วันศุกร์, กรกฎาคม 24, 2009

รวมสื่อมวลชน กอดคอ กระทรวงเกษตรฯ เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย การแข่งขันฟุตบอล “หน่วยงานสัมพันธ์ สร้างสรรค์สามัคคี” ครั้งที่ 4


การแข่งขันฟุตบอล “หน่วยงานสัมพันธ์ สร้างสรรค์สามัคคี” ครั้งที่ 4 เพื่อดำเนินการตามนโยบายของจังหวัด ที่ต้องการส่งเสริมสุขภาพ และสร้างความสามัคคี ระหว่างบุคลากรภาครัฐ และเอกชน เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2552 ที่สนามกีฬากลางจังหวัด ได้มีการแข่งขันฟุตบอล “หน่วยงานสัมพันธ์ สร้างสรรค์สามัคคี” ครั้งที่ 4 เพื่อดำเนินการตามนโยบายของจังหวัด ที่ต้องการส่งเสริมสุขภาพ และสร้างความสามัคคี ระหว่างบุคลากรภาครัฐ และเอกชน ซึ่งในวันนี้เป็นการแข่งขันในรอบแรก สาย A ระหว่างทีมรวมสื่อมวลชน ชุดสีดำ กับทีมกระทรวงเกษตรฯ ชุดสีเหลือง ซึ่งผู้ที่ลงทำการแข่งขันทั้งหมดจะต้องมีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป โดยทางจังหวัดราชบุรี ได้มอบหมายให้สมาคมกีฬาจังหวัดราชบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี และศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดราชบุรี จัดการแข่งขันฟุตบอล หน่วยงานสัมพันธ์ โดยให้หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนในจังหวัดราชบุรี สมัครเข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อเล่นกีฬา สามัคคี มีพลัง สร้างสุขทุกชีวี โดยผู้ที่ชนะเลิศการแข่งขัน จะได้รับถ้วยรางวัลจาก นายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี
ซึ่งผลการแข่งขันปรากฏว่า ในครึ่งแรกทีมกระทรวงเกษตรสามารถทำประตูขึ้นนำ ทีมรวมสื่อมวลชนด้วยสกอร์ 2 – 1 แต่ในครึ่งหลังทีมรวมสื่อมวลชนสามารถทำประตูตีเสมอได้สำเร็จ ด้วยสกอร์ 2 – 2 ทำให้ทั้ง 2 ทีม กอดคอกันเข้ารอบ 2 ด้วยกันทั้งคู่ ในรอบ 8 ทีม สุดท้าย และถือเป็นการปิดแม็ตในการแข่งขันรอบแรกอย่างสวยงาม โดยทีมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขึ้นเป็นที่ 1 ของสาย ที่ 2 ตกเป็นของทีมรวมสื่อมวลชน ที่ 3 ทีมกระทรวง ICT และที่ 4 ของสายตกเป็นของกระทรวงเกษตรฯ ที่เฉือนชนะทีมกระทรวงศึกษาธิการเข้ารอบมาได้ จากการนับคะแนนประตูที่ทำในการแข่งขัน และในรอบที่ 2 จะเริ่มทำการแข่งขันในวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2552 เวลา 15.30 น. ที่สนามกีฬากลางจังหวัด

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 24 – 7 - 52

การจ่ายเงินสวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ในเขตเทศบาลเมืองราชบุรี


การจ่ายเงินสวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ในเขตเทศบาลเมืองราชบุรี ตามนโยบายของรัฐ ที่ต้องการช่วยเหลือผู้สูงอายุ ที่ศาลาประชารวมใจ เทศบาลเมืองราชบุรี นายพิชัย นันทชัยพร เป็นประธานในการจ่ายเงินสวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ซึ่งมีผู้สูงอายุมาขอขึ้นทะเบียนรับเบี้ยยังชีพในเขตเทศบาลเมืองราชบุรี จำนวน 3,055 คน โดยเดือนนี้เป็นเดือนที่ 4 ที่มีการจ่ายเงิน ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดประชุมคณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินงานนโยบายเร่งด่วน ของรัฐบาล ในการการจ่าย เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยมีนายวิฑูรย์ นามบุตร รมว.การพัฒนาสังคมฯ เป็นประธานโครงการ ซึ่งที่ประชุมได้วางกรอบ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุโดยจะเริ่มให้ผู้ที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไปมาจดทะเบียนที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาทิ องค์การบริหารส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือสำนักงานเขต เพื่อรับเบี้ยยังชีพคนละ 500 บาท ตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ. – 15 มี.ค. จากนั้นวันที่ 15-31 มี.ค. คณะอนุกรรมการฯ จะสรุปข้อมูลยอดรวมผู้มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพในวันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นไป ว่าผู้สูงอายุคนใดที่อยู่ในเกณฑ์จะได้รับเบี้ยยังชีพตามที่กฎหมายกำหนด
จากรายงานในปี 52 ประมาณการผู้สูงอายุทั่วประเทศ จำนวน 7,440,000 คน เป็นผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยที่ได้รับเบี้ยยังชีพจากกระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกทม.แล้วรวม 2,386,101 คน คงเหลือผู้สูงอายุที่ยังไม่ได้รับเบี้ยยังชีพ 5,053,899 คน เมื่อหักยอดผู้สูงอายุที่ได้รับบำนาญจากระบบราชการ จำนวน 359,877 คน และผู้ที่คาดว่าไม่ประสงค์รับเบี้ยยังชีพ จำนวน 1,694,022 คนจะคงเหลือผู้สูงอายุที่รัฐจะ จ้องจ่ายเบี้ยยังชีพเพิ่มเติมประมาณ 3 ล้านคน
โดยจัดสรรจากประมาณกลางปี 52 ซึ่งครม. อนุมัติเงินส่วนนี้จำนวน 9 พันล้านบาท สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุ 6 ด้าน อาทิ ฐานะทางเศรษฐกิจ อายุ และสุขภาพ เป็นต้น

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 24 – 7 – 52

กินข้าวผัดในงานแต่งปวดท้องหามส่งโรงพยาบาลเกือบ 30 คน


กินข้าวผัดในงานแต่งปวดท้องหามส่งโรงพยาบาลเกือบ 30 คนเมื่อเวลา 14.00 น . วันที่ 23 กรกฎาคม 2552 เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างโพธาราม ได้ลำเลียงผูป่วยเกือบ 30 คน จากหมู่ที่ 7 ตำบลดอนกรวย อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ส่งโรงพยาบาลดำเนินสะดวก หลังจากกินอาหารซึ่งเป็นข้าวผัดที่นำมาเลี้ยงแขกในงานสมรสคู่บ่าวสาว ที่บริเวณหลังวัดลาดเป้ง ซอยบ้านทุ่งพัฒนา หมู่ที่ 4 ตำบลนางตะเคียน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม โดยเจ้าบ่าวเป็นชาวบ้าน ในตำบลดอนกรวย อำเภอดำเนินสะดวก จัดขบวนขันหมากไปสู่ขอแต่งเจ้าสาวที่ ตำบลนางตะเคียน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม มีญาติพี่น้องแขกผู้มีเกียรติได้รับเชิญไปร่วมงาน โดยเช่ารถบัส 6 ล้อ และรถปิกอัพไปร่วมงานกันกว่า 40 – 50 คน หลังเสร็จพิธีแห่ขันหมาก เจ้าภาพฝ่ายหญิงได้จัดอาหารมาเลี้ยงแขกผู้ที่ไปร่วมงาน
หลังเสร็จสิ้นจากการรับประทานอาหารกันแล้วก็เดินทางกลับ เมื่อมาถึงบ้านแต่ละคนเกิดอาการปวดศรีษะ หน้ามืด อาเจียน ปวดท้องอย่างรุนแรง และอุจาระไม่หยุด แต่ละคนถูกลำเลียงส่งโรงพยาบาล โดยแพทย์โรงพยาบาลดำเนินสะดวกได้ช่วยกันรักษาบางรายสามารถกลับบ้านได้ แต่บางรายอาการสาหัสยังต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล พร้อมให้เจ้าหน้าที่ไปนำอาหารทุกอย่างที่นำมาเลี้ยงแขกมาตรวจสอบว่ากินจากสาเหตุใด
นายสิงห์ ลิ้มเทียมรัตน์ อายุ 47 ปี ชาวบ้านในตำบลดอนกรวย แขกที่ไปร่วมงานฝ่ายเจ้าบ่าว กล่าวว่า ได้ไปร่วมงานแห่ขันหมากตอนเวลา 09.09 น. ทางเจ้าภาพได้ทำข้าวผัดใส่หมู่ชิ้น ใส่เป็นหม้อยกมาเลี้ยงแขก ตนได้กินเข้าไปไม่กี่คำ เพราะดมดูเหมือนว่าคล้ายข้าวบูด จากนั้นช่วงประมาณ 10 โมงกว่า ก็เกิดอาการปวดท้อง จึงขัดรถกลับบ้าน แต่อาการเริ่มหนักขึ้นเมื่อเกิดอาการน่ามืด และถ่ายท้องอย่างรุ่นแรงเกือบ 10 ครั้ง จึงเชื้อว่าเกิดจากอาหารเป็นพิษ เบื้องต้นผู้ป่วยยืนยันว่าน่าจะกินจากข้าวผัดที่นำมาเลี้ยงแขกอย่างแน่นอน ซึ่งทางแพทย์ได้นำข้าวผัดไปตรวจสอบหาสารพิษต่อไป
ภาพ/ข่าวประทีป 24/07/52

การประชุมสร้างขีดความสามารถในการจัดตั้งสภาองค์กร ชุมชน ตำบล จังหวัดราชบุรี


การประชุมสร้างขีดความสามารถในการจัดตั้งสภาองค์กร ชุมชน ตำบล จังหวัดราชบุรี เพื่อกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2552 ที่ห้องหลวงยกกระบัตร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัด นายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานการประชุมสร้างขีดความสามารถในการจัดตั้งสภาองค์กร ชุมชน ตำบล จังหวัดราชบุรี สืบเนื่องจากตำบลเลือกอำเภอโพธราม จังหวัดราชบุรี ได้ดำเนินการจัดแผนชุมชนเพื่อค้นหาปัญหาของคนในชุมชนที่ประสบปัญหาแก้ไขของตนเองไม่ได้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร หลังจากสรุปข้อมูลจากแผนชุมชน แล้วพบว่ามีปัญหาที่ต้องดำเนินการคือ ปัญหาด้านการรวมกลุ่มของคนในชุมชน ปัญหาด้านการประกอบอาชีพในครอบครัว ปัญหาด้ายยาเสพติด ปัญหาด้านหนี้สินของประชาชนในหมู่บ้าน / ตำบล และปัญหาด้านการจัดสวัสดิการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในหมู่บ้าน /ตำบล ซึ่งเมื่อพบปัญหาแล้วชาวบ้านเห็นความสำคัญที่ต้องแก้ไขปัญหาร่วมกัน จึงได้เกิดการผนึกแกนนำชุมหมู่บ้านจัดประชุมศึกษากันพร้อมจัดตั้งคณะทำงานขึ้นในระดับตำบลในการกำหนดแนวทางแก้ไขระสั้น และระยะยาว โดยการแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ รูปแบบที่ 1 เป็นการประชุมสภาหมู่บ้านโดยมีองค์ประกอบจากประธานกลุ่มองค์กรในหมู่บ้าน และกรรมการหมู่บ้านเข้าร่วมประชุม เพื่อนำเสนอปัญหาของหมู่บ้าน รูปแบบที่ 2 เป็นการประชุมสภาตำบลโดยมีองค์ประกอบจากผู้นำประชุม/ ผู้นำท้องที่ / ผู้นำท้องถิ่น / ผู้นำองค์กร ชาวบ้าน เข้าร่วมประชุม เพื่อกำหนดทิศทางการแก้ไขปัญหาของตำบล
ต่อมาได้เกิดการยอมรับจากหน่วยงานภาคีภาครัฐ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนเห็นว่าขบวนการของภาคประชาชนที่มีการรวมกลุ่มกันทำงานสามารถแก้ไขปัญหาของชุมชนได้ ชุมชนเองจึงได้จัดเวทีเครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศเพื่อจัดทำ พรบ. องค์กรชุมชนขึ้น ซึ่งเป็นพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ. 2551 ทำให้จังหวัดราชบุรีได้เกิดการจัดสภาองค์กรชุมชนตำบลในระดับจังหวัดในงวดแรกจำนวน 14 ตำบล ซึ่งจะทำการมอบใบประกาศนียบัตร แล้วจะดำเนินการขยายผลต่อในปี พ.ศ.2552 อีก 35 ตำบล จาก 10 อำเภอของจังหวัดราชบุรี
ภาพ / ข่าว คมปิยะ 24 – 7 – 52

จ่าสิบตำรวจซิ่งเก๋งหลับในตกข้างทางชนต้นไม้ดับ


จ่าสิบตำรวจซิ่งเก๋งหลับในตกข้างทางชนต้นไม้ดับเมื่อเวลา 05.00 น.วันที่ 24 ก.ค.2552 ร.ต.ท.นิพน ก่อเกียรติตระกูล ร้อยเวร สภ.เมืองราชบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุรถตกข้างทางมีผู้เสียชีวิต ที่ถนนเพชรเกษมขาเข้า กทม. ข้างปั้มนำมัน ปตท.ม.5 ต.สามเรือน อ.เมืองราชบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยมูลนิธิประชานุกูล ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งวอลโว่สีเขียว ทะเบียน สฮ-5475 กทม.สภาพรถชนอัดกับตอไม้ขนาดใหญ่ รถหงายท้องล้อชี้ฟ้า ภายในรถพบศพ จ่าสิบตำรวจสมภพ ศิริมหามงคล อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 31/419 ซอยพหลโยธิน 6 แขวงสามเสน เขต พญาไท กทม. สภาพศพขาซ้ายหัก ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด
จากการสอบสวนเบื้องต้นคาดว่าผู้ตายน่าจะขับรถมุ่งหน้าเข้า กทม.มาถึงที่เกิดเหตุอาจหลับในจึงเป็นเหตุให้รถเสียหลักตกข้างทางไปชนกับตอต้นมะขามขนาดใหญ่จนรถพลิกคว่ำเสียชีวิตดังกล่าว

ภาพ/ข่าว
ประทีป 24/07/52

หนุ่มใหญ่ผูกคอตายหลังจากเกิดความเครียดเรื่องงาน


หนุ่มใหญ่ผูกคอตายหลังจากเกิดความเครียดเรื่องงาน เมื่อวันที่ (23 ก.ค. 52 ) เวลา 14.00 น. พ.ต.ท.สมชาย ทองเสงี่ยม สารวัตรเวร สภ.อ.เมืองราชบุรี รับแจ้งมีคนผูกคอเสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 65 หมู่ 2 ต.อ่างทอง อ.เมืองราชบุรี จึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมแพทย์เวร โรงพยาบาลราชบุรี และมูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ ในที่เกิดเหตุ เป็นบ้านชั้นเดียว พบศพนายแดง บุญเรือน อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 ซ.เพชรเกษม ต.อ่างทอง มีอาชีพรับจ้างเป็น รปภ. ของโรงงานสีข้าวแห่งหนึ่งของตำบลอ่างทอง โดยสภาพศพใช้ผ้าผูกคอกับร่องระบายอากาศห้องน้ำ ด้วยผ้าขนหนู ปลายเท้ายืนอยู่บนพื้นปูน มีบาดแผลที่บริเวณลำคอ ลิ้นจุกปาก ใบหน้าเขียวคล้ำ ไม่มีบาดแผล และร่องรอยการต่อสู้ จากการสอบถามนางนงนุช เชื่อมประไพ ภรรยาผู้ตาย ทราบว่า เมื่อ 2-3วันที่ผ่านมา ผู้ตายได้บ่นกับตนว่าเครียดเรื่องงาน ทำงานไม่ไหวและผู้ตายก็บนอีกว่าอยากเลิกเหล้าแต่เลิกไม่ได้ จนเช้าวันที่ 23 กรกฎาคม 52 ตนนั้นได้เห็นผู้ตายสูบบุหรี่จัดบนพื้นเต็มไปด้วยบุหรี่กว่า 10 ม้วน หน้าตาเค้งเครียดแต่ตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร จนมาถึงเวลา 14.00 น. ตนได้เดินไปหลังบ้านเพื่อจะเอาของมาเก็บแต่พอเปิดประตูหลังบ้านออกไปก็เห็น สามีตนผูกคอตายไปแล้ว ตนคาดว่าผู้ตายเครียดเรื่องงาน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ จากการสันนิษฐานเบื้องต้นคาดว่า ผู้ตายอาจเครียดในเรื่องงานประกอบกับผู้ตายอยากเลิกเหล้าจึงเป็นสาเหตุให้ผูกคอ สอบถามญาติไม่ติดใจเอาความ จึงมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ 23-07-52

การประชุมคณะกรรมการโรงเจเล่าซินเฮงตั้ว สมัยที่ 10 ครั้งที่ 1


การประชุมคณะกรรมการโรงเจเล่าซินเฮงตั้ว สมัยที่ 10 ครั้งที่ 1ที่ห้องประชุมเวชยานนท์ มูลนิธิประชานุกูล นายพิชัย นันทชัยพร นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองราชบุรีเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรงเจเล่าซินเฮงตั้ว สมัยที่ 10 ครั้งที่ 1 มีคณะกรรมการเจ้าหน้าที่เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพียง
ซึ่งในการประชุมครั้งนี้เป็นการปรึกษาหารือการแต่งตั้งประธานโรงเจเล่าซินเฮงตั้ว คนใหม่ โดยนายปรีชา คูวัฒนา ประธานโรงเจเล่าซินเฮงตั้ว คนเก่าสมัยที่ 9 ได้หมดวาระการดำเนินการเป็นประธานและเนื่องจากอายุมากแล้วจึงไม่ขอรับเลือกเป็นประธาน ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2552 โดยคณะกรรมการแล้วเจ้าหน้าที่ได้มีมติแต่งตั้งเลือกให้นายพิชัย นันทชัยพร นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองราชบุรี ให้เป็นประธานโรงเจเล่าซินเฮงตั้ว แทนซึ่งเหมาะที่จะให้ดำเนินการดูแลให้เจริญก้าวหน้าตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2552 เป็นต้นไป ทั้งนี้ประธานนนเก่าสมัยที่ 9 ได้มอบซองเอกสารให้ประธานสมัยที่ 10 คอยดูแลอีกด้วย
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ 24-07-52

วิทยาลัยเทคนิคราชบุรีเปิดพิธีการแข่งขันกีฬาภายในประจำปีการศึกษา 2552


วิทยาลัยเทคนิคราชบุรีเปิดพิธีการแข่งขันกีฬาภายในประจำปีการศึกษา 2552ที่อาคารจิตรภักดี วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี นายสุรศักดิ์ อาภรเทวัณ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคราชบุรี เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาภายในประจำปีการศึกษา 2552
ตามที่วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี ได้จัดให้มีการแข่งขันกีฬาและกีฑาภายในประจำปี 2552 ขึ้น ในระหว่างวันที่ 20 - 24 กรกฎาคม 2552 ในช่วงเวลาหลักจากเลิกเรียน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นกิจกรรมนันทนาการให้แก่นักเรียน - นักศึกษา ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์หลีกเลี่ยงการใช้สารเพติด เพื่อเผยแพร่ชื่อเสียงของวิทยาลัยเทคนิคราชบุรีเสริมสร้างการทำงานเป็นหมู่คณะและการทำงานร่วมกัน พร้อมกับส่งเสริมสรรถภาพทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญาแก่นักเรียน นักศึกษา โดยการยกระดับมาตรฐานกีฬา คัดเลือกตัวแทนเข้าร่วมแข่งขันกีฬาอาชีวศึกษาภคกลาง
ซึ่งในการแข่งขันกีฬาภายในครั้งนี้ ประกอบด้วยกีฬาทั้งหมด 7 ประเภท ได้แก่ฟุตบอล บาสเกตบอล ฟุตซอล วอลเล่ย์บอล เซปัก-ตระกร้อ วอลเลย์ชายหาด เปตองและกีฑา นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากกรมการทหารช่าง ที่ให้ความอนุเคราะห์กรรมการตัดสินจำนวน 12 นาย อีกด้วย
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ 24-07-52

วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 23, 2009

หกล้อชน จยย.ดับสยอง


หกล้อชน จยย.ดับสยองเมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 22 ก.ค.2552 ร.ต.ท.จรูญ รอดเนียม ร้อยเวร สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุรถชนกันมีผู้เสียชีวิตเหตุเกิดบนถนนสายบ้านสิงห์-บางกระโด ทางเข้าวัดหนองอ้อ ม.3 ต.บ้านสิงห์ อ.โพธาราม หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยมูลนิธิสว่างราชบุรี ที่เกิดเหตุพบศพนายปรีชา มหาพงษ์ อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 2/5 ม.5 ต.วัดแก้ว อ.โพธาราม จ.ราชบุรี สภาพศพกะโหลกศรีษะแตก ห่างไปประมาณ 50 เมตรพบรถ จยย.ยามาฮ่าเมทสีแดง ทะเบียน กกธ-273 ราชบุรีของผู้ตายถูกชนพังยับ ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถบรรทุก 6 ล้อสีน้ำเงิน ทะเบียนถค-2223 กทม.หลังเกิดเหตุได้ชับหลบหนีไปทาง อ.เมือง เจ้าหน้าที่ได้วิทยุสกัดจับแต่ไร้วี่แวว
จากการสอบสวนเบื้องต้นทรายว่าผู้ตายกำลังขับรถออกไปทำธุระที่แยกบ้านสิงห์ ส่วนรถคู่กรณีก็มุ่งหน้ามาทางเดียวกันเพื่อจะออกถนนเพชรเกษม มาถึงที่เกิดเหจุรถบรรทุก 6 ล้อได้ขับชนท้ายรถ จยย.ของผู้ตายจากนั้นได้ทับทั้งรถและคนก่อนหลับหนีไป อย่างไรก็ดีทางเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามรถและคนขับมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว ประทีป 23-07-52

จ.ราชบุรี ออกหน่วยบำบัดทุกบำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชนที่ อ.ปากท่อ


ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เน้นย้ำให้ประชาชนมีความรักชาติ สร้างความสมานฉันท์ และปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ ในการออกหน่วยบริการบำบัดทุกบำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน ที่ โรงเรียนบ้านท่ายาง หมู่ที่ 3 ตำบลยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรีเช้าวันนี้ ( 23 ก.ค.52 ) นายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมด้วย นางกรองกาญจน์ โกมลภมร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดราชบุรี และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมกิจกรรมออกหน่วยบริการพบปะประชาชนตามโครงการ หน่วยบำบัดทุกบำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน (จังหวัดเคลื่อนที่) ประจำเดือนกรกฎาคม 2552 ที่ โรงเรียนบ้านท่ายาง หมู่ที่ 3 ตำบลยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี นำบริการของหน่วยงานราชการต่างๆ ในจังหวัด และอำเภอ มาอำนวยความสะดวก ให้กับประชาชนในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงบริการของรัฐได้อย่างสะดวก ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้าติดต่อราชการ อีกยังเป็นการลงพื้นที่เพื่อรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนแบบเข้าถึงในทุกๆด้าน ส่วนปัญหา และ ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ยังเป็นปัญหาคล้ายกับหลายๆพื้นที่ คือขาดแคลนน้ำในการเกษตร และระบบคมนาคมถนนเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านส่วนใหญ่เป็นถนนลูกรัง ปัญหาที่ ทำกิน ในโอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กล่าวเน้นให้ประชาชนที่มารับบริการในโครงการ หน่วยบำบัดทุกบำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน ว่า ให้ยึดถือความพอเพียง ตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และช่วยกันปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ และร่วมกันเฝ้าระวังและป้องปรามปัญหายาเสพติดของกลุ่มวัยรุ่นในชุมชน โดยการแจ้งเบาะแสให้กับทางราชการ ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีได้แจกพันธุ์ปลาและถุงยังชีพให้กับประชาชนผู้ด้อยโอกาส ร่วมปล่อยพันธ์ปลา เยี่ยมชมนิทรรศการ และการบริการประชาชนของหน่วยงานต่างๆ ในครั้งนี้ด้วย
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ 23-07-52

ตร.จับแก๊งสาวประเภทสองตระเวนลักทรัพย์หาเงินเสพยาบ้า


ตร.จับแก๊งสาวประเภทสองตระเวนลักทรัพย์หาเงินเสพยาบ้าเมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 21 ก.ค.2552 พ.ต.ต.ธีรพร วิจิตรบรรณการ สว.สป.สภ.เมืองราชบุรี สืบทราบว่านายสมพล แช่มประเสริฐ อายุ 33 ปี สาวประเภทสอง อยู่บ้านเลขที่ 71/1 ม.2 ต.พงสวาย อ.เมืองราชบุรี เป็นคนร้ายที่ร่วมกับพวกสาวประเภทสองด้วยกันออกตระเวนลักทรัพย์ตามบ้านเรือนประชาชน หลังจากที่ทราบข้อมูลของคนร้ายจึงได้นำกำลังไปทำการจับคุมตัวที่บ้านนายสมพล ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมปรากฏว่าผู้ต้องหาอยู่ในบ้านตำรวจจึงกระจายกำลังปิดล้อมและเรียกให้นายสมพล ออกมามอบตัว และทำการค้นบ้านพบสร้อยทองซ่อมอยู่ในกระเป๋าเครื่องสำอาง จึงนำตัวมาทำการสอบขยายผลซึ่งนายสมพล รับสารภาพว่าได้ร่วมกับนายฐิติ ปรีเปรม อายุ 22 ปี บ้านเลขที่ 54 ม.3 ต.ห้วยไผ่ อ.เมือง และนายมาโนช แก้วสะอาด อายุ 23 ปี บ้านเลขที่ 51 ม.6 ต.ดำเนินสะดวก ทั้งสองเป็นสาวประเภทสอง ซึ่งตัวนายฐิติและนายมาโนช นั้นได้มาเช่าหอพักแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมพบของกลางอาทิ สร้อยคอทองคำน้ำหนักรวม 5 บาท เงินสด 6000 บาท โทรศัพท์ 3 เครื่อง จึงนำตัวมาสอบสวน จากการสอบสวนเบื้องต้นนายฐิติ ให้การว่าเมื่อช่วงประมาณ 04.00 น.วันเดียวกันตนพร้อมกับเพื่อนได้แอบเข้าไปในบ้านของนายสราวุธ ชานะเมธา อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 155/26 ถ.มนตรีสุริยวงค์ และทำการลักทรัพย์ดังกล่าวออกมาแบ่งกันเพื่อนำเงินไปเที่ยวแตร่และซื้อยาบ้ามาเสพกัน นอกจากนั้นยังได้เข้าไปที่บ้านหลังหนึ่งใกล้กับวัดตรีญาติแต่ไม่ได้อะไรและยังเข้าไปในโรงเรียนวัดโพธิ์ราชบูรณะ ต.พงสวายแต่ก็ไม่ได้ของอะไร จากนั้นได้ทำการตรวจปัสวะพบมีสีม่วงจึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์และเสพยาบ้าดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

คืบหน้าคดียิงถล่มบ้านนายกเล็กเมืองโพธารามหลานชายเจ็บ


คืบหน้าคดียิงถล่มบ้านนายกเล็กเมืองโพธารามหลานชายเจ็บ หลังจากที่คนร้ายยิงปืน เอ็ม 3 ถล่มใส่ห้องแถวไม้ 2 ชั้น เลขที่ 11 13 15 17 19 และ21 ซึ่งเป็นบ้านของนายวารี จันเกษม นายกเทศมนตรีเมืองโพธาราม จ.ราชบุรี กว่า 30 นัด กระสุนถูกนายนภดล สืบสุนทรชัย อายุ 24 ปี หลานชายนายกวารี ได้รับบาดเจ็บ โดยเหตุเกิดตั้งแต่เวลา 01.30 น.เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 52 ที่ผ่านมา
ซึ่งความคืบหน้าในวันนี้(21 ก.ค.52) พล.ต.ท.ถวิล สุรเชษฐ์พงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.ราชบุรี พ.ต.อ.สมเกียรติ แสงสินศร รองผบก.ภ.จว.ราชบุรี และ พ.ต.อ.ธนู ฮวบประเสริฐ ผกก.สภ.โพธาราม ได้ร่วมประชุมหารือในคดีดังกล่าว ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.ราชบุรี ซึ่งพบว่าที่บ้านของนายวารี นั้นมีผู้คนที่มาสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจดูวิถีกระสุนและร่องรอยกระสุนที่ยิงใส่เข้ามาในบ้านอย่างละเอียด เนื่องจากคดีดังกล่าวนั้นเป็นคดีสะเทือนขวัญก่อเหตุกลางเมือง ทำให้ประชาชนให้ความสนใจเพราะผู้ที่ถูกยิงถล่มใส่นั้นเป็นนายกเทศมนตรีเมืองโพธาราม
และภายหลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุพล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ราชบุรี กล่าวว่า ในคดีดังกล่าวนั้นมีการตั้งประเด็นในการมายิงถล่มใส่บ้านนายวารี ครั้งนี้ ไว้ 3 ประเด็น คือเรื่องส่วนตัว เรื่องที่นายวารีเข้าไปช่วยนางปารีณา ปาจรียางกูล ส.ส.ราชบุรีเขต 1 พรรคชาติไทยพัฒนา และเป็นลูกสาวของนายทวี ไกรคุปต์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ไปทะเลาะกับนายสวัสดิ์ จังพาณิชย์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองโพธาราม และเป็นลุงแท้ๆของนางปารีณา เรื่องที่นายสวัสดิ์ไปปลดป้ายชื่อของนายทวี ที่หน้าเมรุเผาศพลงมาทำใหม่ ทำให้นางปารีณา ไม่พอใจและไปสั่งคนปลดลงมาอีกหลังจากที่นายสวัสดิ์นำกลับไปติดใหม่แล้ว จึงเกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้นและนางปารีณานั้นไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่สภ.โพธาราม ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ส่วนอีกประเด็นคือเรื่องของกลุ่มวัยรุ่นที่นายวารีได้ร่วมกับตำรวจตรวจค้นอาวุธปืน ซึ่งในกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวนั้นมีลูกชายของนายสวัสดิ์รวมอยู่ด้วย ซึ่งคงจะต้องตรวจสอบถึงสาเหตุที่แท้จริงให้แน่นอนก่อน และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นพอจะรู้ตัวกลุ่มคนร้ายแล้วแต่ตอนนี้คงต้องรอหลักฐานให้แน่ชัดก่อน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเชื่อว่าคนร้ายนั้นแค่ข่มขู่เท่านั้นไม่ได้มุ่งหวังจะเอาชีวิต ซึ่งขณะนี้ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแลความปลอดภัยให้กับคนในบ้านด้วย นอกจากนี้ยังได้ตั้งคณะกรรมการคลี่คลายในคดีนี้ โดยมี พ.ต.อ.สมเกียรติ แสงสินศร รองผบก.ภ.จว.ราชบุรี เป็นหัวหน้าชุดด้วย
ทางด้านนายวารี ก็ยังคงบอกว่าไม่แน่ใจว่าสาเหตุที่ถูกยิงถล่มบ้านในครั้งนี้นั้นเป็นเรื่องใด คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งตนเองนั้นก็ยังคงไปทำงานตามปกติไม่ได้หวั่นกลัวอะไร แต่ก็มีระวังตัวบ้าง
ส่วนพล.ต.ท.สุชัย สุขพันธ์โพธาราม ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นญาติของนายวารี จันเกษม ได้เดินทางมาดูที่เกิดเหตุพร้อมทั้งกำชับให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บรายละเอียดเพื่อนำไปเป็นหลักฐานในการหาเบาะแสคนร้าย เนื่องจากที่ผ่านมาอ.โพธาราม ไม่เคยมีเหตุการณ์ที่รุนแรง แต่วันนี้โจรมันอุกอาจใช้อาวุธสงครามยิงกลางเมือง ซึ่งทางตำรวจคงจะต้องเพิ่มมาตราการในการป้องกันให้มากกว่านี้
ซึ่งในช่วงที่มีการตรวจสอบที่เกิดเหตุนั้นนายทวี ไกรคุปต์ และนางปารีณา ปาจรียางกูล ส.ส.ราชบุรีเขต 1 พรรคชาติไทยพัฒนา ได้เดินทางมาสังเกตการณ์ด้วยเนื่องจากนายวารีนั้นเป็นผู้ที่ให้การสนับสนุนส.ส.ปารีณาจนได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส.เมื่อการเลือกตั้งที่ผ่านมา
ด้านนายสวัสดิ์ จังพาณิชย์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองโพธาราม และปัจจุบันเป็นสมาชิกสภาจังหวัดราชบุรี ซึ่งถูกนำไปเกี่ยวข้องกับการยิงถล่มใส่บ้านนายวารี จันเกษม นายกเทศมนตรีเมืองโพธาราม ได้กล่าวว่า ที่ผ่านมาการทำงานระหว่างตนนายวารีนั้นต่างคนต่างทำงาน ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกันแม้ว่าทางการเมืองจะเป็นคู่แข่งกันผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะมาตลอดก็ไม่เคยมีปัญหากัน ส่วนเรื่องที่ถูกยิงใส่บ้านนั้นตนไม่รู้เรื่องเลย ซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์

ภาพ/ข่าว ประทีป 23-07-52

กระทรวงการคลัง เข้ารอบที่ 3 ของสาย หลังเอาชนะ ทีมวิทยุกระจายเสียง แบบขาดลอย ด้วยสกอร์ 8 – 1


การแข่งขันฟุตบอล “หน่วยงานสัมพันธ์ สร้างสรรค์สามัคคี” ครั้งที่ 4 เพื่อดำเนินการตามนโยบายของจังหวัด ที่ต้องการส่งเสริมสุขภาพ และสร้างความสามัคคี ระหว่างบุคลากรภาครัฐ และเอกชน เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2552 ที่สนามกีฬากลางจังหวัด ได้มีการแข่งขันฟุตบอล “หน่วยงานสัมพันธ์ สร้างสรรค์สามัคคี” ครั้งที่ 4 เพื่อดำเนินการตามนโยบายของจังหวัด ที่ต้องการส่งเสริมสุขภาพ และสร้างความสามัคคี ระหว่างบุคลากรภาครัฐ และเอกชน ซึ่งในวันนี้เป็นการแข่งขันในรอบแรก สาย B ระหว่างทีมกระทรวงการคลัง เสื้อสีม่วง กับทีมวิทยุกระจายเสียง (สายล่อฟ้า) เสื้อสีน้ำเงิน ซึ่งผู้ที่ลงทำการแข่งขันทั้งหมดจะต้องมีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป โดยทางจังหวัดราชบุรี ได้มอบหมายให้สมาคมกีฬาจังหวัดราชบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี และศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดราชบุรี จัดการแข่งขันฟุตบอล หน่วยงานสัมพันธ์ โดยให้หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนในจังหวัดราชบุรี สมัครเข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อเล่นกีฬา สามัคคี มีพลัง สร้างสุขทุกชีวี โดยผู้ที่ชนะเลิศการแข่งขัน จะได้รับถ้วยรางวัลจาก นายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี
ซึ่งผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมกระทรวงการคลัง อาศัยการรุกที่เหนือชั้นกว่า ทำประตูชนะทีมวิทยุกระจายเสียง ไปแบบขาดลอยด้วยสกอร์ 8 – 1 ผ่านเข้าไปในรอบที่ 2 โดยทีมขึ้นเป็นที่ 3 ของสาย B รองจากที่ 2 ของสาย คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และที่ 1 ของสายยังคงเป็นแชมป์เก่าปีที่แล้ว คือทีมกระทรวงกลาโหม ที่ยังรักษาฟอร์มได้อย่างดี ซึ่งในรอบที่ 2 จะเริ่มทำการแข่งขันในวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2552 เวลา 15.30 น. ที่สนามกีฬากลางจังหวัด

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 23 – 7 - 52

การฝึกอบรมเชิงปฎิบัติการหลักสูตร “กลยุทธ์การพัฒนาอาสาสมัครทางหลวงชนบท รุ่นที่ 90”


การฝึกอบรมเชิงปฎิบัติการหลักสูตร “กลยุทธ์การพัฒนาอาสาสมัครทางหลวงชนบท รุ่นที่ 90” เพื่อให้อาสาสมัครทางหลวงชนบท ได้มีความรู้ความเข้าใจในเบื้องต้นเกี่ยวกับถนน และการแจ้งข้อมูลข่าวสาร ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานโครงการฝึกอบรมเชิงปฎิบัติการหลักสูตร “กลยุทธ์การพัฒนาอาสาสมัครทางหลวงชนบท รุ่นที่ 90” โดยนายสุธรรม ชื่นชม ผู้อำนวยการสำนักทางหลวงชนบทที่ 4 กล่าวถึงการจัดทำโครงการว่า ถนนโครงข่ายทางหลวงชนบทของกรมทางหลวงชนบท มีการกระจายตัวไปยังชุมชนต่างๆ เพื่อรองรับและรวมรวบปริมาณยวดยานพาหนะเข้าสู่ระบบโครงข่ายทางหลวง และเพื่อการบริการยวดยานพาหนะจากระบบโครงข่ายทางหลวงกระจายไปสู่ทางหลวงสายย่อยเข้าไปยังพื้นที่ชุมชน ในลักษณะของโครงข่ายทางบริการคมนาคมขนส่งหลายรูปแบบ เช่นการท่องเที่ยว การพัฒนาชายแดน การพัฒนาการเมือง รวมทั้งทางลัด ทางเลี่ยง ที่เป็นของกรมทางหลวงชนบท
ฉะนั้นภารกิจในการกำกับดูแลโครงข่ายทางหลวงชนบทในด้านของการบำรุงรักษา ด้านวิศวกรรมความปลอดภัย เพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่ประชาชน รวมถึงการกำกับดูแลทางตามพระราชบัญญัติทางหลวงให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ข้อจำกัดของบุคลากร เครื่องจักร และงบประมาณที่กำจัด จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายบุคลากรทุกระดับของกรมทางหลวงชนบทเป็นอย่างยิ่ง การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ ได้มุ่งเน้น การสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ซึ่งถือเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญของกรมทางหลวงชนบทให้เข้ามาทำหน้าที่เป็นเครือข่ายในลักษณะของอาสาสมัครทางหลวงชนบท ในการตรวจสอบสภาพความเสียหายหรือความบกพร่องของถนน และแจ้งข้อมูลข่าวสารถนนชำรุดเสียหายแก่เจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวงชนบท เพื่อให้กรมทางหลวงชนบทสามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาของถนนอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการให้ อาสาสมัครทางหลวงชุมชน เป็นผู้แทนในการเชื่อมโยงระหว่างกรมทางหลวงชนบท กับประชาชน ชุมชน ในการประชาสัมพันธ์โครงการต่างๆ

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 23 – 7 - 52

วันพุธ, กรกฎาคม 22, 2009

ทีมปกครองส่วนท้องถิ่น เข้ารอบ 2 หลังทำประตูเฉือนเอาชนะ ทีมกระทรวงเกษตรฯ ด้วยสกอร์ 2 – 1


การแข่งขันฟุตบอล “หน่วยงานสัมพันธ์ สร้างสรรค์สามัคคี” ครั้งที่ 4 เพื่อดำเนินการตามนโยบายของจังหวัด ที่ต้องการส่งเสริมสุขภาพ และสร้างความสามัคคี ระหว่างบุคลากรภาครัฐ และเอกชน เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2552 ที่สนามกีฬากลางจังหวัด ได้มีการแข่งขันฟุตบอล “หน่วยงานสัมพันธ์ สร้างสรรค์สามัคคี” ครั้งที่ 4 เพื่อดำเนินการตามนโยบายของจังหวัด ที่ต้องการส่งเสริมสุขภาพ และสร้างความสามัคคี ระหว่างบุคลากรภาครัฐ และเอกชน ซึ่งในวันนี้เป็นการแข่งขันในรอบแรก สาย A ระหว่างทีมปกครองส่วนท้องถิ่น เสื้อสีฟ้า กับทีมกระทรวงเกษตรฯ เสื้อสีเหลือง ซึ่งผู้ที่ลงทำการแข่งขันทั้งหมดจะต้องมีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป โดยทางจังหวัดราชบุรี ได้มอบหมายให้สมาคมกีฬาจังหวัดราชบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี และศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดราชบุรี จัดการแข่งขันฟุตบอล หน่วยงานสัมพันธ์ โดยให้หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนในจังหวัดราชบุรี สมัครเข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อเล่นกีฬา สามัคคี มีพลัง สร้างสุขทุกชีวี โดยผู้ที่ชนะเลิศการแข่งขัน จะได้รับถ้วยรางวัลจาก นายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี
ซึ่งผลการแข่งขันปรากฏว่า นายบรรจบ แสนคำ ผู้เล่นของทีมปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถทำประตูให้ทีมขึ้นนำไปก่อน 2 – 0 แต่ในครึ่งแรกก่อนหมอเวลา ทีมกระทรวงเกษตรฯ ก็สามารถทำประตูแรกให้กับทีมได้สำเร็จ จากนายชูศักดิ์ สิงห์ประเสริฐ ทำให้ครึ่งเวลาหลังทั้ง 2 ทีมต่างเร่งทำเกมส์รุก แต่ทีมกระทรวงเกษตรฯ ก็ไม่สามารถทำประตูตีเสมอได้สำเร็จ ทำให้ทีมปกครองส่วนท้องถิ่น ชนะทีม กระทรวงเกษตรฯ ไปด้วยสกอร์ 2 – 1 ผ่านเข้าไปในรอบ 2 หรือรอบ 8 ทีมสุดท้าย

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 22 – 7 - 52


การแข่งขันกีฬาภายใน วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2552


การแข่งขันกีฬาภายใน วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2552 เพื่อสนองต่อนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และรณรงค์ให้นักเรียน นักศึกษาออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬา ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ที่วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี ได้มีการแข่งขันกีฬาภายใน ประจำปีการศึกษา 2552 โดยนายสุรศักดิ์ อาภรณ์เทวัญ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคราชบุรี ได้กล่าวถึง การจัดการแข่งขันกีฬาภายในขึ้น เพื่อเป็นกิจกรรมนันทนาการให้แก่นักเรียน นักศึกษา อันเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดจากการเรียนในแต่ละปี และเป็นการสนองนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่จะให้นักเรียน นักศึกษาเสริมสร้างสมรรถภาพทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา และเพื่อรณรงค์ให้นักเรียน นักศึกษา ออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬา ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โดยจัดให้มีการแข่งขันขึ้นใน ระหว่างวันที่ 22 – 25 กรกฎาคม 2552 มีการแบ่งนักเรียนออกเป็นสีต่างๆ ได้แก่ แดง ชมพู เหลือง เขียว ม่วง และฟ้า และจัดประเภทกีฬาที่แข่งขัน มีฟุตบอล ฟุตซอล วอลเลย์บอล เซปักตระกร้อ บาสเก็ตบอล และเปตอง ซึ่งนักกีฬาที่ชนะการแข่งขันในกีฬาแต่ละประเภทจะได้รับเหรียญรางวัล และเกียรติบัตร จากผู้อำนวยการสถานศึกษา

ภาพ/ข่าว คมปิยะ 22 – 7 - 52

การประชุมโครงการอบรมสัมมนาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียนในสถานศึกษา


การประชุมโครงการอบรมสัมมนาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียนในสถานศึกษา เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ในการป้องกันตนเองไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ที่ห้องประชุมสโมสรนายทหาร ค่ายบุรฉัตร ได้มีการประชุมโครงการอบรมสัมมนาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียนในสถานศึกษา โดยนายสุริยา พิทูรสกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาราชบุรีเขต 1 ได้กล่าวถึงการจัดโครงการว่าในปี 2552 สถานการณ์การแพร่ระบาดยาเสพติดในประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้น รัฐบาลได้กำหนดให้ดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วน ที่จะต้องดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่องภายใต้ยุทธศาสตร์ “5 รั้วป้องกัน “ ได้แก่ รั้วชายแดน รั้วชุมชน รั้วสังคม รั้วโรงเรียน และรั้วครอบครัว เพื่อเป็นเกราะคุ้มกันภัย ยาเสพติดซึ่งเป็นการควบคุมและลดปัญหา ด้วยการจัดกิจกรรมที่สร้างเสริมความเข้มแข็งในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ รั้วโรงเรียน ที่ต้องการเห็นความเข้มแข็งและยั่งยืนของสถานศึกษา ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด นักเรียน นักศึกษา เป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนที่ต้องเสริมสร้างสถานศึกษาให้มีความเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติดอย่างยั่งยืน เพื่อให้การดำเนินการสร้างความเข้มแข็งในสถานศึกษาบรรลุเป้าหมายที่กำหนด สถานศึกษาจะต้องมีครูแกนนำการป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษาอบรมนักเรียน สร้างความตระหนัก และปลูกจิตสำนึกให้กับนักเรียน ผู้ปกครองและชุมชนในการเป็นเครือข่ายเฝ้าระวัง ไม่ให้มีการแพร่ระบาดยาเสพติดในสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาราชบุรีเขต 1 จึงจัดโครงการอบรมสัมมนาปรับเปลี่ยน พฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียนในสถานศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระหว่างวันที่ 22 – 23 กรกฎาคม 2552 ณ ห้องประชุมสโมสรนายทหารค่ายบุรฉัตร โดยมีนักเรียนในสถานศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาราชบุรี เขต 1 เข้ารับการอบรมในครั้งนี้ จำนวน 124 คน และในการอบรมครั้งนี้ ยังได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก ศูนย์ ศตส.จ. และได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง ท่านผู้บัญชาการกองพลทหารค่ายบุรฉัตร ที่ให้ความอนุเคราะห์สนับสนุน สถานจัดการอบรมสัมมนา
ภาพ/ข่าว คมปิยะ 22 – 7 - 52

การอบรมโครงการ “ ราชการไทยในราชบุรีไม่มีการทุจริต”


การอบรมโครงการ “ราชการไทยในราชบุรีไม่มีการทุจริต ” เพื่อสร้างจิตสำนึก ค่านิยม ให้หน่วยงานภาครัฐบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล ในการร่วมกันแก้ไข และรับผิดชอบต่อปัญหาการทุจริต ที่ห้องกัลปพฤกษ์ โรงแรมเวสเทิร์นแกรนด์โฮเต็ล นายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานเปิดอบรมโครงการ “ ราชการไทยในราชบุรีไม่มีการทุจริต” โดยนายวิทูรัช ศรีนาม หัวหน้าสำนักงานจังหวัด ได้กล่าวถึงการจัดโครงการนี้ว่า สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2551 ให้หน่วยงานภาครัฐทำแนวทางมาตรการตามยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต ที่คณะกรรมการ ปปช. และภาคีทุกภาคส่วนร่วมกันจัดทำขึ้น เพื่อให้เป็นกรอบทิศทางการประสานความร่วมมือในการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการกำหนดไว้ในแผนปฏิบัติราชการ 4 ปี และแผนปฏิบัติราชการประจำปี มีสำนักงาน ก.พ.และสำนักงาน ก.พ.ร. เป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทศาสตร์นี้ โดยได้กำหนดตัวชี้วัด และค่าเป้าหมายในการดำเนินงานด้านการปราบปรามทุจริตในระดับจังหวัด พร้อมทั้งรายงานผลการดำเนินงานและกำหนดค่าคะแนนในการดำเนินงานชี้วัดแต่ละขั้นตอน ซึ่งวัตถุประสงค์หลักในการจัดทำโครงการ คือ เพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ของรัฐ และประสานความร่วมมือในการปฏิบัติกับองค์กรต่างๆ ในการสร้างจิตสำนึก ค่านิยม ให้หน่วยงานภาครัฐบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล ในการร่วมกันแก้ไข และรับผิดชอบต่อปัญหาการทุจริต และประพฤติมิชอบของภาครัฐ โดยประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาพัฒนา และร่วมกันวางรากฐานในการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต
การอบรมในวันนี้เป็นการต่อยอดองค์ความรู้ที่จังหวัด ได้อบรมโครงการนำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้กับข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงาน ของรัฐประจำปี 2552 และได้จัดตั้งเครือข่ายด้านจริยธรรมมาภิบาลไว้แล้ว การอบรมครั้งนี้จึงได้นำข้าราชการที่เป็นแกนนำ จากการสร้างเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแกนหลักในการสร้างภูมิคุ้มกันด้านการป้องกันการทุจริต เพื่อหวังผลในการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
ภาพ/ข่าว คมปิยะ 22 – 7 - 52

เทศบาลตำบลหลักเมืองจัดโครงการรณรงค์ป้องกันโรคไขหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009


เทศบาลตำบลหลักเมืองจัดโครงการรณรงค์ป้องกันโรคไขหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009ที่สโมสรนายทหาร นายแพทย์สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์ป้องกันโรคไขหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 มีอาสาสมัครสาธารณสุข ประชาชน คณะเจ้าหน้าที่เข้าร่วโครงการกว่า 1,000 คน
ซึ่งนางปาริดา ปฐมภัฏ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหลักเมือง ได้กล่าววัตถุประสงค์ของการจัดกิจกกรรมครั้งนี้ว่า จากการรายงานขององค์อนามัยโลก ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2552 ถึงวันที่ 6 กรกฏาคม 2552 มีจำนวนผู้ป่วยที่ติดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิด A ( H1 N 1 ) รายงานอย่างเป็นทางการใน 136 ประเทศ รวมผู้ป่วย 94,512 ราย ประเทศไทย 2,076 ราย เสียชีวิต 7 ราย ซึ่งอัตราผู้ป่วยตาม ร้อยละ 0.45 โดยสถานณ์ จังหวัดราชบุรี ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2552 ถึงวันที่ 13 กรกฎาคม 2552 จังหวัดราชบุรีได้รับรายงานว่าพบผู้ป่วยเฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ 2009 จำนวน 211 ราย มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย นอกจากนี้สถานการณ์ของโรค จะเห็นได้ว่ามีการแพร่ระบาดของโรคเพิ่มขึ้น ดังนั้นกองทุนระบบสุขภาพ เทศบาลตำบลหลักเมืองจึงได้จัดทำโครงการรณรงค์ป้องกันโรคไขหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค พร้อมทั้งจัดกิจกรรม นิทรรศการให้ความรู้ ในการสาธิตวิธีการล้างมืออย่างไรให้สะอาดและจัด อสม. เฝ้าระวังเมื่อมีผู้ป่วยในพื้นที่ นอกจากนี้ได้เชิญวิทยากรจากโรงพยาบาลราชบุรีมาบรรยายให้ความรู้อีกด้วย
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ 22-07-52

งานสัมมนา ธุรกิจติดปีกด้วยซอฟต์แวร์


งานสัมมนา ธุรกิจติดปีกด้วยซอฟต์แวร์ที่ห้องประชุมราชาวดี โรงแรมโกเด้นซิตี้ นายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดงานสัมมนา ธุรกิจติดปีกด้วยซอฟต์แวร์ เนื่องจากปัจจุบันการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศหรือซอฟต์แวร์เข้ามาเป็นตัวช่วยในการดำเนินธุรกิจ และเข้ามามีส่วนช่วยในการควบคุมทำงานภายในองค์กร ซึ่งผู้ประกอบการบางรายไม่ได้เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีและซอฟย์แวร์เท่าที่ควร อาจนำไปสู่ปัญหาการบริหารจัดการ นอกจากนี้คนไทยเองก็มีความสามารถในการพัฒนาซอฟต์แวร์ต่างๆ ได้ไม่แพ้ประเทศอื่น ๆ ดังนั้นสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงาน โดยจัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมการใช้ซอฟต์แวร์สำหรับธุรกิจ SMEs ซึ่งการสัมมนาครั้งนี้เป็นการนำข้อมูลความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีสารสนเทศอื่นๆ มาแลกเปลี่ยนกับผู้เข้าสัมมนา เช่น การใช้ซอฟต์แวร์เพื่อการลดต้นทุน การเพิ่มช่องทางการขาย ซึ่งจะทำให้ศักยภาพของผู้ประกอบการเข้มแข็งมากขึ้น รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างให้กับเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมด้วย
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ 22/07/52

สำนักงานกาชาดจังหวัดราชบุรี รณรงค์การขอรับบริจาคโลหิต เพื่อเก็บสำรองป้องกันการขาดแคลนยามจำเป็น และเฉลิมพระเกียรติ 12 สิงหาวันแม่แห่งชาติ


สำนักงานกาชาดจังหวัดราชบุรี รณรงค์การขอรับบริจาคโลหิต เพื่อเก็บสำรองป้องกันการขาดแคลนยามจำเป็น และเฉลิมพระเกียรติ 12 สิงหาวันแม่แห่งชาติที่โรงเรียนราชบุรีบริหารธุรกิจ นางกรองกาญ โกมลภมร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดราชบุรีนำคณะเจ้าหน้าที่ออกรับบริจาคโลหิตตามแผนบริหารจัดการ ซึ่งสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดราชบุรี ร่วมกับโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี ออกหน่วยบริจาคโลหิต เพื่อสืบสานการรณรงค์ให้มีการบริจาคโลหิต พร้อมกับบริจาคโลหิตเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ 12 สิงหาวันแม่แห่งชาติ ในการออกหน่วยเคลื่อนที่ขอรับบริจาคโลหิตครั้งนี้ สำนักงานชาดราชบุรีได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนราชบุรีบริหารธุรกิจ อำนวยความสะดวก โดยมีนักเรียน นักศึกษาสนใจเข้าร่วมบริจาคโลหิตเป็นจำนวนมากตามคำเชิญชวน พร้อมกันนี้คณะกรรมการสำนักงานกาชาดจังหวัดราชบุรี ยังให้บริการตอบสนองความต้องการของนักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการลงชื่อบริจาคดวงตา และอวัยวะ โดยการรวบรวมรายชื่อส่งมอบให้สภากาชาดไทยซึ่งการบริจาคโลหิตนี้ ผู้บริจาคจะได้รับความภูมิใจ ได้ทราบถึงหมู่โลหิตของตัวเองด้วยระบบ ABO และระบบ RH เพราะโลหิตที่บริจาคจะต้องผ่านกระบวนการในห้องปฏิบัติการก่อน ถ้าหากผู้บริจาค ฯ เป็นโรคร้ายแรง ทางสภากาชาดไทยจะส่งเอกสารข้อมูลไปให้กับผู้ที่บริจาคโลหิต เสมือนหนึ่งเป็นการตรวจสุขภาพไปในตัวและที่สำคัญเป็นการช่วยชีวิตผู้อื่นที่ต้องการเลือด เป็นการให้ชีวิตต่อชีวิตอีกด้วย
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ 22-07-52

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรีจัดโครงการส่งเสริมศิลปินรุ่นเยาวชน ประจำปี 2552


สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรีจัดโครงการส่งเสริมศิลปินรุ่นเยาวชน ประจำปี 2552 เพื่อสร้างเวทีทางศิลปะให้แก่เยาวชน และให้เยาวชนได้มีโอกาสแสดงทักษะที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ฯ สำนกงานวัฒธรรมจังหวัดราชบุรี นายสมศักดิ์ โยนกพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมศิลปินรุ่นเยาวชน ประจำปี 2552
ซึ่งการจัดกิจกกรรมวันนี้ โดยมีนโยบายให้ทุกส่วนราชการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเยาวชนในทุกรูปแบบเพื่อให้เยาวชนไทยมีคุณภาพ รู้คิด รู้ทำ รู้เท่าทันกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมของโลก ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย มอบให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี ดำเนินกิจกรรม เพื่อเป็นการสร้างสรรค์คุณภาพเยาวชน ในสาขาการวาดภาพแสดงเรื่องราว หรือ Storyboard ในหัวข้อภาพยนต์โฆษณาเพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์ของจังหวัดราชบุรี ผ่านการสื่นสารมิติทางวัฒนธรรม และการขับร้องประสานเสียง ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างเวทีทางศิลปะให้แก่เยาวชน และให้เยาวชนได้มีโอกาสแสดงทักษะ ความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัยตามแนวคิดและคัดเลือกตัวแทนเยาวชนเข้าร่วมประกวด ในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ โดยการจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้มีการมอบรางวัลให้แก่ผู้ที่ชนะการประกวดร้องเพลงประสานเสียงในโครงการส่งเสริมศิลปินรุ่นเยาวชน ประจำปี 2552 ซึ่งผลการประกวดรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนนารีวิทยาพร้อมเงินรางวัล 1,500 บาท รางวัลรองอันดับ 1 ได้แก่โรงเรียนดรุณาราชบุรีพร้อมเงินรางวัล 3,000 บาท และรางวัลชนะเลิศได้แก่โรงเรียนสุริยวงศ์พร้อมเงินรางวัล 6,000 บาลและได้เป็นตัวแทนเข้าไปประกวดในระดับภูมิภาพและประเทศอีกด้วย
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ 22-07-52

ชาวบ้าน 12 หมู่บ้านเดินขบวนไม่ยอมให้สร้างโรงไฟฟ้าจำนวน 5 โรง


ชาวบ้าน 12 หมู่บ้านเดินขบวนไม่ยอมให้สร้างโรงไฟฟ้าจำนวน 5 โรงในวันนี้(20 ก.ค.52) เวลา 13.30 น. ชาวบ้าน ในต.เบิกไพร อำเภอจอมบึง จ.ราชบุรี ทั้ง 12 หมู่บ้าน นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง นักเรียนในพื้นที่อ.จอมบึง รวมทั้งกลุ่มอนุรักษ์ต่างๆในพื้นที่กว่า 1,000 คน ได้มารวมตัวกันที่หน้าอบต.เบิกไพร ต.เบิกไพร อ.จอมบึง จ.ราชบุรี พร้อมถือป้ายที่มีข้อความคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลที่มีบริษัทเอกชนจำนวน 5 บริษัท ได้แก่ บริษัทอุดมเดช พาวเว่อร์ จำกัด บริษัท สุเพริ์บ พาวเว่อร์ จำกัด บริษัทไบโอแมส ไดรเออร์ จำกัด บริษัทสุวฎีแอนด์อุดมเดชพาวเว่อร์ จำกัด และบริษัทสยามเพลเล็ท พาวเว่อร์ จำกัด เข้ามาทำการจัดซื้อที่ดินจำนวนกว่า 300 ไร่ ในหมู่ 1 ต.เบิกไพร และได้ขอผลิตไม้อัดแท่งอบด้วยระบบไบโอแมส โดยใช้ก๊าซธรรมชาติ(NGV)มาเป็นพลังงานร่วม โดยใช้พลังงานจากเศษไม้และเศษวัสดุที่เหลือใช้จากการเกษตร นอกจากนี้ได้ขอผลิตไฟฟ้าจากพลังงานไอน้ำ โดยจะทำการผลิตไว้ใช้ภายในโรงงานและจะจำหน่ายให้กับหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจและเอกชน ซึ่งการที่ชาวบ้านมารวมตัวกันในครั้งนี้ก็เพื่อต่อต้านและยื่นหนังสือคัดค้านให้กับทางอบต.เบิกไพร เพื่อไม่ให้ทางอบต.นั้นอนุญาตให้สร้างโรงงานในพื้นที่ พร้อมทั้งเปิดเวทีชี้แจงชาวบ้านถึงผลกระทบต่างๆที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแล้ว

ตร.เมืองโอ่งล่อซื้อยาบ้าคนร้ายวิ่งหนีเข้าป่ากกสุดท้ายไปไม่รอด


ตร.เมืองโอ่งล่อซื้อยาบ้าคนร้ายวิ่งหนีเข้าป่ากกสุดท้ายไปไม่รอดเมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 20 ก.ค.2552 พ.ต.ต.ธีรพร วิจิตรบรรณการ สว.สป.สภ.เมืองราชบุรี สืบทราบว่านายคมสัน เจริญภักดี อายุ 27 ปี บ้านเลขที่ 4 ม.7 ต.หลุมดิน อ.เมืองราชบุรี ได้ทำการแอบลักลอบจำหน่ายยาบ้าให้กับวันรุ่นจึงได้สั่งการให้ ร.ต.ท.ปัญญา ชุมบัว รอง สว.สป.สภ.เมืองราชบุรี พร้อมกำลังนำสายออกไปล่อซื้อยาจำนวน 2 เม็ด เงินล่อซื้อ 600 บาท จากนายคมสัน โดยให้สายนัดส่งยากันหน้าโรงงานสับปะรด ต.หนองกลางนา อ.เมืองราชบุรี ซึ่งระหว่างที่รอรับส่งของอยู่นั้นนายคัมสันได้ขับขี่รถ จยย.ฮอนด้าสีขาว ทะเบียน ขยพ-193 ราชบุรี มาจอดเจ้าหน้าที่ที่ดักซุ้มอยู่ได้แสดงตัวเข้าจับกุมแต่นายคมสันได้ขับรถ จยย.หลบหนีมุ่งหน้าไปทาง ต.หนองกลางนา จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ไล่ติดตามไปจนไปทันที่ถนนเลียบคลองบางสองร้อย ม.2 ต.หนองกลางนา คนร้ายเห็นจวนตัวจึงได้ทิ้งรถวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าข้างทางและกระโดดลงไปในบ่อน้ำที่ปกคลุมไปด้วยก่อกก สูงท่วมหัว ต่อมาได้กระจายกันปิดล้อมป่าดังกล่าวและได้วิทยุขอกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจรถยนต์มาช่วยในการค้นหา ทาง พ.ต.ต.ธัรพร ได้พยายามพูดจาหว่านล้อมให้คนร้ายออกมามอบตัวก็ไม่เป็นผล ซึ่งถ้าขื่นปล่อยเวลาผ่านไปจะมืดค่ำและการทำงานก็จะลำบากจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปรามปราม ไปขอยืมกางเกงขาสั้นจากชาวบ้านมาจากนั้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าวเดินลุยป่ากก เข้าไปหาตัวคนร้ายโดยใช้เวลาอยู่พักใหญ่ในที่สุดก็พบตัวคนร้ายนอนหงายโดยเอาตัวเองซุกอยู่ใต้ก่อกก จึงนำตัวขึ้นมาจากป่ากก จากนั้นได้นำผู้ต้องหาไปล้างทำความสะอาดตัวรวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ลงไปค้นหาผู้ต้องหาด้วยและค้นในกระเป๋ากางเกงพบยาบ้าจำนวน 2 เม็ดจากนั้นได้นำตัวมาสอบสวนซึ่งผู้ต้องหานั้นให้การรับสารภาพจึงนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว ประทีป

ชาวบ้านไล่จับไอ้เข้กลางทุ่งนา


ชาวบ้านไล่จับไอ้เข้กลางทุ่งนาเจ้าหน้าที่หน่วยบรรเทาสาธารณะภัยเทศบาลเมืองราชบุรีได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่หนองเกสร อ.วัดเพลง จ.ราชบุรีว่าได้จับจระเข้ได้ 1 ตัวขอให้เจ้าหน้าที่นำจระเข้ไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัย หลังรับแจ้ง นายชัยณรงค์ มงคลสิงห์ พนักงานดับเพลิง ทำหน้าที่ขับรถกู้ภัยงานป้องกันและบรรเทาสาธรณะภัยเทศบาลเมืองราชบุรี ได้นำเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบพบว่าจระเข้ที่ถูกจับได้นั้นเป็นลูกจระเข้ที่มีอายุประมาณ 5-6 เดือน ความยาวประมาณ 4-5 ฟุต และที่สำคัญจระเข้ตัวดังกล่าวนั้นมีนิสัยดุร้ายทางเจ้าหน้าที่จึงนำมาปล่อยไว้ในบ่อที่ทางหน่วยดับเพลิงจัดทำขึ้น ชาวบ้านที่จับจระเข้ได้กล่าวว่าพวกตนนั้นได้ออกไปหาปลาและหากบ อยู่กลางทุ่งนาจนกระทั่งเดินไปจะเอ๋กับจระเข้จึงได้ช่วยกันจับและแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาเอาไปดังกล่าว ส่วนจระเข้ตัวดังกล่าวนั้นคาดว่าน่าจะหลุดมาจากจากบ่อที่ชาวบ้านเอามาเลี้ยงไว้ ซึ่งนับว่ายังโชดดีที่มาเห็นก่อนที่เจ้าจระเข้จะลงไปอยู่ในคลอง
ภาพ/ข่าว ประทีป

โจ๋เมืองคนสวยไม่เกรงกลัวกฏหมายขับรถตระเวณยิงปืนขึ้นฟ้ากลางตลาด


โจ๋เมืองคนสวยไม่เกรงกลัวกฏหมายขับรถตระเวณยิงปืนขึ้นฟ้ากลางตลาด เมื่อเวลา 00.45 น.วันที่ 21 ก.ค. 2552 พ.ต.ท.ประเทือง สุทธการี สารวัตรเวรสภ.โพธาราม จ.ราชบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีคนยิงอาวุธปืนขึ้นฟ้าจำนวนหลายนัดเหตุเกิดที่หน้าร้านอาหารไตเติ้ล เขตเทศบาลเมืองราชบุรี จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ธนู ฮวบประเสริฐ ผกก.สภ.โพธาราม ทราบพร้อมนำกำลังไปตรวจสอบพบที่หน้าร้านอาหารดังกล่าวนั้นมีขวดสุราและแก้วที่วางอยู่บนโต๊ะล้มระเนระนาด นอกจากนั้นฝั่งตรงข้ามกับร้านพบกองเลือด 1 กอง เจ้าหน้าที่สอบเจ้าของร้านให้การว่าก่อนเกิดเหตุนั้นมีลูกค้านั่งอยู่เพียง 2 โต๊ะจู่ๆได้มีคนร้ายขับขี่รถ จยย.ผ่านมาที่หน้าร้านและได้ชักอาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าจำนวนหลายนัดทำให้ลุกค้าที่นั่งกินต่างลุกหนีกระสุนปืนซึ่งคิดว่าคนร้ายจะยิงเข้ามาเป็นเหตุให้โต๊ะและเก้าอี้ล้มระเนระนาดดังกล่าว ซึ่งจากคำให้การนั้นมัดขัดกับที่เจ้าหน้าที่พบกองเลือด อย่างไรก็ดีทางเจ้าหน้าที่จะได้เรียกตัวเจ้าของร้านมาสอบเพทื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ส่วนอาวุธปืนที่คนร้ายยิงนั้นน่าจะเป็นปืน .38 เนื่องจากในที่เกิดเหตุนั้นไม่พบปลอกกระสุนปืน ทางด้าน พ.ต.อ.ธนู ฮวบประเสรฺฐ ผกก.สภ.โพธาราม ได้กล่าวเน้นย่ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ชุดสืบสวนสอบสวนและชุดสืบสวนปราบปราม ช่วยกันสอดส่องออกตรวจตราในเขตเทศบาลเพื่อไม่ให้กลุ่มวัยรุ่นที่คึกคะนองออกมาสร้างความเดือนร้อนให้กับชาวบ้านในอ.โพธาราม และในส่วนคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงนั้นทางเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว ประทีป

วันอังคาร, กรกฎาคม 21, 2009

ศึกสายเลือดส.ส.ปารีณาแจ้งจับลุงทำร้ายร่างกาย


ศึกสายเลือดส.ส.ปารีณาแจ้งจับลุงทำร้ายร่างกายเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 20 ก.ค. 52 นางปารีณา ปาจรียางกูล อายุ 31 ปี ส.ส.ราชบุรี เขต 1 พรรคชาติไทยพัฒนา ได้เขาแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.สุทธิเกียรติ โพธิสุทธิ์ ร้อยเวรสภ.โพธาราม จ.ราชบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายสวัสดิ์ จังพาณิชย์ อดีตนายกเทศมนตรีเทศมนตรีเมืองโพธาราม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาจังหวัดราชบุรี เขต อ.โพธาราม ซึ่งเป็นลุงแท้ของนางปารีณา โดยกล่าวหาว่านายสวัสดิ์นั้นทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ พร้อมนำหลักฐานซึ่งเป็นกิ่งไม้ยาวประมาณ 1 ศอก ซึ่งเป็นไม้ที่นายสวัสดิ์ใช้ทำร้ายร่างกายตน และชี้ให้ดูร่อยรอยบาดแผลที่บริเวณแขนข้างซ้ายด้านใน ซึ่งมีรอยเขียวช้ำบวม
โดยนางปารีณาให้การว่า เมื่อช่วงสายๆที่ผ่านมาตนพร้อมกับนายกมล ทองจิต ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.ท่าชุมพล และนายสง่า ศรธนู ชาวบ้านต.ท่าชุมพล ได้ไปที่วัดชัยรัตน์ ต.ท่าชุมพล เพื่อไปปลดป้ายชื่อของทวี ไกรคุปต์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นพ่อของตนที่บริเวณหน้าซุ้มเมรุวัดชัยรัตน์ ลงมา เนื่องจากที่ผ่านมานั้นเคยมีปัญหากับนายสวัสดิ์ เรื่องที่นายสวัสดิ์นั้นไปปลดป้ายชื่อของนายทวีซึ่งเป็นป้ายเก่าที่นำมาติดตั้งแต่สมัยที่มีการสร้างเมรุแห่งนี้ เมื่อกว่า 20 ปี ที่แล้ว โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่นายสวัสดิ์นั้นอ้างว่าจะนำไปทำใหม่ ซึ่งตนได้เข้ามาคัดค้านและบอกว่าขอให้นำป้ายเก่าไปติดไว้อย่างเดิม แต่นายสวัสดิ์กลับไม่สนใจและนำป้ายไปเขียนใหม่มาติดแทนป้ายเดิม โดยเรื่องดังกล่าวนั้นมีการแจ้งความดำเนินคดีกันไว้แล้วซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องไม่สมควร จึงสั่งคนไปปลดลงมา ขณะที่กำลังปลดป้ายนั้นนายสวัสดิ์ได้ทราบเรื่องจึงขับรถเข้ามาและเกิดการโต้เถียงกัน และนายสวัสดิ์ได้กระโดดเตะตนเอง แต่ไม่ถูกแต่พลาดไปถูกนายกมล ทองจิต ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ที่อยู่ในเหตุการณ์ และเดินกลับไปที่รถพร้อมกับคว้าไม้ท่อนดังกล่าวมาตีตนที่แขนอย่างแรง ตนจึงได้รีบมาแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว
ทางด้านนายสวัสดิ์ จังพาณิชย์ ก้ได้เดินทางมาที่สภ.โพธาราม เพื่อให้ปากคำ โดยมีชาวบ้านมาให้กำลังใจจำนวนมาก ซึ่งนายสวัสดิ์ก็กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เรื่องนี้เป็นการใส่ร้าย ซึ่งในเรื่องจริงนั้นตนแค่เข้าไปสอบถามนางปารีณาว่าปลดป้ายลงมาทำไม เพราะป้ายดังกล่าวนั้นตนได้ไปทำมาใหม่ให้ดีแล้ว แต่กลับถุกนางปารีณาถอดรองเท้าขว้างใส่หน้า แต่ไม่ถูกจึงทำให้เกิดการโต้เถียงกัน ส่วนเรื่องที่ใช้ไม้ตีนั้นไม่รู้เรื่องว่าไปถูกตีที่ไหนและตอนไหน ซึ่งชาวบ้านที่ไปด้วยก็สามารถเป็นพยานได้
ทางด้าน ร.ต.อ.สุทธิเกียรติ โพธิสุทธิ์ ร้อยเวรสภ.โพธาราม ก็กล่าวว่าได้รับแจ้งความไว้แล้ว และเบื้องต้นจะได้ทำหนังสือส่งตัวนางปารีณาไปตรวจร่างกายเพื่อหาร่องรอยการถูกทำร้ายที่โรงพยาบาลโพธารามพร้อมทั้งจะได้เรียกพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งสองฝ่ายมาดำเนินการสอบปากคำต่อไป
ภาพ/ข่าว ประทีป

ยิงถล่มบ้านนายกเล็กเมืองโพธารามหลานชายถูกลูกหลงเจ็บ


ยิงถล่มบ้านนายกเล็กเมืองโพธารามหลานชายถูกลูกหลงเจ็บ เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 21 ก.ค. 52 พ.ต.ท.ประเทือง สุทธการี สารวัตรเวรสภ.โพธาราม จ.ราชบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีคนยิงอาวุธปืนใส่บ้านเลขที่11 13 15 17 19 และ 21 ซึ่งเป็นห้องแถว 2 ชั้นของนายวารี จันเกษม อายุ 66 ปี นายกเทศมนตรีเมืองโพธาราม และมีผู้ถูกอาวุธปืนได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณถนนขนานริมทางรถไฟ เขตเทศบาล จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ธนู ฮวบประเสริฐ ผกก.สภ.โพธาราม ทราบก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเพียงรอยเลือดส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลโพธารามไปก่อนหน้านี้แล้ว ทราบชื่อคือนายนภดล สืบสุนทรชัย อายุ 24 ปี เป็นหลานของนายวารี จันเกษม ถูกยิงเข้าที่บริเวณปากทะลุแก้มขวา นอกจากนี้ตามฝาบ้านยังพบร่อยรอยถูกอาวุธปืนยิงกว่า 30 แห่ง ส่วนที่พื้นถนนบริเวณหน้าบ้านยังปลอกกระสุนปืนขนาด .45 ซึ่งเป็นกระสุนของปืน เอ็ม 3 ตกอยู่อีกกว่า 30 ปลอก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนนายวารี จันเกษม นายกเทศมนตรีเมืองโพธาราม ก็ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนกับญาติพี่น้องซึ่งอยู่ห้องแถวเดียวกันแต่คนละห้องได้ขึ้นนอนตั้งแต่ 22.00 น. ส่วนหลานชายที่ได้รับบาดเจ็บยังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ชั้น 2 ของตัวบ้าน และก็ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์มาจอดจากนั้นก้ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นเป็นชุดมากกว่า 20 นัด จึงลุกขึ้นวิ่งออกมาดูเห็นแต่เพียงว่าเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ผู้ขับขี่เป็นชาย 2 คนมีผ้าปิดหน้า ขับหายไปกับความมืด และเมื่อตนวิ่งขึ้นไปบนชั้นสองก็พบหลานชายนอนร้องครวญครางขอความช่วยเหลือ ตนจึงได้รีบนำส่งโรงพยาบาลและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว ส่วนสาเหตุนั้นยังไม่ทราบว่ามาจากเรื่องใด เพราะไม่เคยมีเรื่องกับใคร เพราะการเมืองที่ผ่านมาก็ราบรื่นดี ตนได้รับเลือกมาแล้วถึง 4 สมัย และในสภาฯก็มีเสียงมากถึง 14 เสียง จาก 18 เสียง จึงไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องการเมืองซึ่งคงจะต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจในช่วยสืบหาตัวคนร้าย
ทางด้าน พ.ต.อ.ธนู ฮวบประเสริฐ ผกก.สภ.โพธาราม ก็กล่าวว่า การมายิงถล่มใส่บ้านในลักษณะนี้ถือว่าเป็นการข่มขู่มากกว่าที่จะมุ่งเอาชีวิตซึ่งคงจะต้องทำการสอบสวนทางตัวนายกฯและบุคคลในบ้านว่าไปมีเรื่องกับใครหรือไม่เพื่อหาสาเหตุในการมายิงถล่มใส่บ้านต่อไป
ภาพ/ข่าว ประทีป

รมช.สาธารณสุขร่วมกับพ่อเมืองโอ่งรณรงค์ให้ใส่หน้ากากอนามัย


รมช.สาธารณสุขร่วมกับพ่อเมืองโอ่งรณรงค์ให้ใส่หน้ากากอนามัยนายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับนายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการะทรวงสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จ.ราชบุรี รวมทั้งอสม.ได้ร่วมกันเดินรณรงค์ให้ประชาชนได้สวมใส่หน้ากากอนามัยในที่ชุมชน พร้อมแจกหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ และคู่มือป้องกันไข้หวัด 2009 กว่า 2,000 ชุด ให้กับประชาชนในตลาดปากท่อ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เพื่อให้ประชาชนในเขตอ.ปากท่อ ได้ใส่หน้ากากเวลาอยู่ในที่ชุมชนที่แออัด หรือในที่สาธารณะที่มีผู้คนหนาแน่น ซึ่งจะเป็นการป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ และเป็นการลดการแพร่กระจายเชื้อโรคซึ่งกำลังจะกระจายเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการใช้หน้ากากอนามัยสามารถที่จะป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ โดยการรณรงค์นั้นจะทำให้ครบทั้ง 10 อำเภอของจ.ราชบุรี เพื่อให้จ.ราชบุรีนั้นปลอดจากไข้หวัด 2009
นอกจากนี้ยังได้ประสานตามร้านขายของโชห่วยและร้านค้ามินิมาร์ททั่วไปให้ขายหน้ากากอนามัยตลอด 20 ชั่วโมง และให้ขายในราคาที่เป็นธรรมเพื่อที่ประชาชนจะได้หาซื้อได้ง่าย พร้อมทั้งหนุนกลุ่มแม่บ้าน และกลุ่มโอทอปให้ตัดเย็บหน้ากากอนามัยซึ่งมีคุณภาพและมาตรฐานดีออกมาจำหน่ายด้วย
ภาพ/ข่าว ประทีป

สาธารณสุขจังหวัดราชบุรีจัดโครงการส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก ภายใต้โรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัวจังหวัดราชบุรี ประจำปี 2552


สาธารณสุขจังหวัดราชบุรีจัดโครงการส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก ภายใต้โรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัวจังหวัดราชบุรี ประจำปี 2552 ที่โรงแรมเวสเทิร์นแกรนด์ นายแพทย์สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดงานรณรงค์รวมพลคนกินนมแม่ ตามโครงการส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก ภายใต้โรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัวจังหวัดราชบุรี ประจำปี 2552
ซึ่งการเลี้ยงดูลูกด้วยนมแม่นั้น มีความสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะพัฒนาสติปัญญาของเด็กไทย สร้างปฏิสัมพันธ์กระตุ้นประสาทสัมผัส ส่งเสริมการสร้างใยสมองของเด็กเพิ่มขึ้น ด้วยในวโรกาสที่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงเจริญพระชันษาครบ 4 ปี วันที่ 29 เมษายน 2552 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดราชบุรี จึงได้จัดงานพัฒนาดี เริ่มต้นที่นมแม่และรณรงค์รวมพลคนกินนมแม่ ตามโครงการส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก เพื่อเทิดพระเกียรติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ และเพื่อพัฒนาเด็กไทยให้เฉลียวฉลาด เติบโตเป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพ ในอนาคตของประเทศไทยต่อไป ซึ่งในการจัดกิจกรรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วย พ่อ แม่ และลูก จากทุกอำเภอในจังหวัดราชบุรี จำนวนทั้งสิ้น 180 คน พร้อมทั้งการจัดประกวดพัฒนาการเด็ก การจัดมุมส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย และการจัดมุมนมแม่ ชมรมสายใยรักแห่งครอบครัวอีกด้วย
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ 21-07-52

หอการค้าจังหวัดราชบุรี แถลงข่าวการแข่งขันเรือยาวประเพณี ประจำปี 2552 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี


จังหวัดราชบุรีจัดงานสืบสานวัฒนธรรมลุ่มน้ำแม่กลอง การแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2552 ระหว่าง 25 - 26 กรกฎาคมนี้เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2552 เมื่อเวลา 11 .00 น. ที่ ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง หน้าวัดเจริญเนินหม้อ (โคกหม้อ) ตำบลโคกหม้อ อำเภอเมืองราชบุรี นายนรกิจ ศรัทธา ประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรี นายไกรสร กลับทวี ผู้อำนวยการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี นายอุดม เปรมพูลสวัสดิ์ ประธานหอการค้าจังหวัดราชบุรี และ หน่วยงานองค์กรต่างๆ ตลอดจนส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวโครงการงานสืบสานวัฒนธรรมลุ่มน้ำแม่กลอง การแข่งขันเรือยาวประเพณี ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2552 ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 25 – 26 กรกฎาคม 2552 เวลา 08.30 น. ณ ริมสองฝั่งแม่น้ำแม่กลอง หน้าวัดเจริญเนินหม้อ (โคกหม้อ) ตำบลโคกหม้อ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริม ฟื้นฟู และอนุรักษ์ไว้ ซึ่งวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรีให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น ภาพในงานจัดให้มีกิจกรรม การแข่งขันเรือยาวใหญ่ 55 ฝีพาย ชิงถ้วยพระราชสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเรือยาวไม่เกิน 30 ฝีพาย แบ่งเป็นเรือภายในฝีพายพื้นบ้าน และประเภทเรือทั่วไปไม่จำกัดฝีพาย จำนวน 20 ลำ และการแข่งขันเรือยาวเยาวชน 5 ฝีพายด้วย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการแสดงและจำหน่ายสิ้นค้า การประกวดนกกรงหัวจุก การประกวดเครื่องเสียงรถยนต์ / เครื่องเสียงบ้าน และอื่นๆอีมาก
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ 21-07-52

รร.พิบูลสงครามอุปถัมภ์ จัดกิจกรรมโครงการรำลึกวันสำคัญของวรรณคดีไทย


รร.พิบูลสงครามอุปถัมภ์ จัดกิจกรรมโครงการรำลึกวันสำคัญของวรรณคดีไทยที่โรงเรียนพิบูลสงครามอุปถัมภ์ นายพงษ์พิบูล ศุกระมูล ผู้อำนวยการโรงเรียนราชบุรีบริหารธุรกิจ เป็นประธานเปิดงานโครงการรำลึกวันสำคัญของวรรณคดีไทย
ด้วยทางหมวดวิชาสามัญกลุ่มวิชาภาษาไทย ของโรงเรียนราชบุรีบริหารธุรกิจ และกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทยโรงเรียนพิบูลสงครามอุปถัมภ์ราชบุรี ได้จัดโครงการรำลึกวันสำคัญ กิจกรรมการประกวดเนื่องในวันภาษาไทยขึ้น ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2552 มีวัตถุประสงค์ เพื่อธำรงรักษา ส่งเสริมวัฒนธรรม วรรณกรรม วรรณคดีไทยให้สามารถถ่ายทอด ไปยังลูกหลาน พร้อมทั้งให้นักเรียน นักศึกษาได้แสดงออกถึงความรู้ ความสามารถ ในเชิงภาษาไทย อันก่อให้เกิดความรู้ ความชำนาญในหน้าที่การงานและให้นักเรียน นักศึกษาได้ตระหนักถึงความสำคัญของภาษาไทย โดยในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีการประกวดในกิจกรรมต่างๆ เช่น การประกวดแต่งคำประพันธ์ การประกวดคัดลายมือ การประกวดวาดภาพ การอ่านทำนองเสนาะ และการเลี้ยงความเป็นต้น
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ 21-07-52

การฝึกซ้อมนักกีฬากรีฑาจังหวัดราชบุรี


การฝึกซ้อมของนักกีฬากรีฑาจังหวัดราชบุรี เพื่อเตรียมสภาพ ความพร้อมของร่างกายในการเข้าร่วมกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 38 ที่จังหวัดตรัง ที่สนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี ได้มีการฝึกซ้อมของนักกีฬากรีฑาที่ผ่านการคัดเลือกที่จังหวัดเพชรบุรี ในการเข้าร่วมกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 38 ที่จังหวัดตรัง ในวันที่ 9 – 19 กรกฎาคม 2552 โดย นายกิตติ ศรีสุวรรณ ผู้ฝึกสอนกรีฑาจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า มีนักกีฬาที่เป็นตัวแทนจังหวัดทั้งหมด 18 คน ผ่านคัดเลือกเข้าไปแข่งขันในประเภท วิ่ง 400 เมตร 800 เมตร 1,500 เมตร วิ่งผลัด 4 คูณ 400 เมตร วิ่งมาราธอน วิ่งข้ามรั้ว และวิ่งวิบาก 3,000 เมตร ส่วนความพร้อมของเด็กตอนนี้มีประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจาก เด็กบางคนต้องวางแผนการเรียน เพื่อเตรียมตัวที่จะซ้อมหนักในช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งปัญหาในการฝึกซ้อมก็จะมีในเรื่องของการใช้สนามฝึก การเสียเปรียบในช่วงของอายุ เพราะการแข่งขันครั้งนี้ไม่ได้จำกัดในช่วงอายุ และเป็นการแข่งขันในแม็ตใหญ่ จึงคาดหวังกับเรื่องชัยชนะค่อนข้างยาก เพราะบางจังหวัดอาจจะนำตัวนักกีฬาทีมชาติมาร่วมแข่งขันด้วย โดยเฉพาะจังหวัดกรุงเทพฯ ที่ได้เปรียบในเรื่องของตัวนักกีฬา นอกจากนี้การแข่งขันยังมีการเปลี่ยนระบบในการคัดเลือก ทำให้เด็กผ่านเข้าไปค่อนข้างยาก จึงทำได้เพียงการคัดเลือกฝึกซ้อมเด็กใหม่ไว้ เพื่อส่งเสริมให้แข็งแกร่งขึ้นในการเป็นตัวแทนของจังหวัด


ภาพ/ข่าว คมปิยะ 21 – 7 - 52

การบรรยายสรุปภาพรวมสถานการณ์ผู้หนีภัยการสู้รบ


การบรรยายสรุปภาพรวมสถานการณ์ผู้หนีภัยการสู้รบ เพื่อศึกษาความเป็นอยู่ ของพื้นที่พักพิงชั่วคราว และเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหา เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2552 ที่ห้องหลวงยกกระบัตรชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดราชบุรี นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ และคณะ เป็นประธานการบรรยายสรุปภาพรวมสถานการณ์ผู้หนีภัยการสู้รบ ตามที่จังหวัดราชบุรี ได้รับแจ้งจากคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กำหนดจะมาศึกษาดูงานในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ในประเด็นเกี่ยวกับสถานการณ์ผู้อพยพหนีภัยการสู้รบ และศึกษาดูงานในพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบ บ้านถ้ำหิน อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2552 โดยมีนายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมทั้ง หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น กองกำลังรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดราชบุรี จังหวัดทหารบก ตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี ฉก. ทัพพระยาเสือ ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 137 และหัวหน้าสำนักงานภาคสนาม UNHCR ให้การต้อนรับ และเข้าร่วมการประชุม
โดยคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับ ผลการสำรวจของอำเภอสวนผึ้ง ยอดผู้หนีภัยที่เดินทางไปประเทศที่สาม จำนวน 6,402 คน และผู้หนีภัยที่เหลืออยู่ในพื้นที่บ้านถ้ำหินจำนวน 4,791 คน นอกจากนี้ยังมีการพูดคุย การไปศึกษาดูงานที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เกี่ยวกับเรื่องปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อหาแนวทางการป้องกัน และดำเนินการแก้ไขให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น



ภาพ/ข่าว คมปิยะ 21 –7 - 52

การฝึกอบรมโครงการกลยุทธ์การบริหาร และภาวะผู้นำ สำหรับผู้บริหาร และข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด


การฝึกอบรมโครงการกลยุทธ์การบริหาร และภาวะผู้นำ สำหรับผู้บริหาร และข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด ในการพัฒนาการเป็นผู้นำที่เหมาะสม และสามารถปรับใช้กลยุทธ์ในสายงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2552 ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายวันชัย ธีระสัตยกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี เป็นประธานพิธีเปิดการฝึกอบรมโครงการกลยุทธ์การบริหาร และภาวะผู้นำ สำหรับผู้บริหาร และข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยมีผศ. ดร. รัตติกรณ์ จงวิศาล เป็นวิทยากรในการประชุม ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ได้กำหนดกรอบในการพัฒนาบุคลากร และได้จัดทำแผนพัฒนาบุคลากรและจัดสรรงบประมาณ เพื่อดำเนินการฝึกอบรมบุคลากรในปี 2552 โดยกำหนดให้มีโครงการที่จัดอบรมเองหลายโครงการ ทั้งที่มีลักษณะเป็นการอบรมในสภาพรวมของหน่วยงาน และการอบรมสำหรับบุคลากรเฉพาะกลุ่ม เช่น โครงการอบรมคุณธรรมจริยธรรม โครงการฝึกอบรมปฐมนิเทศบุคลากร โครงการฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพและเสริมสร้างประสิทธิภาพการบำรุงรักษารถยนต์และเครื่องจักรกล เป็นต้น
สำหรับโครงการฝึกอบรมกลยุทธ์การบริหาร และภาวะผู้นำ สำหรับผู้บริหาร และข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นโครงการตามแผนพัฒนาบุคลากรอีกโครงการหนึ่ง ซึ่งจัดทำขึ้นสำหรับผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ประกอบด้วยนายก / รองนายก / เลขานุการ / ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด ในสายงานบริหารทุกตำแหน่ง และข้าราชการในสายงานผู้ปฎิบัติตั้งแต่ระดับ 5 ขึ้นไปรวมทั้งสิ้น 71 คน โดยนายนพ เปลี่ยนศรี ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ ของการจัดโครงการว่า เพื่อพัฒนาภาวะผู้นำ เสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับ เทคนิควิธีกระบวนการ กลยุทธ์ที่จำเป็นต่อการเป็นผู้นำให้แก่ผู้บริหาร ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดในสายงานหลัก และสายงานผู้บริหาร ให้มีคุณลักษณะของการเป็นผู้นำที่เหมาะสม และสามารถนำเทคนิค กลยุทธ์การบริหารมาใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ภาพ / ข่าว คมปิยะ 21 – 7 – 52

การประชุมการกำหนดแนวทางปฎิบัติ บริษัทสระบุรีถ่านหิน จำกัด นำอุปกรณ์ เครื่องจักร และพนักงานออกนอกราชอาณาจักร เข้าไปสำรวจแหล่งแร่ดีบุกในสหภาพพม่า


การประชุมการกำหนดแนวทางปฎิบัติ บริษัทสระบุรีถ่านหิน จำกัด นำอุปกรณ์ เครื่องจักร และพนักงานออกนอกราชอาณาจักร เข้าไปสำรวจแหล่งแร่ดีบุกในสหภาพพม่า เพื่อหาพื้นที่ดำเนินการที่เหมาะสม และป้องการการถูกทำลายของพื้นที่สำคัญระหว่างประเทศ ที่ห้องประชุมเล็กชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดราชบุรี นายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานการประชุมการกำหนดแนวทางปฎิบัติ บริษัทสระบุรีถ่านหิน จำกัด นำอุปกรณ์ เครื่องจักร และพนักงานออกนอกราชอาณาจักร เข้าไปสำรวจแหล่งแร่ดีบุกในสหภาพพม่า ด้วยจังหวัดราชบุรี ได้รับแจ้งจากกระทรวงมหาดไทย ว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาการเปิดจุดผ่านแดน ได้มีมติในการประชุม ครั้งที่ 2 /2551 เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2551 เห็นชอบในหลักการให้บริษัท สระบุรีถ่านหิน จำกัด นำอุปกรณ์เครื่องจักรและพนักงานออกนอกราชอาณาจักรชั่วคราว เพื่อเข้าไปสำรวจแหล่งแร่ดีบุกในประเทศสหภาพพม่า ผ่านทางช่องทางชายแดนบ้านตะโกปิดทอง อ. สวนผึ้ง จ. ราชบุรี และต่อมาจังหวัดได้จัดการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือในเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 10 - 11 กรกฎาคม 2551 และที่ประชุมเห็นสมควร ให้เปลี่ยนช่องทางอนุญาตจากช่องทางชายแดนตะโกปิดทอง เป็นช่องทางชายแดนตะโกบน โดยผู้แทนกรมแผนที่ทหาร มีความเห็นว่าสมควรให้มีการเจรจากับฝ่ายพม่า เพื่อทำการสำรวจและจัดทำรายละเอียดร่วมเพื่อหาแนวสันปันน้ำเฉพาะบริเวณไว้ก่อน กระทรวงมหาดไทยจึงได้เสมอเรื่องดังกล่าว ให้สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติเพื่อนำเข้าพิจารณาในคณะอนุกรรมการพิจารณาการเปิดจุดผ่านแดน เพื่อพิจารณากำหนดแนวทางปฎิบัติที่ชัดเจนต่อไป
ในการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการเปิดจุดผ่านแดน ครั้งที่ 5/2551 เมื่อวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2551 มีมติเห็นชอบให้ บริษัทสระบุรีถ่านหิน จำกัดนำเครื่องจักรอุปกรณ์และพนักงานออกไปสำรวจแหล่งแร่ดีบุกในประเทศสหภาพพม่าโดยใช้ ช่องทางชายแดนตะโกบน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี โดยให้กระทรวงมหาดไทยประสานกับจังหวัด กรมแผนที่ทหารและกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ร่วมกันตรวจสอบความเหมาะสมของช่องทาง และกำหนดแนวทางปฎิบัติ เพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อเส้นเขตแดนและสันปันน้ำอีก รวมทั้งปฎิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2480 และ พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พุทธศักราช 2552

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 21 – 7 – 52

วันจันทร์, กรกฎาคม 20, 2009

เด็กวัย11ปีวิ่งเล่นบนสแตนนั่งเชียร์กีฬาขาติดในช่องบาดเจ็บ


เด็กวัย11ปีวิ่งเล่นบนสแตนนั่งเชียร์กีฬาขาติดในช่องบาดเจ็บเมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 17 ก.ค.2552 เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุมูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ จ.ราชบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุขาเด็กติดอยู่ที่ช่องบนสแตนนั่งเชียร์กีฬาในงานโค๊ยตี่ ถนนคนเดิน ริมแม่น้ำแม่กลอง เขตเทศบาลเมืองราชบุรี ที่ทางเทศบาลเมืองราชบุรีจัดขึ้นในช่วงทุกวันศุกร์-อาทิตย์ ซึ่งภายหลังได้รับแจ้งจึงรีบนำเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยและกู้ชีพของมูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์รุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยบรรเทาสาธารณะภัยเทศบาลเมืองราชบุรี ที่เกิดเหตุต้องเดินเท้าเข้าไปในงานเนื่องจากบริเวณที่เกิดเหตุนั้นรถไม่สามารถเข้าได้ ที่จุดเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบประชาชนที่มาเดินเที่ยวต่างมามุ่งดูกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงก็พบกับ ด.ช.ศักดา มาชำนาญ อายุ 11 ปี บ้านอยู่เขตเทศบาลเมืองราชบุรี กำลังร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด โดยขาข้างซ้ายบริเวณน่องติดคาอยู่กับเหล็กช่องว่างบนสะแตนที่นั่งใช้สำหรับนั่งเชียร์กีฬา เจ้าหน้าที่ได้ใช้น้ำเทลงบริเวณขาที่ติดอยู่เพื่อให้คลายความปวดและเพื่อเป็นการหล่อลื่นไปในตัวเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันดึงขาของ ด.ช.ศักดา อยู่นานแต่ไม่เป็นผลยิ่งดึงยิ่งทำให้ ด.ช.ศักดา เจ็บปวดเจ้าหน้าที่จึงหยุดวิธีดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงหันมาใช้วิธีโดยการใช้ชะแลงขนาดใหญ่ทำการงัดเพื่อเปิดช่องให้กว้างขึ้นเพื่อให้ขาเด็กออกมาได้โดยใช้เวลานานกว่า20นาที่จึงสามารถช่วยเด็กออกมาได้จากนั้นจึงรีบส่งโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรีเพื่อทำการตรวจดูอาการต่อไป จากการสอบสวนทราบว่า ด.ช.ศักดา ได้ติดตามอามาขายของในงานถนนคนเดินส่วนที่นั่งเชียร์นั้นทางเทศบาลได้นำมาวางไว้ที่ริมน้ำเพื่อให้ประชาชนที่มาเที่ยวงานได้มานั่งชมวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งก่อนเกิดเหตุ ด.ช.ศักดาได้ออกมาวิ่งเล่นที่บริเวณดังกล่าวแล้วขาซ้ายเกิดเหยียบพลาดตกลงไปในร่องทำให้ขาติดต้องเรียกเจ้าหน้าที่มาช่วยดังกล่าว

ภาพ/ข่าว ประทีป

วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี จัดโครงการศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน


วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี จัดโครงการศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชนที่อาคารพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง อำเภอบ้านโป่ง นางปรีชญา ขำเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดโครงการศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน
จากมติคณะรัฐมนตรีในแผนบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2551 – 2554 ได้กำหนดให้จัดโครงการที่มีความสำคัญตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยการขยายบทบาทของศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน เพื่อลดรายจ่าย และช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน ซึ่งมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษาเป็นผู้ดำเนินโครงการ ฯ จัดให้มีศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน เป็นการถาวรอย่างน้อย 1 ศูนย์ ในทุกตำบล และได้ดำเนินการนำร่องไปแล้ว ในปี พ.ศ. 2551 รวม 500 ศูนย์ ซึ่งการจัดโครงการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คำแนะนำ ถ่ายทอดความรู้ในเรื่องทักษะทางช่าง พร้อมกับยกระดับฝีมือช่างชุมชน ในการพัฒนาทักษะอาชีพการซ่อมบำรุงและสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับชุมชนในการเสริมสร้างมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ทั้งนี้ยังพัฒนาทักษะให้นักศึกษาที่มีความสามารถ มีความพร้อมและมีช่องทางในการประกอบอาชีพอิสระได้ โดยให้ความเชื่อมั่นที่จะออกไปปฏิบัติงานได้จริง
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ 20-07-52

กองพลพัฒนาที่ 1 ร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด


กองพลพัฒนาที่ 1 ร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด ภาคประชาชน ตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม เปิดฝึกอบรมโครงการทหารน้อย รุ่นที่ 1ที่ศูนย์การเรียนรู้ กองพันทหารช่างที่ 112 กรมทหารช่างที่ 1 รักษาพระองค์ พันเอก เจษฎา เปรมนิรันดร ผู้บังคับการกรมทหารช่างที่ 1 รักษาพระองค์ เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมโครงการทหารน้อย รุ่นที่ 1 มีเยาวชน ตำบลในพื้นที่ อำเภอโพธารามและค่ายบุรฉัตร จำนวน 120 คน เข้ารับการฝึกอบรมในครั้งนี้
สำหรับโครงการฝึกอบรมทหารน้อย เป็นโครงการหนึ่งที่กองทัพบกเน้นในเรื่องของความมั่นคงของชาติ ตามหลักปรัธญาเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งนี้เพื่อให้เยาวชนได้ตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติด นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้เยาวชนหันมาสนใจการเรียนรู้ เรื่องความมั่นคงของชาติ ซึ่งทางด้านพันเอก เจษฎา เปรมนิรัน ผู้บังคับการกรมทหารช่างที่ 1 รักษาพระองค์ ได้กล่าววัตถุประสงค์ของการจัดโครงการฝึกอบรมครั้งนี้ว่า การฝึกอบรมเป็นการให้ความรู้แก่เยาวชน ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงและความมั่นคงของชาติโดยให้เยาวชนรักและสามัคคีหลีกหนียาเสพติด เพื่อให้ประเทศชาติมีเยาวชนที่เข้มแข็ง ในการพัฒนาประเทศชาติสืบต่อไป
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์

ชาวบ้านชุมชน ตำบลกรับใหญ่ประท้วงการนับคะแนนเลือกตั้งนายกเทศมนตรี


ชาวบ้านชุมชน ตำบลกรับใหญ่ประท้วงการนับคะแนนเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลกรับใหญ่ ไม่โปร่งใสเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 กรกฎาคม 52 ที่บริเวณลานวัดหนองกลางด่าน อำเภอบ้านโป่ง ได้มีตัวแทนชาวบ้านชุมชุนต่างๆ ในเขตเทศบาลกรับใหญ่กว่า 500 คน รวมตัวชุมนุมประท้วงผลนับคะแนนเลือกตั้ง นายกเทศมนตรีเทศบาลกรับใหญ่ เมื่อวันที่ 12 กรกฏาคม 2552 ที่ผ่านมาไม่โปร่งใส่ในการนับคะแนนเลือกตั้ง โดยมีการเคลื่อนขบวนมาตามถนนต่างๆของเทศบาลกรับใหญ่เพื่อขอเรียกร้องความยุติธรรมพร้อมกับเป็นการขอบคุณชาวบ้านที่ลงคะแนนเสียงให้ในครั้งนี้ ซึ่งนายธนาเทพ วงษ์พิทักษ์โรจน์ ผู้สมัครการเลือกตั้งนายกเทศบาลกรับใหญ่ เบอร์ 1 กล่าวว่า การมาในครั้งนี้พร้อมกับชาวบ้านชุมชนต่าง ๆ ในเขตเทศบาลกรับใหญ่ เพื่อที่จะมาแถลงข่าวกับสื่อมวลชลในการประท้วงผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายก และสมาชิกเทศบาลเมืองกรับใหญ่ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เนื่องจากการนับคะแนนการเลือกตั้งจากหีบบัตร ไม่โปร่งใส่ มีการส่อทุจริตเลือกตั้ง โดยเฉพาะผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายกเทศมนตรีในครั้งนี้ ซึ่งชาวบ้านตำบลกรับใหญ่คนหนึ่งที่ไม่ขอออกนามได้กล่าวว่า ในวันเลือกตั้งนั้นตนนั้นจะไปดูการนับคะแนนของเจ้าหน้าที่ ที่มีการนับคะแนนนายกคนใหม่ ของเทศบาลกรับใหญ่ แต่ถูกเจ้าหน้าที่คณะกรรมการการนับคะแนนเลือกตั้งได้บอกกับตนว่าเขาไม่ได้เป็นเขตหวงห้าม ทั้งๆที่การนับคะแนนการเลือกตั้งนั้นอยู่บริเวณชั้น 2 พร้อมกับมีเชือกมากั้นไว้บริเวณบันได ของเทศบาลกรับใหญ่ โดยชั้นบนมีแต่เจ้าหน้าที่คณะกรรมการเลือก ที่อยู่ด้านบนเท่านั้น ซึ่งการนับคะแนนครั้งนี้ส่อให้เห็นมีความทุจริต ในการนับคะแนนของผู้สมัครเทศบาลกรับใหญ่ ซึ่งนายธนาเทพ วงษ์พิทักษ์โรจน์ ผู้ลงสมัครการเลือกตั้งนายกเทศบาลกรับใหญ่ อยากเรียกร้องความเป็นธรรม ของในการนับคะแนนเลือกตั้งในวันนั้น นอกจากนี้ ยังส่อให้เห็นว่าบัตรดีมีจำนวนน้อย แต่บัตรเสียมีจำนวนมาก จึงสร้างความไม่มั่นใจกับผลการนับคะแนน พร้อมกับอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในครั้งนี้ โดยเฉพาะคณะกรรมการการเลือกตั้ง ต้องแสดงความยุติธรรม และควรที่จะให้มีการพิจารณานับคะแนนใหม่อีกครั้ง โดยที่มีชาวบ้านค่อยดูอยู่ไม่ไกลจากสายตาพร้อมกับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกมาตรวจสอบการนับคะแนนด้วย ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ 20-07-52

ทีมม. ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง คว้าแชมป์ การแข่งขัน “เปตอง ราชบุรี โอเพ่น” ปี 2552


การแข่งขัน “เปตอง ราชบุรีโอเพ่น” ปี 2552 ที่จังหวัดราชบุรีจัดขึ้น เพื่อขยายเครือข่ายกีฬาเปตองในจังหวัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกัน และแก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2552 ที่สนามกีฬากลางจังหวัด ได้มีการแข่งขันกีฬาเปตอง จังหวัดราชบุรี ปี 2552 โดยจังหวัดราชบุรี ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด จัดการแข่งขันขึ้น เนื่องจากได้รับการจัดสรรงบประมาณแผนงานโครงการของจังหวัดราชบุรี ประจำปี 2552 คือ โครงการส่งเสริมกีฬาพื้นฐานและกีฬามวลชน โดยจัดอบรมเชิงปฎิบัติการ การจัดการแข่งขันกีฬาเปตอง จำนวน 10 ครั้ง 10 อำเภอ อำเภอๆ ละ 100 คน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ยุทธศาสตร์จังหวัดได้รับการขับเคลื่อนตามนโยบายของจังหวัดราชบุรี และที่สำคัญ เพื่อเป็นวิทยาทาน ถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งมีการขยายเครือข่ายกีฬา เปตองทุกตำบล ทุกอำเภอเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน แก้ไข และบรรเทาปัญหาด้านสังคม และปัญหาสุขภาพพลานามัย โดยใช้กิจกรรมเปตองเป็นสื่อ
โดยวันนี้เป็นการแข่งขัน สำหรับผู้ที่เป็นตัวแทนแต่ละอำเภอ 10 อำเภอ จำนวน 30 ทีม เพื่อหาผู้ชนะเลิศในการแข่งขัน ซึ่งผู้ที่ที่ตกรอบในกลุ่มที่ 1 จะมีการแข่งขันในกลุ่มดิวิชั่น 2 หรือกลุ่มที่ 2 และการส่งตัวแทนทีมละ 1 คน ลุ้นรางวัลสุดยอดมือตี ซึ่งผู้ที่ชนะเลิศในการแข่งขัน ได้แก่ทีมทีมม. ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ผู้ที่ชนะเลิศในกลุ่ม ดิวิชั่น 2 คือ ทีมองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโพ และผู้ที่ได้รับรางวัล ชนะเลิศ ในประเภท Shooting หรือสุดยอดมือตี คือนายนพดล พวงมาลา ทีมโพธาวัฒนาเสนีย์



ภาพ / ข่าว คมปิยะ 20 – 7 - 52

พิธีปิดการแข่งขันกีฬา – กรีฑา นักเรียนโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองราชบุรี ประจำปี 2552


พิธีปิดการแข่งขันกีฬา – กรีฑา นักเรียนโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองราชบุรี ประจำปี 2552 และการมอบเหรียญ พร้อมถ้วยรางวัลให้กับนักกีฬาที่แข่งขันชนะในแต่ละประเภท เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2552 ที่สนามกีฬากลางจังหวัด นายพิชัย นันทชัยพร นายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันกีฬา – กรีฑา นักเรียนโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองราชบุรี ประจำปี 2552 และมอบเหรียญ พร้อมถ้วยรางวัลให้กับนักกีฬาที่แข่งขันชนะในแต่ละประเภท ซึ่งได้ทำการแข่งขันมาตั้งแต่วันที่ 13 – 17 กรกฎาคม 2552 ในระดับชั้นอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา มีกีฬาที่แข่งขัน คือ ฟุตซอล วอลเลย์บอลชาย / หญิง เทเบิลเทนนิส เปตอง และกรีฑา โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริม และกระตุ้นให้นักเรียนของโรงเรียนเทศบาลเมืองราชบุรี ได้ตื่นตัวและให้ความสนใจในการเล่นกีฬา ในการเตรียมตัวเข้าคัดเลือก แข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 27 รอบคัดเลือกระดับภาคกลาง และรอบชิงชนะเลิศ โดยในการดำเนินงานได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง จากผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนในสังกัดเทศบาล คณะกรรมการจัดการแข่งขัน ตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง และผู้ให้การสนับสนุนทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการจัดการแข่งขัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจ โดยการนำเอาหลักธรรมภิบาล ในเรื่องของความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วม มาบริหารการจัดการในองค์กร เพื่อพัฒนาด้านกีฬาให้ดียิ่งขึ้น


ภาพ / ข่าว คมปิยะ 20 – 7 - 52

พิธีปิดการอบรมเชิงปฎิบัติการ การจัดการแข่งขันกีฬาเปตอง “เปตองราชบุรีโอเพ่น” จังหวัดราชบุรี ปี 2552


พิธีปิดการอบรมเชิงปฎิบัติการ การจัดการแข่งขันกีฬาเปตอง “เปตองราชบุรีโอเพ่น” จังหวัดราชบุรี ปี 2552 ที่จัดขึ้น เพื่อให้เกิดชุมชนเข้มแข็งด้านกีฬาขึ้นในจังหวัด เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2552 ที่อาคารราชบุรีเกมส์ อำเภอเมืองราชบุรี นายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานในพิธีปิดการอบรมเชิงปฎิบัติการ การจัดการแข่งขันกีฬาเปตอง “เปตองราชบุรีโอเพ่น” จังหวัดราชบุรี ปี 2552 ตามที่จังหวัดราชบุรี ได้มอบให้สำนักงานการท่องเที่ยว และกีฬาจังหวัดราชบุรี ดำเนินโครงการตามยุทธศาสตร์จังหวัดราชบุรี ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 “ยกระดับคุณภาพชีวิต และความผาสุกของประชาชน” โดยส่งเสริมสุขภาพอนามัยด้วยกิจกรรมทางการแพทย์ สาธารณสุข และการกีฬา
สำนักงานการท่องเที่ยว และกีฬาจังหวัดราชบุรี จึงเสนอโครงการส่งเสริมกีฬาขั้นพื้นฐาน และกีฬามวลชน โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะทำให้เกิดชุมชนเข้มแข็งด้านกีฬาขึ้นในจังหวัดราชบุรี จึงได้จัดการแข่งขันเปตองขึ้น และได้จัดการอบรมทุกอำเภอ จำนวน 10 อำเภอ โดยมีเป้าหมายอำเภอละ 100 คน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยดูได้จากผู้เข้ารับการอบรมที่มีเกินจำนวน และมีทุกกลุ่มอายุ ตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา วัยรุ่น และผู้สูงอายุทั้งชาย และหญิง ทั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือด้วยดี จากนายอำเภอทุกท้องที่ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ทั้งเทศบาลตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้อำนวยการสถานศึกษา และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
ในส่วนของอำเภอ ได้จัดถ้วยรางวัลจารึกนาม โดยท่านนายอำเภอแต่ละท้องที่ พร้อมเงินรางวัล สำหรับผู้ชนะ อันดับที่ 1 2 และ 3 ของแต่ละอำเภอ โดยสำนักงานการท่องเที่ยว และกีฬาจังหวัดราชบุรี ได้ทำการคัดเลือกผู้ชนะระดับอำเภอ อันดับที่ 1 2 และ 3 ทุกอำเภอเข้าแข่งขันในระดับจังหวัด ชิงถ้วยรางวัลจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมเงินรางวัล นอกจากนั้นยังจัดรางวัลประเภทสุดยอดมือตีอีกหลายรางวัล โดยมอบของรางวัลที่ระลึก เป็นลูกเปตอง และมอบลูกเปตอง อำเภอละ 1 ชุด (6 ลูก) สำหรับอำเภอทุกอำเภอ นำไปใช้ในกิจกรรม ของแต่ละอำเภอต่อไป

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 20 – 7 - 52

การประชุมคณะกรรมการจัดสรรเงินรางวัล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2551 ครั้งที่ 2 / 2552


การประชุมคณะกรรมการจัดสรรเงินรางวัล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2551 ครั้งที่ 2 / 2552 เพื่อแจ้งข้อตกลง และผลการดำเนินการที่ผ่านมาให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบร่วมกัน ที่ห้องประชุมเล็กชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดราชบุรี นายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดสรรเงินรางวัล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2551 ครั้งที่ 2 / 2552 โดยดูจากผลการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการจัดสรรเงินรางวัล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2551 ตามมติที่ประชุม เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2552 มีการสรุปผลการดำเนินงานดังนี้ หลักเกณฑ์วิธีการจัดสรรเงินรางวัลให้แก่หน่วยงานสังกัดราชการบริหารส่วนภูมิภาค ให้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ร้อยละ 60 รางวัลสำหรับความร่วมมือในการปฎิบัติงาน สร้างผลงานให้องค์กรร่วมกัน ส่วนที่ 2 ร้อยละ 40 รางวัลสำหรับความโดดเด่น การรับผิดชอบทุ่มเทในหน้าที่การงาน การจัดสรรเงินรางวัลระดับบุคคล เมื่อหน่วยงานได้รับจัดสรรเงินรางวัลจากจังหวัดแล้ว ให้หน่วยงานพิจารณาจัดสรรเงินรางวัลแก่ข้าราชการและลูกจ้างประจำ การจัดทำรายละเอียดผลการจัดสรรเงินรางวัลให้แก่ส่วนราชการ และ การพิจารณาหลักเกณฑ์เงินรางวัลจากเงินสมทบร้อยละ 50 จากเงินเพิ่มพิเศษสำหรับผู้บริหาร ตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. แจ้งให้แต่ละส่วนราชการรับผิดชอบในการคำนวณ และตรวจสอบความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่ ก.พ.ร. กำหนด แล้วนำไปจัดสรรให้แก่ข้าราชการ และลูกจ้างประจำในสังกัด โดยในส่วนที่เป็นเงินสมทบร้อยละ 50 ของผู้บริหารสังกัดราชการบริหารส่วนภูมิภาค ส่วนราชการจะแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ เพื่อรวบรวมและดำเนินการตั้งเบิกในระบบ GFMIS และนำไปจัดสรรให้แก่ข้าราชการในสังกัดต่อไป ซึ่งจังหวัดราชบุรีได้แจ้งให้หน่วยงานราชการ สังกัดราชการบริหารส่วนภูมิภาคในจังหวัดราชบุรี ส่งผลการจัดสรรเงินรางวัลจากเงินสมทบร้อยละ 50 จากเงินเพิ่มพิเศษสำหรับผู้บริหารของแต่ละส่วนราชการให้จังหวัดทราบโดยทันที เมื่อได้รับแจ้งจากหน่วยราชการส่วนกลางที่สังกัดแล้ว

ภาพ / ข่าว คมปิยะ 20 – 7 – 52