วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

อำเภอดำเนินส่งมอบนักเรียนนายร้อยตำรวจ


อำเภอดำเนินส่งมอบนักเรียนนายร้อยตำรวจที่ศาลาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ร.9 ที่ว่าการอำเภอดำเนินสะดวกจ.ราชบุรี นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ นายอำเภอดำเนินสะดวก นางวิไลวรรณ สุนทรเสถียร พัฒนาการอำเภอดำเนินสะดวก ได้ทำพิธีส่งมอบนักเรียนนายร้อยตำรวจชั้นปีที่ 4 รุ่นที่ 63 ที่มาฝึกอบรมรับใช้ประชาชนในชนบท ระหว่างวันที่ 26 ตุลาคม 2552 ถึงวันที่4 พ.ย.2552 ในส่วนพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก นั้นมีนักเรียนนายร้อยเข้ามาฝึกงานจำนวนทั้งสิ้น 35 นาย โดยได้แบ่งไปตามตำบลต่างๆในเขตอำเภอดำเนินสะดวกโดยมีบรรดาพ่อแม่สมมุติของนักเรียนนายร้อยตำรวจเดินทางมาส่งนักเรียนนายร้อยตำรวจด้วยตนเอง สำหรับการฝึกงานของนักเรียนนายร้อยตำรวจนั้นทางโรงเรียนนายร้อยตำรวจได้ให้นักเรียนนายร้อยตำรวจชั้นปีที่ 4 รุ่น 63 ไปใช้ชีวิตอยู่กับพ่อแม่สมมุติโดยนักเรียนทุกนายจะต้องเชื่อฟัง พร้อมทั้งทำงานบ้านช่วยเหลือในทุกๆด้านทั้งพ่อแม่สมมุติหรือชาวบ้านใกล้เคียง สำหรับโครงการดังกล่าวนั้นทางโรงเรียนนายร้อยตำรวจอยากให้นักเรียนนายร้อยตำรวจรู้สึกเข้าใจ และเห็นใจผู้อื่น เกิดจิตสำนึกที่ดีต่อประชาชนรวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูภาพลักษณ์ที่ตกต่ำของตำรวจให้ดีขึ้นวัตถุประสงค์ที่จัดโครงการดังกล่าวขึ้นเพื่อให้นักเรียนนายร้อยตำรวจได้มีโอกาสเรียนรู้และฝึกการทำงานแบบชาวบ้าน เพื่อปลูกฝังให้นักเรียนนายร้อยตำรวจเกิดจิตสำนึกที่จะผดุงความเป็นธรรมในกลุ่มประชาชนผู้ยากไร้ และไม่เอาเปรียบประชาชน เพื่อให้นักเรียนนายร้อยตำรวจมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปกครองท้องถิ่นและมีส่วนร่วมในการพัฒนาหมู่บ้าน และตำบลที่ออกไปฝึกรับใช้ประชาชนในชนบท
อ่านต่อ >>

โฆษกตำรวจเยี่ยมยายที่ถูกหลอกขายลอตเตอรี่รางวัลที่ 1ไป 1 ล้านบาท


โฆษกตำรวจเยี่ยมยายที่ถูกหลอกขายลอตเตอรี่รางวัลที่ 1ไป 1 ล้านบาทพล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เดินทางมาที่สภ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรีเพื่อดูความคืบหน้าในคดีของนางสาวจำนงค์ ม่วงนวล อายุ 73 ปีอยู่บ้านเลขที่ 17 หมู่ 3 ต.ดอนคลัง อ.ดำเนินสะดวกซึ่งตกเป็นเหยื่อแก๊งต้มตุ๋นหลอกนำลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มาขายให้ในราคา1 ล้านบาท ทำให้ยายต้องไปเบิกเงินให้ที่ธนาคารเพื่อหวังจะได้เงินก้อนโตกลับมาแต่สุดท้ายถูกหลอกจึงได้ไปแจ้งความไว้ที่สภ.ดำเนินสะดวก โดย พล.ต.ท. พงศพัศ พงษ์เจริญโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดูกล้องวงจรปิดที่ทางธนาคารกรุงไทยสาขาอำเภอดำเนินสะดวกได้บันทึกไว้ในวันที่ยายจำนงไปเบิกเงินให้แก๊งต้มตุ๋นซึ่งรูปพรรณของคนร้ายนั้นเหมือนกับผู้ต้องที่ถูกออกหมายจับไปแล้วหลังจากนั้นได้เดินทางไปธนาคารกรุงไทย สาขาอำเภอดำเนินสะดวกเพื่อพุดคุยกับเจ้าหน้าที่ของธนาคารในวันที่ยายจำนงไปเบิกเงินซึ่งทางธนาคารก็อ้างว่ายายจะเบิกเงินให้หลานแต่เนื่องจากบัญชีของยายนั้นเป็นบัญชีพิเศษ ซี่งดอกเบี้ยนั้นจะสูงกว่าเวลาเบิกจ่ายจะต้องเบิกทั้งหมด ซึ่งมีจำนวนเงินกว่า 1.4 ล้านบาทซึ่งภายหลังจากเบิกเงินแล้วยายก็นำไปแค่ 1 ล้านบาท ส่วนอีกกว่า 4แสนบาทนั้นยายได้ฝากเข้าบัญชีเหมือนเดิมและพล.ต..ท. พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังได้เดินทางไปเยี่ยมยายจำนงที่บ้านพร้อมทั้งสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยยายจำนงได้เล่าให้ฟังว่าในวันเกิดเหตุตนได้ไปหมอที่โรงพยาบาลดำเนินสะดวกเมื่อหาหมอเสร็จก็ออกมายืนรอรถเมลล์เพื่อที่จะกลับบ้าน ก็มีรถปิกอัพ 4ประตู สีขาวมาจอด มีชายแต่งตัวดีลงมาสอบถามว่าบ้านอยู่ที่ไหนจะไปส่งให้พอตนบอกว่าบ้านอยู่ดอนคลังก็รีบอาสาไปส่งให้ตลอดที่นั่งรถมาก้พยายามชวนพุดคุยและบอกว่าชายคนที่นั่งหน้านั้นถูกลอตเตอรี่รางวัลที่1 ซึ่งจะได้เงิน 1.5 ล้านบาทแต่ไม่สามารถนำไปขึ้นเงินได้เพราะเป็นคนชาวลาวไม่มีบัตรประชาชนพร้อมทั้งนำลอตเตอรี่และใบตรวจสลากในหนังสือพิมพ์มาให้ดูซึ่งเมื่อดูแล้วก็เห็นว่าเลขตรงกันกับรางวัลที่ 1 จริงและคนร้ายสอบถามว่ายายมีเงินไหม จะขายลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ให้แค่ 1 ล้านบาท ยายก็บอกว่ามีแต่จะเก็บเอาไว้ทำบุญ คนที่นั่งมาในรถก็บอกว่าจ่ายแค่ 1 ล้านบาทแล้วได้กลับไป 1.5 ล้านบาทก็สามารถนำไปทำบุญได้สบาย ยายจึงยอมและบอกว่าสมุดบัญชีธนาคารนั้นอยู่ที่บ้าน คนในรถจึงขับพามาเอาสมุดบัญชีธนาคารที่บ้านและพาไปเบิกเงินหลังได้เงินแล้วก็พาขึ้นรถเพื่อที่จะไปกองสลากที่กรุงเทพฯ แต่เมื่อถึงบริเวณ ถนนสายบางแพ-ดำเนินสะดวก คนในรถก็บอกว่าวันนี้น่าจะไปไม่ทันเพราะเย็นมากแล้วกองสลากปิดแล้วก็บอกให้ลงรถพร้อมกับให้ลอตเตอรี่ไว้ 1 ใบ และจะมารับไปกองสลากในวันพรุ่งนี้ ก่อนจะรีบขับรถออกไป ยายจึงนำลอตเตอรี่ใบนั้นมาดูก็พบว่าไม่ใช่เลขที่ดูตอนแรกก็รู้ว่าถูกหลอกแน่ จึงได้นั่งรถกลับบ้านและไปบอกหลานๆพร้อมกับมาแจ้งความไว้ดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้นำรูปภาพของคนร้ายที่จับมาแล้ว 2 คน ส่วนอีก 3 คนนั้นรู้ตัวแล้วว่าเป็นใคร มาให้ยายจำนงค์ดูแต่ยายบอกว่าเนื่องจากระยะเวลานั้นนานแล้วจึงจำไม่ได้

อ่านต่อ >>

ผอ.การท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดราชบุรี เชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมเที่ยวราชบุรี ในช่วงฤดูหนาวนี้ เพราะจะได้สัมผัสกับบรรยากาศ และธรรมชาติ ที่หาที่ใดไม่ได


นายไกรสร กลับทวี ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า เนื่องจากจังหวัดราชบุรี เป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยว ที่ติดอันดับโลกมากมาย อาทิ ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ถ้ำค้างคาวร้อยล้าน เขากระโจม และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งสถานที่เหล่านี้ ในแต่ละปี มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาเที่ยวชมเป็นจำนวนมาก สำหรับในช่วงเดือนพฤศจิกายน เป็นช่วงฤดูหนาว และเป็นช่วงไฮซีซั่น จังหวัดราชบุรี ก็ได้มีการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวในช่วงนี้มากขึ้น รวมถึง ได้จัดทำคัตเอ้าท์ขนาดใหญ่ให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านจังหวัดราชบุรี ทั้งทางถนนเพชรเกษม และถนนพระราม 2 ได้ทราบถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ เพื่อเป็นการสร้างกระแสของอากาศหนาวผสมกับความสวยงามของธรรมชาติให้คนในกรุงเทพมหานคร เกิดความอยากรู้ อยากเห็น อยากสัมผัส แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดราชบุรี นอกจากนี้ ทางจังหวัดยังได้จัดกิจกรรมคอนเสิร์ตรับลมหนาวนอนดูดาวที่สวนผึ้ง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับบรรยากาศความสวยงาม ที่แท้จริง ซึ่งแต่ละที่นั้นต่างมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างๆกัน แต่ก็คงไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของแต่ละท้องถิ่น ตนจึงอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชน ทั้งในจังหวัดราชบุรี และใกล้เคียง ให้เดินทางมาร่วมสัมผัสกับบรรยากาศสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในช่วงฤดูหนาวนี้


ภาพ/ข่าว/ธนชาติ 05-11-52
อ่านต่อ >>

การค้าภายในจังหวัดราชบุรี เผย ราคาข้าวเปลือกในตลาดมีการปรับตัวสูงขึ้น


การค้าภายในจังหวัดราชบุรี เผย ราคาข้าวเปลือกในตลาดมีการปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลดีทำให้ชาวนาไม่ถูกกดราคาในการรับซื้อ

นายรณชัย วิรุฬห์รัฐ การค้าภายในจังหวัดราชบุรีเปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาลอนุมัติให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ด้วยการเปิดจุดรับซื้อ ส่งผลให้โรงสีข้าวมารับซื้อข้าวจากชาวนา จนทำให้ราคาข้าวเปลือกในตลาดปรับเพิ่มขึ้นถึงตันละ 600-700 บาท ซึ่งเป็นผลดีทำให้ชาวนาไม่ถูกกดราคารับซื้อและได้รับการชดเชยจากการประกันราคาจากรัฐบาล ตามเกณฑ์ราคาอ้างอิง ที่ประกาศไว้ โดยล่าสุดราคาข้าวเปลือกหอมมะลิราคาตันละ 13000 – 15200 บาท ข้าวเปลือกเจ้า 5 เปอร์เซ็นต์ ตันละ 8500 – 9000 บาท จะเห็นได้ว่าราคาข้าว ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น ตั้งแต่ตันละไม่กี่ร้อยบาท จนเป็นพันบาท จึงขอให้เกษตรกรมั่นใจได้ว่าจากนี้ไปราคาข้าวจะยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะรัฐบาล ได้มีหลักประกันให้กับเกษตรกรอีกชั้นหนึ่ง นอกเหนือจากโครงการประกันรายได้ คือ พร้อมจะเข้าไปซื้อข้าวทันทีที่ราคาตกต่ำ นั่นเอง

ภาพ/ข่าว ธนชาติ 5-11-52
อ่านต่อ >>

สภ.เมืองราชบุรี จับสองผู้ต้องหาหลอกขายล็อตเตอรี่ให้ผู้สูงอายุได้แล้ว


สภ.เมืองราชบุรี จับสองผู้ต้องหาหลอกขายล็อตเตอรี่ให้ผู้สูงอายุได้แล้ว เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 4 พ.ย.52 พ.ต.อ.วัฒนา พิมพ์อัฐ ผกก.สภ.เมืองราชบุรี ได้ทำการสอบสวนนายเสนาะ พุ่มกระจันทร์ และนายโกวิท พุ่มกระจันทร์ สองพี่น้องผู้ต้องหาหลอกขายล็อตเตอรี่ถูกรางวัลที่หนึ่งให้กับผู้สูงอายุมาจำนวนมากมายจนมีโรงพักหลายท้องที่ได้ทำการอายัดตัวโดย สภ.เมืองราชบุรี ได้ทำการอายัดตัว ดำเนินคดีในท้องที่ โดยมีนายนุ่ม ผลมะขาม อายุ 65 ปี ได้ถูกสองพี่น้องหลอยขายล็อตเตอรี่รางวันที่หนึ่งเป็นเงินจำนวนสองแสนห้าพันบาท โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 ก.ย.51 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำผู้ต้องหามาดำเนินคดีปรากฏว่ามีผู้เสียหายจำนวนมาก ได้มาชี้ตัวถูกต้อง แต่สองผู้ต้องหาได้พูดคุยกับผู้เสียหายโดยจะชดใช้เงินให้จำนวนหนึ่ง แล้วถอดแจ้งความไปซึ่งผู้ต้องหาได้กล่าวว่าพวกตนมีเงินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น บางรายยอมตตกลงเอาเงินเท่าที่ได้ไว้ก่อนดีกว่าไม่ได้เลย จึงได้ถอนแจ้งความไป แต่ พ.ต.อ.วัฒนา พิมพ์อัฐ ผกก.สภ.เมืองราชบุรี ได้กล่าวว่าคดีนี้มีผู้ต้องหาอีก สามคน ที่ได้ร่วมกันหลอกขายหวยรางวัลที่หนึ่งซึ่งศาล ได้ออกหมายจับกุมมาแล้วจึงต้องจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือต่อไป
ส่วนสองผู้ต้องหานายเสนาะ พุ่มกระจันทร์ และนายโกวิท พุ่มกระจันทร์ ได้กล่าวว่าตนยอมรับผิดและสงสารผู้ที่ถูกตนหลอกแต่จำไม่ได้ว่ากี่ร้อยรายและที่จังหวัดไหนบ้างเพราะพวกตนทำมานับครั้งไม่ถ้วนและไม่ใช่ว่ามีกลุ่มของพวกตนเท่านั้นยังมีกลุ่มอาชีพหลอกขายหวยแบบนี้ยังมีอีกหลายกลุ่มคนด้วยกัน และเมื่อตนรับโทษแล้วจะเลิกทำโดยเด็ดขาด
ส่วนแก๊งคนร้ายรายนี้มี นายเสนาะ พุ่มกระจันทร์ ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงทรัพย์ เป็นหัวหน้าแก๊ง ส่วนลูกสมุนร่วมแก๊งเป็นพี่น้องและญาติกันทั้งหมด ได้แก่ 1.นายฉัตรเกียรติ พุ่มกระจันทร์ พี่ชายของนายเสนาะ 2.นายโกวิท พุ่มกระจันทร์ น้องชายของนายเสนาะ 3.นายสิทธิศักดิ์ ธรรมสังวาลย์ และนายสุรพล เสือพลาย หรือ แอ๊ด โดยทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฉ้อโกงทรัพย์ และปลอมเอกสาร ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ราชบุรี และสน.บางขุนเทียน จึงจัดชุดสืบสวนออกติดตามจับกุมตัวมาได้ดังกล่าว
สอบสวนเบื้องต้นนายเสนาะให้การรับสารภาพว่า ร่วมกันนายฉัตรเกียรติ พี่ชาย นายโกวิท น้องชาย และญาติ ๆ ก่อเหตุดังกล่าว ส่วนใหญ่จะรับหน้าที่เป็นคนเดินเข้าทำทีพูดคุยตีสนิทกับเหยื่อเพื่อหลอกถามข้อมูลการเงินของเหยื่อ เมื่อรู้ว่าผู้เสียหายเป็นคนมีเงินก็จะนำเรื่องที่ดินมาหลอกขาย โดยอ้างว่ามีที่ดินตรงนั้นตรงนี้ที่จะขาย หรือต้องการจะซื้อที่ดินจากเหยื่อ ระหว่างนั้นที่คุยกับเหยื่ออยู่นั้นก็จะมีนายโกวิท หรือคนในแก๊งคนอื่นที่รับหน้าที่แสดงเป็นคนญวนถือไม้แขวนเสื้อมาขาย และนำเรื่องสลากกินแบ่งฯที่อ้างว่าถูกรางวัลที่ 1 มาหลอกขายในราคาถูก จากนั้นจะพูดหว่านล้อมให้เหยื่อหลงเชื่อพาไปยังธนาคารแล้วเขียนใบเบิกถอนเงินออกมา เมื่อได้เงินมาแล้วก็จะแบ่งกันในกลุ่มที่ร่วมทำก่อเหตุคนละเป็นหลักแสนขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่หลอกมาได้ แต่ทั้งนี้หากเหยื่อรายไหนปฏิเสธว่าไม่เอา หรือพูดคุยแล้วรู้ว่าไม่มีเงินก็จะเลิกทำ
โดยนายโกวิทยอมรับว่า ร่วมก่อเหตุ โดยแสดงเป็นคนต่างด้าวขายไม้แขวนเสื้อ และพูดไม่ชัด จากนั้นได้หลอกขายล็อตเตอรี่โดยอ้างว่าถูกรางวัลที่ 1 แต่ไม่สามารถนำไปขึ้นเงินได้เพราะเป็นคนต่างด้าว เมื่อเหยื่อหลงเชื่อ นายเสนาะผู้ต้องหาที่แสดงเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารก็จะชวนกันไปที่รถแล้วให้เพื่อนร่วมแก๊งที่นั่งอยู่ข้างในทำเป็นนำล็อตเตอรี่มาตรวจแล้วปรากฏว่าถูกรางวัล นายโกวิทกล่าวอีกว่าตนสำนึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปและรับปากว่าจะไม่ทำผิดอีกแล้ว ซึ่งแก๊งคนร้ายลักษณะนี้ยังมีอยู่อีกมากมีทั้งแก๊งกำถั่ว ตกทอง และอื่น ๆ อีกหลายรูปแบบ ส่วนที่กลุ่มของตนเลือกเหยื่อเป็นคนแก่นั้นก็เพราะคนสูงอายุส่วนใหญ่เป็นคนใจบุญ และเชื่อคนง่าย อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า สลากกินแบ่งรัฐบาลที่แก๊งคนร้ายกลุ่มนี้ใช้นั้นเป็นของจริง ต่างจากในอดีตที่ผ่านมาที่มักจะมีการทำปลอม หรือแก้ไขตกแต่งตัวเลขในสลากจริงให้กลายเป็นสลากที่ถูกรางวัล ทั้งนี้เพื่อเป็นการหลบเลี่ยงกฎหมายในข้อหาปลอมแปลงเอกสารหากถูกจับกุมตัวได้ ส่วนผู้ต้องหาที่ร่วมกระทำผิดอีก 3 คน คือ นายฉัตรเกียรติ พุ่มกระจันทร์ นายสิทธิศักดิ์ ธรรมสังวาล และนายสรุพล เสือพลายนั้นคาดว่า สภ.เมืองจังหวัดต่างๆ จะสามารถติดตามจับกุม 3 ผู้ต้องหาที่กำลังหลบหนีได้ในเร็วๆนี้
ภาพข่าว ภัทรพงศ์

อ่านต่อ >>

พบหญิงไทยร้อยละ 56 ถูกมะเร็งเต้านมเล่นงานไม่รู้ตัว


พบหญิงไทยร้อยละ 56 ถูกมะเร็งเต้านมเล่นงานไม่รู้ตัว เพราะไม่เคยคลำตรวจเต้านมขณะนี้มีหญิงไทยป่วยเป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นปีละเกือบ 6,000 ราย พบมากอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยร้อยละ 56 พบหมอช้า เนื่องจากไม่รู้ตัวว่าเป็นมะเร็ง ไม่เคยคลำตรวจเต้านมตัวเอง ซึ่งโรคมะเร็งเต้านมพบมากเป็นอันดับ 3 ของสตรีทั่วโลก แต่ละปีพบผู้ป่วยใหม่ 910,000 ราย และเสียชีวิตปีละ 519,000 ราย ในส่วนของไทยพบมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นปีละ5,854 รายหรือพบได้ 21คนในผู้หญิงทุก 1 แสนคน สูงเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งปากมดลูก ในปี 2551 มีผู้ป่วยโรคนี้เข้ารักษาตัว 23,356 ราย คาดว่าปีนี้ ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่จะเพิ่มเป็น 12,000 ราย โดยเฉพาะผู้หญิง พบอัตราการป่วยด้วยมะเร็งเต้านมสูงเป็นอันดับ 1 พบได้แสนละ 25 คน ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าผู้ที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมร้อยละ 56 มาพบแพทย์หลังจากที่มะเร็งลุกลามไปแล้ว เนื่องจากไม่รู้ตัวว่าเป็นมะเร็ง เพราะไม่เคยตรวจเต้านมมาก่อน ภายหลังการรักษาจึงไม่มีโอกาสรอดชีวิต ดังนั้นจึงต้องเร่ง ให้ความรู้เพื่อกระตุ้นผู้หญิงอายุ 20 ปีขึ้นไป ให้ตรวจเต้านมด้วยตนเองเดือนละ 1 ครั้ง หากพบก้อนหรือสิ่งผิดปกติใดๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพราะหากเจอมะเร็งในระยะแรกที่ก้อนมะเร็งยังไม่ลุกลามไปที่อวัยวะอื่น จะทำให้การรักษาได้ผลดีโอกาสหายสูงถึงร้อยละ 80-90 โดยโรคมะเร็งเต้านมนั้น พบได้ทุกช่วงอายุแต่พบมากอายุ 40 ปีขึ้นไป เป็นโรคที่ตรวจพบได้โดยการคลำตรวจเต้านมด้วยตนเองตั้งแต่เนิ่นๆ โดยตรวจหลังจากที่เริ่มมีประจำเดือน 7 วัน วิธีคลำให้ใช้ 3 นิ้วคือ ปลายนิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนาง คลำในลักษณะคลึงเบา ๆ ให้ทั่วทุกส่วนของเต้านม ก้อนที่คลำได้บริเวณเต้านม ไม่ใช่ถุงน้ำหรือเนื้องอกธรรมดาเสมอไป อาจเป็นมะเร็งเต้านมได้ ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยเร็ว ทั้งนี้โรคมะเร็งเต้านมมักพบในหญิงที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม หรือผู้หญิงโสด หรือแต่งงานแต่ไม่มีบุตร ผู้ที่มีประจำเดือนเร็วก่อนอายุ 12 ปี และหมดประจำเดือนช้าหลังอายุ 50 ปี ผู้ที่ดื่มสุรา เป็นโรคอ้วน กินอาหารไขมันสูงและขาดการออกกำลังกาย ในการป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งคือ การออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งๆ ละ 1 ชั่วโมง รับประทานผักและผลไม้เป็นประจำทุกวัน หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง งดดื่มสุราและงดสูบบุหรี่
ภาพข่าว ภัทรพงศ์
อ่านต่อ >>

จังหวัดราชบุรีพร้อมจัดไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง


จังหวัดราชบุรีพร้อมจัดไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง นายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า จังหวัดราชบุรีมีความพร้อมสูงสุดในการจัดโครงการไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง เพื่อสร้างความสมัครสมานสามัคคีให้เกิดขึ้น เพื่อเป็นพลังในการทำให้ประเทศชาติมีความสุข ร่มเย็น ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2552 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไปจะมีประชาชนประมาณ 18696 คน มาร่วมในพิธี ประกอบด้วย ตัวแทนของศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลาม ศาสนาละ 20 คน มีผู้แทนของชน 8 เผ่าพันธุ์ในราชบุรี จำนวน 180 คน ประกอบด้วย ไทยผวน ไทยเขมร ไทยมอญ ไทยทรงดำ ไทยลาวโซ่ง ไทยเชื้อสายจีน ไทยกระเหรี่ยง และชาวไทยพื้นถิ่น ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมปิดถนนสายเพชรเกษมขาเข้ากรุงเทพมหานคร โดยให้ผู้สัญจรไปมาผ่านได้เฉพาะเส้นทางสายบายพาสทั้งสองด้าน ตั้งแต่เวลาประมาณ 14.00 น. ในส่วนของกิจกรรมการแสดงจะมีนักเรียนชั้นประถมปีที่ 6 โรงเรียนธีรศาสตร์ อำเภอบ้านโป่ง ชุดแสดงที่มีการสื่อถึงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชุดการขับร้องและรีวิวประกอบเพลง หนึ่งในโลกและการขับขานบทกวี เพลงชาติใช้เวลาประมาณ 8 นาที การจัดกลุ่มพลังมวลชนครั้งนี้ จะมีผู้พิการทั้งทางร่างกายและสายตามาร่วมกิจกรรมด้วย โดยจะมีประชาชนจากอำเภอเมือง 2000 คน อำเภอบ้านโป่ง 1700 คน โพธาราม 1700 คน ดำเนินสะดวก 1300 คน จอมบึง 700 คน ปากท่อ 1000 คน บางแพ 700 คน วัดเพลง 200 คน สวนผึ้ง 400 คน และบ้านคา 300 คน/
ภาพข่าว ภัทรพงศ์
อ่านต่อ >>

การรายงานกิจการประจำปี และการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2552 สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธร จังหวัดราชบุรี จำกัด


การรายงานกิจการประจำปี และการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2552 สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธร จังหวัดราชบุรี จำกัด เพื่อให้สมาชิกรับทราบเกี่ยวกับการดำเนินงานของสหกรณ์ ที่ห้องราชาวดี โรงแรมโกลเด้นซิตี้ ได้มีการรายงานกิจการประจำปี และการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2552 สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธร จังหวัดราชบุรี จำกัด มี พ.ต.อ. ศิรเมศร์ พันธ์มณี ประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธร เป็นประธานการประชุม โดยในที่ประชุมได้มีการพิจารณารับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2551 การรายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2552 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2551 – 30 กันยายน 2552 การรายงานผลการตรวจสอบกิจการ ประจำปี 2552 เพื่อตรวจสอบบริหารงานของคณะกรรมการดำเนินการ เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบัญชี การควบคุมเงิน และเพื่อตรวจสอบการดำเนินงานอื่นๆ ของสหกรณ์ การพิจารณาอนุมัติงบดุล งบกำไรขาดทุน และงบกระแสเงินสด สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2552 ตามข้อบังคับสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธร จังหวัดราชบุรี จำกัด พ.ศ. 2551 เพื่ออนุมัติในที่ประชุมใหญ่ ภายใน 150 วัน นับแต่ทางสิ้นปีทางบัญชี การพิจารณาอนุมัติจัดสรรกำไรสุทธิประจำปี 2552 การพิจารณาอนุมัติแผนงานงบประมาณรายรับ – รายจ่าย ประจำปี 2553 มีแผนงานการเงิน แผนงานบุคลากร แผนงานการบริหาร การศึกษา และประชาสัมพันธ์ การพิจารณากำหนดวงเงินซึ่งสหกรณ์ฯ อาจกู้ยืมหรือค้ำประกัน การพิจารณาเลือกตั้งคณะกรรม ผู้ตรวจสอบกิจการ ผู้สอบบัญชี ประจำปี 2553 การให้ข้อเสนอแนะ หรือคำแนะนำ ของสหกรณ์จังหวัดราชบุรี สหกรณ์อำเภอเมืองราชบุรี และหัวหน้าสำนักงานตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ราชบุรี เพื่อนำไปพัฒนาการบริหารจัดการสหกรณ์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 5 – 11 – 52
อ่านต่อ >>