแก้ว ก่อด้วยศิลาแลงรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ล้อมรอบองค์พระปรางค์ทั้งสี่ด้าน เหนือกำแพงมีในเสมาทำด้วยหินทรายสีชมพูจำหลักพระพุทธรูป ประทับนั่งปางสมาธิในซุ้มเรือนแก้ว ลักษณะพุทธศิลปะเขมรแบบบายน ( ราวพุทธศตวรรษที่ 18 ) พระอุโบสถ สันนิษฐานจากลักษณะทางสถาปัตยกรรมว่าสร้างขึ้นตอนปลายสมัยอยุธยาราวพุทธศตวรรษที่ 22 พระเจดีย์ ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์
ภาพ/ข่าว ธนชาติ ตำนานจิตร
3 พ.ย. 51
3 พ.ย. 51
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น