วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

รมช.สาธารณสุขตรวจเหล็กดัดฟันแฟชั่นและคอนแทคเลนส์ตาโตตามโรงเรียน


รมช.สาธารณสุขตรวจเหล็กดัดฟันแฟชั่นและคอนแทคเลนส์ตาโตตามโรงเรียน นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จ.ราชบุรี เดินทางมาที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ เขตเทศบาลเมืองราชบุรี เนื่องจากได้รับแจ้งมาว่าที่โรงเรียนดังกล่าวนั้นมีเด็กนักเรียนนิยมไปดัดฟันแฟชั่นจำนวนมาก จึงเกรงว่าถ้าเด็กนักเรียนที่ไปทำตามร้านที่เปิดรับจัดฟันไม่ได้มาตราฐานจะทำให้เกิดอันตรายในช่องปาก หรืออาจจะถึงแก่ชีวิตเพราะรู้ไม่เท่าทันได้ จึงได้ลงไปตรวจสอบและความรู้ในเรื่องอันตรายของการใช้เหล็กดัดฟันที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่ได้ไปจัดตามสถานพยาบาลหรือคลินิกที่ไม่ได้มาตราฐาน และจากการตรวจสอบแล้วก็พบว่ามีเด็กนักเรียนของโรงเรียนนี้ไปดัดฟันมาถึง 249 คน จากเด็กกว่า 3,000 คน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะได้ตรวจสอบอย่างละเอียดว่ามีการดัดฟันมาถูกต้องหรือไม่ และในบางรายที่ไปดัดฟันมาไม่ถูกต้องโดยการใช้กาวติดเหล็กสีสันสดใสไว้กับฟันก็จะนำไปให้แพทย์ที่โรงพยาบาลเจียรออกให้โดยไม่เสียเงิน เพราะถ้าปล่อยไว้นานๆน้ำลายของคนซึ่งเป็นกรดจะไปกัดทำลายเหล็กดัดฟันที่ไม่ได้มาตรฐานเหล่านี้ นอกจากนี้การทำความสะอาดภายในช่องปากของผู้ที่ไปดัดฟันมาก็จะต้องทำความบ่อยครั้งกว่าผู้ที่ไม่ได้ดัดฟัน เนื่องจากเศษอาหารที่เรากินเข้าไปอาจจะไปติดตามซอกเล็กๆของเหล็กดัดฟันอาจจะทำให้ฟันผุเร็วกว่าปกติได้
นอกจากนี้ยังมีเรื่องของคอนแทคเลนส์ หรือ big eye ที่วัยรุ่นนิยมซื้อมาใส่ที่ตาดำเหมือนคอนแทคเลนส์สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องของสายตาสั้นหรือยาวใส่ ซึ่งคอนแทคเลนส์ชนิดกลุ่มวัยรุ่นจะใส่เพื่อให้ตานั้นดูกลมโต คล้ายกับเด็กญี่ปุ่นก็มีอันตรายเพราะอาจจะการติดเชื้อ หรืออาจจะทำให้ตาบอดได้ ซึ่งขณะนี้มีวางขายอยู่ทั่วไป ซึ่งมีสีคล้ายกับตาเสือ และราคาไม่แพงแต่ค่าของคอนแทคเลนส์ชนิดนี้มีค่า บวก ลบ เป็นศูนย์ ทางสาธารณสุขจึงได้แจ้งเตือนมายังผู้ที่จะซื้อมาใส่ว่าขอให้ระวังอาจจะทำให้ต้องพิการตาบอดตลอดชีวิตเพราะความอยากสวย
ภาพข่าว ภัทรพงศ์

อ่านต่อ >>

สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดราชบุรี จัดนิทรรศกาลเฉลิมพระเกีรติ พระบิดาแห่งฝนหลวง


สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดราชบุรี จัดนิทรรศกาลเฉลิมพระเกีรติ พระบิดาแห่งฝนหลวงที่บริเวณส่วนการแสดง ชั้น 2 ห้างบิ๊กซี สาขาราชบุรี นายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานพิธีเปิดนิทรรศกาลเฉลิมพระเกีรติ พระบิดาแห่งฝนหลวง
นับจากวันที่ 14 พฤศจิกายน 2598 ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกร ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทรงพบว่าราษฏร ได้รับความทุกข์ร้อนจากปัญหาน้ำท่วมและฝนแล้ง พระองค์ทรงแหนงพระพักตร์ดูท้องฟ้าทรงพบว่าท้องฟ้ามีเมฆมาก จึงคิดวิธีทำให้เมฆเหล่านั้นรวมตัวตกลงมาเป็นฝนในท้องถิ่นนั้นจนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการฝนเที่ยมมาจนถึงทุกวันนี้ซึ่งโครงการฝนหลวงได้พัฒนาเทคโนโลยีมีวิวัฒนาการยาวนานกว่า 51 ปี เพื่อเป็นการร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณทีพระองค์ ทรงทุ่มเทพระวรกาย ในการคิดค้นวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการทำฝนหลวงสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดราชบุรีจึงได้จัดกิจกรรมนิทรรศกาล เพื่อเชิดชูพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เผยแพร่พระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถ ในการประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมเทคโนโลยีฝนหลวง และเพื่อเฉลิมพรเกียรติพระองค์ท่านในฐานะที่ทรงเป็นนักวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีฝนหลวงด้วยความทุ่มเทและเสียสละ เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากของพสกนิกรไทยจากภัยแล้ง "ในส่วนของนิทรรศการ "พระบิดาแห่งฝนหลวง" จะนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ของโครงการให้ได้ชมโดยผู้สนใจสามารถเจ้าชมงานได้ที่ชั้น 2 บริเวณส่วนการแสดง ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาราชบุรี ระหว่างวันที่ 13 - 15 พฤศจิกายน 2549 เวลา 09.00 - 21.00 น. นี้
ภาพข่าว ภัทรพงศ์
อ่านต่อ >>

เจ้าอาวาสวัดดังแฉกลุ่มคนหากินกับวัด


เจ้าอาวาสวัดดังแฉกลุ่มคนหากินกับวัดนำผ้าป่ามาทอดได้เงินเข้าวัดแต่มาเบิกคืนหมด ผ้าป่าสามัคคีก็คือการแจกฎีกาบอกบุญไปตาม สถานที่ต่างๆให้ร่วมกัน ทำบุญแล้วแต่ศรัทธา โดยจัดเป็นกองผ้าป่ามารวมกันจะเป็นกี่กองก็ได้ เมื่อถึงวันทอด จะมีขบวนแห่ผ้าป่ามารวมกันที่วัด ซึ่งจุดประสงค์ ก็เพื่อร่วมกันหาเงิน สร้างถาวรวัตถุต่างๆ เช่น โบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ และอื่นๆแล้วแต่ทางวัดจะนำไปดำเนินการ ผ้าป่าสามมัคคีนั้นก็จะสามารถหามาทอดที่ได้ตลอดทั้งในและนอกพรรษา ซึ่งแล้วแต่ผู้มีจิตศรัทธาจะจัดหามา ที่วัดโคกบำรุงราษฎร์ ต.ดอนกรวย อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ก็มีผู้มีจิตศรัทธาซึ่งเป็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งนำผ้าป่ามาถวายไปแล้วเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2552 ที่ผ่านมา แต่ทางวัดกลับไม่ได้เงินจากการนำผ้าป่ามาทอดที่วัดเพื่อสร้างอุโบสถหลังใหม่เลย เพราะหลังจากทอดผ้าป่าเสร็จก็มีการมาเบิกเงินคืนไปหมด โดยพระครูถิรบุญญาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดโคกบำรุงราษฎร์ ได้ออกมาแฉเล่ห์เหลี่ยมของกลุ่มคนที่อ้างว่ามีจิตศรัทธาและอยากหาเงินมาช่วยสร้างถาวรวัตถุให้วัดว่า เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมได้พบกับนักจัดรายการวิทยุชื่อดังคนหนึ่ง เนื่องจากนักจัดรายการวิทยุคนนี้ได้นำเรื่องการสร้างอุโบสถหลังใหม่ของวัดไปบอกบุญกับญาติโยมให้มาช่วยทำบุญ จึงได้ขอบคุณที่ได้ช่วยโฆษณาให้ ซึ่งทางนักจัดรายการวิทยุก็บอกว่าจะจัดหาผ้าป่ามาทอดที่วัดเพื่อให้ได้เงินมาเพิ่มอีก อาตมาเห็นว่าเป็นเรื่องดีที่จะได้ช่วยกันหาเงินมาสร้างโบส์ถให้เสร็จเร็วๆ จึงได้ตอบตกลง ทางนักจัดรายการก็มาคุยว่า การจัดผ้าป่ามาครั้งนี้จะต้องจัดการแสดงดนตรี การเลี้ยงอาหารโต๊ะจีน การใช้ไฟแสงสี ซึ่งอาตมาก็รีบบอกว่าทางวัดไม่มีเงินจะจัดขนาดนั้น นักจัดรายการวิทยุก็บอกว่าจะหาเงินมาให้ ซึ่งก็นำเงินมาให้จริงกว่า 100,000 บาท เพื่อใช้เป็นทุนสำรองในการจัดงาน และนักจัดรายการก็ได้ไปจัดพิมพ์ซองผ้าป่ากว่า 10,000 ซอง โดยให้ผู้ที่มีจิตศรัทธาให้โอนเงินเข้าบัญชีของนักจัดรายการหรือส่งธนานัติให้ แต่ก็มีญาติโยมอีกจำนวนมากที่นำเงินใส่ซองแล้วนำมาร่วมทำบุญที่วัด เมื่อถึงวันทอดผ้าป่าก็มีการจัดงานตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย.52 มีการแสงดนตรี จัดเลี้ยงโต๊ะจีน มีขบวนรถแห่มากมาย มีผู้คนมาร่วมงานจนแน่นวัด ถึงวันที่ 6 ก.ย.52 เป็นวันทอดผ้าป่าก็มีการแกะซองนับเงินทั้งหมดได้ 314,640 บาท แต่ก็มีบิลเรียกเก็บเงินต่างๆมารออยู่มากมาย ทั้งค่านักร้อง 70,000 บาท ค่าเวที 76,500 บาท ค่าโต๊ะจีน 50,000 บาท ค่ารถแห่ 7,000 บาท ค่าถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอ 14,000 บาท ไฟประดับ 15,000 บาท ค่าสถานีวิทยุที่โฆษณาให้ 10,000 บาท ค่าแดนเวอร์ 3,500 บาท ค่าพนักงานขนของ 2,000 บาท ค่าเครื่องดื่มชูกำลัง 1,800 บาท ค่าน้ำดื่ม 2,000 บาท ค่าอปพร.ที่มาดูแลเรื่องการจราจรอีก 2,700 บาท และมีค่าใช้จ่ายอื่นๆอีก ซึ่งรวมแล้วกว่า 300,000 บาท ซึ่งทางวัดก็ต้องจ่ายไปให้เพราะมีคนมารอบรับเงินอยู่แล้ว นอกจากนี้หลังเสร็จงานนักจัดรายการคนดังกล่าวยังได้ตามมาขอเงินอีกจำนวน 50,000 บาท โดยอ้างว่าจะนำเงินจำนวนดังกล่าวไปทอดกฐินให้อีกวัดหนึ่ง เนื่องจากเงินที่นำมาให้วัดลงทุนตอนแรกนั้นไปหยิบยืมมาจากญาติพี่น้อง อาตมาจึงต้องให้ไป ซึ่งสุดท้ายวัดก็ไม่เหลืออะไรเลยซึ่งอาตมาได้สอบถามไปยังวัดอีกหลายสิบวัดในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวกก็โดนในลักษณะเดียวกันและเป็นคนเดียวกันด้วยซึ่งมองว่าเข้าข่ายหลอกลวง จึงอยากแจ้งให้กับอีกหลายวัดให้ระวังคนนี้ไว้ให้ดีจะได้ไม่ต้องตกเป็นเครื่องมือ โดยเฉพาะเรื่องของการแอบอ้างว่าเป็นกฐินพระราชทานเพื่อให้คนหลงเชื่อมาทำบุญด้วยเยอะๆ นั้นเป็นการหลอกลวงทั้งสิ้น
ภาพข่าว ประทีป
อ่านต่อ >>

การจัดกิจกรรมการแสดงความสามารถของเด็ก น.ร. ร.ร.นารีวิทยา


การจัดกิจกรรมการแสดงความสามารถของเด็ก น.ร. ร.ร.นารีวิทยา ที่ไปสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน ในการเป็นตัวแทนการแข่งขันระดับประเทศ ที่โรงเรียนนารีวิทยา ได้มีการจัดกิจกรรมการแสดงความสามารถของเด็กนักเรียนนารีวิทยา ที่ไปสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน ในกีฬาเทควันโด และกีฬาลีลาศ โดยเป็นตัวแทนระดับเขต ระดับภาค และระดับประเทศ การแสดงในวันนี้เป็นการแสดงออกถึงศักยภาพของเด็กนักเรียนโรงเรียนนารีวิทยา ที่ไม่เป็นรองใคร เป็นการแสดงออกให้เด็กนักเรียนในโรงเรียน และผู้ปกครอง ได้รับรู้ว่าเด็กโรงเรียนนารีวิทยามีความสามารถเป็นถึงตัวแทนระดับประเทศ โดยมีผู้ปกครอง คณะครูอาจารย์ ผู้บริหารโรงเรียน เป็นผู้ให้การสนับสนุน สำหรับนักกีฬาที่เป็นตัวแทนการแสดงเทควันโด ประกอบด้วย เด็กหญิง อาภัสสร ภูวพาณิช เด็กหญิงปีวรากาจน์ ตันปาสิริพัฒน์ และเด็กชาย วัชรพงศ์ ตันปาสิริพัฒน์ โดยเด็กหญิง อาภัสสร ภูวพาณิช ที่เป็นตัวแทนระดับประเทศ เคยได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ รุ่นยุวชนหญิง อายุ 7 – 8 ปี รุ่น D และล่าสุดได้ไปแข่งขันที่ประเทศเกาหลี เมื่อวันที่ 10 – 15 กรกฎาคม 2552 ได้รับรางวัลเหรียญเงิน การแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทยที่โคราช เมื่อวันที่ 24 – 27 ตุลาคม 2552 ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่2 เหรียญทองแดง และผลงานการแข่งขันอีกหลายรายการ ส่วนการแสดงความสามารถกีฬาลีลาศ มีผู้แสดง คือ เด็กหญิงวิไลวรรณ ปริญญากร และเด็กหญิงนฤดี เที่ยงธรรม นักเรียนโรงเรียนนารีวิทยา เด็กชายสหรัฐ พลอยปลื้ม และเด็กชายสิรวิทชญ์ วงศ์วิจิตร นักเรียนโรงเรียนอนุบาลราชบุรี ที่มาร่วมแสดง โดยเด็กนักเรียนทั้ง 4 คน ได้เป็นตัวแทนไปแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 34 ตรังเกมส์ ที่จังหวัดตรัง เมื่อวันที่ 9 – 19 กันยายน ที่ผ่านมา ผลการแข่งขันปรากฏว่า เด็กนักเรียนของเราติดอันดับ ที่ 10 ใน 12 ของการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 13 – 11 - 52
อ่านต่อ >>

การประชุมการตรวจราชการ ติดตามงานของรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย


การประชุมการตรวจราชการ ติดตามงานของรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมกัน ของทุกภาคส่วน ที่ห้องประชุมเล็ก ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดราชบุรี ได้มีการประชุมการตรวจราชการ ติดตามงานของรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย โดยผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เขต 4 , 7 นายขจร สิงโตกุล เป็นประธาน มีนายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นายเจน รัตนพิเชฏฐชัย นายอำเภอเมืองราชบุรี และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ เข้าร่วมการประชุม
โดยในที่ประชุมได้มีการประชุมเกี่ยวกับเรื่อง การปกป้องสถาบัน เพื่อสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ ในการลงนามถวายพระพร ตามที่กระทรวงมหาดไทย ขอให้จังหวัดจัดโต๊ะลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องจากทรงมีพระปรอท (เป็นไข้) และมีพระอาการอ่อนเพลีย มีผู้ลงนามถวายพระพรฯ มีจำนวน 590,177 คน คิดเป็น 70.61 % ของประชากร การจัดโครงการ “ไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง” เมื่อวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2552 ที่สวนสาธารณะจักกรีอนุสรณ์สถานเขาแก่นจันทน์ การจัดหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอบยิ้มให้กับประชาชน เพื่อเป็นหน่วยงานบริการประชาชนเคลื่อนที่ ในลักษณะของหน่วยงานบริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เข้าไปให้บริการในพื้นที่หมู่บ้าน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางมารับบริการของประชาชน และดำเนินกิจกรรมปกป้องสถาบัน เพื่อสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ การเตรียมความพร้อมในเรื่อง การระวังป้องกันและให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนผู้ประสบภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น มีปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม การเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมแก้ไขปัญหาภัยจากโรคระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ชนิด เอ เอช 1 เอ็น 1 การกำกับและติดตามการดำเนินงานตามแผนพัฒนาจังหวัด และแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด / กลุ่มจังหวัด การปราบปรามยาเสพติด และผู้มีอิทธิพล ตามที่กระทรวงมหาดไทย แจ้งให้ ศตศ.จ รายงานผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาในหมู่บ้าน / ชุมชน ที่ปรากฏข่าวสารยาเสพติด จำนวน 15,000 หมู่บ้าน / ชุมชน เพื่อให้การดำเนินงานป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดในปีงบประมาณ 2553 และกำหนดให้มีปฏิบัติการ “มหาดไทย CLEAN & SEAL” เพื่อลดปัญหายาเสพติในพื้นที่ ผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์5 รั้วป้องกัน ในรอบเดือนที่ผ่านมา (ตุลาคม 2552 ) การตรวจสอบสถานบริการ รัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย มีนโยบายให้จังหวัดตรวจตรา และเข้มงวดกวดขันการดำเนินกิจการของผู้ประกอบการต่างๆ โดยเฉพาะสถานบริการ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง ตลอดจนเป็นการป้องกันไม่ให้สถานบริการ เป็นแหล่งมั่วสุมของเยาวชน ปัญหายาเสพติด และปัญหาอาชญากรรมที่อาจแฝงอยู่

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 13 – 11 - 52
อ่านต่อ >>

สำนักงานจังหวัดราชบุรี จัดประชุมชี้แจงสรุปผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด ประจำปี 2552


สำนักงานจังหวัดราชบุรี จัดประชุมชี้แจงสรุปผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด ประจำปี 2552 เพื่อให้ส่วนราชการที่รับผิดชอบได้ทบทวนคะแนนการประเมินผล ที่ห้องประชุมหลวงยกกระบัตร ศาลากลางจังหวัดราชบุรี นายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานการประชุม เรื่อง สรุปผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด ประจำปี 2552 ตามที่จังหวัดราชบุรี ได้ส่งรายงานการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของจังหวัดราชบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 ( ผลงานระหว่าง 1 ตุลาคม 2551 – 30 กันยายน 2552 ) ให้สำนักงาน ก.พ.ร. เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2552 การประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการจังหวัดราชบุรี ประจำปีงบประมาณ 2552 ให้ส่วนราชการที่ได้รับผิดชอบตัวชี้วัดตามคำรับรอง ได้รายงานสรุปผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด และปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับตัวชี้วัด การประเมินผลการปฏิบัติราชการกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง และจังหวัดราชบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 รอบ 12 เดือน ประกอบด้วย 4 มิติ จำนวน 35 ตัวชี้วัด มีคะแนนการประเมินตนเอง 4.8998 คะแนน มิติที่ 1 มิติด้านประสิทธิภาพตามแผนปฏิบัติราชการมี 23 ตัวชี้วัด มิติที่ 2 มิติด้านคุณภาพการให้บริการ มี 5 ตัวชี้วัด มิติที่ 3 มิติด้านประสิทธิภาพของการปฏิบัติราชการ มี 3 ตัวชี้วัด และมิติที่ 4 มิติด้านการพัฒนาองค์กร มี 4 ตัวชี้วัด จึงขอให้ส่วนราชการที่ได้รับมอบหมายรับผิดชอบตัวชี้วัดทุกส่วนราชการ เตรียมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนตามแนวทางที่สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนด เพื่อพร้อมให้ผู้ประเมินตรวจสอบในวันที่มีการติดตามประเมินผลการปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัด

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 13 – 11 - 52
อ่านต่อ >>

สนง. วัฒนธรรมจังหวัด จัดประชุมโครงการถนนสายวัฒนธรรม


สนง. วัฒนธรรมจังหวัด จัดประชุมโครงการถนนสายวัฒนธรรม เพื่อชี้แจงการดำเนินงานต่างๆ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ที่ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี นายสมศักดิ์ โยนกพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานการประชุมโครงการถนนสายวัฒนธรรม โดยจังหวัดราชบุรี ได้จัดทำโครงการถนนสายวัฒนธรรม ซึ่งเป็นโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ปีงบประมาณ 2552 นายอำนาจ กรมมา วัฒนธรรมจังหวัดกล่าวว่าถนนสายวัฒนธรรม หมายถึง เส้นทางที่สะท้อนเอกลักษณ์ และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นที่โดเด่นออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรม เช่น อาคาร สถาปัตยกรรม ในย่านชุมชนเก่าแก่โบราณ ตลาด วัด โบรารสถาน ศาสนสถาน และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่แสดงออกมาให้เห็นในลักษณะของอาชีพ ความรู้ช่างภูมิปัญญาท้องถิ่น และกิจกรรมทางศิลปะสายวัฒนธรรมแห่งนั้น มีวัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อเปิดพื้นที่ทางวัฒนธรรมในชุมชนท้องถิ่นให้เป็นแหล่งเรียนรู้ถ่ายทอดภูมิปัญญาที่เป็นเอกลักษณ์ด้านศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมในภาพรวม เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเกิดความภาคภูมิใจและร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟูศิลปะและวัฒนธรรม ด้วยการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างคุณค่าทางสังคมและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมให้ฟื้นกลับมาโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
มีกรอบแนวทางการดำเนินงาน คือ การส่งเสริมสนับสนุนให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงานโครงการถนนสายวัฒนธรรม การส่งเสริมให้จังหวัดกำหนดแผนงานโครงการถนนสายวัฒนธรรมบรรจุไว้ในแผนยุทธศาสตร์ ตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนและแนวคิดในการอนุรักษ์เมืองเก่า และการจัดการภูมิทัศน์วัฒนธรรม เพื่อให้จังหวัดเป็นต้นแบบการมีพื้นที่ทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่เน้นการกระจายอำนาจลงสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยุทธศาสตร์การดำเนินงานโครงการถนนสายวัฒนธรรม เน้นรูปแบบการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ผู้เป็นเจ้าของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ร่วมดำเนินงานกับหน่วยงานภาครัฐ โดยคำนึงถึงแนวความคิดด้านการอนุรักษ์พื้นที่ทางวัฒนธรรมให้สอดคล้องกับเป้าหมายและมาตรการด้านการจัดระบบผังเมือง การออกแบบและการวางผังชุมชน ให้สามารถบริหารจัดการพื้นที่ทางวัฒนธรรม การจัดภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมในย่านถนนสายวัฒนธรรม ด้วยการพัฒนาเชิงอนุรักษ์ที่เคารพต่อคุณค่าด้านต่างๆ ของมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่น อันได้แก่ สถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่าของท้องถิ่น อาคาร อันสะท้อนให้เห็นถึงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สามารถเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนา และยกระดับจากการจัดถนนสายวัฒนธรรม
การเสนอเรื่องเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับ พื้นที่ในการจัดถนนสายวัฒนธรรม คือ บริเวณถนนสายวรเดช ตั้งแต่บริเวณสนามหญ้า ถึงบริเวณหน้าวัดช่องลม การจราจรบริเวณพื้นที่จัดถนนสายวัฒนธรรม กาสรจัดรูปแบบกิจกรรม มีนิทรรศการองค์ความรู้เรื่องประวัติศาสตร์เมืองราชบุรี นิทรรศการวิถีชีวิตชาวเมืองราชบุรี ลานแสดงศิลปวัฒนธรรม ลานการแสดงกีฬาพื้นบ้าน ลานอาหารพื้นบ้านราชบุรี ลานสาธิตและจำหน่ายสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น และระยะเวลาการดำเนินการ ที่จะจัดขึ้นทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ พร้อมตลาดโคยกี๊ การจัดกิจกรรมเดือนละครั้ง และจัดเนื่องในวันสำคัญต่างๆ

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 13 – 11 - 52
อ่านต่อ >>

การประชุมคณะทำงานเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดระดับพื้นที่จังหวัดราชบุรี


การประชุมคณะทำงานเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดระดับพื้นที่จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2552 ที่ห้องประชุมหลวงยกกระบัตร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดราชบุรี นายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานการประชุมคณะทำงานเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดระดับพื้นที่จังหวัดราชบุรี โดยมีเรื่องแจ้งให้ทราบในที่ประชุมเกี่ยวกับ สถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดระดับภูมิภาค การประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดของจังหวัดราชบุรี ด้านการปราบปรามผู้ค้ายาเสพติด การประเมินสถานการณ์ด้านการปราบปรามผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้เสพ และเครือข่ายพื้นที่ที่มีการค้าพฤติการณ์ กลุ่มยาบ้าที่ใช้ในพื้นที่อำเภอ และพฤติการณ์รูปแบบการค้ายาเสพติด ลักษณะยาเสพติดที่ตรวจพิสูจน์ เช่น สี สัญลักษณ์ องค์ประกอบ แหล่งที่มาของตัวยา การประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดน การประเมินสถานการณ์ผู้เสพ ผู้ติด เข้ารับการบำบัดรักษาในระบบสมัครใจผู้ป่วยใน ผู้ป่วยนอก การติดตามผล การประเมินสถานการณ์นำผู้เสพ ผู้ติดเข้ารับการบำบัดรักษาในระบบบังคับบำบัดแบบควบคุมตัว และแบบไม่ควบคุมตัว พฤติการณ์ของกลุ่มผู้ค้า ผู้เสพ ที่ถูกควบคุมตัวในเรือนจำ และได้รับการปล่อยตัว และความเคลื่อนไหวของเครือข่ายการลักลอบการค้ายาเสพติด สถานการณ์ของนักเรียน นักศึกษาและเยาวชน ที่เกี่ยวข้องในโรงเรียน สถานศึกษา สถานการณ์ในเขตพื้นที่การศึกษาราชบุรีเขต 1 และเขต 2 กลุ่มอาชีวะศึกษา กลุ่มการศึกษาเอกชน นักเรียนนักศึกษาในระบบการศึกษานอกโรงเรียน สถานการณ์ยาเสพติดในสถานการณ์ประกอบการ หอพัก คอนโด แหล่งมั่วสุมต่างๆ การประเมินสถานการณ์ของ ศตศ.อ. และการเสนอแนะเกี่ยวกับข้อคิดเห็นในการแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อนำเสนอผู้อำนวยการศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดราชบุรี ในการนำเป็นแนวทางป้องกัน และดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 13 – 11 – 52
อ่านต่อ >>