วันศุกร์, พฤศจิกายน 13, 2009

รมช.สาธารณสุขตรวจเหล็กดัดฟันแฟชั่นและคอนแทคเลนส์ตาโตตามโรงเรียน


รมช.สาธารณสุขตรวจเหล็กดัดฟันแฟชั่นและคอนแทคเลนส์ตาโตตามโรงเรียน นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จ.ราชบุรี เดินทางมาที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ เขตเทศบาลเมืองราชบุรี เนื่องจากได้รับแจ้งมาว่าที่โรงเรียนดังกล่าวนั้นมีเด็กนักเรียนนิยมไปดัดฟันแฟชั่นจำนวนมาก จึงเกรงว่าถ้าเด็กนักเรียนที่ไปทำตามร้านที่เปิดรับจัดฟันไม่ได้มาตราฐานจะทำให้เกิดอันตรายในช่องปาก หรืออาจจะถึงแก่ชีวิตเพราะรู้ไม่เท่าทันได้ จึงได้ลงไปตรวจสอบและความรู้ในเรื่องอันตรายของการใช้เหล็กดัดฟันที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่ได้ไปจัดตามสถานพยาบาลหรือคลินิกที่ไม่ได้มาตราฐาน และจากการตรวจสอบแล้วก็พบว่ามีเด็กนักเรียนของโรงเรียนนี้ไปดัดฟันมาถึง 249 คน จากเด็กกว่า 3,000 คน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะได้ตรวจสอบอย่างละเอียดว่ามีการดัดฟันมาถูกต้องหรือไม่ และในบางรายที่ไปดัดฟันมาไม่ถูกต้องโดยการใช้กาวติดเหล็กสีสันสดใสไว้กับฟันก็จะนำไปให้แพทย์ที่โรงพยาบาลเจียรออกให้โดยไม่เสียเงิน เพราะถ้าปล่อยไว้นานๆน้ำลายของคนซึ่งเป็นกรดจะไปกัดทำลายเหล็กดัดฟันที่ไม่ได้มาตรฐานเหล่านี้ นอกจากนี้การทำความสะอาดภายในช่องปากของผู้ที่ไปดัดฟันมาก็จะต้องทำความบ่อยครั้งกว่าผู้ที่ไม่ได้ดัดฟัน เนื่องจากเศษอาหารที่เรากินเข้าไปอาจจะไปติดตามซอกเล็กๆของเหล็กดัดฟันอาจจะทำให้ฟันผุเร็วกว่าปกติได้
นอกจากนี้ยังมีเรื่องของคอนแทคเลนส์ หรือ big eye ที่วัยรุ่นนิยมซื้อมาใส่ที่ตาดำเหมือนคอนแทคเลนส์สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องของสายตาสั้นหรือยาวใส่ ซึ่งคอนแทคเลนส์ชนิดกลุ่มวัยรุ่นจะใส่เพื่อให้ตานั้นดูกลมโต คล้ายกับเด็กญี่ปุ่นก็มีอันตรายเพราะอาจจะการติดเชื้อ หรืออาจจะทำให้ตาบอดได้ ซึ่งขณะนี้มีวางขายอยู่ทั่วไป ซึ่งมีสีคล้ายกับตาเสือ และราคาไม่แพงแต่ค่าของคอนแทคเลนส์ชนิดนี้มีค่า บวก ลบ เป็นศูนย์ ทางสาธารณสุขจึงได้แจ้งเตือนมายังผู้ที่จะซื้อมาใส่ว่าขอให้ระวังอาจจะทำให้ต้องพิการตาบอดตลอดชีวิตเพราะความอยากสวย
ภาพข่าว ภัทรพงศ์

สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดราชบุรี จัดนิทรรศกาลเฉลิมพระเกีรติ พระบิดาแห่งฝนหลวง


สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดราชบุรี จัดนิทรรศกาลเฉลิมพระเกีรติ พระบิดาแห่งฝนหลวงที่บริเวณส่วนการแสดง ชั้น 2 ห้างบิ๊กซี สาขาราชบุรี นายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานพิธีเปิดนิทรรศกาลเฉลิมพระเกีรติ พระบิดาแห่งฝนหลวง
นับจากวันที่ 14 พฤศจิกายน 2598 ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกร ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทรงพบว่าราษฏร ได้รับความทุกข์ร้อนจากปัญหาน้ำท่วมและฝนแล้ง พระองค์ทรงแหนงพระพักตร์ดูท้องฟ้าทรงพบว่าท้องฟ้ามีเมฆมาก จึงคิดวิธีทำให้เมฆเหล่านั้นรวมตัวตกลงมาเป็นฝนในท้องถิ่นนั้นจนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการฝนเที่ยมมาจนถึงทุกวันนี้ซึ่งโครงการฝนหลวงได้พัฒนาเทคโนโลยีมีวิวัฒนาการยาวนานกว่า 51 ปี เพื่อเป็นการร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณทีพระองค์ ทรงทุ่มเทพระวรกาย ในการคิดค้นวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการทำฝนหลวงสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดราชบุรีจึงได้จัดกิจกรรมนิทรรศกาล เพื่อเชิดชูพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เผยแพร่พระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถ ในการประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมเทคโนโลยีฝนหลวง และเพื่อเฉลิมพรเกียรติพระองค์ท่านในฐานะที่ทรงเป็นนักวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีฝนหลวงด้วยความทุ่มเทและเสียสละ เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากของพสกนิกรไทยจากภัยแล้ง "ในส่วนของนิทรรศการ "พระบิดาแห่งฝนหลวง" จะนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ของโครงการให้ได้ชมโดยผู้สนใจสามารถเจ้าชมงานได้ที่ชั้น 2 บริเวณส่วนการแสดง ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาราชบุรี ระหว่างวันที่ 13 - 15 พฤศจิกายน 2549 เวลา 09.00 - 21.00 น. นี้
ภาพข่าว ภัทรพงศ์

เจ้าอาวาสวัดดังแฉกลุ่มคนหากินกับวัด


เจ้าอาวาสวัดดังแฉกลุ่มคนหากินกับวัดนำผ้าป่ามาทอดได้เงินเข้าวัดแต่มาเบิกคืนหมด ผ้าป่าสามัคคีก็คือการแจกฎีกาบอกบุญไปตาม สถานที่ต่างๆให้ร่วมกัน ทำบุญแล้วแต่ศรัทธา โดยจัดเป็นกองผ้าป่ามารวมกันจะเป็นกี่กองก็ได้ เมื่อถึงวันทอด จะมีขบวนแห่ผ้าป่ามารวมกันที่วัด ซึ่งจุดประสงค์ ก็เพื่อร่วมกันหาเงิน สร้างถาวรวัตถุต่างๆ เช่น โบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ และอื่นๆแล้วแต่ทางวัดจะนำไปดำเนินการ ผ้าป่าสามมัคคีนั้นก็จะสามารถหามาทอดที่ได้ตลอดทั้งในและนอกพรรษา ซึ่งแล้วแต่ผู้มีจิตศรัทธาจะจัดหามา ที่วัดโคกบำรุงราษฎร์ ต.ดอนกรวย อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ก็มีผู้มีจิตศรัทธาซึ่งเป็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งนำผ้าป่ามาถวายไปแล้วเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2552 ที่ผ่านมา แต่ทางวัดกลับไม่ได้เงินจากการนำผ้าป่ามาทอดที่วัดเพื่อสร้างอุโบสถหลังใหม่เลย เพราะหลังจากทอดผ้าป่าเสร็จก็มีการมาเบิกเงินคืนไปหมด โดยพระครูถิรบุญญาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดโคกบำรุงราษฎร์ ได้ออกมาแฉเล่ห์เหลี่ยมของกลุ่มคนที่อ้างว่ามีจิตศรัทธาและอยากหาเงินมาช่วยสร้างถาวรวัตถุให้วัดว่า เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมได้พบกับนักจัดรายการวิทยุชื่อดังคนหนึ่ง เนื่องจากนักจัดรายการวิทยุคนนี้ได้นำเรื่องการสร้างอุโบสถหลังใหม่ของวัดไปบอกบุญกับญาติโยมให้มาช่วยทำบุญ จึงได้ขอบคุณที่ได้ช่วยโฆษณาให้ ซึ่งทางนักจัดรายการวิทยุก็บอกว่าจะจัดหาผ้าป่ามาทอดที่วัดเพื่อให้ได้เงินมาเพิ่มอีก อาตมาเห็นว่าเป็นเรื่องดีที่จะได้ช่วยกันหาเงินมาสร้างโบส์ถให้เสร็จเร็วๆ จึงได้ตอบตกลง ทางนักจัดรายการก็มาคุยว่า การจัดผ้าป่ามาครั้งนี้จะต้องจัดการแสดงดนตรี การเลี้ยงอาหารโต๊ะจีน การใช้ไฟแสงสี ซึ่งอาตมาก็รีบบอกว่าทางวัดไม่มีเงินจะจัดขนาดนั้น นักจัดรายการวิทยุก็บอกว่าจะหาเงินมาให้ ซึ่งก็นำเงินมาให้จริงกว่า 100,000 บาท เพื่อใช้เป็นทุนสำรองในการจัดงาน และนักจัดรายการก็ได้ไปจัดพิมพ์ซองผ้าป่ากว่า 10,000 ซอง โดยให้ผู้ที่มีจิตศรัทธาให้โอนเงินเข้าบัญชีของนักจัดรายการหรือส่งธนานัติให้ แต่ก็มีญาติโยมอีกจำนวนมากที่นำเงินใส่ซองแล้วนำมาร่วมทำบุญที่วัด เมื่อถึงวันทอดผ้าป่าก็มีการจัดงานตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย.52 มีการแสงดนตรี จัดเลี้ยงโต๊ะจีน มีขบวนรถแห่มากมาย มีผู้คนมาร่วมงานจนแน่นวัด ถึงวันที่ 6 ก.ย.52 เป็นวันทอดผ้าป่าก็มีการแกะซองนับเงินทั้งหมดได้ 314,640 บาท แต่ก็มีบิลเรียกเก็บเงินต่างๆมารออยู่มากมาย ทั้งค่านักร้อง 70,000 บาท ค่าเวที 76,500 บาท ค่าโต๊ะจีน 50,000 บาท ค่ารถแห่ 7,000 บาท ค่าถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอ 14,000 บาท ไฟประดับ 15,000 บาท ค่าสถานีวิทยุที่โฆษณาให้ 10,000 บาท ค่าแดนเวอร์ 3,500 บาท ค่าพนักงานขนของ 2,000 บาท ค่าเครื่องดื่มชูกำลัง 1,800 บาท ค่าน้ำดื่ม 2,000 บาท ค่าอปพร.ที่มาดูแลเรื่องการจราจรอีก 2,700 บาท และมีค่าใช้จ่ายอื่นๆอีก ซึ่งรวมแล้วกว่า 300,000 บาท ซึ่งทางวัดก็ต้องจ่ายไปให้เพราะมีคนมารอบรับเงินอยู่แล้ว นอกจากนี้หลังเสร็จงานนักจัดรายการคนดังกล่าวยังได้ตามมาขอเงินอีกจำนวน 50,000 บาท โดยอ้างว่าจะนำเงินจำนวนดังกล่าวไปทอดกฐินให้อีกวัดหนึ่ง เนื่องจากเงินที่นำมาให้วัดลงทุนตอนแรกนั้นไปหยิบยืมมาจากญาติพี่น้อง อาตมาจึงต้องให้ไป ซึ่งสุดท้ายวัดก็ไม่เหลืออะไรเลยซึ่งอาตมาได้สอบถามไปยังวัดอีกหลายสิบวัดในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวกก็โดนในลักษณะเดียวกันและเป็นคนเดียวกันด้วยซึ่งมองว่าเข้าข่ายหลอกลวง จึงอยากแจ้งให้กับอีกหลายวัดให้ระวังคนนี้ไว้ให้ดีจะได้ไม่ต้องตกเป็นเครื่องมือ โดยเฉพาะเรื่องของการแอบอ้างว่าเป็นกฐินพระราชทานเพื่อให้คนหลงเชื่อมาทำบุญด้วยเยอะๆ นั้นเป็นการหลอกลวงทั้งสิ้น
ภาพข่าว ประทีป

การจัดกิจกรรมการแสดงความสามารถของเด็ก น.ร. ร.ร.นารีวิทยา


การจัดกิจกรรมการแสดงความสามารถของเด็ก น.ร. ร.ร.นารีวิทยา ที่ไปสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน ในการเป็นตัวแทนการแข่งขันระดับประเทศ ที่โรงเรียนนารีวิทยา ได้มีการจัดกิจกรรมการแสดงความสามารถของเด็กนักเรียนนารีวิทยา ที่ไปสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน ในกีฬาเทควันโด และกีฬาลีลาศ โดยเป็นตัวแทนระดับเขต ระดับภาค และระดับประเทศ การแสดงในวันนี้เป็นการแสดงออกถึงศักยภาพของเด็กนักเรียนโรงเรียนนารีวิทยา ที่ไม่เป็นรองใคร เป็นการแสดงออกให้เด็กนักเรียนในโรงเรียน และผู้ปกครอง ได้รับรู้ว่าเด็กโรงเรียนนารีวิทยามีความสามารถเป็นถึงตัวแทนระดับประเทศ โดยมีผู้ปกครอง คณะครูอาจารย์ ผู้บริหารโรงเรียน เป็นผู้ให้การสนับสนุน สำหรับนักกีฬาที่เป็นตัวแทนการแสดงเทควันโด ประกอบด้วย เด็กหญิง อาภัสสร ภูวพาณิช เด็กหญิงปีวรากาจน์ ตันปาสิริพัฒน์ และเด็กชาย วัชรพงศ์ ตันปาสิริพัฒน์ โดยเด็กหญิง อาภัสสร ภูวพาณิช ที่เป็นตัวแทนระดับประเทศ เคยได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ รุ่นยุวชนหญิง อายุ 7 – 8 ปี รุ่น D และล่าสุดได้ไปแข่งขันที่ประเทศเกาหลี เมื่อวันที่ 10 – 15 กรกฎาคม 2552 ได้รับรางวัลเหรียญเงิน การแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทยที่โคราช เมื่อวันที่ 24 – 27 ตุลาคม 2552 ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่2 เหรียญทองแดง และผลงานการแข่งขันอีกหลายรายการ ส่วนการแสดงความสามารถกีฬาลีลาศ มีผู้แสดง คือ เด็กหญิงวิไลวรรณ ปริญญากร และเด็กหญิงนฤดี เที่ยงธรรม นักเรียนโรงเรียนนารีวิทยา เด็กชายสหรัฐ พลอยปลื้ม และเด็กชายสิรวิทชญ์ วงศ์วิจิตร นักเรียนโรงเรียนอนุบาลราชบุรี ที่มาร่วมแสดง โดยเด็กนักเรียนทั้ง 4 คน ได้เป็นตัวแทนไปแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 34 ตรังเกมส์ ที่จังหวัดตรัง เมื่อวันที่ 9 – 19 กันยายน ที่ผ่านมา ผลการแข่งขันปรากฏว่า เด็กนักเรียนของเราติดอันดับ ที่ 10 ใน 12 ของการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 13 – 11 - 52

การประชุมการตรวจราชการ ติดตามงานของรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย


การประชุมการตรวจราชการ ติดตามงานของรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมกัน ของทุกภาคส่วน ที่ห้องประชุมเล็ก ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดราชบุรี ได้มีการประชุมการตรวจราชการ ติดตามงานของรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย โดยผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เขต 4 , 7 นายขจร สิงโตกุล เป็นประธาน มีนายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นายเจน รัตนพิเชฏฐชัย นายอำเภอเมืองราชบุรี และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ เข้าร่วมการประชุม
โดยในที่ประชุมได้มีการประชุมเกี่ยวกับเรื่อง การปกป้องสถาบัน เพื่อสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ ในการลงนามถวายพระพร ตามที่กระทรวงมหาดไทย ขอให้จังหวัดจัดโต๊ะลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องจากทรงมีพระปรอท (เป็นไข้) และมีพระอาการอ่อนเพลีย มีผู้ลงนามถวายพระพรฯ มีจำนวน 590,177 คน คิดเป็น 70.61 % ของประชากร การจัดโครงการ “ไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง” เมื่อวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2552 ที่สวนสาธารณะจักกรีอนุสรณ์สถานเขาแก่นจันทน์ การจัดหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอบยิ้มให้กับประชาชน เพื่อเป็นหน่วยงานบริการประชาชนเคลื่อนที่ ในลักษณะของหน่วยงานบริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เข้าไปให้บริการในพื้นที่หมู่บ้าน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางมารับบริการของประชาชน และดำเนินกิจกรรมปกป้องสถาบัน เพื่อสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ การเตรียมความพร้อมในเรื่อง การระวังป้องกันและให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนผู้ประสบภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น มีปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม การเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมแก้ไขปัญหาภัยจากโรคระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ชนิด เอ เอช 1 เอ็น 1 การกำกับและติดตามการดำเนินงานตามแผนพัฒนาจังหวัด และแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด / กลุ่มจังหวัด การปราบปรามยาเสพติด และผู้มีอิทธิพล ตามที่กระทรวงมหาดไทย แจ้งให้ ศตศ.จ รายงานผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาในหมู่บ้าน / ชุมชน ที่ปรากฏข่าวสารยาเสพติด จำนวน 15,000 หมู่บ้าน / ชุมชน เพื่อให้การดำเนินงานป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดในปีงบประมาณ 2553 และกำหนดให้มีปฏิบัติการ “มหาดไทย CLEAN & SEAL” เพื่อลดปัญหายาเสพติในพื้นที่ ผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์5 รั้วป้องกัน ในรอบเดือนที่ผ่านมา (ตุลาคม 2552 ) การตรวจสอบสถานบริการ รัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย มีนโยบายให้จังหวัดตรวจตรา และเข้มงวดกวดขันการดำเนินกิจการของผู้ประกอบการต่างๆ โดยเฉพาะสถานบริการ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง ตลอดจนเป็นการป้องกันไม่ให้สถานบริการ เป็นแหล่งมั่วสุมของเยาวชน ปัญหายาเสพติด และปัญหาอาชญากรรมที่อาจแฝงอยู่

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 13 – 11 - 52

สำนักงานจังหวัดราชบุรี จัดประชุมชี้แจงสรุปผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด ประจำปี 2552


สำนักงานจังหวัดราชบุรี จัดประชุมชี้แจงสรุปผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด ประจำปี 2552 เพื่อให้ส่วนราชการที่รับผิดชอบได้ทบทวนคะแนนการประเมินผล ที่ห้องประชุมหลวงยกกระบัตร ศาลากลางจังหวัดราชบุรี นายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานการประชุม เรื่อง สรุปผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด ประจำปี 2552 ตามที่จังหวัดราชบุรี ได้ส่งรายงานการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของจังหวัดราชบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 ( ผลงานระหว่าง 1 ตุลาคม 2551 – 30 กันยายน 2552 ) ให้สำนักงาน ก.พ.ร. เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2552 การประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการจังหวัดราชบุรี ประจำปีงบประมาณ 2552 ให้ส่วนราชการที่ได้รับผิดชอบตัวชี้วัดตามคำรับรอง ได้รายงานสรุปผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด และปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับตัวชี้วัด การประเมินผลการปฏิบัติราชการกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง และจังหวัดราชบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 รอบ 12 เดือน ประกอบด้วย 4 มิติ จำนวน 35 ตัวชี้วัด มีคะแนนการประเมินตนเอง 4.8998 คะแนน มิติที่ 1 มิติด้านประสิทธิภาพตามแผนปฏิบัติราชการมี 23 ตัวชี้วัด มิติที่ 2 มิติด้านคุณภาพการให้บริการ มี 5 ตัวชี้วัด มิติที่ 3 มิติด้านประสิทธิภาพของการปฏิบัติราชการ มี 3 ตัวชี้วัด และมิติที่ 4 มิติด้านการพัฒนาองค์กร มี 4 ตัวชี้วัด จึงขอให้ส่วนราชการที่ได้รับมอบหมายรับผิดชอบตัวชี้วัดทุกส่วนราชการ เตรียมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนตามแนวทางที่สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนด เพื่อพร้อมให้ผู้ประเมินตรวจสอบในวันที่มีการติดตามประเมินผลการปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัด

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 13 – 11 - 52

สนง. วัฒนธรรมจังหวัด จัดประชุมโครงการถนนสายวัฒนธรรม


สนง. วัฒนธรรมจังหวัด จัดประชุมโครงการถนนสายวัฒนธรรม เพื่อชี้แจงการดำเนินงานต่างๆ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ที่ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี นายสมศักดิ์ โยนกพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานการประชุมโครงการถนนสายวัฒนธรรม โดยจังหวัดราชบุรี ได้จัดทำโครงการถนนสายวัฒนธรรม ซึ่งเป็นโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ปีงบประมาณ 2552 นายอำนาจ กรมมา วัฒนธรรมจังหวัดกล่าวว่าถนนสายวัฒนธรรม หมายถึง เส้นทางที่สะท้อนเอกลักษณ์ และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นที่โดเด่นออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรม เช่น อาคาร สถาปัตยกรรม ในย่านชุมชนเก่าแก่โบราณ ตลาด วัด โบรารสถาน ศาสนสถาน และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่แสดงออกมาให้เห็นในลักษณะของอาชีพ ความรู้ช่างภูมิปัญญาท้องถิ่น และกิจกรรมทางศิลปะสายวัฒนธรรมแห่งนั้น มีวัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อเปิดพื้นที่ทางวัฒนธรรมในชุมชนท้องถิ่นให้เป็นแหล่งเรียนรู้ถ่ายทอดภูมิปัญญาที่เป็นเอกลักษณ์ด้านศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมในภาพรวม เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเกิดความภาคภูมิใจและร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟูศิลปะและวัฒนธรรม ด้วยการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างคุณค่าทางสังคมและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมให้ฟื้นกลับมาโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
มีกรอบแนวทางการดำเนินงาน คือ การส่งเสริมสนับสนุนให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงานโครงการถนนสายวัฒนธรรม การส่งเสริมให้จังหวัดกำหนดแผนงานโครงการถนนสายวัฒนธรรมบรรจุไว้ในแผนยุทธศาสตร์ ตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนและแนวคิดในการอนุรักษ์เมืองเก่า และการจัดการภูมิทัศน์วัฒนธรรม เพื่อให้จังหวัดเป็นต้นแบบการมีพื้นที่ทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่เน้นการกระจายอำนาจลงสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยุทธศาสตร์การดำเนินงานโครงการถนนสายวัฒนธรรม เน้นรูปแบบการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ผู้เป็นเจ้าของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ร่วมดำเนินงานกับหน่วยงานภาครัฐ โดยคำนึงถึงแนวความคิดด้านการอนุรักษ์พื้นที่ทางวัฒนธรรมให้สอดคล้องกับเป้าหมายและมาตรการด้านการจัดระบบผังเมือง การออกแบบและการวางผังชุมชน ให้สามารถบริหารจัดการพื้นที่ทางวัฒนธรรม การจัดภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมในย่านถนนสายวัฒนธรรม ด้วยการพัฒนาเชิงอนุรักษ์ที่เคารพต่อคุณค่าด้านต่างๆ ของมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่น อันได้แก่ สถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่าของท้องถิ่น อาคาร อันสะท้อนให้เห็นถึงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สามารถเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนา และยกระดับจากการจัดถนนสายวัฒนธรรม
การเสนอเรื่องเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับ พื้นที่ในการจัดถนนสายวัฒนธรรม คือ บริเวณถนนสายวรเดช ตั้งแต่บริเวณสนามหญ้า ถึงบริเวณหน้าวัดช่องลม การจราจรบริเวณพื้นที่จัดถนนสายวัฒนธรรม กาสรจัดรูปแบบกิจกรรม มีนิทรรศการองค์ความรู้เรื่องประวัติศาสตร์เมืองราชบุรี นิทรรศการวิถีชีวิตชาวเมืองราชบุรี ลานแสดงศิลปวัฒนธรรม ลานการแสดงกีฬาพื้นบ้าน ลานอาหารพื้นบ้านราชบุรี ลานสาธิตและจำหน่ายสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น และระยะเวลาการดำเนินการ ที่จะจัดขึ้นทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ พร้อมตลาดโคยกี๊ การจัดกิจกรรมเดือนละครั้ง และจัดเนื่องในวันสำคัญต่างๆ

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 13 – 11 - 52

การประชุมคณะทำงานเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดระดับพื้นที่จังหวัดราชบุรี


การประชุมคณะทำงานเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดระดับพื้นที่จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2552 ที่ห้องประชุมหลวงยกกระบัตร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดราชบุรี นายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานการประชุมคณะทำงานเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดระดับพื้นที่จังหวัดราชบุรี โดยมีเรื่องแจ้งให้ทราบในที่ประชุมเกี่ยวกับ สถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดระดับภูมิภาค การประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดของจังหวัดราชบุรี ด้านการปราบปรามผู้ค้ายาเสพติด การประเมินสถานการณ์ด้านการปราบปรามผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้เสพ และเครือข่ายพื้นที่ที่มีการค้าพฤติการณ์ กลุ่มยาบ้าที่ใช้ในพื้นที่อำเภอ และพฤติการณ์รูปแบบการค้ายาเสพติด ลักษณะยาเสพติดที่ตรวจพิสูจน์ เช่น สี สัญลักษณ์ องค์ประกอบ แหล่งที่มาของตัวยา การประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดน การประเมินสถานการณ์ผู้เสพ ผู้ติด เข้ารับการบำบัดรักษาในระบบสมัครใจผู้ป่วยใน ผู้ป่วยนอก การติดตามผล การประเมินสถานการณ์นำผู้เสพ ผู้ติดเข้ารับการบำบัดรักษาในระบบบังคับบำบัดแบบควบคุมตัว และแบบไม่ควบคุมตัว พฤติการณ์ของกลุ่มผู้ค้า ผู้เสพ ที่ถูกควบคุมตัวในเรือนจำ และได้รับการปล่อยตัว และความเคลื่อนไหวของเครือข่ายการลักลอบการค้ายาเสพติด สถานการณ์ของนักเรียน นักศึกษาและเยาวชน ที่เกี่ยวข้องในโรงเรียน สถานศึกษา สถานการณ์ในเขตพื้นที่การศึกษาราชบุรีเขต 1 และเขต 2 กลุ่มอาชีวะศึกษา กลุ่มการศึกษาเอกชน นักเรียนนักศึกษาในระบบการศึกษานอกโรงเรียน สถานการณ์ยาเสพติดในสถานการณ์ประกอบการ หอพัก คอนโด แหล่งมั่วสุมต่างๆ การประเมินสถานการณ์ของ ศตศ.อ. และการเสนอแนะเกี่ยวกับข้อคิดเห็นในการแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อนำเสนอผู้อำนวยการศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดราชบุรี ในการนำเป็นแนวทางป้องกัน และดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 13 – 11 – 52

วันพฤหัสบดี, พฤศจิกายน 12, 2009

สธ.เปิดเวทีระดมหมอพื้นบ้านภาคกลาง โชว์ภูมิปัญญาท้องถิ่นดั้งเดิม


สาธารณสุข รวมพลังหมอแผนไทยและหมอพื้นบ้านภาคกลาง เทิดพระเกียรติ 77 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พร้อมเปิดเวทีเสวนาค้นหาของดี จากภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการพึ่งตัวเองนายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการรวมพลังสร้างสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทยเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ 77 พรรษา โดยมีนายสมศักดิ์ โยนกพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กล่าวให้การต้อนรับพร้อมคณะที่ปรึกษาและผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเป็นเกียรติในงาน ที่ตลาดเพชรเมืองราชในครั้งนี้
โดยกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ซึ่งได้จัดทำโครงการรวมพลังสร้างสุขภาพด้วยแพทย์แผนไทย 4 ภาค เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 77 พรรษา โดยดำเนินการจัดกิจกรรม 4 ภาค นำร่องในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุโขทัย เป็นการรวมพลังของภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดแพร่ เป็นการรวมพลังของจังหวัดภาคเหนือตอนบน จังหวัดเพชรบูรณ์ รวมพลังของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครศรีธรรมราช รวมพลังภาคใต้ และจังหวัดราชบุรี เป็นการรวมพลังของจังหวัดในภาคกลางและภาคตะวันออก จำนวน 25 จังหวัด ซึ่งจัดเป็นจังหวัดสุดท้าย ณ ตลาดเพชรเมืองราช ระหว่างวันที่ 12 – 14 พฤศจิกายน 2552 ซึ่งมีการระดมภูมิปัญญาท้องถิ่นของภาคกลางมาเผยแพร่แก่ผู้สนใจ มีการนำเสนอรูปแบบของตลาดกลางวัตถุดิบสมุนไพรครบวงจร
จากการรวมพลังครั้งนี้ ทำให้กระทรวงสาธารณสุขได้ข้อสรุปของปิญญาของแต่ละภาค เพื่อเตรียมนำมาเป็นข้อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านไทยให้เกิดความชัดเจนและสอดคล้องกับปัญหาในท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น มีทะเบียนตำรับ ตำรา ทะเบียนบุคลากรด้านการแพทย์แผนไทย ทะเบียนภูมิปัญญาพื้นบ้าน และสมันไพรเด่น สมุนไพรหายากของจังหวัด รวมถึงการรวมตัวของเคลือข่ายในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน อันจะนำมาซึ่งการพัฒนา ส่งเสริมและคุ้มคลองภูมิปัญญาของชาติให้ยั่งยืนต่อไป

ภาพข่าว ภัทรพงศ์

สำนักงานที่ดินจัดพิธีปล่อยขบวนคาราวาน


สำนักงานที่ดินจัดพิธีปล่อยขบวนคาราวาน โครงการคลินิกเคลื่อนที่และหน่วยประชาสัมพันธ์ การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามหลักฐาน ส.ค. 1ที่หน้าสำนักงานที่ดินจังหวัดราชบุรี นายณรงค์ พลเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานปล่อยขบวนคาราวาน โครงการคลินิกเคลื่อนที่และหน่วยประชาสัมพันธ์ การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามหลักฐาน ส.ค. 1
ซึ่งนายวานิตย์ อินทรักษ์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดราชบุรี ได้กล่าววัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ว่า สำหรับการดำเนินการโครงการนี้มีผลสืบเนื่องมาจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมาลกฏหมายที่ดิน ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2551 ที่ได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งกำหนดให้ผู้ที่มีหลักฐานการแจ้งการคลอบครองที่ดินไปดำเนินการเพื่อขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ก่อนที่พระราชบัญญัติจะมีผลใช้บังคับ ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 นี้ หากพ้นกำหนด ผู้ครอบครองที่ดิน จะต้องยื่นคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งว่าเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ที่ดินจริง จึงจะออกโฉนดที่ดินหรือหรังสือรับรองได้ ซึ่งกรมที่ กระทรวงมหาดไทย ได้เล็งห็นความสำคัญของการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากกระทบสิทธิผู้ครอบครองที่ดินที่มีหลักฐาน ส.ค. 1 จึงได้กำหนดเป็นนโยบายให้มีการดำเนินการประชาสัมพันธ์ข่าวสารดังกล่าว ให้ผู้ครอบครองที่ดินตามหลักฐาน ส.ค. 1 ทราบทั้งนี้สำนักงานที่ดินจังหวัดราชบุรี ได้ประชาสัมพันธ์ให้ทราบแล้วอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2551 โดยใช้การประชาสัมพันธ์ ในหลายช่องทาง เช่น หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น โทรทัศน์ท้องถิ่น ในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด อำเภอ ซึ่งปรากฎว่ามีประชาชนให้ความสนใจและมายื่นคำขอออกโฉนดที่ดินบางส่วน และยังมีผู้ครอบครองที่ดินตามหลักฐาน ส.ค.1 เหลืออยู่ในท้องที่อำเภอเมือง โพธาราม จอมบึง สวนผึ้ง วัดเพลง รวมทั้งสิ้น 2,071 แปลง ที่ยังมิได้มาดำเนินการยื่นคำขอออกโฉนดที่ดิน
สำหรับพิธีเปิดมีการปล่อยขบวนคาราวาน
โครงการคลินิกเคลื่อนที่และหน่วยประชาสัมพันธ์ การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามหลักฐาน ส.ค. 1 เพื่อเป็นการกระตุ้นและเร่งรัดให้ประชาชนผู้ครอบครองที่ดินที่มี ส.ค.1 ในเขตพื้นที่จังหวัดราชบุรี ได้ทราบข้อมูลข่าวสารอย่าวทั่วถึง
ภาพข่าว..............ภัทรพงศ์

ลดระดับความสัมพันธ์กัมพูชา ส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


รมช.พาณิชย์ ยันการลดระดับความสัมพันธ์กับประเทศกัมพูชา ย่อมส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวถึงกรณีความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศได้ลดระดับความสัมพันธ์ลงแต่ไม่ได้ตัดความสัมพันธ์ นอกจากนี้ยังได้ทบทวนพันธกรณีที่ไทยมีกับกัมพูชาและ การให้ความช่วยเหลือกับกัมพูชา เพราะนายกรัฐมนตรีของกัมพูชาไม่ให้เกียรติประเทศไทยและไม่เคารพศักดิ์ศรีของประเทศไทย และยังละเมิดเสมือนหนึ่งหมิ่นกระบวนการยุติธรรมของไทย ด้วยการไปแต่งตั้งอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยซึ่งเป็นนักโทษหนีคดี และถูกพิพากษาให้จำคุกแล้วแต่หนีหลบคดีและยังหลบหนีอีกหลายคดีเรื่องการทุจริตคอรับชั่น และรวมทั้งการที่จะประกาศไม่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนทั้งที่บันทึกข้อตกลง อย่างไม่มีเหตุผล ซึ่งผิดต่อธรรมเนียมปฎิบัติระหว่างประเทศ จึงต้องปรับระดับความสัมพันธ์ลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในส่วนความสัมพันธ์ของประชาชนก็ยังคงเดิม ซึ่งยังมีการค้าขายกันได้ นอกจากนี้ นายกฮุนเซนควรแยกแยะระหว่างความสัมพันธ์ส่วนตัวอย่าให้มากระทบผลประโยชน์ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ซึ่งมีมายาวนานเป็นร้อยๆปี เรื่องที่นักลงทุนของไทยจะเข้าไปลงทุนในกัมพูชาก็ได้มีการเรียกประชุมชี้แจง ซึ่งผู้ประกอบการก็ได้ตื่นตัวเรื่องนี้แล้ว และตนก็ได้ขอให้นักลงทุน อย่าฟังข่าวลือขอให้ฟังข่าวจากทางราชการ เพราะตนจะไปตรวจราชการ และไปดูการค้าชายแดนที่ด่านคลองลึก ซึ่งติดกับปอยเปรต เพื่อประเมินสถานการณ์และไปดูความพร้อมหากสถานการณ์บานปลายมากกว่านี้ด้วย
ภาพข่าว...............ภัทรพงศ์

กำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงข้าวเปลือก


สำนักงานการค้าภายในจังหวัดราชบุรี ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ระดับจังหวัด ส่งประกาศคณะกรรมการกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิง เรื่อง กำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงข้าวเปลือก ประจำวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ สำหรับใช้ในการชดเชย ส่วนต่างราคาของการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต ๒๕๕๒/๕๓ ช่วงระหว่างวันที่ ๑-๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ซึ่งคณะอนุกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ จะประกาศเกณฑ์กลางอ้างอิงทุก ๑๕ วัน เพื่อใช้ในการคำนวณส่วนค่างราคาในการจ่ายเงินส่วนต่างตามโครงการการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีปีการผลิต ๒๕๕๒/๕๓ ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๕๒ - กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ยกเว้นภาคใต้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม ๒๕๕๓ และได้ออกประกาศเกณฑ์กลางอ้างอิงสำหรับข้าวเปลือกชนิดต่าง ๆความชื้นไม่เกิน ๑๕ % ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ ๑๔,๘๔๐ บาท ข้าวเปลือกหอมจังหวัด ตันละ ๑๓,๗๒๙ บาท ข้าวเปลือกจ้าว ตันละ ๘,๓๘๙ บาท ข้าวเปลือกปทุมธานี ตันละ ๙,๑๗๕ บาท และข้าวเปลือกเหนียว ตันละ ๗,๖๘๐ บาท การคำนวณส่วนต่างระหว่างเกณฑ์กลางอ้างอิงกับราคาประกันรายได้มีอัตราส่วนต่างสำหรับปข้าวเปลือกชนิดต่าง ๆ คือ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ ๔๖๐ บาท ข้าวเปลือกหอมจังหวัด ตันละ ๕๗๑ บาท ข้าวเปลือกจ้าว ตันละ ๑,๖๑๑ บาท ข้าวเปลือกปทุมธานี ตันละ ๘๒๕ บาท และข้าวเปลือกเหนียว ตันละ ๑,๘๒๐ บาท โดยการจ่ายเงินมีผลระหว่างวันที่ ๑-๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
ภาพข่าว ภัทรพงศ์

การประชุมกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ ประจำเดือนพฤศจิกายน 2552 ผ่านระบบ Video Conference


การประชุมกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ ประจำเดือนพฤศจิกายน 2552 ผ่านระบบ Video Conference เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2552 ที่ห้องประชุมเล็ก ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดราชบุรี ได้มีการประชุมกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ ประจำเดือนพฤศจิกายน 2552 ผ่านระบบ Video Conference โดยมีนายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัด นายสมศักดิ์ โยนกพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายเจน รัตนพิเชฏฐชัย นายอำเภอเมืองราชบุรี นายนภดล วีรวงศ์ พาณิชย์จังหวัดราชบุรี และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต่างๆ เข้าร่วมฟังการประชุม เพื่อรับมอบนโยบาย และข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ผู้นำในท้องถิ่น และหัวหน้าส่วนราชการในกระทรวงมหาดไทย ได้นำไปเป็นกรอบในการปฏิบัติหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในจังหวัด โดยในที่ประชุมมีเรื่องเสนอเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับ ข้อราชการของกระทรวงมหาดไทย ข้อราชการของปลัดกระทรวงพาณิชย์ การจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม ประจำปี 2552 ผลการจัดงาน OTOP ภูมิภาค การรับรองรายงานการประชุมกระทรวงมหาดไทย ครั้งที่ 9 / 2552 เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2552 และการเสนอเรื่องเพื่อทราบในที่ประชุมเกี่ยวกับ การขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงมหาดไทย ในรอบ 10 เดือน (มกราคม – ตุลาคม 2552 ) แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ของกระทรวงมหาดไทย ตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 การรายงานสรุปสถานการณ์สาธารณภัย ประจำเดือนตุลาคม 2552 การจัดตั้งอำเภอกัลยานิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ การคัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจำปี 2552 การดำเนินการ 5 มาตรการ 6 เดือน ลดภาระค่าครองชีพของประชาชน “มาตรการลดค่าไฟฟ้าใช้จ่ายของครัวเรือน” ประจำเดือนกันยายน 2552 และการรายงานผลการดำเนินงานตามมาตรการลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าของครัวเรือนระยะที่ 3 (สิงหาคม – ธันวาคม 2552 ) งวดประจำเดือนกันยายน 2552 ของการไฟฟ้านครหลวง
ภาพ / ข่าว คมปิยะ 12 – 11 - 52

พิธีวางศิลาฤกษ์ ศาลาปฏิบัติธรรม บริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมือง


พิธีวางศิลาฤกษ์ ศาลาปฏิบัติธรรม บริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมือง พลโท ทวนชัย พันธ์เพิ่มศิริ เจ้ากรมการทหารช่าง เป็นประธานในพิธีวาง ศิลาฤกษ์ ศาลาปฏิบัติธรรม บริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองราชบุรี มีข้าราชการกรมการทหารช่างร่วมพิธี ณ พื้นที่สำนักงานศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเดิม ค่ายภาณุรังษี โดยในเวลา 10 นาฬิกา 29 นาที เป็นเวลาปฐมฤกษ์ เจ้ากรมการทหารช่าง ตอกเข็มมงคล 9 ต้น วางแผ่นอิฐทอง นาค เงิน แล้ววางแผ่นศิลาฤกษ์ทับบนแผ่นอิฐ จากนั้นโปรยข้าวตอก ดอกไม้ เหรียญเงิน ทอง ลงในหลุมศิลา พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา และประพรหม น้ำพระพุทธมนต์ โดยกรมการทหารช่างได้อาราธนาพระสงฆ์ 9 รูป จาก 9 วัดมี พระเทพวิสุทธาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี ฝ่านมหานิกาย (ประธานสงฆ์) พร้อมด้วย พระเทพสุเมธี เจ้าอาวาสวัดศรีสุริยวงศาราม เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี ฝ่ายธรรมยุติ และพระสงฆ์อีก 7 รูป เจริญพระพุทธมนต์
สำหรับการก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรมฯ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนชาวราชบุรี ข้าราชการและครอบครัว ตลอดจน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสักการะคุณตาหลักเมือง ได้ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา และปฏิบัติธรรม ภายในศาลาประดิษฐานพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยสุโขทัย มีซุ้มแก้วด้านหลังองค์ โดยใช้พระพุทธชินราชเป็นแบบ ซึ่งจะมีการจัดสร้างในการหล่อพระประธาน และประกอบพิธีบวงสรวงเบิกพระเนตรในภายหลัง ทั้งนี้จะมีการประชาสัมพันธ์ ให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันบริจาคทรัพย์ ทำบุญสร้างพระประธานในศาลาปฏิบัติธรรมต่อไป
ศาลาปฏิบัติธรรมที่ก่อสร้างอยู่ในพื้นที่ของ อาคารสำนักงานศาลเจ้าพ่อเดิม ซึ่งทางหน่วยงานก่อสร้าง คือ กองพันทหารช่างที่ 602 ได้รื้อย้ายอาคารเดิมไปประกอบสร้างในพื้นที่ว่างทางทิศตะวันตกของศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ตรงประตูทางเข้าบ้านพักนายทหารค่ายภาณุรังษี อาคารศาลาปฏิบัติธรรมเป็นสถาปัตยกรรมทรงไทยประยุกต์ มีขนาด 12 คูณ 20 เมตร ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 4 เดือน งบประมาณในการก่อสร้าง ประมาณ 4 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนงานสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองราชบุรี ประจำปี 2553

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 12 – 11 - 52

ประชุมสภาเทศบาลเมืองราชบุรี สมัยสามัญสมัยที่ 4 ประจำปี 2552


เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่ห้องประชุมสภาเทศบาลเมืองราชบุรี ได้มีการจัดประชุมสภาเทศบาลเมืองราชบุรี สมัยสามัญสมัยที่ 4 ประจำปี 2552 นายพิสัณห์ เรืองเดช ประธานสภาเทศบาลเมืองราชบุรี เป็นประธานการประชุมสภาเทศบาลเมืองราชบุรี ซึ่งวาระการประชุมพิจารณาร่างเทศบัญญัติ เรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 มีนายวิทยา เหล่างาม สมาชิกสภาเทศบาลเมืองราชบุรี เป็นประธานกรรมการแปรญัตติ และเลือกนาย ไพจิตร บุลทวีนันท์ เป็นเลขานุการคณะกรรมการแปรญัตติ พร้อมเลือก จ.อ.วีรยุทธ บุญมา หัวหน้าฝ่ายแผนงานและงบประมาณ เป็นผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรการแปรญัตติ โดยมีญัตติจำนวน 13 ญัตติ โดยรายงานและพิจารณาทีละญัตติ ซึ่งการพิจารณาร่างเทศบัญญัติ เรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 มีมติเห็นชอบ 17 คน งดออกเสียง 1 คน และส่งเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้พิจารณาตามวาระต่อไป ในวาระต่อมาเป็นญัตติของนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองราชบุรี เรื่องการขออนุมัติใช้เงินทุนสำรองเงินสะสมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 เพื่อจ่ายเป็น ค่าก่อสร้างท่อระบายน้ำพร้อมปรับปรุงผิวจราจร จำนวน 2 สายในเขต 1 อีก 4 สาย ในเขต 2 และ 4 สายในเขต 3 รวม 10 สายสืบเนื่องจาก ทางเทศบาลเมืองราชบุรี ได้ข้อเสนอจากการออกโครงการเทศบาลเคลื่อนที่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ชุมชน วัดศรีสุริยวงค์ ชุมชนวัดหาธาตุ ชุมชนพร้อมพัฒนา บริเวณถนนเขางู บริเวณซอยศิริชัย 4 บริเวณสมบูรณ์กูล2 ชุมชนมนตรีพัฒนา ซอยสันติสุข ซอยปิฐปาตี และซอยแยกคลองบ้านไร่ ที่มีประชาชนอาศัยอยู่จำนวนมากยังมีสภาพเป็นหินคลุกและไม่มีท่อระบายน้ำ ทำให้เมื่อเวลาฝนตกจะเกิดน้ำท่วมบนผิวจราจรและไหลเข้าท่วมครัวเรือนซึ่งทางเทศบาลได้ตรวจสอบแล้วเป็นถนนสาธารณะยังไม่ได้ปรับปรุง เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนทางฝ่ายผู้บริหารมีนโยบายแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยปรับปรุงผิวจราจรพร้อมทั้งก่อสร้างท่อระบายน้ำจำนวนทั้งสิ้น 10 สายใน 3 เขตคือเขต1 เขต2 และ เขต3 แต่เนื่องจากงบประมาณมีจำนวนไม่มากทำให้ไม่สามารถจัดสรรงบประมาณเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง ทางเทศบาลจึงขออนุมัติใช้เงินทุนสำรองเงินสะสมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 เพื่อจ่ายเป็นค่าก่อสร้างท่อระบายน้ำและปรับปรุงผิวจราจร จำนวนทั้งสิ้น 10 สาย ใน 3 เขตคือเขต1 เขต2 และ เขต3 ซึ่งปัจจุบันทางเทศบาลเมืองราชบุรีมีเงินสะสม 83,890,173.18 บาท จึงขออนุมัติให้ใช้จ่ายเงินทุนสำรองสะสม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 รวมเป็นจำนวนเงิน ทั้งสิ้น 13,384,000 บาท ผลคือไม่ผ่านมติจากสภาเทศบาลเมืองราชบุรี โดยมีมติเห็นชอบ 8 คน และไม่เห็นชอบ 10 คน


ภาพข่าว ธนชาติ

11/11/52

วันพุธ, พฤศจิกายน 11, 2009

คอนเสิร์ตอัมรินทร์สัญจรออนทัวร์ ครั้งที่ 2


กลุ่มอัมรินทร์กระจายเสียงซึ่งผลิตรายการวิทยุออกอากาศทางสถานีวิทยุ สพ.ทบ.เอฟ.เอ็ม. 99.25 เมกกะเฮิร์ต ได้มอบความสุขเพื่อตอบแทนผู้ฟังที่ให้การติดตามรับฟังทุกๆรายการ ด้วยการนำศิลปินชื่อดังจากหลายค่ายเพลงไปมอบความสุขในรูปแบบฟรีคอนเสิร์ตอัมรินทร์สัญจรออนทัวร์ ที่ จ.เพชรบุรี

หลังจากประสบความสำเร็จจากการจัดฟรีคอนเสิร์ตอัมรินทร์สัญจรออนทัวร์ ครั้งแรกที่ จ.สมุทรสงคราม ได้รับการต้อนรับจากผู้ฟังอย่างล้นหลามมาแล้ว คราวนี้กลุ่มอัมรินทร์กระจายเสียงซึ่งผลิตรายการลูกทุ่งมหาชน , ไนซ์เรดิโอ และเอ็ม 150 พาวเวอร์เรดิโอ ออกอากาศทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ทางสถานีวิทยุกรมสรรพาวุธทหารบกราชบุรี หรือ สพ.ทบ.คลื่น เอฟ.เอ็ม. 99.25 เมกกะเฮิร์ต ได้นำความบันเทิงไปสร้างความสุขแก่ผู้ฟังอีกครั้ง เมื่อเร็ว ๆ นี้ ( 8 พ.ย.2552 ) ในรูปแบบฟรีคอนเสิร์ตอัมรินทร์สัญจรออนทัวร์ ครั้งที่ 2 ที่ลานตรงข้ามโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ จ.เพชรบุรี โดยก่อนที่คอนเสิร์ตจะเริ่มขึ้น 1 วันนั้น ทีมดีเจจากทุกรายการได้เรียกน้ำย่อยด้วยการนำรถแห่ออกประชาสัมพันธ์ไปรอบเมืองเพชรบุรีด้วย สำหรับฟรีคอนเสิร์ตอัมรินทร์สัญจรออนทัวร์ครั้งที่ 2 ยังคงมี ผู้สนับสนุนจำนวนมากไปร่วมออกบูธกิจกรรมมอบน้ำตาลทรายฟรีแก่ผู้ฟังด้วย ผู้บริหารกลุ่มอัมรินทร์กระจายเสียงจะได้เปิดงานนำของขวัญของที่ระลึก รวมทั้งทองคำไปแจกแก่ผู้มาร่วมกิจกรรมความสุขนี้ พร้อมกับเหล่าดีเจ ทีมงานเบื้องหน้าเบื้องหลัง และศิลปินชื่อดังมากมายจากหลากหลายค่ายเพลง ไม่ว่าจะเป็น น้ำหวาน ปิยะธิดา นักร้องนักเรียนรางวัลพระราชทานจาก จ.เพชรบุรี สวรส รุ้งไพลิน เจ้าของเพลงรอสายคนใจดำ กรุง สุขสันต์ เพียว เพียว เดวิด อินธี จากค่ายรถไฟดนตรี วิดไฮเปอร์ จากอาร์สยาม และหนุ่มตามฝันจากบ้านไกลไผ่ พงศธร จากสังกัดแกรมมี่โกลด์ ซึ่งฟรีคอนเสิร์ตอัมรินทร์สัญจรออนทัวร์ จะเกิดขึ้นอีกครั้งในวันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม 2552 ที่โรงยิมเนเซียมราชบุรี โดยจะมีศิลปินดังอย่างเอ็ม อรรถพล เอิร์น เดอะสตาร์ และบ่าววี พร้อมกับความบันเทิงอีกมากมายไปมอบให้แก่ผู้ฟังอีกเช่นกัน


ภาพ/ข่าว วิจิตรา
11-11-52

อบจ. จัดการแถลงข่าวการแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดราชบุรี ประจำปี 2552


อบจ.จัดการแถลงข่าวการแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดราชบุรี ประจำปี 2552 เพื่อชี้แจงการดำเนินงาน และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในจังหวัดรับทราบ ที่ห้องประชุมเล็กชั้น 3 องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ได้มีการจัดการแถลงข่าวการแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดราชบุรี ประจำปี 2552 ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี นายวันชัย ธีระสัตยกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรีกล่าวว่า จังหวัดราชบุรี เป็นจังหวัดที่มีแม่น้ำแม่กลองไหลผ่าน และในอดีตได้มีการจัดการแข่งขันเรือยาวในลำน้ำแม่กลองมาหลายครั้ง การแข่งขันเรือยาวแต่ละครั้งเป็นที่สนใจของประชาชนจังหวัดราชบุรี และฝังอยู่ในความทรงจำของชาวราชบุรีตลอดมา แต่โดยสภาพเศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนแปลงไปทำให้การแข่งขันหยุดไประยะหนึ่งและมีแนวโน้มว่าจะเลิกราไป ต่อมาองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ได้ริเริ่มจัดให้มีการแข่งขันเรือยาวขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งในช่วงปลายปี 2542 และจัดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชน เยาวชนเกิดความรักในศิลปวัฒนธรรม และสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่นให้คงสืบไป โดยในปีนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ร่วมกับ จังหวัดราชบุรี เทศบาลเมืองราชบุรี และสำนักงานสนับสนุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดการแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดราชบุรี ประจำปี 2552 แบ่งการแข่งขันเรือยาวรวม 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทเรือยาวทั่วไป จำนวน 24 ฝีพาย ไม่เกิน 30 ฝีพาย ชนะเลิศได้รับถ้วยเกียรติยศ ของฯพณฯ สรอรรถ กลิ่นประทุม อดีตรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พร้อมเงินรางวัล 10,500 บาท
รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับถ้วยเกียรติยศ ของนายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท
รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับถ้วยเกียรติยศ ของพลโททวนชัย พันธ์เพิ่มศิริ เจ้ากรมการทหารช่าง พร้อมเงินรางวัล 7,000 บาท
รองชนะเลิศอันดับ 3 ได้รับถ้วยเกียรติยศ ของนายสมศักดิ์ โยนกพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมเงินรางวัล 5,000 บาท
และประเภทเรือยาวพื้นบ้านภายในจังหวัดราชบุรี จำนวน 24 ฝีพาย ไม่เกิน 30 ฝีพาย ชนะเลิศได้รับถ้วยเกียรติยศ ของนายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท
รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับถ้วยเกียรติยศ ของนายวันชัย ธีระสัตยกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี พร้อมเงินรางวัล 8,000 บาท
รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับถ้วยเกียรติยศ ของนายพงษ์ศักดิ์ กิจประเสริฐ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี พร้อมเงินรางวัล 6,000 บาท
รองชนะเลิศอันดับ 3 ได้รับถ้วยเกียรติยศ ของนายอำพร เพ็ญธำรงรัตน์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี พร้อมเงินรางวัล 4,000 บาท
ส่วนรางวัลประเภทกองเชียร์ชนะเลิศ ได้รับถ้วยเกียรติยศ ของนางปิยะวรรณ นันทชัยพร ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี โดยเปิดรับสมัครเรือยาวที่ประสงค์จะเข้าแข่งขันตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2552 ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ในวันและเวลาราชการ หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โทรศัพท์ 032 – 338625 องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นจังหวัดราชบุรี โดยร่วมชมการแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดราชบุรี ประจำปี 2552 ในวันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2552 ณ บริเวณลำน้ำแม่กลอง ริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี โดยจะมีพิธีเปิดในเวลา 10.00 น. และจะเริ่มการแข่งขันตั้งแต่เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 11 – 11 - 52

ศตส.จ.รบ. จัดการเสวนาร่วมแก้ปัญหายาเสพติดเยาวชนจังหวัดราชบุรี


ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดราชบุรี จัดการเสวนาร่วมแก้ปัญหายาเสพติดเยาวชนจังหวัดราชบุรี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้แทนเยาวชนได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็น และประเด็นความต้องการในการร่วมแก้ปัญหายาเสพติดของเยาวชนต่อส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ที่ห้องประชุมหลวงยกกระบัตร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดราชบุรี นายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานการประชุมเสวนาร่วมแก้ปัญหายาเสพติดเยาวชนจังหวัดราชบุรี เนื่องจากสภาพปัญหาเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบัน ก่อให้เกิดผลกระทบต่อเยาวชนเป็นวงกว้างทั้งปัญหาพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและปัญหายาเสพติด ซึ่งอยู่รอบตัวของเยาวชน โดยปัจจัยที่ทำให้ยาเสพติดแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว นอกเหนือจากปัญหาในครอบครัว ส่วนหนึ่งเกิดจากกระแสค่านิยมที่ฟุ้งเฟ้อ การก้าวตามแฟชั่นและวัฒนธรรมตะวันตกอย่างผิดๆ และการเข้าถึงสื่อต่างๆอย่างเสรี รวมทั้งแหล่งบันเทิง ร้านเกมส์ หอพัก บ้านเช่า การรวมกลุ่มของเยาวชน ฯลฯ การจัดเสวนาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ เปิดเวทีให้เยาวชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น และเสนอแนวทางความต้องการ แทนรูปแบบเดิม ที่ภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้จัดให้ ซึ่งอาจจะเกิดมิติใหม่ในการดำเนินกิจกรรมของหน่วยงาน ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบต่อปัญหายาเสพติดในกลุ่มเป้าหมายต่างๆ มาตรการในส่วนที่หน่วยงานต่างๆ รับผิดชอบดำเนินการอยู่แล้ว โดยจะต้องมีการเพิ่มความเข้มข้นให้มากขึ้น สำหรับการจัดกิจกรรมเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด คงต้องรับฟังแนวคิดของเยาวชน ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้ได้รับผลกระทบ และมีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง และใช้ข้อสรุปในวันนี้ นำไปปรับใช้ให้สอดคล้องการบูรณาการ เพื่อลดความซ้ำซ้อน และเกิดประโยชน์สุงสุด

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 11 – 11 - 52

นายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี ให้โอวาท และมอบเงินค่าเบี้ยเลี้ยงให้กับนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ครั้งที


นายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี ให้โอวาท และมอบเงินค่าเบี้ยเลี้ยงให้กับนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 27 ที่ศาลาประชารวมใจเทศบาลเมืองราชบุรี นายพิชัย นันทชัยพร นายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี เป็นประธานในการที่จะเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 27 ประจำปี 2552 รอบคัดเลือก ระดับกลุ่มภาคกลาง ประจำปี 2552 ระหว่างวันที่ 11 – 21 พฤศจิกายน 2552 ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี นายวิรัติ ระวังภัย ผู้อำนวยการกองการศึกษาเทศบาลเมืองราชบุรี กล่าวว่า การแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 27 ของนักเรียนในสังกัดเทศบาล มีการแข่งขันกีฬาจำนวน 6 ประเภท คือ ฟุตซอล วอลเลย์บอล วอลเลย์บอลชายหาด เทเบิลเทนนิส เปตอง และกรีฑา รวมนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 114 คน มีวัตถุประสงค์ เพื่อคัดเลือกหาตัวแทนนักกีฬากลุ่มภาคกลาง เข้าร่วมการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 27 รอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ ระหว่างวันที่ 10 – 20 มกราคม 2553 ณ จังหวัดกรุงเทพฯ
โดยครูผู้ควบคุมทีม และผู้ฝึกสอนทุกคน ได้ดำเนินการฝึกซ้อมนักกีฬามาโดยตลอด ทั้งก่อนเข้าค่ายเก็บตัวตั้งแต่วันที่ 15 – 30 ตุลาคม 2552 ทำให้นักกีฬาทุกคนมีความพร้อม ความมุ่งมั่นในการที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน และสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัด

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 11 – 11 - 52

พบศพสาวใหญ่ถูกสังหารโหดทิ้งในป่าช้าหลังสุสาน


พบศพสาวใหญ่ถูกสังหารโหดทิ้งในป่าช้าหลังสุสาน
เมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 10 พ.ย. 52 ร.ต.ท.วุฒิเกียรติ ไสยกิจ ร้อยเวรสภ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ได้รับแจ้งว่ามีผู้หญิงถูกยิงเสียชีวิตที่บริเวณป่าหญ้า ในป่าช้าหลังสุสานเม่งซวงเซี่ยงตั้ว หมู่ 5 ต.ดอนกรวย อ.ดำเนินสะดวก จึงได้รายงานให้ พ.ต.อ.สมเกียรติ แสงสินศร รองผบก.ภ.จว.ราชบุรี และ พ.ต.อ.อำนวย วรญาวิสุทธิ์ ผกก.สภ.ดำเนินทราบก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างราชบุรี
ในที่เกิดเหตุเป็นป่าช้าอยู่หลังสุสานฯ พบศพหญิงสาวอายุประมาณ 50 ปี รูปร่างท้วม ผิวขาว สวมเสื้อเชิ้ตลายดอกสีเขียวอ่อน สวมกางเกงขายาวสีดำ ภายในตัวพบกุญแจบ้านและกุญแจตู้เซฟ 1 พวง ที่นิ้วมือทั้งสองข้างพบแหวนเพชรข้างละ 1 วง และต่างหูเพชร 1 คู่ แต่ไม่พบเอกสารประจำตัวแต่อย่างใด ส่วนสภาพศพนั้นที่ศรีษะด้านหลังถูกตีด้วยของแข็งจนกระโหลกแตกและถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงเข้าที่ท้ายทอยทะลุหน้าผาก 1 นัด ศพถูกทิ้งข้างพงหญ้าข้างทาง นอกจากนี้ใกล้กันยังพบกระดาษทิชชู่เปื้อนเลือดตกอยู่ และพบท่อนเหล็กถูกห่อด้วยหนังสือพิมพ์เปื้อนเลือดตกอยู่ในพงหญ้า 1 อัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนนางศรีลา วันดี อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 206 หมู่ 5 ต.ดอนกรวย ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุทราบว่า ในช่วงเวลาประมาณ 05.00 น.ได้ยินเสียงรถปิกอัพมาจอดในที่เกิดเหตุและได้ยินเสียงพุดคุย ซึ่งเป็นเสียงผู้ชาย จากนั้นก้ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด และขับรถออกไป แต่ยังไม่กล้าออกไปดูเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งเช้าจึงเดินออกมาดูก็พบว่ามีผู้หญิงถูกยิงตายที่บริเวณนั้น จึงได้แจ้งเจ้าน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบดังกล่าว
ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานในเบื้องต้นว่า คนร้ายน่าจะมากับผู้ตายซึ่งดูลักษณะค่อนข้างเป็นคนมีฐานะเพียง 2 คน เพื่อมาตกลงปัญหาอะไรบางอย่างแต่ตกลงกันไม่ได้ จึงได้ใช้ท่อนเหล็กตีแต่ยังไม่ตายจึงได้ใช้ปืนยิงซ้ำก่อนจะขับรถหลบหนีไป ซึ่งคนร้ายนั้นต้องเป็นคนในพื้นที่ เพราะที่ป่าช้าหลังสุสานนั้นต้องเป็นคนที่รู้พื้นที่เท่านั้นจึงจะเข้าไปได้ เนื่องจากต้องขับรถจากถนนสายดำเนิน-บางแพ เข้าไปลึกมาก และไม่ค่อยมีใครเข้าไป ซึ่งจะได้ประสานไปตามสภ.ต่างๆเพื่อตรวสจสอบว่ามีที่ใดแจ้งคนหายไว้บ้างเพื่อจะได้ติดตามหาญาติต่อไป และจะได้สืบหาตัวคนร้ายที่ก่อคดีโหดรายนี้มาดำเนินคดีด้วย

คืบหน้าคดีสังหารโหดสาวใหญ่ในสุสานเป็นแม่ค้ารับซื้อผลไม้


คืบหน้าคดีสังหารโหดสาวใหญ่ในสุสานเป็นแม่ค้ารับซื้อผลไม้จากกรณีที่มีคนพบศพสาวใหญ่ถูกยิงเสียชีวิตในป่าช้าหลังสุสานเม่งชวงเซี่ยงตั้ว ม.5 ต.ดอนกรวย อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เหตุเกิดเมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 10 พ.ย. 52 สภาพศพที่ศรีษะด้านหลังถูกตีด้วยของแข็งจนกะโหลกแตกและถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่ท้ายทอยทะลุหน้าผาก ต่อมาทางด้าน พ.ต.อ.อำนวย วรญาวิสุทธิ์ ผกก.สภ.ดำเนินสะดวก ได้สั่งการให้ชุดสอบสวน สภ.ดำเนินออกหาข่าวในพื้นที่เพื่อสืบหาว่าผู้ตายเป็นใคร พร้อมทั้งประสานไปทุก สภ.เพื่อตรวจสอบว่าพื้นที่ไหนมีคนแจ้งคนหายหรือไม่เพื่อจะได้ติดตามญาติมาสอบสวนสาเหตุการณ์ถูกฆาตกรรม เพื่อสาวไปถูกคนร้าย ที่ก่อคดีโหดรายนี้มาดำเนินคดีด้วย ต่อมาชุดสืบสวน สภ.ดำเนินก็สามารถรู้ชื่อผู้ตายคือนางซิ้วลุ้ย แซ่ตั้ง อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 317/23 หมู่ 9 ต.ดอนกรวย อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี มีอาชีพเป็นแม่ค้ารับซื้อผลไม้ตามสวนไปส่งขายที่ตลาดไทย ตลาดสี่มุมเมืองและตลาดน้ำดำเนินสะดวก และขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวคนใกล้ชิดทั้งหมดไปสอบสวนหาสาเหตุของการถูกฆาตกรรมในครั้งนี้ซึ่งคาดว่าน่าจะทำให้รู้สาเหตุและตัวคนร้ายที่ลงมือสังหารโหดในครั้งนี้ และสามารถติดตามจับกุมตัวได้ในไม่ช้า
ภาพข่าว ประทีป

หอการค้าจัดประชุมปัญหาการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวชาวพม่า


หอการค้าจัดประชุมปัญหาการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวชาวพม่าที่ห้องประชุม ชั้น 2 สำนักงานหอการค้าจังหวัดราชบุรี นายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานการประชุมปัญหาการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวชาวพม่า โดยมีนายอุดม เปรมพูลสวัสดิ์ ประธานหอการค้าจังหวัดราชบุรี พร้อมด้วยคณะกรรมการและผู้ประกอบการเกษตรกรต่างๆ เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง
ซึ่งในการประชุมปัญหาการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวชาวพม่า ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากได้มีนโยบายการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวชาวพม่าของกระทรวงแรงงาน ได้กำหนดให้มีการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าว ซึ่งแรงงานต้องเดินทางมาพิสูจน์สัญชาติด้วยตนเองที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่เข้ามาทำงานตามสถานประกอบการ โดยเจ้าของประกอบการต่างๆ ในจังหวัดราชบุรี ที่มีแรงงานต่างด้าวเข้าทำงานในสถาน
ประกอบการนั้น ซึ่งมีปัญหาผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจตามสถานประกอบการทั่วจังหวัดราชบุรี ในด้านแรงงาน โดยมีปัญหา ขั้นตอนการดำเนินงานพิสูจน์สัญชาติของแรงงานต่างด้าวชาวพม่า รวมทั้งกระบวนการยังมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและเกิดความลำบาก เช่น ในการนำแรงงานเดินทางไปยังด่านตรวจโดยในขณะนี้ได้มีบริษัทเอกชน ทำหน้าที่รับอ้างดำเนินการโดยคิดค่าดำเนินการเป็นเงินประมาณ 5,800 – 7,500 บาทต่อแรงงานหนึ่งคน ด้วยความไม่ชัดเจนข้างต้น ทำให้ข่าวลือในหมู่แรงงานต่างด้าว ในทำนองเกิดความคุกคาม และข่มขู่เรียกเก็บค่าสินไหม ที่สูงกับญาติพี่น้องในประเทศพม่า จนเกิดการเสียขวัญแก่แรงงานต่างด้าวที่ทำงานอยู่เมืองไทยและจะเดินทางกลับไปยังพม่า ทำให้เกิดปัญหาขาดแรงงานทำงานอย่างรุนแรง ทั้งนี้แม้ว่าแรงงานที่มีบัตรต่างด้าวอย่างถูกต้องก็มีความกังวลและจะเดินทางกลับไปยังประเทศพม่าด้วย ในขณะเจ้าของผู้ประกอบการกิจการต่างๆ ในจังหวัดราชบุรี จึงต้องพบกับปัญหาการขาดแรงงาน และประเมินว่าหากมิได้รับการช่วยเหลือหรือรับการแก้ไข้จากภาครัฐอาจจะเกิดปัญหาลุกลามที่รุนแรง ดังนั้นผู้ประกอบการต่าง ๆ ในจังหวัดราชบุรี จึงอยากให้ประธานหอการค้าได้ทำหนังสือแจ้งเพื่อนำเสนอเรื่องต่อกระทรวงแรงงานและภาครัฐ ในการข้อผ่อนผันการยื่นพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าว โดยกำหนดให้ขึ้นทะเบียนตามระบบเดิม คือ ต่ออายุแรงงานต่างด้าว ทุกๆ 1 ปี ซึ่งจะจัดทำในพื้นที่จังหวัดนั้น ๆ นอกจากนี้ยังได้มีการประชุมคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดราชบุรีประจำเดือน ครั้งที่ 9 เพื่อสรุปกิจกรรมประจำเดือนตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา ร่วมทั้งสรุปกิจกรรมโครงการมหกรรมคอนเสริต์รวมใจต้านภัยความเคลียดเพื่อการกุศลและการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 27 ด้วย
ภาพข่าว ภัทรพงศ์

แนวโน้มเศรษฐกิจ ในปี 2553


แนวโน้มเศรษฐกิจ ในปี 2553ประธานสภาอุตสาหกรรม จังหวัดราชบุรี ระบุ เศรษฐกิจในปี 2553 จะดีขึ้นอย่างแน่นอน หลังรัฐบาลพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการในหลายด้านนายอัครพล วิสีปัต ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้เศรษฐกิจโลกกำลังจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในครึ่งหลังของปี 2552 ทำให้เศรษฐกิจไทยจะสามารถฟื้นตัวตามไปด้วยโดยเฉพาะในปี 2553 ซึ่งเป็นที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในประเทศไทย จะดีขึ้นอย่างแน่นอน ทั้งนี้จากมาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่มีการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ ในหลายด้าน โดยเฉพาะโครงการไทยเข้มแข็ง ที่จะทำให้ระบบเศรษฐกิจเดินหน้าได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ในส่วนของสภาอุตสาหกรรม ก็จะมีการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอาทิสำนักงานแรงงานจังหวัด สำนักงานจัดหางานจังหวัด เพื่อชะลอปัญหาการเลิกจ้าง รวมถึง ส่งเสริมการให้ความรู้แก่สถานประกอบการในการประกอบธุรกิจ ในสภาวะชะลอตัว โดยการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันนี้ จะมีการประสานงาน ต่อไป ในอนาคตอย่างแน่นอน เพื่อช่วยให้สถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจภายในจังหวัดราชบุรี คลีคลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น
ภาพข่าว ภัทรพงศ์

สภาวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี แถลงข่าว ร่วมใจจัดงานสืบสานวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี ครั้งที่ 8


สภาวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี แถลงข่าว ร่วมใจจัดงานสืบสานวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี ครั้งที่ 8ที่ห้องประชุม ชั้น 2 องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี นายวันชัย ธีรสัตยกุล ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี นายไกร ตราบดี รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี นายอำพร เพ็ญธำรงรัตน์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี นายมนูญ พลจันมร์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี และนายอำนาจ กรมมา เลขาธิการสภาวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี ร่วมกันแถลงข่าว ร่วมใจจัดงานสืบสานวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี ครั้งที่ 8 โดยมีสื่อมวลชลทุกแขนง เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหาวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2552 และเป็นโอกาสให้ประชาชนชาวจังหวัดราชบุรี ทุกหมู่เหล่าได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน รวมทั้งรณรงค์ให้เครือข่ายวัฒนธรรมและองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนประชาชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบทอดศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาอันเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ชุมชน จังหวัดราชบุรี
โดยในการจัดงานครั้งนี้ จัดให้มีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ซึ่งเริ่มตั้งแต่การจัดริ้วขบวนเทิดพระเกียรติ จากทั้ง 8 ชาติพันธ์ในจังหวัดราชบุรี ได้แก่ ไทยเขมรลาวเดิม ไทยยวน ไทยจีน ไทยทรงดำ ไทยมอญ ไทยกระเหรี่ยง ไทยพื้นถิ่น ไทยลาวเวียง การแสดงศิลปวัฒนธรรม ซุ้มอาหารพื้นถิ่น พร้อมทั้งการจุดเทียนชัยถวายพระพรแด่พระองค์ท่าน
สำหรับประชาชนทั่วไปและผู้ที่สนใจสามารถ ร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้ในวันที่ 1 ธันวาคม 2552 โดยริ้วขบวนเทิดพระเกียรติ 8 ชาติพันธ์ในจังหวัดราชบุรี จะเริ่มเคลื่อนออกจากโรงเรียนดรุณาราชบุรี ในเวลา 17.00 น. เพื่อเคลื่อนขบวนไปสู่โรงยิมเนเซี่ยมจังหวัดราชบุรี และร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพร ในเวลา 18.00 น. อีกทั้งเชิญชิมอาหารพื้นถิ่น การแสดงต่างๆ โดยไม่เสียค่าใช่จ่ายแต่อย่างใด
ภาพข่าว ภัทรพงศ์

วันอังคาร, พฤศจิกายน 10, 2009

ประชาสัมพันธ์จังหวัด จัดการประชุมคณะทำงานโฆษกจังหวัดราชบุรี


ประชาสัมพันธ์จังหวัด จัดการประชุมคณะทำงานโฆษกจังหวัดราชบุรี เพื่อชี้แจงการดำเนินงาน ในการนำไปปฏิบัติให้เกิดประสิทธิผล ที่ห้องประชุมหลวงยกกระบัตร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดราชบุรี นายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานการประชุมคณะทำงานโฆษกจังหวัดราชบุรี ครั้งที่ 1 / 2552 โดยมีนายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายนรกิจ ศรัทธา ประชาสัมพันธ์จังหวัด ข้าราชการ พนักงานผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และสื่อมวลชน เข้าร่วมการประชุม ตามที่กระทรวงมหาดไทย มีหนังสือด่วนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดแต่งตั้งโฆษกจังหวัด เพื่อทำหน้าที่ในการให้ข้อมูลกับท่านนายกรัฐมนตรีในการลงพื้นที่ เป็นผู้ประสานให้ข้อมูล และทำความเข้าใจ รวมถึงการประชาสัมพันธ์แก่สื่อมวลชนท้องถิ่นประจำจังหวัด ตลอดจนสะท้อนปัญหาในพื้นที่ให้ผู้บริหารส่วนกลางได้รับทราบอย่างรวดเร็ว และจังหวัดราชบุรี ได้มีคำสั่งมอบให้ นายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นโฆษกจังหวัดราชบุรี พร้อมทั้งแต่งตั้งหน่วยงานซึ่งเป็นผู้แทนกระทรวงต่างๆ เป็นคณะทำงาน โดยในที่ประชุมได้มีเรื่องเสนอเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับ กระบวนการทำงานของคณะทำงานโฆษกจังหวัดราชบุรี ในการทำหน้าที่รับข่าวสารจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อชี้แจงให้ประชาชนทราบ การกลั่นกรองข่าวสารให้ถูกต้อง เพื่อทำการเผยแพร่ การประสานสื่อมวลชนให้ช่วยประชาสัมพันธ์ และการประเมินผลในที่ประชุมหัวหน้าส่วนประจำทุกเดือน

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 10 – 11 - 52

โรงเรียนสตรีพัทลุง คว้าแชมป์การแข่งขันมินิวอลเลย์บอล ในกีฬาธนาคารโรงเรียน


การแข่งขันมินิวอลเลย์บอล กีฬาธนาคารโรงเรียน ของธนาคารออมสิน เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายให้กับสมาชิก และเพื่อสนับสนุนให้มีกิจกรรมเพิ่มเติมนอกเหนือจากการออม เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2552 ที่สนามกีฬากลางจังหวัด ได้มีการแข่งขันมินิวอลเลย์บอล 3 คน ในรุ่นมัธยมปลาย ประเภททีมหญิง รอบชิงชนะเลิศ ในกีฬาธนาคารโรงเรียน โดยเป็นการแข่งขันระหว่างทีมโรงเรียนสตรีพัทลุง ตัวแทนธนาคารออมสินภาค 14 เสื้อสีเหลือง กับทีมวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม ตัวแทนธนาคารออมสินภาค 12 เสื้อสีส้ม
โดยธนาคารออมสิน จัดให้มีการแข่งขันกีฬาให้กับโรงเรียนที่เป็นสมาชิกโครงการธนาคารในโรงเรียน มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนมีสุขภาพที่ดี ร่างกายแข็งแรง ฝึกให้เยาวชนเป็นคนมีวินัย บริหารจัดการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ สนับสนุนให้มีกิจกรรมเพิ่มเติมนอกเหนือกิจกรรมการออม โดยให้มีการแข่งขันกีฬาระหว่างกันของโรงเรียนในโครงการ เสริมสร้างให้เยาวชนเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ มีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้ในเรื่องกฎ กติกา การยอมรับในคำตัดสิน และผลของการแข่งขัน ตลอดจนมรรยาททั้งการเล่นและการชมกีฬา เป็นการสนับสนุน และเพิ่มทักษะ ตลอดจนประสบการณ์ด้านกีฬา เพื่อสู่โครงการช้างเผือกของสถาบันการศึกษาต่างๆ และก้าวสู่การเป็นตัวแทนระดับประเทศต่อไป
ผลการแข่งขันปรากฏว่าทีมโรงเรียนสตรีพัทลุง สามารถเอาชนะ ทีมวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม ไป 2 – 1 เซต ด้วยคะแนน 15 : 9 , 14 : 16 และ 15 : 8 คว้าแชมป์การแข่งขันเป็นตัวแทนภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ ไปแข่งขันในระดับประเทศต่อไป

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 10 – 11 - 52

การแสดงเทควันโด ของสโมสรบ้านบัวทอง


การแสดงเทควันโด ของสโมสรบ้านบัวทอง ในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาธนาคารโรงเรียน ของธนาคารออมสิน เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2552 ที่สนามกีฬากลางจังหวัด ได้มีการแสดงเทควันโด ของสโมสรบ้านบัวทอง ในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาธนาคารโรงเรียน ของธนาคารออมสิน เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬาให้กับโรงเรียนที่เป็นสมาชิกโครงการธนาคารในโรงเรียน การสนับสนุนให้มีกิจกรรมเพิ่มเติมนอกเหนือจากกิจกรรมการออม และเป็นการสนับสนุน และเพิ่มทักษะ ตลอดจนประสบการณ์ด้านกีฬา เพื่อสู่โครงการช้างเผือกของสถาบันการศึกษาต่างๆ
การแสดงเทควันโด ของสโมสรบ้านบัวทอง มีนักกีฬาเทควันโดของสโมสรบ้านบัวทอง เข้าร่วมแสดงจำนวน 15 คน มีนายดนัย แก้วแหวน เป็นผู้ฝึกสอน โดยการแสดงจะเป็นการโชว์ความสามารถของนักกีฬา ที่ได้ฝึกฝนจนชำนาญ ในสาขาวิชาเทควันโด ซึ่งเป็นกีฬาป้องกันตัวที่กำลังได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะสามารถเรียนได้ทุกเพศทุกวัย มีนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จ และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศเป็นจำนวนมาก

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 10 – 11 - 52

สัมมนารับฟังความคิดเห็นและยกร่างระเบียบกองทุนพัฒนาไฟฟ้า


สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน จัดการสัมมนา รับฟังความคิดเห็นและยกร่างระเบียบกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ตามมาตรา 97(3) ระดับภาคที่ห้องราชาวดี โรงแรมโกลเด้นซิตี้ นายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดการสัมมนารับฟังความคิดเห็นและยกร่างระเบียบกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ตามมาตรา 97(3) ระดับภาค โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาประมาณ 100 คน ประกอบด้วยพลังงานจังหวัดที่มีกองทุนรอบโรงไฟฟ้า ตัวแทนคณะกรรมการบริหารกองทุนรอบโรงไฟฟ้า ทั้ง 23 กองทุน เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เป็นต้น สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้ ได้จัดให้มีขึ้นตามแนวทางการจัดตั้ง กองทุนพัฒนาไฟฟ้า ตามความในมาตรา 97(3)ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พศ.2550 ที่ประสงค์จะให้ผู้เข้าร่วมสัมมนา ประกอบตัวแทนของชุมชนรอบโรงไฟฟ้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ถือว่าเป็นตัวแทนของชุมชนรอบโรงไฟฟ้า เพื่อมาทำหน้าที่เป็นคณะทำงานรับฟังความคิดเห็นและร่างระเบียบกองทุน ร่วมกันกำหนดประเด็นเนื้อหา องค์ประกอบของร่างระเบียบกองทุนเบื้องต้น ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าว บรรลุตามเป้าหมายและเกิดการมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งแต่แรกเริ่ม จึงมีกระบวนการดำเนินการซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนได้แก่ สรรหาตัวแทนเพื่อทำหน้าที่ ศึกษาและประชุมกลุ่มย่อย เปิดเวทีปรึกษาหารือและรับฟังความคิดเห็น และเปิดเวทีขอฉันทานุมัติร่างระเบียบกองทุน เพื่อนำไปประกาศใช้ในราชกิจานุเบกษาต่อไป
ภาพข่าว ภัทรพงศ์

เปิดโครงการบูรณาการแผนปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพแรงงาน


สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 4 ราชบุรี เปิดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อบูรณาการแผนปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพแรงงานที่โรงแรมเวสเทิร์นแกรนด์ ราชบุรี นายสมศักดิ์ โยนกพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อบูรณาการแผนปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพแรงงาน โดยการสัมมนาในครั้งนี้ จัดขึ้น เพื่อระดมความคิดเห็น และรับทราบปัญหาความต้องการพัฒนาศักยภาพแรงงาน เพื่อเพิ่มผลผลิตในสถานประกอบกิจการ ซึ่งกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้มอบหมายให้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค ดำเนินการต่อยอดโดยค้นหาความต้องการพัฒนาศักยภาพแรงงานที่แท้จริงของแต่ละจังหวัด ในพื้นที่ภาค 4 ซึ่งเป็นช่วงขณะที่สถานประกอบกิจการได้รับผลกระทบด้านแรงงาน จากสาเหตุปัจจัยปัญหาด้านต่างๆ อาทิ ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ และปัญหาเงินเฟ้อที่คาดว่าจะสูงขึ้นจากปัญหาด้านต่างๆ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นคืนโดยเร็ว จึงหามาตรการให้ความช่วยเหลือสถานประกอบกิจการ และลูกจ้างที่มีแนวโน้มถูกเลิกจ้างในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจชะลอตัวให้กับกำลังแรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ได้รับการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงขึ้น เพื่อรองรับเศรษฐกิจฟื้นตัว ทางสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 4 และศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดเครือข่าย จึงได้ร่วมกันจัดทำโครงการดังกล่าวขึ้น โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และกลุ่มอุสาหกรรมต่างๆ รวม 7 จังหวัดได้แก่ ราชบุรี กาญจนบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ รวมกว่า 100 คน
ภาพข่าว ธนชาติ 10/11/52

กอล์ฟการกุศล


สนามกอล์ฟดรากอนฮิลล์ ร่วมกับสโมสรโรตารีพลอย จังหวัดราชบุรี จัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล เพื่อนำรายได้ สมทบทุนอาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียนที่สนามกอล์ฟดรากอนฮิลล์ ตำบลอ่างหิน อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ทางสนามกอล์ฟดากอนฮิลล์ ได้ร่วมกับ สโมสรโรตารีพลอยจังหวัดราชบุรี ได้จัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล ครั้งที่ 3 ประจำปี 2552 ชิงถ้วยรางวัล จากนายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมของรางวัลสมนาคุณ นอกจากนี้ ในหลุมที่ 17 ยังมีรางวัลพิเศษสำหรับผู้ที่ทำโฮลอินวัน ได้ในหลุมนี้ โดยนายภาณุ อุทัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย จะมอบ ทองคำหนัก 10 บาท ให้อีกด้วย สำหรับการแข่งขันกอล์การกุศล ดังกล่าว จัดขึ้น เพื่อเป็นการ สมทบทุนอาหารกลางวัน ให้แก่เด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล ในเขตอำเภอปากท่อ รวมถึง ยังเป็นการสนับสนุนกิจกรรมด้านสาธารณประโยชน์ของทางสโมสรโรตารีพลอยอีกด้วย ซึ่งในการแข่งขันครั้งนี้ มีทั้งส่วนราชการจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และจังหวัดราชบุรี เข้าร่วมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก
ภาพข่าว ภัทรพงศ์

1 เหรียญ 1 คำอธิษฐาน เพื่อในหลวง


อำเภอเมืองราชบุรี เชิญชวนพสกนิกรชาวไทย ร่วมบริจาคเหรียญอธิษฐานที่มีพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นแห่งกิจกรรมเพื่อสาธารณกุศลของโครงการ 1 เหรียญ 1 คำอธิษฐาน เพื่อในหลวงนายเจน รัตนพิเชฏฐชัย นายอำเภอเมืองราชบุรี เปิดเผยว่า โครงการ 1 เหรียญ 1 คำอธิษฐานเพื่อในหลวง ที่ทางคณะกรรมการโครงการ ได้จัดทำซองใส่เหรียญพร้อมคำอธิษฐาน ขึ้น ซึ่งประชาชนสามารถนำเหรียญที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ ได้แก่ เหรียญ 25 สตางค์ 50 สตางค์ 1 บาท 2 บาท 5 บาท และเหรียญ 10 บาท ใส่ไปกับซองคำอธิษฐานดังกล่าว และใส่ลงในกล่องที่ได้ติดตั้ง ณ สาขาของธนาคารกรุงไทย ธนาคารทหารไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย สถานที่ราชการ ที่ว่าการอำเภอ มหาวิทยาลัย และศูนย์การค้าต่างๆ ทั่วประเทศ ในระหว่างวันที่ 16 ตุลาคม - 30 พฤศจิกายน 2552 นั้น คณะกรรมการจะนำเหรียญ พร้อมซองอธิษฐานทั้งหมด น้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2552 โดยเสด็จพระราชกุศลสมทบทุนมูลนิธิพระดาบส ช่วยเหลือผู้ยากจนที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา และอาชีพต่อไป
ภาพข่าว ภัทรพงศ์

วันจันทร์, พฤศจิกายน 9, 2009

พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาธนาคารโรงเรียน


พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาธนาคารโรงเรียน ของธนาคารออมสิน เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายให้กับสมาชิก และเพื่อสนับสนุนให้มีกิจกรรมเพิ่มเติมนอกเหนือจากการออม เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2552 ที่สนามกีฬากลางจังหวัด นายสุทธิ สัตตบงกช ผู้ตรวจการธนาคารออมสิน สายงานกิจการสาขา 4 เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาธนาคารโรงเรียน นายประยุทธ์ สุกก่ำ ผู้อำนวยการธนาคารออมสินภาค 12 กล่าวถึงการจัดการแข่งขันว่า ตามที่ธนาคารออมสิน จัดให้มีการแข่งขันกีฬาให้กับโรงเรียนที่เป็นสมาชิกโครงการธนาคารในโรงเรียน มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนมีสุขภาพที่ดี ร่างกายแข็งแรง ฝึกให้เยาวชนเป็นคนมีวินัย บริหารจัดการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ สนับสนุนให้มีกิจกรรมเพิ่มเติมนอกเหนือกิจกรรมการออม โดยให้มีการแข่งขันกีฬาระหว่างกันของโรงเรียนในโครงการ เสริมสร้างให้เยาวชนเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ มีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้ในเรื่องกฎ กติกา การยอมรับในคำตัดสิน และผลของการแข่งขัน ตลอดจนมรรยาททั้งการเล่นและการชมกีฬา เป็นการสนับสนุน และเพิ่มทักษะ ตลอดจนประสบการณ์ด้านกีฬา เพื่อสู่โครงการช้างเผือกของสถาบันการศึกษาต่างๆ และก้าวสู่การเป็นตัวแทนระดับประเทศต่อไป
ในส่วนของการแข่งขัน เป็นการแข่งขันเพื่อหาผู้ชนะเลิศของแต่ละประเภทกีฬาภายในสายกิจการสาขา 4 รวมทั้งสิ้น 7 ประเภทกีฬา ผู้เข้าแข่งขันประกอบด้วยสมาชิกโครงการธนาคารโรงเรียนของธนาคารออมสินภาค 12 จำนวน 9 โรงเรียน ธนาคารออมสินภาค 13 จำนวน 11 โรงเรียน และธนาคารออมสินภาค 14 จำนวน 10 โรงเรียน รวมจำนวนคณะครู อาจารย์ และนักกีฬาที่เข้าร่วมกิจกรรมมีจำนวนทั้งสิ้น 300 คน

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 9 – 11 - 52

จังหวัดราชบุรี จัดโครงการ”หยุด” กับรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง


จังหวัดราชบุรี จัดโครงการ”หยุด” กับรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง เพื่อรณรงค์ ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และครอบครัว เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2552 ที่โรงยิมเนเซี่ยม นายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดโครงการ”หยุด” กับรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง โดยมีกาละแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ กับ ไก่ มีสุข แจ้งมีสุข พิธีกรรายการมาร่วมโครงการที่จังหวัดราชบุรี ครั้งนี้ รายการผู้หญิงถึงผู้หญิงนับเป็นรายการที่ดีมีประโยชน์ เป็นการสร้างกระแสให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ได้มีความตระหนักถึงปัญหาและการกระทำความรุนแรงต่อเด็กและสตรี ที่เป็นปัญหาของสังคมไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของทุกคน ซึ่งการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และครอบครัว เริ่มครั้งแรกในประเทศแคนนาดา เมื่อปี พ.ศ. 2534 หลังจากมีการสังหารหมู่นักศึกษาหญิงของมหาวิทยาลัยมอนทรีออล จำนวน 140 คน ต่อมามีการสังหารนักเคลื่อนไหวสตรีชาวโดมินิ จำนวน 30 คน องค์การสหประชาชาติจึงประกาศในวันที่ 17 ธันวาคม 2542 ให้วันที่ 25 พฤศจิกายน ทุกปีเป็นวันยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรีและครอบครัว ในส่วนของประเทศไทยได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2542 กำหนดให้เดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นเดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรีและครอบครัว
สำหรับจังหวัดราชบุรี สถานการณ์ยังมีการกระทำความรุนแรงต่อเด็ก สตรีและครอบครัว ซึ่งได้รับรายงานข้อมูลการให้บริการจากศูนย์พึ่งได้ จำนวน 196 ราย (ในปี2551) โดยโครงการ”หยุด” กับรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง ในการกระทำความรุยแรงต่อเด็ก สตรีและครอบครัวครั้งนี้ จะช่วยป้องกันและยุติปัญหา ความรุนแรงต่อเด็ก สตรีและบุคคลในครอบครัวได้เป็นอย่างดี

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 9 – 11 - 52

เทศบาลสัญจร ครั้งที่ 86


เทศบาลตำบลห้วยชินสีห์ เป็นเจ้าภาพจัดงานเทศบาลสัญจร ครั้งที่ 86 เพื่อสร้างสัมพันธไมตรีให้เกิดขึ้น ระหว่างเทศบาลทั้ง 33 แห่ง ในจังหวัดราชบุรี ที่หอประชุม โรงเรียนรัฐราษฏร์ อุปถัมป์ นายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดงานเทศบาลสัญจร ครั้งที่ 86 โดยมีนาย ทรงยศ อรัญยกานนท์ ประธานชมรมและสันนิบาต จังหวัดราชบุรี กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ ที่จัดขึ้นเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้กับคณะผู้บริหารได้มีโอกาสพบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในฐานะ ผู้บริหารเทศบาล รวมถึงนำแนวทางในการบริหารราชการ ในด้านการพัฒนาในเขตพื้นที่ ของตน มานำเสนอเพื่อเป็นแนวทางในการทำงานของเทศบาลอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นการนำข้อมูลข่าวสาร ของทางชมรมเทศบาล มาเผยแพร่ ให้แก่ทางเทศบาลทั้ง 33 แห่งในจังหวัดราชบุรี ได้รับทราบ อีกด้วย สำหรับการจัดงานเทศบาลสัญจร ทางชมรมเทศบาล จังหวัดราชบุรี ได้กำหนด ให้มีขึ้นเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งแต่ละเดือนจะมีการหมุนเวียนเจ้าภาพการจัดงาน ด้วยการจับฉลาก ซึ่งในครั้งนี้ทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ได้ให้เกียรติจับฉลากเจ้าภาพในครั้งต่อไป ซึ่งในเดือนธันวาคมจะเป็นหน้าที่ของเทศบาลตำบลเบิกไพร อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี
ภาพข่าว ภัทรพงศ์

ต้อนรับการกลับมาตลาดน้ำดำเนินสะดวก


วิสาหกิจชุมชนฟื้นฟูตลาดน้ำดำเนินสะดวกปากคลองลัดพลี เปิดงานต้อนรับการกลับมาของตลาดน้ำดำเนินสะดวก ปากคลองลัดพลี ที่เวทีสะพานปากคลองลัดพลี อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี นายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ รองผูว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดงานต้อนรับการกลับมาของตลาดน้ำดำเนินสะดวก ปากคลองลัดพลี โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานโดยพร้อมเพรียง นอกจากนี้ ทางอำเภอดำเนินสะดวก ยังได้เชิญนายอดิสรณ์ พึ่งยา พิธีกรกีฬาชื่อดัง มาร่วมเป็นพิธีกร ในงาน ครั้งนี้ สำหรับงานดังกล่าว จัดขึ้น ตามที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 4 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ หรือช่วง บุญนาค ขุดคลองดำเนินสะดวกโดยใช้แรงงานฝีมือชาวจีนเมื่อปี 2409 เพื่อเป็นเส้นทางลัดในการคมนาคมทางเรือและเป็นคลองเชื่อมระหว่างแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำแม่กลอง นั้น ปัจจุบันเป็นที่น่าเสียดายที่ตลาดน้ำแห่งนี้ได้ซบเซาลง แหล่งการค้าขายทางเรือขาดใหญ่ของลุ่มน้ำคลองดำเนินสะดวก ได้กลายเป็นอดีตไป ทำให้ชาวคลองลัดพลีและใกล้เคียง ได้จัดตั้งวิสาหกิจชุมชนฟื้นฟูตลาดน้ำดำเนินสะดวกปากคลองลัดพลีขึ้น โดยมีแนวความคิดตรงกันว่าตลาดน้ำบริเวณนี้ สมควรได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาเป็นตลาดน้ำในเชิงอนุรักษ์คล้ายในอดีต เพื่อมิให้กระแสความเจริญความทันสมัยในยุคปัจจุบันมากลืนวิถีชีวิตอันดีงามของชาวคลองสูญหายไป ซึ่งขณะนี้ได้มีการบูรณะซ่อมแซมอาคารเรือนไม้ สร้างทาน้ำใหม่ จัดหาเรือแจว ทำป้ายประชาสัมพันธ์ ร่วมกับทางราชการทั้งจังหวัด รวมถึงได้จัดทำพิพิธภัณฑ์ตลาดน้ำ ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 2 ของตลาดโรงยา เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนตลาดน้ำ โดยมีการแสดงเรือพาย เครืองมือทำมาหากินในอดีต ซึ่งประธานในพิธีและแขกผู้มีเกียรติ ก็ได้ร่วมเยี่ยมชมในโอกาสนี้
ภาพข่าว ภัทรพงศ์

ชาวบ้านค้านไม่ให้อบต.ออกสัมปทานบัตรโรงโม่แห่งใหม่


ชาวบ้านค้านไม่ให้อบต.ออกสัมปทานบัตรโรงโม่แห่งใหม่ เมื่อเวลา 09.30 น. ชาวบ้านในหมู่ 10 ต.เกาะพลับพลา หมู่ 11 ต.หินกอง อ.เมือง หมู่ 2และหมู่ 13 ต.ปากช่อง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี กว่า 200 คน ได้มารวมตัวกันที่บริเวณหน้าเขาพลอง หมู่ 10 ต.เกาะพลับพลา อ.เมือง เพื่อคัดค้านการขอสัมปทานบัตรโรงโม่หิน ของบริษัท สินธนันต์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 120/3 ซอยศาลาแดง ถ.ศาลาแดง เขตบางรัก กทม. หลังบริษัทดังกล่าวได้ยื่นเรื่องขอสัมปทานบัตรโรงโม่หินกับอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 19 ต.ค.52 ที่ผ่านมา เนื่องจากได้เข้ามาทำการสำรวจแล้วว่าภูเขาพลองนั้นมีแร่ชนิดหินขาว ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดในการทำเซรามิคและปูนขาว ซึ่งทางอุตสาหกรรมจังหวัดได้ส่งเรื่องให้กับ อบต.เกาะพลับพลา เมื่อวันที่ 22 ต.ค.52 ที่ผ่านมาเพื่อไปเปิดเวทีทำประชาคมก่อนจะนำไปประกอบในการนำเข้าสภาของ อบต.เกาะพลับพลาซึ่งดูแลพื้นที่ เพื่อพิจารณาในการขออนุญาตต่อไป และให้ระยะเวลาภายใน 20 วันในการที่จะยื่นคัดค้าน ซึ่งชาวบ้านที่ทราบข่าวในเรื่องการขอสัมปทานบัตรของโรงโม่เมื่อวันที่ 7 พ.ย.52 ที่ผ่านมา จึงได้มารวมตัวกันในวันนี้พร้อมทั้งเชิญ เจ้าหน้าที่อบต.เกาะพลับพลา และเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี มาร่วมรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน ก่อนที่จะมีการลงมติไม่ให้มีการออกสัมปทานบัตรโรงโม่หินแห่งใหม่ ซึ่งเป็นป่าชุมชนที่ชาวบ้านในพื้นที่ได้พยายามรักษาไว้เพื่อเป็นแหล่งหากิน และอยู่ติดกับชุมชน 4 ชุมชน วัดและโรงเรียนอีกอย่างละ 1 แห่ง บนเนื้อกว่า 121 ไร่ รวมทั้งชาวบ้านเกรงว่าถ้าปล่อยให้มีโรงโม่เกิดขึ้นนั้นจะสร้างมลภาวะที่เป็นพิษ ทั้งเรื่องของฝุ่นละออง เสียงดังและแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีอยู่ก็จะเกิดแห้งขอดเพราะไม่มีป่าแล้ว พร้อมทั้งร่วมลงชื่อคัดค้านและจะติดตามผลการคัดค้านจนกว่าจะมีการยกเลิกการขอสัมปทานบัตรโรงโม่หินต่อไป
ภาพข่าว ภัทรพงศ์

ชาวราชบุรีประสานใจจัดไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็งอย่างล้นหลาม


ชาวราชบุรีประสานใจจัดไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็งอย่างล้นหลาม ผู้ว่าฯ ราชบุรี ปลื้มชาวราชบุรี พร้อมประสานใจจัดไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง อย่างพร้อมเพรียงพร้อมโชว์พลังความสามัคคี ร่วมร้องเพลงชาติกว่า 3 หมื่นคนเมื่อวันที่ 7 พ.ย. เวลา 17.00 น.จังหวัดราชบุรีจัดงานไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ มีประชาชนชาวราชบุรีจากทุกสารทิศอำเภอต่างๆ มาร่วมกิจกรรมกันอย่างพร้อมเพรียงพร้อมโชว์พลังความสามัคคี ร่วมร้องเพลงชาติกว่า 3 หมื่นคน ที่ บริเวณสวนสาธารณะจักรีอนุสรณ์สถานเขาแก่นจันทน์ อ.เมือง จ.ราชบุรี เป็นที่จัดงานไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง ในครั้งนี้ เพราะเป็นสถานที่สำคัญของจังหวัดราชบุรี ซึ่งมีพระพุทธนิโรคันตรายชัยวัฒน์จัตุรทิศ หรือชาวบ้านเรียกว่า พระสี่มุมเมือง ซึ่งเป็นพระ 1 ใน 4 องค์ ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานให้สร้างขึ้น แล้วพระราชทานไปประดิษฐานไว้ ณ เมืองต่างๆ สี่เมือง ได้แก่ ราชบุรี ลำปาง สระบุรี และพัทลุง นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งอนุสรณ์สถานพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้ามหาโลกปฐมบรมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีอีกด้วย ก่อนมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจโดยสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยเป็นแม่ข่ายในการถ่ายทอดสดในครั้งนี้ โดยกิจกรรมเริ่ม ตั้งแต่เวลา 17.00 น. มีการแสดงของศิลปะพื้นบ้านของชนแปดเผ่า การแสดงหนังใหญ่วัดขนอน การแสดงของนักเรียนจากอำเภอต่างๆอย่างยิ่งใหญ่อลังการ ด้านนายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กล่าวหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง ว่า ต้องชื่นชมและขอบคุณประชาชนชาวราชบุรีทุกคนที่เสียสละมาร่วมโชว์พลังความสามัคคี ร่วมร้องเพลงชาติเกือบ 3 หมื่นคน เป็นอย่างมาก ทั้งนี้แสดงให้เห็นว่าจังหวัดราชบุรี มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ไม่มีการแบ่งสีหรือเลือกข้างมีความสมัครสมานสามัคคีของความเป็นชาติไทย
ภาพข่าว ภัทรพงศ์

พบซากฟอสซิลสัตว์โบราณ


พระลูกวัด วัดเขาชะงุ้ม นำซากสัตว์ประหลาด มาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน หลังชาวบ้านนำมาถวายวัด เพื่อต้องการผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์หาข้อเท็จจริง หลังจากผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่วัดเขาชะงุ้ม หมู่ที่ 5 ต..เขาชะงุ้ม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี มีชาวบ้านนำซากหัวสัตว์ประหลาดมาถวายวัด จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบ พระอาจารย์ประโมท สุวรรณรูป พระลูกวัด วัดเขาชะงุ้ม โดยพระอาจารย์ประโมทได้นำหัวซากสัตว์ขนาดใหญ่ออกมาให้ดูก็พบว่ามีรูปร่างประหลาด กระโหลกหน้าจะยื่นออกมาส่วนหัวด้านบนคล้ายกับตัวแรด แต่มีรูซึ่งน่าจะเป็นเขี้ยวบริเวณข้างปากล่างคล้ายกับงาช้าง แต่อยู่ติดกัน มีฟันซี่ใหญ่มากอยู่บริเวณกรามทั้งสองข้าง ทำให้ผู้ที่มาดูต่างก็สันนิษฐานกันไปว่าน่าจะเป็นซากหัวสัตว์ประหลาดหรือสัตว์โบราณที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งชาวบ้านที่ทราบข่าว โดยเฉพาะเด็กนักเรียนของโรงเรียนวัดเขาชะงุ้มต่างก็พากันมามุงดูซากหัวสัตว์ประหลาดนี้ โดยบางคนบอกว่าน่าจะเป็นหัวไดโนเสาร์ ซึ่งมีอายุไม่น้อยกว่า 200-300 ปี ซึ่งพระอาจารย์ประโมท ก็ได้บอกว่าหัวซากสัตว์นี้มีชาวบ้านซึ่งเป็นลูกศิษย์ได้นำมาถวายให้เพราะไปเห็นมาจากชาวบ้านที่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ซึ่งขุดขึ้นมาได้จากบ่อน้ำจึงได้ขอซื้อมา แต่เนื่องจากไม่ทราบว่าเป็นซากหัวสัตว์ชนิดใด จึงได้นำมาถวายวัดเพื่อให้ทางวัดนั้นได้หาผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์โบราณมาวิเคราะห์ดูว่าเป็นสัตว์ชนิดใด ซึ่งถ้าเป็นสัตว์โบราณจริงก็จะยกให้เป็นสมบัติของชาติต่อไป
ภาพข่าว ภัทรพงศ์

จังหวัดราชบุรีแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว


นางพจนีย์ ลำยอง จัดหางานจังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่าการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว มีการตรวจตราสถานประกอบการจำนวน 25แห่งพบแรงงานต่างด้าว236 คน นายจ้างกระทำความผิดจำนวน 1 คนปรากฏว่าเป็นแรงงานที่ทำทะเบียนกับกรมการปกครองทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต 12 คน แรงงานหลบหนีเข้าเมือง 13 คน แรงงานออกนอกเขตโดยไม่ได้รับอนุญาต 2 คน แรงงานต่างด้าวไม่มีใบสำคัญติดตัวเมื่อเรียกตรวจ 3 คน แรงงงานต่างด้าวไม่แจ้งย้ายภูมิลำเนา 2 คน และแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 21 คน ในส่วนของจังหวัดราชบุรี ซึ่งมีการอนุญาตทำงานตามมติคณะรัฐมนตรีปรากฏว่ามีนายจ้าง4,959 รายขออนุญาตแรงงานต่างด้าว 24,801 คน เป็นพม่า23,883 คนลาว 715 คน และกัมพูชา 203 คน ทั้งนี้มีการจัดหางานให้กับประชาชนในช่วงปี 2552 ซึ่งราษฎรประสบปัญหาทางด้านอุทกภัย ทางจังหวัดราชบุรีได้ใช้งบประมาณ 6 ล้านบาท ในการจัดหางานจำนวน2,982 คนได้มีโอกาสมีงานทำเพื่อสามารถพยุงฐานะทางด้านเศรษฐกิจให้ลอดพ้นจากความทุกข์ยากลำบก นอกเหนือจากการช่วยเหลือทางตรงไม่ว่าการมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแต่การหางานให้กับประชาชนถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ถาวรที่ทำให้ประชาชนสามารถช่วยเหลือตนเองและครอบครัวได้อย่างมีความภาคภูมิใจ

ภาพ/ข่าว ธนชาติ 09-11-52