วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

สธ.เปิดเวทีระดมหมอพื้นบ้านภาคกลาง โชว์ภูมิปัญญาท้องถิ่นดั้งเดิม


สาธารณสุข รวมพลังหมอแผนไทยและหมอพื้นบ้านภาคกลาง เทิดพระเกียรติ 77 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พร้อมเปิดเวทีเสวนาค้นหาของดี จากภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการพึ่งตัวเองนายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการรวมพลังสร้างสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทยเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ 77 พรรษา โดยมีนายสมศักดิ์ โยนกพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กล่าวให้การต้อนรับพร้อมคณะที่ปรึกษาและผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเป็นเกียรติในงาน ที่ตลาดเพชรเมืองราชในครั้งนี้
โดยกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ซึ่งได้จัดทำโครงการรวมพลังสร้างสุขภาพด้วยแพทย์แผนไทย 4 ภาค เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 77 พรรษา โดยดำเนินการจัดกิจกรรม 4 ภาค นำร่องในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุโขทัย เป็นการรวมพลังของภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดแพร่ เป็นการรวมพลังของจังหวัดภาคเหนือตอนบน จังหวัดเพชรบูรณ์ รวมพลังของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครศรีธรรมราช รวมพลังภาคใต้ และจังหวัดราชบุรี เป็นการรวมพลังของจังหวัดในภาคกลางและภาคตะวันออก จำนวน 25 จังหวัด ซึ่งจัดเป็นจังหวัดสุดท้าย ณ ตลาดเพชรเมืองราช ระหว่างวันที่ 12 – 14 พฤศจิกายน 2552 ซึ่งมีการระดมภูมิปัญญาท้องถิ่นของภาคกลางมาเผยแพร่แก่ผู้สนใจ มีการนำเสนอรูปแบบของตลาดกลางวัตถุดิบสมุนไพรครบวงจร
จากการรวมพลังครั้งนี้ ทำให้กระทรวงสาธารณสุขได้ข้อสรุปของปิญญาของแต่ละภาค เพื่อเตรียมนำมาเป็นข้อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านไทยให้เกิดความชัดเจนและสอดคล้องกับปัญหาในท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น มีทะเบียนตำรับ ตำรา ทะเบียนบุคลากรด้านการแพทย์แผนไทย ทะเบียนภูมิปัญญาพื้นบ้าน และสมันไพรเด่น สมุนไพรหายากของจังหวัด รวมถึงการรวมตัวของเคลือข่ายในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน อันจะนำมาซึ่งการพัฒนา ส่งเสริมและคุ้มคลองภูมิปัญญาของชาติให้ยั่งยืนต่อไป

ภาพข่าว ภัทรพงศ์
อ่านต่อ >>

สำนักงานที่ดินจัดพิธีปล่อยขบวนคาราวาน


สำนักงานที่ดินจัดพิธีปล่อยขบวนคาราวาน โครงการคลินิกเคลื่อนที่และหน่วยประชาสัมพันธ์ การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามหลักฐาน ส.ค. 1ที่หน้าสำนักงานที่ดินจังหวัดราชบุรี นายณรงค์ พลเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานปล่อยขบวนคาราวาน โครงการคลินิกเคลื่อนที่และหน่วยประชาสัมพันธ์ การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามหลักฐาน ส.ค. 1
ซึ่งนายวานิตย์ อินทรักษ์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดราชบุรี ได้กล่าววัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ว่า สำหรับการดำเนินการโครงการนี้มีผลสืบเนื่องมาจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมาลกฏหมายที่ดิน ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2551 ที่ได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งกำหนดให้ผู้ที่มีหลักฐานการแจ้งการคลอบครองที่ดินไปดำเนินการเพื่อขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ก่อนที่พระราชบัญญัติจะมีผลใช้บังคับ ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 นี้ หากพ้นกำหนด ผู้ครอบครองที่ดิน จะต้องยื่นคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งว่าเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ที่ดินจริง จึงจะออกโฉนดที่ดินหรือหรังสือรับรองได้ ซึ่งกรมที่ กระทรวงมหาดไทย ได้เล็งห็นความสำคัญของการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากกระทบสิทธิผู้ครอบครองที่ดินที่มีหลักฐาน ส.ค. 1 จึงได้กำหนดเป็นนโยบายให้มีการดำเนินการประชาสัมพันธ์ข่าวสารดังกล่าว ให้ผู้ครอบครองที่ดินตามหลักฐาน ส.ค. 1 ทราบทั้งนี้สำนักงานที่ดินจังหวัดราชบุรี ได้ประชาสัมพันธ์ให้ทราบแล้วอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2551 โดยใช้การประชาสัมพันธ์ ในหลายช่องทาง เช่น หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น โทรทัศน์ท้องถิ่น ในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด อำเภอ ซึ่งปรากฎว่ามีประชาชนให้ความสนใจและมายื่นคำขอออกโฉนดที่ดินบางส่วน และยังมีผู้ครอบครองที่ดินตามหลักฐาน ส.ค.1 เหลืออยู่ในท้องที่อำเภอเมือง โพธาราม จอมบึง สวนผึ้ง วัดเพลง รวมทั้งสิ้น 2,071 แปลง ที่ยังมิได้มาดำเนินการยื่นคำขอออกโฉนดที่ดิน
สำหรับพิธีเปิดมีการปล่อยขบวนคาราวาน
โครงการคลินิกเคลื่อนที่และหน่วยประชาสัมพันธ์ การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามหลักฐาน ส.ค. 1 เพื่อเป็นการกระตุ้นและเร่งรัดให้ประชาชนผู้ครอบครองที่ดินที่มี ส.ค.1 ในเขตพื้นที่จังหวัดราชบุรี ได้ทราบข้อมูลข่าวสารอย่าวทั่วถึง
ภาพข่าว..............ภัทรพงศ์
อ่านต่อ >>

ลดระดับความสัมพันธ์กัมพูชา ส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


รมช.พาณิชย์ ยันการลดระดับความสัมพันธ์กับประเทศกัมพูชา ย่อมส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวถึงกรณีความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศได้ลดระดับความสัมพันธ์ลงแต่ไม่ได้ตัดความสัมพันธ์ นอกจากนี้ยังได้ทบทวนพันธกรณีที่ไทยมีกับกัมพูชาและ การให้ความช่วยเหลือกับกัมพูชา เพราะนายกรัฐมนตรีของกัมพูชาไม่ให้เกียรติประเทศไทยและไม่เคารพศักดิ์ศรีของประเทศไทย และยังละเมิดเสมือนหนึ่งหมิ่นกระบวนการยุติธรรมของไทย ด้วยการไปแต่งตั้งอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยซึ่งเป็นนักโทษหนีคดี และถูกพิพากษาให้จำคุกแล้วแต่หนีหลบคดีและยังหลบหนีอีกหลายคดีเรื่องการทุจริตคอรับชั่น และรวมทั้งการที่จะประกาศไม่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนทั้งที่บันทึกข้อตกลง อย่างไม่มีเหตุผล ซึ่งผิดต่อธรรมเนียมปฎิบัติระหว่างประเทศ จึงต้องปรับระดับความสัมพันธ์ลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในส่วนความสัมพันธ์ของประชาชนก็ยังคงเดิม ซึ่งยังมีการค้าขายกันได้ นอกจากนี้ นายกฮุนเซนควรแยกแยะระหว่างความสัมพันธ์ส่วนตัวอย่าให้มากระทบผลประโยชน์ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ซึ่งมีมายาวนานเป็นร้อยๆปี เรื่องที่นักลงทุนของไทยจะเข้าไปลงทุนในกัมพูชาก็ได้มีการเรียกประชุมชี้แจง ซึ่งผู้ประกอบการก็ได้ตื่นตัวเรื่องนี้แล้ว และตนก็ได้ขอให้นักลงทุน อย่าฟังข่าวลือขอให้ฟังข่าวจากทางราชการ เพราะตนจะไปตรวจราชการ และไปดูการค้าชายแดนที่ด่านคลองลึก ซึ่งติดกับปอยเปรต เพื่อประเมินสถานการณ์และไปดูความพร้อมหากสถานการณ์บานปลายมากกว่านี้ด้วย
ภาพข่าว...............ภัทรพงศ์
อ่านต่อ >>

กำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงข้าวเปลือก


สำนักงานการค้าภายในจังหวัดราชบุรี ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ระดับจังหวัด ส่งประกาศคณะกรรมการกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิง เรื่อง กำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงข้าวเปลือก ประจำวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ สำหรับใช้ในการชดเชย ส่วนต่างราคาของการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต ๒๕๕๒/๕๓ ช่วงระหว่างวันที่ ๑-๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ซึ่งคณะอนุกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ จะประกาศเกณฑ์กลางอ้างอิงทุก ๑๕ วัน เพื่อใช้ในการคำนวณส่วนค่างราคาในการจ่ายเงินส่วนต่างตามโครงการการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีปีการผลิต ๒๕๕๒/๕๓ ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๕๒ - กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ยกเว้นภาคใต้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม ๒๕๕๓ และได้ออกประกาศเกณฑ์กลางอ้างอิงสำหรับข้าวเปลือกชนิดต่าง ๆความชื้นไม่เกิน ๑๕ % ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ ๑๔,๘๔๐ บาท ข้าวเปลือกหอมจังหวัด ตันละ ๑๓,๗๒๙ บาท ข้าวเปลือกจ้าว ตันละ ๘,๓๘๙ บาท ข้าวเปลือกปทุมธานี ตันละ ๙,๑๗๕ บาท และข้าวเปลือกเหนียว ตันละ ๗,๖๘๐ บาท การคำนวณส่วนต่างระหว่างเกณฑ์กลางอ้างอิงกับราคาประกันรายได้มีอัตราส่วนต่างสำหรับปข้าวเปลือกชนิดต่าง ๆ คือ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ ๔๖๐ บาท ข้าวเปลือกหอมจังหวัด ตันละ ๕๗๑ บาท ข้าวเปลือกจ้าว ตันละ ๑,๖๑๑ บาท ข้าวเปลือกปทุมธานี ตันละ ๘๒๕ บาท และข้าวเปลือกเหนียว ตันละ ๑,๘๒๐ บาท โดยการจ่ายเงินมีผลระหว่างวันที่ ๑-๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
ภาพข่าว ภัทรพงศ์
อ่านต่อ >>

การประชุมกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ ประจำเดือนพฤศจิกายน 2552 ผ่านระบบ Video Conference


การประชุมกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ ประจำเดือนพฤศจิกายน 2552 ผ่านระบบ Video Conference เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2552 ที่ห้องประชุมเล็ก ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดราชบุรี ได้มีการประชุมกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ ประจำเดือนพฤศจิกายน 2552 ผ่านระบบ Video Conference โดยมีนายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัด นายสมศักดิ์ โยนกพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายเจน รัตนพิเชฏฐชัย นายอำเภอเมืองราชบุรี นายนภดล วีรวงศ์ พาณิชย์จังหวัดราชบุรี และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต่างๆ เข้าร่วมฟังการประชุม เพื่อรับมอบนโยบาย และข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ผู้นำในท้องถิ่น และหัวหน้าส่วนราชการในกระทรวงมหาดไทย ได้นำไปเป็นกรอบในการปฏิบัติหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในจังหวัด โดยในที่ประชุมมีเรื่องเสนอเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับ ข้อราชการของกระทรวงมหาดไทย ข้อราชการของปลัดกระทรวงพาณิชย์ การจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม ประจำปี 2552 ผลการจัดงาน OTOP ภูมิภาค การรับรองรายงานการประชุมกระทรวงมหาดไทย ครั้งที่ 9 / 2552 เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2552 และการเสนอเรื่องเพื่อทราบในที่ประชุมเกี่ยวกับ การขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงมหาดไทย ในรอบ 10 เดือน (มกราคม – ตุลาคม 2552 ) แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ของกระทรวงมหาดไทย ตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 การรายงานสรุปสถานการณ์สาธารณภัย ประจำเดือนตุลาคม 2552 การจัดตั้งอำเภอกัลยานิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ การคัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจำปี 2552 การดำเนินการ 5 มาตรการ 6 เดือน ลดภาระค่าครองชีพของประชาชน “มาตรการลดค่าไฟฟ้าใช้จ่ายของครัวเรือน” ประจำเดือนกันยายน 2552 และการรายงานผลการดำเนินงานตามมาตรการลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าของครัวเรือนระยะที่ 3 (สิงหาคม – ธันวาคม 2552 ) งวดประจำเดือนกันยายน 2552 ของการไฟฟ้านครหลวง
ภาพ / ข่าว คมปิยะ 12 – 11 - 52
อ่านต่อ >>

พิธีวางศิลาฤกษ์ ศาลาปฏิบัติธรรม บริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมือง


พิธีวางศิลาฤกษ์ ศาลาปฏิบัติธรรม บริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมือง พลโท ทวนชัย พันธ์เพิ่มศิริ เจ้ากรมการทหารช่าง เป็นประธานในพิธีวาง ศิลาฤกษ์ ศาลาปฏิบัติธรรม บริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองราชบุรี มีข้าราชการกรมการทหารช่างร่วมพิธี ณ พื้นที่สำนักงานศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเดิม ค่ายภาณุรังษี โดยในเวลา 10 นาฬิกา 29 นาที เป็นเวลาปฐมฤกษ์ เจ้ากรมการทหารช่าง ตอกเข็มมงคล 9 ต้น วางแผ่นอิฐทอง นาค เงิน แล้ววางแผ่นศิลาฤกษ์ทับบนแผ่นอิฐ จากนั้นโปรยข้าวตอก ดอกไม้ เหรียญเงิน ทอง ลงในหลุมศิลา พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา และประพรหม น้ำพระพุทธมนต์ โดยกรมการทหารช่างได้อาราธนาพระสงฆ์ 9 รูป จาก 9 วัดมี พระเทพวิสุทธาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี ฝ่านมหานิกาย (ประธานสงฆ์) พร้อมด้วย พระเทพสุเมธี เจ้าอาวาสวัดศรีสุริยวงศาราม เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี ฝ่ายธรรมยุติ และพระสงฆ์อีก 7 รูป เจริญพระพุทธมนต์
สำหรับการก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรมฯ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนชาวราชบุรี ข้าราชการและครอบครัว ตลอดจน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสักการะคุณตาหลักเมือง ได้ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา และปฏิบัติธรรม ภายในศาลาประดิษฐานพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยสุโขทัย มีซุ้มแก้วด้านหลังองค์ โดยใช้พระพุทธชินราชเป็นแบบ ซึ่งจะมีการจัดสร้างในการหล่อพระประธาน และประกอบพิธีบวงสรวงเบิกพระเนตรในภายหลัง ทั้งนี้จะมีการประชาสัมพันธ์ ให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันบริจาคทรัพย์ ทำบุญสร้างพระประธานในศาลาปฏิบัติธรรมต่อไป
ศาลาปฏิบัติธรรมที่ก่อสร้างอยู่ในพื้นที่ของ อาคารสำนักงานศาลเจ้าพ่อเดิม ซึ่งทางหน่วยงานก่อสร้าง คือ กองพันทหารช่างที่ 602 ได้รื้อย้ายอาคารเดิมไปประกอบสร้างในพื้นที่ว่างทางทิศตะวันตกของศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ตรงประตูทางเข้าบ้านพักนายทหารค่ายภาณุรังษี อาคารศาลาปฏิบัติธรรมเป็นสถาปัตยกรรมทรงไทยประยุกต์ มีขนาด 12 คูณ 20 เมตร ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 4 เดือน งบประมาณในการก่อสร้าง ประมาณ 4 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนงานสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองราชบุรี ประจำปี 2553

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 12 – 11 - 52
อ่านต่อ >>

ประชุมสภาเทศบาลเมืองราชบุรี สมัยสามัญสมัยที่ 4 ประจำปี 2552


เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่ห้องประชุมสภาเทศบาลเมืองราชบุรี ได้มีการจัดประชุมสภาเทศบาลเมืองราชบุรี สมัยสามัญสมัยที่ 4 ประจำปี 2552 นายพิสัณห์ เรืองเดช ประธานสภาเทศบาลเมืองราชบุรี เป็นประธานการประชุมสภาเทศบาลเมืองราชบุรี ซึ่งวาระการประชุมพิจารณาร่างเทศบัญญัติ เรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 มีนายวิทยา เหล่างาม สมาชิกสภาเทศบาลเมืองราชบุรี เป็นประธานกรรมการแปรญัตติ และเลือกนาย ไพจิตร บุลทวีนันท์ เป็นเลขานุการคณะกรรมการแปรญัตติ พร้อมเลือก จ.อ.วีรยุทธ บุญมา หัวหน้าฝ่ายแผนงานและงบประมาณ เป็นผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรการแปรญัตติ โดยมีญัตติจำนวน 13 ญัตติ โดยรายงานและพิจารณาทีละญัตติ ซึ่งการพิจารณาร่างเทศบัญญัติ เรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 มีมติเห็นชอบ 17 คน งดออกเสียง 1 คน และส่งเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้พิจารณาตามวาระต่อไป ในวาระต่อมาเป็นญัตติของนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองราชบุรี เรื่องการขออนุมัติใช้เงินทุนสำรองเงินสะสมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 เพื่อจ่ายเป็น ค่าก่อสร้างท่อระบายน้ำพร้อมปรับปรุงผิวจราจร จำนวน 2 สายในเขต 1 อีก 4 สาย ในเขต 2 และ 4 สายในเขต 3 รวม 10 สายสืบเนื่องจาก ทางเทศบาลเมืองราชบุรี ได้ข้อเสนอจากการออกโครงการเทศบาลเคลื่อนที่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ชุมชน วัดศรีสุริยวงค์ ชุมชนวัดหาธาตุ ชุมชนพร้อมพัฒนา บริเวณถนนเขางู บริเวณซอยศิริชัย 4 บริเวณสมบูรณ์กูล2 ชุมชนมนตรีพัฒนา ซอยสันติสุข ซอยปิฐปาตี และซอยแยกคลองบ้านไร่ ที่มีประชาชนอาศัยอยู่จำนวนมากยังมีสภาพเป็นหินคลุกและไม่มีท่อระบายน้ำ ทำให้เมื่อเวลาฝนตกจะเกิดน้ำท่วมบนผิวจราจรและไหลเข้าท่วมครัวเรือนซึ่งทางเทศบาลได้ตรวจสอบแล้วเป็นถนนสาธารณะยังไม่ได้ปรับปรุง เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนทางฝ่ายผู้บริหารมีนโยบายแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยปรับปรุงผิวจราจรพร้อมทั้งก่อสร้างท่อระบายน้ำจำนวนทั้งสิ้น 10 สายใน 3 เขตคือเขต1 เขต2 และ เขต3 แต่เนื่องจากงบประมาณมีจำนวนไม่มากทำให้ไม่สามารถจัดสรรงบประมาณเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง ทางเทศบาลจึงขออนุมัติใช้เงินทุนสำรองเงินสะสมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 เพื่อจ่ายเป็นค่าก่อสร้างท่อระบายน้ำและปรับปรุงผิวจราจร จำนวนทั้งสิ้น 10 สาย ใน 3 เขตคือเขต1 เขต2 และ เขต3 ซึ่งปัจจุบันทางเทศบาลเมืองราชบุรีมีเงินสะสม 83,890,173.18 บาท จึงขออนุมัติให้ใช้จ่ายเงินทุนสำรองสะสม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 รวมเป็นจำนวนเงิน ทั้งสิ้น 13,384,000 บาท ผลคือไม่ผ่านมติจากสภาเทศบาลเมืองราชบุรี โดยมีมติเห็นชอบ 8 คน และไม่เห็นชอบ 10 คน


ภาพข่าว ธนชาติ

11/11/52
อ่านต่อ >>