วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

พิธีเปิดที่ทำการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด มหาชน สาขาตลาดศรีเมือง (ราชบุรี)


พิธีเปิดที่ทำการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด มหาชน สาขาตลาดศรีเมือง (ราชบุรี) ที่ตลาดศรีเมือง นายสมศักดิ์ โยนกพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานพิธีเปิดที่ทำการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด มหาชน สาขาตลาดศรีเมือง (ราชบุรี) นายเสถียร ดิเรกวัฒนะ ผู้อำนวยการฝ่าย ผู้บริหารสำนักงานเขตราชบุรี กล่าวว่า ธนาคารกรุงไทย เป็นธนาคารพาณิชย์ชั้นนำของประเทศ ประกอบธุรกิจมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 มีนโยบายหลักของธนาคาร คือ การเพิ่มศักยภาพเพื่อให้บริการตามความต้องการของลูกค้าทั้งภาครัฐ และเอกชน โดยดำเนินการปรับปรุงระบบงาน การพัฒนาพนักงานให้มีคุณภาพ การปรับปรุงสำนักงานสาขา การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ ธนาคารกรุงไทยมีนโยบายที่จะขยายเครือข่าย และช่องทางการให้บริการลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้าผู้ใช้บริการได้รับความสะดวกสบาย สมกับการเป็น The Convenience Bank และเป็นธนาคารพาณิชย์ที่รัฐบาลถือหุ้นใหญ่ จึงเป็นสิ่งประกันความมั่นคง ที่ประชาชนสามารถมอบความไว้วางใจได้
สำหรับสาขาตลาดศรีเมือง (ราชบุรี) เป็นสาขาลำดับที่ 879 เปิดให้บริการ วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 8.30 – 16.30 น. วันเสาร์และวันอาทิตย์ เปิดเวลา 9.00 – 16.00 น. มีพนักงานประจำสาขาทั้งสิ้น 5 คน โดยมีคุณอรพิน ธนิกกุล ผู้จัดการสาขาอาวุโส สาขาถนนไกรเพชร ปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการสาขาอาวุโส สาขาตลาดศรีเมือง (ราชบุรี)

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 23 – 11- 52
อ่านต่อ >>

พิธีเปิดการแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดราชบุรี ประจำปี 2552


พิธีเปิดการแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดราชบุรี ประจำปี 2552 เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2552 ที่ลำน้ำแม่กลอง ริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนา นานมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดราชบุรี ประจำปี 2552 นายวันชัย ธีระสัตยกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด กล่าวรายงานว่า การแข่งขันเรือยาวของจังหวัดราชบุรี เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยชาวไทยรามัญ ได้ช่วยกันทำเรือยาวขึ้นมา เพื่อแข่งขันกันเองในเทศกาลออกพรรษา หรือช่วงเทศกาลทอดกฐินของทุกปี และในราวปี พ.ศ. 2529 จังหวัดราชบุรี ได้รื้อฟื้นการแข่งขันเรือยาวขึ้นอีกครั้งในงานปิดทองประจำปี ถ้ำฤาษีเขางู โดยใช้ลำน้ำแม่กลองเป็นสนามแข่งขัน และได้จัดการแข่งขันเป็นประจำทุกปีจนถึงปี พ.ศ. 2533 แต่ด้วยเหตุที่สภาพเศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนแปลงไปทำให้การแข่งขันหยุดไประยะหนึ่ง องค์การบริหารส่วนจังหวัด ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีหน้าที่ส่งเสริมบำรุงรักษาศิลปะจารีตประเพณี และวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นได้เล็งเห็นถึงคุณค่าของการแข่งขันเรือยาว ซึ่งเป็นประเพณีอันดีงามที่มีมาแต่โบราณให้ดำรงคงไว้ จึงได้จัดการแข่งขันเรือยาวประเพณีเรื่อยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 จนถึงปัจจุบัน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมการแข่งขันเรือยาว ขนาดไม่เกิน 30 ฝีพาย ซึ่งยังมีอยู่ในชุมชนต่างๆ บริเวณลุ่มน้ำแม่กลอง และลุ่มน้ำข้างเคียงได้นำเรือมาร่วมแข่งขัน และเพื่อสืบทอดสู่เยาวชนในท้องถิ่นให้เห็นความสำคัญ และเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการอนุรักษ์พัฒนา เพื่อนำเสนอให้ชุมชนทุกหมู่เหล่าได้ตระหนัก และภาคภูมิใจในประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น และมีส่วนร่วมในบรรยากาศของความสนุกสนาน ความสามัคคีเพื่อจรรโลงสืบทอดวัฒนธรรมอันดีงามให้ยั่งยืนต่อไป
การแข่งขันเรือยาวประเพณีในวันนี้จัดแบ่งเป็น 2 ประเภท คือประเภทเรือยาวทั่วไป ขนาด 24 ฝีพาย ไม่เกิน 30 ฝีพาย มีเรือสมัครเข้าแข่งขัน จำนวน 10 ลำ และประเภทเรือยาวพื้นบ้านในจังหวัดราชบุรี ขนาด 24 ฝีพาย ไม่เกิน 30 ฝีพาย มีเรือสมัครเข้าแข่งขัน จำนวน 9 ลำ
การจัดงานครั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ได้รับความร่วมมือสนับสนุนเป็นอย่างดียิ่งจากจังหวัดราชบุรี กรมการทหารช่าง จังหวัดทหารบกราชบุรี ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดราชบุรี สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี สำนักงานขนส่งทางน้ำที่ 3 สถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี เทศบาลเมืองราชบุรี ศูนย์ปฏิบัติการระบบท่อเขต 5 จังหวัดราชบุรี บริษัทราชบุรีเพาเวอร์จำกัด บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด บริษัทไตรเอนเนอจี้ จำกัด กองทุนพัฒนาชุมชนจังหวัดราชบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุน ทำให้การจัดงานดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย
ผลการแข่งขันปรากฏว่า เรือที่ชนะการแข่งขันประเภทเรือยาวทั่วไป ขนาด 24 ฝีพาย ไม่เกิน 30 ฝีพาย ได้แก่ เรือเจ้านาง จากอำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเรือที่ชนะการแข่งขันประเภทเรือยาวพื้นบ้านในจังหวัดราชบุรี ขนาด 24 ฝีพาย ไม่เกิน 30 ฝีพาย คือ เรือศรีลำดวน จากอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ส่วนรางวัลกองเชียร์ชนะเลิศ ตกเป็นของเรือหนุ่มโพหัก จากอำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 23 – 11 - 52
อ่านต่อ >>

ศูนย์วิชาการโรงเรียนในสังกัดสังฆมณฑลราชบุรี จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การจัดกิจกรรมบูรณาการวิทยาศาสตร์ปฐมวัย”


ศูนย์วิชาการโรงเรียนในสังกัดสังฆมณฑลราชบุรี จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การจัดกิจกรรมบูรณาการวิทยาศาสตร์ปฐมวัย” เพื่อนำความรู้ ความเข้าใจที่ได้รับ ไปใช้ในการจัดประสบการณ์เรียนรู้ในชั้นเรียนต่อไป เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2552 ที่ห้องประชุมโรงเรียนดรุณาราชบุรี คุณพ่อสุรินทร์ จารย์อุปการะ ผู้อำนวยการศูนย์วิชาการโรงเรียนในสังกัดสังฆมณฑลราชบุรี เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การจัดกิจกรรมบูรณาการวิทยาศาสตร์ปฐมวัย” นางสาวพัฒนจิตต์ สุขไพบูลย์ ผู้ประสานงานการจัดอบรมกล่าวว่า การจัดประสบการณ์เรียนรู้วิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัย เป็นการตอบสนองและส่งเสริมพัฒนาการของเด็กในการเรียนรู้โลกธรรมชาติรอบตัว และพัฒนาทักษะทางสติปัญญาต่างๆ เนื่องจากเด็กในระดับปฐมวัยมีธรรมชาติของการสืบเสาะหาความรู้แบบวิทยาศาสตร์อยู่ในตนเอง การส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้อย่างเหมาะสม โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และค้นพบด้วยตนเองมากที่สุด ให้ได้ทั้งกระบวนการและองค์ความรู้ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมศักยภาพของเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคุณครูจะได้รับคำตอบว่าจะสอนวิทยาศาสตร์ให้เด็กอนุบาลอย่างไร การสอนแบบสืบเสาะทำอย่างไร ได้เห็นตัวอย่างการจัดกิจกรรมบูรณาการการสอนวิทยาศาสตร์เชื่อมโยงกับกิจกรรมหลัก 6 กิจกรรม รวมทั้งได้ฝึกปฏิบัติจริง
โดยจัดการอบรมขึ้นในระหว่างวันที่ 21 – 22 พฤศจิกายน 2552 รวมระยะเวลา 2 วัน ได้รับเกียรติจากอาจารย์ชุติมา เตมียสถิต หัวหน้าสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ประถมศึกษา สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมคณะอีก 2 ท่าน มี ดร. เทพกัญญา พรหมขัตแก้ว และ อ. พัชรดา รักยิ่งมาเป็นวิทยากรให้การอบรม นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากครูจากโรงเรียนดรุณาราชบุรี 2 ท่าน ผู้บริหารและครูจากโรงเรียนดรุณาราชบุรี แผนกสองภาษา 4 ท่าน มาเป็นวิทยากรประจำฐาน การอบรมครั้งนี้มีผู้เข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 83 คน จำแนกเป็นครูจากโรงเรียนในสังกัดฆมณฑลราชบุรี 13 โรงเรียน จำนวน 77 คน และครูจากโรงเรียนนารีวิทยา จำนวน 6 คน

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 23 – 11 - 52
อ่านต่อ >>

พบหญิงชีวิตรันทดเลี้ยงลูกและพ่อพิการ 3 คน


พบหญิงชีวิตรันทดเลี้ยงลูกและพ่อพิการ 3 คน ต้องเสียดอกเบี้ยหนี้นอกระบบร้อยละ 30 ต่อวัน วอนผู้ใจบุญช่วยล้างหนี้พบชีวิตครอบครัวของนางศศินา โพธิ์เขียว อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ที่ 4 ตำบลอ่างทอง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ที่ประสบเคราะห์กรรม ต้องเลี้ยงดูนายแหละ บุญมา อายุ 83 ปี ผู้เป็นพ่อที่ป่วยเป็นโรคคอพอกและเป็นใบ้พูดไม่ได้มานานหลายปี นายประชา โพธิ์เขียว อายุ 34 ปี และนายประสิทธิ์ โพธิ์เขียว อายุ 32 ปี บุตรชายทั้ง 2 ที่ป่วยเป็นโรคโปลิโอมาตั้งแต่อายุ 1 ปีเศษ การใช้ชีวิตของคนในครอบครัวเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากนางศศินาทำงานคนเดียว แต่ต้องดูแลผู้พิการถึง 3 ชีวิตมากว่า 20 ปี แบกรับภาระเรื่องของการหาข้าวปลาอาหารให้ลูกทั้ง 2 คนกิน และเช็ดตัวอาบน้ำ ทำความสะอาดร่างกายไม่เว้นแต่ละวัน ส่วนพ่อที่ป่วยเป็นโรคคอพอกเป็นใบ้ไม่ต้องดูแลมาก เพราะสามารถเดินเหินไปไหนมาไหนได้อยู่ แต่อีก 2 คนชั่วเหลือตัวเองไม่ได้เลยต้องจับนั่งไว้กับเก้าอี้และผูกเชือกติดไว้เพราะเกรงว่าจะล้มลงมาทั้งวัน ภาระหนักจึงตกอยู่กับนางศศินาเพียงคนเดียว ทั้งดูแลลูก และทำงานหาเงินเลี้ยงชีพ แต่มีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย งานที่ทำรับจ้างเป็นแม่บ้านทั่วไปซักผ้าถูบ้านรายได้วัน ๆ ละ 150 บาท บางวันไม่มีงานก็ไม่ได้ค่าจ้าง อีกทั้งไปเช่าที่ดิน 4 ไร่ ปลูกผักก็ไม่ได้ผลถูกแมลงรบกวนจนขาดทุนเพราะไม่มีเงินซื้อปุ๋ยซื้อยาฆ่าแมลง ซึ่งทุกวันนี้ลูก 2 คนกับพ่อจะได้กินข้าวก็ต่อเมื่อตนกลับมาจากทำงานบางวันก็กินแค่ 1 มื้อ หรือวันไหนที่มีรายได้ก็ได้กิน 2 มื้อเป็นอย่างนี้มาตลอด แต่ปัญหาที่เกิดไม่ได้อยู่ที่ผู้พิการทั้ง 3 คนนี้มากนัก ที่เป็นปัญหาใหญ่คือนางศศินาไปกู้ยืมเงินนอกระบบมากิน มาใช้จ่ายค่าน้ำค่าไฟ และดูแลลูกและพ่อในยามป่วยไข้กว่า 60,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 20 บ้าง ร้อยละ 30 บาทบ้าง เพราะไปกู้กับเจ้าหนี้หลายคน ทั้งต้นทั้งดอกรวมกันแล้วกว่า 180,000 บาท มีทั้งระบบผ่อนส่งรายวัน ๆ ละ 200 บาท และรายเดือนละ 3,000 บาท ทำให้เจ้าหนี้ต้องตามมาทวงถึงบ้านทุกวัน ซึ่งต้องนอนผวาเกรงเจ้าหนี้จะมาทวงและอุ้มไปฆ่าทำร้าย นางศศินา โพธิ์เขียวเล่าถึงปัญหาที่ประสบกับครอบครัวว่า เดิมตนมีอาชีพค้าขายผักตามตลาดนัดกับสามีพอมีฐานะบ้าง แต่ช่วงที่สามีเสียชีวิตไปเมื่อ 20 ปีก่อน ประมาณปี พ.ศ. 2541 ฐานะทางบ้านก็เริ่มแย่ลงเพราะต้องทำงานคนเดียว มีการกู้ยืมเงินหนี้นอกระบบมาลงทุนค้าขาย แต่ขายไม่ดีและเอามาดูแลลูกพิการซึ่งต้องพาไปหาหมอเป็นประจำ กินบ้างใช้บ้างทำให้หนี้ทบดอกทบต้น กู้จากอีกคนไปจ่ายให้เจ้าหนี้อีกคนจนเป็นดินพอกหางหมู ทุกวันนี้ไปไหนไม่ได้เพราะยังเป็นหนี้นอกระบบอีก 180,000 บาท เกรงเจ้าหนี้จะมาทวงต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ทุกวัน เคยคิดฆ่าตัวตายหลายครั้ง แต่คิดได้ว่าหากฆ่าตัวเองแล้วไม่ตายก็ต้องพิการยิ่งเดือดร้อนหนักเข้าไปอีกแล้วลูกๆรวมทั้งพ่อซึ่งช่วยเหลือตนเองไม่ได้เลยจะอยู่อย่างไร ทำให้ตนล้มเลิกความตั้งใจคิดฆ่าตัวตาย และตั้งใจจะอยู่ดุแลลูกๆกับพ่อจนกว่าจะตายจากกัน จนถึงวันนี้ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว จึงขอความเห็นใจจากผู้ใจบุญขอรับความชั่วเหลือเพื่อนำเงินมาจ่ายหนี้นอกระบบและเลี้ยงดูบุตรที่พิการเท่านั้นก็พอ ผู้สนใจที่จะบริจาคสามารถโอนเงินเข้าบัญชี นางศศินา โพธิ์เขียว ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนศรีสุริยวงศ์ จังหวัดราชบุรี บัญชีสะสมทรัพย์เลขที่ 530 - 0 - 38902 – 9
ภาพข่าว ประทีป
อ่านต่อ >>

โครงการแข่งขันความเป็นเลิศทางวิชาการ ระดับเทศบาล


เทศบาลเมืองราชบุรี จัดการแข่งขันความเป็นเลิศทางวิชาการระดับเทศบาล โดยมีโรงเรียนในเขตเทศบาลเข้าร่วมการแข่งขันโดยพร้อมเพรียงที่ โรงเรียนเทศบาล 3 เทศบาลสงเคราะห์ เทศบาลเมืองราชบุรี ได้จัดโครงการแข่งขันความเป็นเลิศทางวิชาการระดับเทศบาล โดยมีโรงเรียนในเขตเทศบาล ทั้ง โรงเรียนเทศบาล 1 ถึงโรงเรียนเทศบาล 5 ส่งนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ โดยการแข่งขันความเป็นเลิศทางวิชาการ ดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อ เพิ่มพูนความรู้ความสามารถ ให้แก่นักเรียน รวมถึง เพื่อคัดเลือกตัวแทนของเทศบาลเมืองราชบุรี ไปร่วมแข่งขันความเป็นเลิศทางวิชาการในระดับภาคกลาง ที่จังหวัดกาญจนบุรี ต่อไป สำหรับภายในโครงการแข่งขันความเป็นเลิศทางวิชาการ ระดับเทศบาลในครั้งนี้ มีการนำความรู้มาประยุกต์ใช้ สำหรับการสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อนำมาแสดง โดยมีการประดิษฐ์ผลงานด้วยวัสดุเหลือใช้ ซึ่งการให้คะแนนจะมีการตัดสินจากผลงาน การนำเสนอ และรายละเอียดของชิ้นงาน ซึ่งเป็นการแสดงความสามารถของนักเรียนในสังกัด อย่างแท้จริง

ภาพข่าว ภัทรพงศ์
อ่านต่อ >>

เทศบาลหลักเมืองเปิดตลาดชุมชน ตลาดริมน้ำ


เทศบาลหลักเมืองเปิดตลาดชุมชน ตลาดริมน้ำที่วัดหลักเมือง นางปาริดา ประถมภัฏ นายกเทศบาลตำบลหลักเมืองเป็นประธานเปิดตลาดชุมชน ตลาดริมน้ำหลักเมือง ตามโครงการรณรงค์ส่งเสริมการพัฒนาเมืองน่าอยู่โดยมี นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมเป็นเกียรติในงานรวมทั้ง พ่อค้า แม่ค้า และประชาชน เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก
ซึ่งเทศบาลตำบลหลักเมืองได้มีแนวคิดในการพัฒนาชุมชนด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมแบบ บรูณาการ ตามแผนปฏิบัติการระดับท้องถิ่น เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาและให้ตรงตามความต้องการของชุมชน ซึ่งที่ผ่านมาเทศบาลตำบลหลักเมืองได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับชุมชนตามแผนแม่บทชุมชนเมืองน่าอยู่ และได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยการจัดโครงการครั้งนี้มุ้งเน้นการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ ลดรายจ่ายในครัวเรือน สร้างภาวะเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับชุมชน จากแนวคิดดังกล่าวนั้น จึงได้จัดตั้งตลาดชุมชนขึ้น ภายใต้ชื่อ ตลาดริมน้ำหลักเมือง ทั้งนี้ยังแสดงออกถึงวิถีชีวิตริมแม่น้ำแม่กลองแบบดังเดิมอีกด้วย
ภาพข่าว ภัทรพงศ์
อ่านต่อ >>

รองนายกฯติดตามผลการประกันรายได้เกษตรกรที่ราชบุรี ไร้เงาเสื้อแดงป่วน


รองนายกฯติดตามผลการประกันรายได้เกษตรกรที่ราชบุรี ไร้เงาเสื้อแดงป่วนเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 พ.ย.52 นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาที่หอประชุมของมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เพื่อดำเนินการเพิ่มกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินงานโครงการประกันรายได้ของเกษตรกร เนื่องจากครม.ได้มีมติให้อนุมัติงบประมาณเพื่อเพิ่มทุนแก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง อีกเป็นจำนวนเงิน 19,559.20 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาด้านเงินของประชาชนให้เพียงพอต่อความต้องการและทั่วถึง และเป็นการป้องกันปัญหาการใช้เงินทุนนอกระบบ ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสทางอาชีพของประชาชนด้วย นอกจากนี้ยังได้ขยายระยะเวลาการชำระคืนเงินกู้ของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนจากเดิม 1 ปี ให้ไม่เกิน 2 ปี โดยจะเพิ่มกองทุนให้กับชุมชนที่มีสมาชิก 50-150 คน เพิ่มทุนให้ 200,000 บาทต่อกองทุน กองทุนที่มีขนาดสมาชิก 150-350 คน เพิ่มทุนละ 400,000 บาท และกองทุนที่มีขนาดสมาชิก 351 คนขึ้นไปเพิ่มทุน 600,000 บาท โดยเน้นให้ชุมชนนั้นขับเคลื่อนงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองให้เข้มแข็งและยั่งยืน รวมทั้งเพิ่มประสทธิภาพด้านความโปร่งใสและคุณธรรมของคณะกรรมการกองทุน โดยมีตัวแทนจากจังหวัดต่างๆทั้งในภาคกลางและภาคตะวันออกรวมกว่า 2,000 คน เข้าร่วมรับฟังการดำเนินงาน
จากนั้นคณะได้เดินทางต่อไปยังสถานที่ก่อสร้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี วิทยาเขตราชบุรี ที่ต.รางบัว อ.จอมบึง เพื่อติดตามผลการดำเนินการที่ครม.ได้อนุมัติงบประมาณกว่า 400 ล้านบาท มาทำการก่อสร้าง โดยขณะนี้แบบแปลนการก่อสร้างนั้นจะเริ่มดำเนินการในต้นปี พ.ศ.2553 เพื่อรองรับนักศึกษาซึ่งขณะนี้ได้เปิดการเรียนการสอนที่บริเวณศาลากลาง จ.ราชบุรี และเมื่ออาคารแล้วเสร็จก้จะได้ดำเนินการย้ายมาเรียนที่แห่งนี้ทันที
นอกจากนี้คณะของรองนายกรัฐมนตรียังได้เดินทางต่อไปยัง รีสอร์ทภูผาผึ้ง ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เพื่อพบปะกับผู้ประกอบการโรงสีและฟาร์มเลี้ยงสัตว์ต่างๆ เพื่อรับฟังปัญหาของการดำเนินการรวมทั้งติดตามผลการประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งจ.ราชบุรีมีการประกันรายได้เกษตรกร ปี 2552/53 ในพืชเศรษฐกิจหลักได้แก่ ข้าวนาปี มันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมีเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนประกันรายได้กับทาง สำนักงานเกษตรจ.ราชบุรี แล้วทั้งหมด 19,485 ราย และได้ส่งเรื่องให้กับทางธกส.เพื่อพิจารณาทำสัญญาประกันรายได้แก่เกษตรกรตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป ซึ่งการมาติดตามการดำเนินงานในครั้งนี้ของนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีนั้นไม่มีกลุ่มคนเสื้อแดงในจ.ราชบุรี มาแสดงพลังแต่อย่างใด ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีข่าวเรื่องการจะมาแสดงพลังของกลุ่มคนเสื้อแดงที่หน้ามหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึงเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลได้ยุบสภาโดยเร็ว



ภาพข่าว ภัทรพงศ์
อ่านต่อ >>

มาสด้าจัดงานเปิดตัวมาสด้า2


มาสด้าจัดงานเปิดตัวมาสด้า2 รถยนต์นั่งแฮ็ชแบ็ค 5 ประตู ที่ทำตลาดอย่างเป็นทางการครั้งแรก ในประเทศไทยที่หน้าโรบินสันเมธาวลัยราชบุรี ได้มีการจัดงานเปิดตัวมาสด้า2 รถยนต์นั่งแฮ็ชแบ็ค 5 ประตู ที่ทำตลาดอย่างเป็นทางการ โดยนายมงคล ชนะโรจน์เจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า ราชบุรี จำกัด ได้กล่าวรายละเอียดของการจัดงานในครั้งนี้ว่า การเปิดตัวมาสด้า2 โฉมใหม่ในเมืองไทยครั้งนี้ นับเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในภูมิภาค ซึ่งมาสด้าเชื่อมั่นว่า ความสำเร็จของมาสด้า 2 ใหม่ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้มาสด้าเติบโต กลายเป็นแบรนด์ฮิตติดตลาด ทั้งนี้เพราะมาสด้ามีความพร้อมหลายด้าน ได้แก่ มีความโดดเด่นในการออกแบบรถยนต์นั่ง ดังที่เห็นจากมาสด้า 3 และรถมาสด้า2 ใหม่ ก็เป็นรถสปอร์ตคาร์ที่ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคนเมือง ซึ่งมีฐานผลิตก็อยู่ในประเทศไทย สำหรับย รถ ยนต์นั่งสปอร์ต มาสด้า 2 ใหม่ นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของมาสด้า เพราะได้รับการกล่าวขวัญว่า เป็นรถสัญชาติญี่ปุ่นที่มีคุณภาพเหนือกว่ารถชั้นนำกว่า 39 รุ่น โดยประสบความสำเร็จด้านยอดขายอย่างมากมายจากทั่วโลก และเป็นเจ้าของรางวัลคุณภาพจากทั่วโลกแล้วกว่า 51 รางวัล รวมทั้งรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมของโลก หรือ World Car of the Year ในปี 2008 มาสด้า2 ใหม่ยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมาสด้าแบบ “ซูม-ซูม” ด้วยสไตล์โดดเด่น ดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว และระบบความปลอดภัยสูงสุด และเป็นรถยนต์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ที่ให้พลังที่ขับสนุกสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียวกับผู้ขับ มาสด้า2 ใหม่ นับเป็นรถสปอร์ตที่ได้รับยกย่องให้เป็นรถรางวัลระดับโลก ในฐานะเจ้าของรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมของโลกและรางวัลคุณภาพจากทุกมุมโลกอีก 50 รางวัล การันตีผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยจากยุโรประดับสูงสุด 5 ดาว ให้ลูกค้าคนไทยมีเฮเปิดราคาเริ่มต้นเพียง 535,000 บาทเครื่องยนต์ MZR 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาด 1500 ซีซี 103 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 135 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที พร้อมระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ และระบบวาล์วควบคุมการไหลเวียนของไอดี พวงมาลัยพาวเวอร์แบบไฟฟ้า รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.9 เมตร รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงออกเทน 91 ขึ้นไป หรือน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10 และ E20 ช่วงล่างถูกออกแบบให้ยึดเกาะถนนได้อย่างมั่นใจและนุ่มนวล ซึ่งคุณภาพช่วงล่างของมาสด้าเป็นที่ยอมรับของลูกค้าทั่วโลก ระบบความปลอดภัยรอบคันด้วยซึ่ง การเปิดตัวมาสด้า2 ในครั้งนี้นับเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของมาสด้า ซึ่งคาดว่าจะทำให้มาสด้ามียอดขายเติบโตแบบก้าวกระโดด และกลับมาครองใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างยั่งยืนตลอดไป ในช่วงเปิดตัว มีแพ็คเก็จต้อนรับลูกค้ามาสด้า2 ใหม่ ลูกค้าที่จองและออกรถภายในปีนี้ จะได้รับประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่งฟรี 1 ปีคาดการณ์จะมียอดจองมาสด้า2 ใหม่ ในช่วงเปิดตัวเดือนแรกอยู่ที่ประมาณ 2,500 คัน และสามารถส่งมอบรถได้ทันที
ภาพข่าว ภัทรพงศ์
อ่านต่อ >>

โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ชุมชนหลักเมือง


เทศบาลตำบลหลักเมืองร่วมกับ ห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี สาขาราชบุรี จัดโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ ภายในชุมชนหลักเมือง เพื่อให้ความรู้และแนวทางการป้องกันตัวที่ห้องประชุมบริษัท บิ๊กซีซูเปอร์ มหาชน จำกัด สาขาราชบุรี พันเอกวิง ม่วงนวล รองนายกเทศมนตรีตำบลหลักเมือง เป็นประธานเปิดโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ชุมชนหลักเมือง โดยมีพนักงานห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี สาขาราชบุรี เข้ารับการอบรม ในครั้งนี้ เนื่องจากเทศบาลตำบลหลักเมือง ได้ตระหนักถึงปัญหาด้านสุขภาพของประชาชน ในปัจจุบัน โดยเฉพาะการเจ็บป่วยหรือจายของประชากร ด้วยโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคเอดส์ ซึ่งใจปัจจุบัน โรคดังกล่าว ได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 20 ล้านคน และในแต่ละปี ก็มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ เกือบ 3 ล้านคนทั่วโลก ในขณะเดียวกันยังมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอีกปีละ 4.8 ล้านคน มีการคาดการณ์ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกจะมีมากถึง 37.8 ล้านคน ซึ่งการดำเนินการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการแก้ไขปัญหา กองสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลหลักเมือง จึงได้จัดทำโครงการดังกล่าวขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนโลก ในการดำเนินงานเชิงรุกในสถานประกอบการในเขตเทศบาลตำบลหลักเมือง เพื่อให้พนักงานได้รับความรู้ ความเข้าใจ และมีทัศนคติที่ดีในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อโรคเอดส์

ภาพข่าว ภัทรพงศ์
อ่านต่อ >>

กรีนพีช เกี่ยวข้าวในศิลปะบนนาข้าวอินทรีย์ พร้อมเรียกร้องปฏิเสธพืชและอาหาร จีเอ็มโอ


กลุ่มกรีนพีซ ภาคตะวันออกเฉียงใต้จัดกิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าวอินทรีย์ และร่วมชมนิทรรศการข้าวขวัญ ภายใต้ชื่อโครงการ “เกี่ยวข้าวขวัญ มหัศจรรย์ข้าวไทย” ศิลปะบนนาข้าวอินทรีย์ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลปกป้องข้าวไทยอันเป็นสมบัติของชาติ ให้ปลอดพืช จีเอ็มโอเช้าวันนี้ 21 พ.ย.2552 ที่ ศิลปะบนนาข้าวอินทรีย์ หมู่บ้านเขาราบ ตำบลเตาปูน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี นายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดมหกรรมเกี่ยวข้าวขวัญ มหัศจรรย์ข้าวไทย โดยกลุ่มกรีนพีซ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ ได้ร่วมกันทดลองปลูกข้าวใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และปลูกข้าว 2 สายพันธุ์ ได้แก่พันธุ์ก่ำพะเยาที่ให้สีดำ และข้าวชัยนาท 1 ที่ให้สีเขียวในตอนปักดำในผืนนาแปลงเดียวกันในเนื้อที่ 10 ไร่ โดยต้นข้าวได้รับการปลูกอย่างพิถีพิถันแสดงออกให้เห็นภาพชาวนากำลังเกี่ยวข้าว ที่สำคัญผืนนาแห่งนี้ใช้วิถีการปลูกข้าวแบบอินทรีย์ และเป็นการผสมผสานการปลูกข้าว 2 สายพันธุ์เป็นศิลปะบนนาข้าวอย่างงดงาม สะท้อนให้เห็นถึงข้อดีของการทำการเกษตรเชิงนิเวศที่ผสมผสานกับภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวนาไทย
ศิลปะบนนาข้าวอินทรีย์แห่งนี้จะเป็นเครื่องกระตุ้นและย้ำเตือนให้กับผู้นำของเราได้เร่งปกป้องข้าวไทย โดยกำหนดทิศทางของประเทศไทยให้เป็นผู้นำในด้านเกษตรยั่งยืน นอกจากนี้ยังปกป้องผืนดินและแหล่งน้ำปนเปื้อนจากสารเคมี โดยเฉพาะเมื่อมีความจำเป็นเร่งด่วนทางอาหารของเรากำลังอยู่ในภาวะวิกฤตจากข้าว จี เอ็ม โอ รวมถึงสภาพปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศส่วนกิจกรรมในครั้งนี้ประกอบด้วยผู้แทนมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ อ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้องชาวนาไทยในการปกป้องข้าวและผืนนาไทย การกล่าวยกย่องชาวนาไทย พร้อมประกาศจุดยืนต่อการสนับสนุนเกษตรกรรมที่ยั่งยืน ปลอด จี เอ็มโอ กิจกรรมการลงแขกเกี่ยวข้าว ตลอดจนนิทรรศการข้าวขวัญ ศิลปะบนนาข้าวอินทรีย์ ภาพข่าว ภัทรพงศ์
อ่านต่อ >>