วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2552

พิธีรับมอบรถพยาบาลเพื่อสาธารณกุศล


มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์จังหวัดราชบุรี จัดพิธีรับมอบรถพยาบาลพร้อมอุปกรณ์การแพทย์ติดรถ จากผู้มีจิตศรัทธา เพื่อใช้ในสาธารณกุศลที่บริเวณ หน้าลานอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์จังหวัดราชบุรี ได้จัดพิธี รับมอบรถพยาบาลเพื่อใช้ในกิจการสาธารณกุศล ในจังหวัด ซึ่งได้รับการสนับสนุนโครงการโดย กองทุนจาก จ.ส.อ.พิพัฒน์ ศรีกฤณรักษ์ พร้อมกับนางสมจิตร ศรีกฤณรักษ์ และนายอรรถพล พระลักษณ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ด้วยการมอบรถตู้พยาบาล พร้อมอุปกรณ์ จำนวน 1 คัน รวมมูลค่ากว่า 4 แสนบาท และรถกู้ภัย 1 คัน รวมมูลค่ากว่า 2 แสนบาท โดยได้รับเกียรติจาก ร.ต.ท. เชาวริน ลัทธิศักดิ์ศิริ สมาชิกวุฒิสภาและประธานมูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ เป็นผู้รับมอบ รถพยาบาลให้แก่หน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉินมูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ ซึ่งในพิธีมอบรถพยาบาลเพื่อสาธารณกุศลในครั้งนี้ ผู้มอบมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ทางมูลนิธิ ได้ออกช่วยเหลือผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งด้านอุปกรณ์และบุคลากร จึงได้รับการสนับสนุนรถพยาบาลช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้ สำหรับนามเรียกขานของรถพยาบาลคันดังกล่าว ทางมูลนิธิ ใช้ชื่อว่า รถเบสิก 03
ภาพข่าว ภัทรพงศ์
อ่านต่อ >>

หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดราชบุรีอ้วนกันหลายคน


หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดราชบุรีอ้วนกันหลายคน จากกรณีที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดราชบุรี จัดทำโครงการโภชนาการเพื่อป้องกันภาวะอ้วนลงพุง โดยได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ไปตรวจวัดความดัน และวัดขนาดรอบเอวของหัวหน้าส่วนราชการทุกคนในที่ประชุมประจำเดือนมาไม่น้อยกว่าสามครั้ง พบว่าทั้งหัวหน้าส่วนราชการ สุภาพบุรุษ และสุภาพสตรี มีรอบเอวที่เกินกว่ามาตรฐาน คือเมื่อวัดเอวผ่านรอบสะดือ ฝ่ายชายจะต้องไม่เกิน 90 เซ็นติเมตร ฝ่ายหญิงจะต้องไม่เกิน 80 เซ็นติเมตร ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากพอสมควรเป็นโรคอ้วนลงพุง (MATOBOLIC SYNDROM) คือภาวะที่ร่างกายสะสมไขมันในช่องท้องมากไขมันที่สะสมจะแตกตัวเป็นกรดไขมันอิสระเข้าสู่ตับ มีผลให้อินซูลินออกฤทธิ์ได้ไม่ดี ซึ่งเสี่ยงต่อการเดโรคเรื้อรัง 5 โรคคือ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจขาดเลือด หลอดเลือดสมอง เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ซึ่งจะต้องมีการตรวจทั้งค่าน้ำตาล รวมถึงไขมัน และความดันโลหิตประกอบ ดังนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีจึงขอแนะนำให้ ประชาชน ได้บริโภคอาหารเพื่อป้องกกัน และลดความเสี่ยงจากภาวะอ้วนลงพุงด้วยการลดอาหารที่มีรสเค็ม หวาน มัน ลดอาหารปรุงรสอาหารเพิ่ม เช่น น้ำปลา น้ำตาล ฝ่ายชายต้องกินอาหารที่มีพลังงานไม่เกิน 2000 กิโลแคลอรีต่อวัน ฝ่ายหญิงต้องไม่เกิน 1600 กิโลแคลอรี่ต่อวัน และจะต้องรับประทาน ผัก ผลไม้ ที่ไม่หวานจัดเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญรอบเอวที่เพิ่มทุก 5 เซนติเมตร จะเพิ่มโอกาสเป็นเบาหวานได้ 3-5 เท่า
ภาพข่าว ภัทรพงศ์
อ่านต่อ >>

สนง.เหล่ากาชาดจังหวัด จัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิต


สนง.เหล่ากาชาดจังหวัด จัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่อาคารจิตรภักดี วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดราชบุรี ได้จัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยการรับบริจาคโลหิตในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากนักเรียน นักศึกษาวิชาทหาร ร่วมบริจาคโลหิตกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากในปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่าโลหิตในธนาคารเลือด ขณะนี้ ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วยที่ต้องการการรักษา ซึ่งทางสภากาชาดไทย ได้กำหนดให้ทางสำนักงานเหล่ากาชาดทุกจังหวัดจัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิตขึ้นในทุกเดือน เพื่อจัดส่งโลหิตไปตามโรงพยาบาล หรือหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องการโลหิตไว้สำรองในการรักษาพยาบาล และส่วนที่เหลือ จะถูกนำไปเก็บรักษาที่สภากาชาดไทย เพื่อนำไปใช้ช่วยเหลือผู้ป่วย และรักษาผู้บาดเจ็บ ที่ต้องการโลหิตต่อไป สำหรับการรับบริจาคโลหิต ดังกล่าว นอกจากจะเป็นการเสียสละโลหิตในร่างกาย เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ต่อผู้อื่นแล้ว ยังเป็นการสร้างมหากุศลที่ยิ่งใหญ่ แก่ชีวิตตนเอง และครอบครัว อีกทั้งยังได้ประโยชน์จากการตรวจสุขภาพร่างกาย โดยการสร้างเสริมสุขภาพของผู้บริจาคโลหิต ให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
ภาพข่าว ภัทรพงศ์
อ่านต่อ >>

ปภ.จังหวัดราชบุรี ระบุสถานณ์การด้านอุทกภัยในจังหวัดไม่น่าหวั่นวิตก


ปภ.จังหวัดราชบุรี ระบุสถานณ์การด้านอุทกภัยในจังหวัดไม่น่าหวั่นวิตก เมื่อระดับน้ำยังไม่เพิ่มขึ้น แต่เกรงปัญหาภัยแล้ง เนื่องปริมาณ น้ำฝนน้อยกว่าทุกปีที่ผ่านมานางสาวกฤตยา เปรมปราโมชย์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า เนื่อจากในช่วงนี้ประเทศไทยประสบปัญหาฝนตกหนัก เนื่องจากมีความกดอากาศต่ำ พาดผ่านภูมิประเทศ โดยเฉพาะพายุกฤษณา ที่ทำให้เกดฝนตกอย่างหนักในทุกภูมิประเทศ สำหรับในจังหวัดราชบุรี ทาง สนง. ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ลงทันที ตรวจวัดระดับน้ำทั้งใน อำเภอสวนผึ้ง จอมบึง บ้านคา ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย ผลปรากฏว่า ระดับน้ำฝนที่วัดได้มีปริมาณน้อยกว่าทุกปี ทำให้มั่นใจได้ว่า จังหวัดราชบุรี จะไม่ประสบกับปัญหาอุทกภัยอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามทางจังหวัด ก็มีการเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือ หากเกิดปัญหาอุทกภัยได้แจ้งโดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ได้จัดสรรงบประมาณสำหรับช่วยเหลือประชาชนได้ทุกอำเภอ ๆ ละ 1 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อเครื่องอุปโภคบริโภค และถุงยังชีพ ให้มีความพร้อม และเพียงพออย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าวิตกในตอนนี้กลับเป็นปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บกักน้ำ ในตอนนี้ มีปริมาณที่น้อยกว่าทุกปี หากยังไม่เพิ่มขึ้น คาดว่า ภายใน 3 – 4 เดือน ต่อจากนี้ จังหวัดราชบุรี จะประสบปัญหาภัยแล้งอย่างแน่นอน
ภาพข่าว ภัทรพงศ์
อ่านต่อ >>

ตำรวจเมืองโอ่งบุกจับแก๊งอ้างตัวเป็นตำรวจตระเวนปล้นทรัพย์


ตำรวจเมืองโอ่งบุกจับแก๊งอ้างตัวเป็นตำรวจตระเวนปล้นทรัพย์เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 1 ตุลาคม 2552 พ.ต.ท.ธีรพร วิจิตรบรรณการ สารวัตรสืบสวนปราบปราม สภ.เมืองราชบุรี พร้อมกำลังและเจ้าหน้าที่ประจำป้อมสายตรวจ ต.ดอนกรวย อ.ดำเนินสะดวกได้บุกเข้าจับกุมตัวนายต้อย เปลี่ยนชังอายุ 27 ปี บ้านเลขที่ 155 ม.4 ต.บ้านไร่ อ.ดำเนินสะดวก นายสุริยา ลิวัฒน์ อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 58 ม.2 ต.บ้านไร่ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ขณะที่กำลังนั่งอยู่โต๊ะหินหน้าบ้านที่ ต.ดอนกรวย อ.ดำเนินสะดวก พร้อมรถ จยย.ฮอนด้าเวฟสีแดงทะเบียน ขตร-135 ราชบุรี โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง วิทยุสื่อสารของทางราชการ 1 เครื่อง เสื้อสะท้อนแสง 1 ตัว ไฟฉาย 1 กระบอกมีด 1 เล่ม ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้เข้าจับกุมตัวนายพิเชรฐ์ น้อยประสิทธิ์ อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 68/1 ม.6 ต.บ้านไร่ อ.ดำเนินสะดวก ที่บริเวณหน้าตลาดนัดกำนันใช้ พร้อมรถ จยย.ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงินไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขณะกำลังขับรถมาซื้อกับข้าวส่วนนายวรศักดิ์ ปิ่นแก้ว อายุ 20 ปี บ้านเลขที่ 196 ม.4 ต.บ้านไร่ อ.ดำเนินสะดวก และนายสุรศักดิ์ แทวแดง อายุ 20 ปี บ้านเลขที่ 11 ม.5 ต.บ้านไร่ อ.ดำเนินสะดวก ได้ไหวตัวหลบหนีไปก่อนหน้า จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 มาสอบสวน สำหรับการบุกเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 5 นั้นสืบเนื่องมาจากได้มีคนร้ายตระเวนออกปล้นทรัพย์โดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพอเหยื่อจอดรถก็ทำการจี้บังคับเอาทรัพย์สินไป โดยล่าสุดเมื่อเวลา 23.00 น.คืนวันที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา คนร้ายได้ก่อเหตุที่บริเวณถนนสายบายพาสตัด ต.พงสวาย อ.เมืองราชบุรีโดยผู้เสียหายชื่อ น.ส.สายชล สันติวารี อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 79/2 ม.6 ต.บ้านไร่ ขับขี่รถ จยย.จะกลับบ้านที่ อ.ดำเนิน คนร้าย 2 คนซึ่งผู้เสียหายจำหน้าได้คือนายสุริยา และนายพิเชรฐ์ ได้ขับรถ จยย.มาปาดหน้าแล้งลงมาใช้อาวุธมีดบังคับให้ส่งของมีค่ามาจากนั้นได้หลบหนีไป และได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองราชบุรีจนเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวนำกำลังเข้าจับกุมได้ ต่อมาได้มีนายศุภกิตติ์ เจริญทรง อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 60/4 ม.8 ต.ดอนทราย อ.โพธาราม เข้าดูโฉมหน้าคนร้ายพร้อมชี้ตัวนายสุริยา ว่าตนถูกแก๊งนายสุริยากับพวกรวม 4 คน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกให้ตนจอดรถที่บริเวณถนนเพชรเกษมขาเข้า กทม.จากนั้นได้แสดงตัวเป็นคนร้ายปล้นเอาโทรศัพท์และ รถ จยย.ยามาฮ่า สีน้ำเงิน ทะเบียน ขยย-967 ราชบุรี หลบหนีไป นอกจากนั้น ผู้ต้องหาทั้งหมดยังก่อเหตุในพื้นที่ อ.เมืองอีกหลายครั้งโดยการอ้างตัวเป็นตำรวจจะตระเวนขับขี่รถ จยย. 2 คันตระเวณหาเหยื่อที่ขับมาคนเดียวพอได้จังหวะก็ขับตามประกบคู่พร้อมอ้างตัวเป็นตำรวจขอตรวจค้นพอเหยื่อจอดรถก็ทำการปล้นทรัพย์และหลบหนีไปโดยนำทรัพย์สินไปขายนำเงินซื้อยาบ้าเสพ อย่างไรก็ดีขอให้ประชาชนที่เคยถูกแก๊งตำรวจปลอมปล้นทรัพย์เดินทางมาที่ สภ.เมืองราชบุรีเพื่อขอดูโฉมหน้าได้ในเวลาราชการ
ภาพข่าว ประทีป
อ่านต่อ >>

รงพยาบาลจัดพิธีถวายและเปิดนิทรรศการพระประวัติ


โรงพยาบาลจัดพิธีถวายและเปิดนิทรรศการพระประวัติ พระศาสนกิจ พระเกียรติคุณ เนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชันษาครบ 8 รอบ 96 ปีที่อาคารเอนกประสงค์ โรงพยาบาลราชบุรี นายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ ,นายสมศักดิ์ โยนกพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมด้วยส่วนราชการ พยาบาล ร่วมกันประกอบพิธีถวายและเปิดนิทรรศการพระประวัติ พระศาสนกิจ พระเกียรติคุณ เนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชันษาครบ 8 รอบ 96 ปีในโอกาสเดียวกัน ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สถิต ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ดำรงตำแหน่งเมื่อปี พ.ศ. 2532 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระนามเดิมว่า เจริญ คชวัตร ประสูติที่ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2456 เข้าศึกษาที่โรงเรียนวัดเทวสังฆาราม เมื่อพระชนมายุได้ ๘ พรรษา ได้บรรพชาสามเณร ที่วัดเทวสังฆาราม เมื่อตอนอายุได้ 14 พรรษา ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2470 ได้ไปศึกษาเล่าเรียนภาษาบาลี อยู่วัดเสน่หา จังหวัดนครปฐม และปี พ.ศ. 2472 ได้มาอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทรงทำคุณประโยชน์บูรณะซ่อมสร้างเสนาสนะและถาวรวัตถุอันเป็นสาธารณประโยชน์ต่อพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก รวมทั้งได้ริเริ่ม และดำเนินการให้แปลตำราทางพุทธศาสนาจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ ให้กับชาวต่างประเทศที่เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาได้ศึกษาพระธรรมวินัยอีกด้วย

ภาพข่าว ภัทรพงศ์
อ่านต่อ >>