วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

หกล้อชน จยย.ดับสยอง


หกล้อชน จยย.ดับสยองเมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 22 ก.ค.2552 ร.ต.ท.จรูญ รอดเนียม ร้อยเวร สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุรถชนกันมีผู้เสียชีวิตเหตุเกิดบนถนนสายบ้านสิงห์-บางกระโด ทางเข้าวัดหนองอ้อ ม.3 ต.บ้านสิงห์ อ.โพธาราม หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยมูลนิธิสว่างราชบุรี ที่เกิดเหตุพบศพนายปรีชา มหาพงษ์ อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 2/5 ม.5 ต.วัดแก้ว อ.โพธาราม จ.ราชบุรี สภาพศพกะโหลกศรีษะแตก ห่างไปประมาณ 50 เมตรพบรถ จยย.ยามาฮ่าเมทสีแดง ทะเบียน กกธ-273 ราชบุรีของผู้ตายถูกชนพังยับ ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถบรรทุก 6 ล้อสีน้ำเงิน ทะเบียนถค-2223 กทม.หลังเกิดเหตุได้ชับหลบหนีไปทาง อ.เมือง เจ้าหน้าที่ได้วิทยุสกัดจับแต่ไร้วี่แวว
จากการสอบสวนเบื้องต้นทรายว่าผู้ตายกำลังขับรถออกไปทำธุระที่แยกบ้านสิงห์ ส่วนรถคู่กรณีก็มุ่งหน้ามาทางเดียวกันเพื่อจะออกถนนเพชรเกษม มาถึงที่เกิดเหจุรถบรรทุก 6 ล้อได้ขับชนท้ายรถ จยย.ของผู้ตายจากนั้นได้ทับทั้งรถและคนก่อนหลับหนีไป อย่างไรก็ดีทางเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามรถและคนขับมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว ประทีป 23-07-52
อ่านต่อ >>

จ.ราชบุรี ออกหน่วยบำบัดทุกบำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชนที่ อ.ปากท่อ


ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เน้นย้ำให้ประชาชนมีความรักชาติ สร้างความสมานฉันท์ และปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ ในการออกหน่วยบริการบำบัดทุกบำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน ที่ โรงเรียนบ้านท่ายาง หมู่ที่ 3 ตำบลยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรีเช้าวันนี้ ( 23 ก.ค.52 ) นายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมด้วย นางกรองกาญจน์ โกมลภมร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดราชบุรี และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมกิจกรรมออกหน่วยบริการพบปะประชาชนตามโครงการ หน่วยบำบัดทุกบำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน (จังหวัดเคลื่อนที่) ประจำเดือนกรกฎาคม 2552 ที่ โรงเรียนบ้านท่ายาง หมู่ที่ 3 ตำบลยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี นำบริการของหน่วยงานราชการต่างๆ ในจังหวัด และอำเภอ มาอำนวยความสะดวก ให้กับประชาชนในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงบริการของรัฐได้อย่างสะดวก ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้าติดต่อราชการ อีกยังเป็นการลงพื้นที่เพื่อรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนแบบเข้าถึงในทุกๆด้าน ส่วนปัญหา และ ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ยังเป็นปัญหาคล้ายกับหลายๆพื้นที่ คือขาดแคลนน้ำในการเกษตร และระบบคมนาคมถนนเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านส่วนใหญ่เป็นถนนลูกรัง ปัญหาที่ ทำกิน ในโอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กล่าวเน้นให้ประชาชนที่มารับบริการในโครงการ หน่วยบำบัดทุกบำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน ว่า ให้ยึดถือความพอเพียง ตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และช่วยกันปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ และร่วมกันเฝ้าระวังและป้องปรามปัญหายาเสพติดของกลุ่มวัยรุ่นในชุมชน โดยการแจ้งเบาะแสให้กับทางราชการ ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีได้แจกพันธุ์ปลาและถุงยังชีพให้กับประชาชนผู้ด้อยโอกาส ร่วมปล่อยพันธ์ปลา เยี่ยมชมนิทรรศการ และการบริการประชาชนของหน่วยงานต่างๆ ในครั้งนี้ด้วย
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ 23-07-52
อ่านต่อ >>

ตร.จับแก๊งสาวประเภทสองตระเวนลักทรัพย์หาเงินเสพยาบ้า


ตร.จับแก๊งสาวประเภทสองตระเวนลักทรัพย์หาเงินเสพยาบ้าเมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 21 ก.ค.2552 พ.ต.ต.ธีรพร วิจิตรบรรณการ สว.สป.สภ.เมืองราชบุรี สืบทราบว่านายสมพล แช่มประเสริฐ อายุ 33 ปี สาวประเภทสอง อยู่บ้านเลขที่ 71/1 ม.2 ต.พงสวาย อ.เมืองราชบุรี เป็นคนร้ายที่ร่วมกับพวกสาวประเภทสองด้วยกันออกตระเวนลักทรัพย์ตามบ้านเรือนประชาชน หลังจากที่ทราบข้อมูลของคนร้ายจึงได้นำกำลังไปทำการจับคุมตัวที่บ้านนายสมพล ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมปรากฏว่าผู้ต้องหาอยู่ในบ้านตำรวจจึงกระจายกำลังปิดล้อมและเรียกให้นายสมพล ออกมามอบตัว และทำการค้นบ้านพบสร้อยทองซ่อมอยู่ในกระเป๋าเครื่องสำอาง จึงนำตัวมาทำการสอบขยายผลซึ่งนายสมพล รับสารภาพว่าได้ร่วมกับนายฐิติ ปรีเปรม อายุ 22 ปี บ้านเลขที่ 54 ม.3 ต.ห้วยไผ่ อ.เมือง และนายมาโนช แก้วสะอาด อายุ 23 ปี บ้านเลขที่ 51 ม.6 ต.ดำเนินสะดวก ทั้งสองเป็นสาวประเภทสอง ซึ่งตัวนายฐิติและนายมาโนช นั้นได้มาเช่าหอพักแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมพบของกลางอาทิ สร้อยคอทองคำน้ำหนักรวม 5 บาท เงินสด 6000 บาท โทรศัพท์ 3 เครื่อง จึงนำตัวมาสอบสวน จากการสอบสวนเบื้องต้นนายฐิติ ให้การว่าเมื่อช่วงประมาณ 04.00 น.วันเดียวกันตนพร้อมกับเพื่อนได้แอบเข้าไปในบ้านของนายสราวุธ ชานะเมธา อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 155/26 ถ.มนตรีสุริยวงค์ และทำการลักทรัพย์ดังกล่าวออกมาแบ่งกันเพื่อนำเงินไปเที่ยวแตร่และซื้อยาบ้ามาเสพกัน นอกจากนั้นยังได้เข้าไปที่บ้านหลังหนึ่งใกล้กับวัดตรีญาติแต่ไม่ได้อะไรและยังเข้าไปในโรงเรียนวัดโพธิ์ราชบูรณะ ต.พงสวายแต่ก็ไม่ได้ของอะไร จากนั้นได้ทำการตรวจปัสวะพบมีสีม่วงจึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์และเสพยาบ้าดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
อ่านต่อ >>

คืบหน้าคดียิงถล่มบ้านนายกเล็กเมืองโพธารามหลานชายเจ็บ


คืบหน้าคดียิงถล่มบ้านนายกเล็กเมืองโพธารามหลานชายเจ็บ หลังจากที่คนร้ายยิงปืน เอ็ม 3 ถล่มใส่ห้องแถวไม้ 2 ชั้น เลขที่ 11 13 15 17 19 และ21 ซึ่งเป็นบ้านของนายวารี จันเกษม นายกเทศมนตรีเมืองโพธาราม จ.ราชบุรี กว่า 30 นัด กระสุนถูกนายนภดล สืบสุนทรชัย อายุ 24 ปี หลานชายนายกวารี ได้รับบาดเจ็บ โดยเหตุเกิดตั้งแต่เวลา 01.30 น.เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 52 ที่ผ่านมา
ซึ่งความคืบหน้าในวันนี้(21 ก.ค.52) พล.ต.ท.ถวิล สุรเชษฐ์พงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.ราชบุรี พ.ต.อ.สมเกียรติ แสงสินศร รองผบก.ภ.จว.ราชบุรี และ พ.ต.อ.ธนู ฮวบประเสริฐ ผกก.สภ.โพธาราม ได้ร่วมประชุมหารือในคดีดังกล่าว ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.ราชบุรี ซึ่งพบว่าที่บ้านของนายวารี นั้นมีผู้คนที่มาสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจดูวิถีกระสุนและร่องรอยกระสุนที่ยิงใส่เข้ามาในบ้านอย่างละเอียด เนื่องจากคดีดังกล่าวนั้นเป็นคดีสะเทือนขวัญก่อเหตุกลางเมือง ทำให้ประชาชนให้ความสนใจเพราะผู้ที่ถูกยิงถล่มใส่นั้นเป็นนายกเทศมนตรีเมืองโพธาราม
และภายหลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุพล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ราชบุรี กล่าวว่า ในคดีดังกล่าวนั้นมีการตั้งประเด็นในการมายิงถล่มใส่บ้านนายวารี ครั้งนี้ ไว้ 3 ประเด็น คือเรื่องส่วนตัว เรื่องที่นายวารีเข้าไปช่วยนางปารีณา ปาจรียางกูล ส.ส.ราชบุรีเขต 1 พรรคชาติไทยพัฒนา และเป็นลูกสาวของนายทวี ไกรคุปต์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ไปทะเลาะกับนายสวัสดิ์ จังพาณิชย์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองโพธาราม และเป็นลุงแท้ๆของนางปารีณา เรื่องที่นายสวัสดิ์ไปปลดป้ายชื่อของนายทวี ที่หน้าเมรุเผาศพลงมาทำใหม่ ทำให้นางปารีณา ไม่พอใจและไปสั่งคนปลดลงมาอีกหลังจากที่นายสวัสดิ์นำกลับไปติดใหม่แล้ว จึงเกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้นและนางปารีณานั้นไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่สภ.โพธาราม ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ส่วนอีกประเด็นคือเรื่องของกลุ่มวัยรุ่นที่นายวารีได้ร่วมกับตำรวจตรวจค้นอาวุธปืน ซึ่งในกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวนั้นมีลูกชายของนายสวัสดิ์รวมอยู่ด้วย ซึ่งคงจะต้องตรวจสอบถึงสาเหตุที่แท้จริงให้แน่นอนก่อน และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นพอจะรู้ตัวกลุ่มคนร้ายแล้วแต่ตอนนี้คงต้องรอหลักฐานให้แน่ชัดก่อน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเชื่อว่าคนร้ายนั้นแค่ข่มขู่เท่านั้นไม่ได้มุ่งหวังจะเอาชีวิต ซึ่งขณะนี้ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแลความปลอดภัยให้กับคนในบ้านด้วย นอกจากนี้ยังได้ตั้งคณะกรรมการคลี่คลายในคดีนี้ โดยมี พ.ต.อ.สมเกียรติ แสงสินศร รองผบก.ภ.จว.ราชบุรี เป็นหัวหน้าชุดด้วย
ทางด้านนายวารี ก็ยังคงบอกว่าไม่แน่ใจว่าสาเหตุที่ถูกยิงถล่มบ้านในครั้งนี้นั้นเป็นเรื่องใด คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งตนเองนั้นก็ยังคงไปทำงานตามปกติไม่ได้หวั่นกลัวอะไร แต่ก็มีระวังตัวบ้าง
ส่วนพล.ต.ท.สุชัย สุขพันธ์โพธาราม ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นญาติของนายวารี จันเกษม ได้เดินทางมาดูที่เกิดเหตุพร้อมทั้งกำชับให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บรายละเอียดเพื่อนำไปเป็นหลักฐานในการหาเบาะแสคนร้าย เนื่องจากที่ผ่านมาอ.โพธาราม ไม่เคยมีเหตุการณ์ที่รุนแรง แต่วันนี้โจรมันอุกอาจใช้อาวุธสงครามยิงกลางเมือง ซึ่งทางตำรวจคงจะต้องเพิ่มมาตราการในการป้องกันให้มากกว่านี้
ซึ่งในช่วงที่มีการตรวจสอบที่เกิดเหตุนั้นนายทวี ไกรคุปต์ และนางปารีณา ปาจรียางกูล ส.ส.ราชบุรีเขต 1 พรรคชาติไทยพัฒนา ได้เดินทางมาสังเกตการณ์ด้วยเนื่องจากนายวารีนั้นเป็นผู้ที่ให้การสนับสนุนส.ส.ปารีณาจนได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส.เมื่อการเลือกตั้งที่ผ่านมา
ด้านนายสวัสดิ์ จังพาณิชย์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองโพธาราม และปัจจุบันเป็นสมาชิกสภาจังหวัดราชบุรี ซึ่งถูกนำไปเกี่ยวข้องกับการยิงถล่มใส่บ้านนายวารี จันเกษม นายกเทศมนตรีเมืองโพธาราม ได้กล่าวว่า ที่ผ่านมาการทำงานระหว่างตนนายวารีนั้นต่างคนต่างทำงาน ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกันแม้ว่าทางการเมืองจะเป็นคู่แข่งกันผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะมาตลอดก็ไม่เคยมีปัญหากัน ส่วนเรื่องที่ถูกยิงใส่บ้านนั้นตนไม่รู้เรื่องเลย ซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์

ภาพ/ข่าว ประทีป 23-07-52
อ่านต่อ >>

กระทรวงการคลัง เข้ารอบที่ 3 ของสาย หลังเอาชนะ ทีมวิทยุกระจายเสียง แบบขาดลอย ด้วยสกอร์ 8 – 1


การแข่งขันฟุตบอล “หน่วยงานสัมพันธ์ สร้างสรรค์สามัคคี” ครั้งที่ 4 เพื่อดำเนินการตามนโยบายของจังหวัด ที่ต้องการส่งเสริมสุขภาพ และสร้างความสามัคคี ระหว่างบุคลากรภาครัฐ และเอกชน เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2552 ที่สนามกีฬากลางจังหวัด ได้มีการแข่งขันฟุตบอล “หน่วยงานสัมพันธ์ สร้างสรรค์สามัคคี” ครั้งที่ 4 เพื่อดำเนินการตามนโยบายของจังหวัด ที่ต้องการส่งเสริมสุขภาพ และสร้างความสามัคคี ระหว่างบุคลากรภาครัฐ และเอกชน ซึ่งในวันนี้เป็นการแข่งขันในรอบแรก สาย B ระหว่างทีมกระทรวงการคลัง เสื้อสีม่วง กับทีมวิทยุกระจายเสียง (สายล่อฟ้า) เสื้อสีน้ำเงิน ซึ่งผู้ที่ลงทำการแข่งขันทั้งหมดจะต้องมีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป โดยทางจังหวัดราชบุรี ได้มอบหมายให้สมาคมกีฬาจังหวัดราชบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี และศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดราชบุรี จัดการแข่งขันฟุตบอล หน่วยงานสัมพันธ์ โดยให้หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนในจังหวัดราชบุรี สมัครเข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อเล่นกีฬา สามัคคี มีพลัง สร้างสุขทุกชีวี โดยผู้ที่ชนะเลิศการแข่งขัน จะได้รับถ้วยรางวัลจาก นายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี
ซึ่งผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมกระทรวงการคลัง อาศัยการรุกที่เหนือชั้นกว่า ทำประตูชนะทีมวิทยุกระจายเสียง ไปแบบขาดลอยด้วยสกอร์ 8 – 1 ผ่านเข้าไปในรอบที่ 2 โดยทีมขึ้นเป็นที่ 3 ของสาย B รองจากที่ 2 ของสาย คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และที่ 1 ของสายยังคงเป็นแชมป์เก่าปีที่แล้ว คือทีมกระทรวงกลาโหม ที่ยังรักษาฟอร์มได้อย่างดี ซึ่งในรอบที่ 2 จะเริ่มทำการแข่งขันในวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2552 เวลา 15.30 น. ที่สนามกีฬากลางจังหวัด

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 23 – 7 - 52

อ่านต่อ >>

การฝึกอบรมเชิงปฎิบัติการหลักสูตร “กลยุทธ์การพัฒนาอาสาสมัครทางหลวงชนบท รุ่นที่ 90”


การฝึกอบรมเชิงปฎิบัติการหลักสูตร “กลยุทธ์การพัฒนาอาสาสมัครทางหลวงชนบท รุ่นที่ 90” เพื่อให้อาสาสมัครทางหลวงชนบท ได้มีความรู้ความเข้าใจในเบื้องต้นเกี่ยวกับถนน และการแจ้งข้อมูลข่าวสาร ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานโครงการฝึกอบรมเชิงปฎิบัติการหลักสูตร “กลยุทธ์การพัฒนาอาสาสมัครทางหลวงชนบท รุ่นที่ 90” โดยนายสุธรรม ชื่นชม ผู้อำนวยการสำนักทางหลวงชนบทที่ 4 กล่าวถึงการจัดทำโครงการว่า ถนนโครงข่ายทางหลวงชนบทของกรมทางหลวงชนบท มีการกระจายตัวไปยังชุมชนต่างๆ เพื่อรองรับและรวมรวบปริมาณยวดยานพาหนะเข้าสู่ระบบโครงข่ายทางหลวง และเพื่อการบริการยวดยานพาหนะจากระบบโครงข่ายทางหลวงกระจายไปสู่ทางหลวงสายย่อยเข้าไปยังพื้นที่ชุมชน ในลักษณะของโครงข่ายทางบริการคมนาคมขนส่งหลายรูปแบบ เช่นการท่องเที่ยว การพัฒนาชายแดน การพัฒนาการเมือง รวมทั้งทางลัด ทางเลี่ยง ที่เป็นของกรมทางหลวงชนบท
ฉะนั้นภารกิจในการกำกับดูแลโครงข่ายทางหลวงชนบทในด้านของการบำรุงรักษา ด้านวิศวกรรมความปลอดภัย เพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่ประชาชน รวมถึงการกำกับดูแลทางตามพระราชบัญญัติทางหลวงให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ข้อจำกัดของบุคลากร เครื่องจักร และงบประมาณที่กำจัด จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายบุคลากรทุกระดับของกรมทางหลวงชนบทเป็นอย่างยิ่ง การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ ได้มุ่งเน้น การสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ซึ่งถือเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญของกรมทางหลวงชนบทให้เข้ามาทำหน้าที่เป็นเครือข่ายในลักษณะของอาสาสมัครทางหลวงชนบท ในการตรวจสอบสภาพความเสียหายหรือความบกพร่องของถนน และแจ้งข้อมูลข่าวสารถนนชำรุดเสียหายแก่เจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวงชนบท เพื่อให้กรมทางหลวงชนบทสามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาของถนนอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการให้ อาสาสมัครทางหลวงชุมชน เป็นผู้แทนในการเชื่อมโยงระหว่างกรมทางหลวงชนบท กับประชาชน ชุมชน ในการประชาสัมพันธ์โครงการต่างๆ

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 23 – 7 - 52
อ่านต่อ >>