รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะเข้าตรวจสอบโรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวที่จังหวัดราชบุรี พร้อมเน้นย้ำในเรื่องของการทุจริต ต้องโปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่ายเช้าวันที่(6 มิถุนายน 2552) เมื่อเวลา 11.00 น. นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะได้เดินทางมาที่โรงสีมั่นคงรุ่งเรือง ตั้งอยู่ที่เลขที่ 74 หมู่ 9 ต.หนองปลาหมอ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เป็นหนึ่งในโรงสีทั้งหมด 16 แห่ง ที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือก แต่เนื่องจากทางรัฐบาลได้สั่งหยุดการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง เมื่อวันที่ 31 พ.ค.52 ทำให้มีข้าวเปลือกที่ยังตกค้าง กว่า 1 แสนตัน เพราะในพื้นที่ จ.ราชบุรี มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวมาก กว่า 201,700 ไร่ และแต่ละปีจะมีปริมาณผลผลิตของข้าว กว่า 163,550 ตัน แต่รัฐบาลเปิดรับจำนำไปเพียง 42,800 ตัน จากโค้วต้าที่ได้รับ 49,000 ตัน ทำให้ยังมีโค้วต้าเหลืออยู่อีกกว่า 7,000 ตัน แต่ทางโรงสีก็อ้างว่าถูกทาง อคส. สั่งให้ระงับไว้ก่อน ทำให้เกษตรกรหลายรายนำข้าวที่เก็บผลผลิตมาแล้ว ต้องนำไปขายนอกโครงการให้กับโรงสีอื่นๆ ซึ่งมีราคาต่ำกว่า ราคาที่รัฐบาลประกันราคากว่า 2,000 บาท ทั้งนี้นายอลงกรณ์ ได้ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาซึ่งทางรัฐบาล สั่งระงับโครงการรับจำนำข้าวจริง เนื่องจากขณะนี้มีข้าวในโครงการรับจำนำเกินปริมาณ แล้ว และนายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมและได้พิจารณาให้มีการขยายเวลาและให้เพิ่มโค้วต้าในการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังเพิ่มอีกเป็น 6 ล้านตันทั่วประเทศ โดยให้จัดสรรให้แต่ละจังหวัด ตามสัดส่วน สำหรับจังหวัดที่ยังมีโค้วต้าเหลืออยู่ก็ให้ดำเนินการต่อไป ส่วนโค้วต้าใหม่ที่ได้รับการจัดสรร ซึ่งจังหวัดราชบุรีนั้นได้มา 4.3 หมื่นตัน ก็ให้เริ่มดำเนินการเปิดรับจำนำในวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายนนี้ โดยมีราคาที่ 11,800 บาท/ตัน ในความชื้นไม่เกิน 5 เปอร์เซนต์ โดยสิ้นสุดโครงการในวันที่ 30 มิถุนายน2552 นี้ หากยังมีข้าวเปลือกของชาวนาที่ยังตกค้างอยู่เพราะทราบมาว่าในปีนี้การเก็บเกี่ยวผลผลิตนั้นล่าช้ากว่าทุกปีที่ผ่านมาเกือบ 1 เดือนนั้น ก็จะมาพิจารณาใหม่อีกรอบโดยใช้โค้วต้าส่วนกลางที่มีการกันไว้อีกประมาณ 30 เปอร์เซนต์ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ชาวนานั้นไม่เดือดร้อนอย่างแน่นอน ในการนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังได้เน้นย้ำในเรื่องของการทุจริต เพราะได้รับการร้องเรียนว่ามีการซื้อขายใบประทวน ยังได้เน้นย้ำในเรื่องของการทุจริต เพราะได้รับการร้องเรียนว่ามีการซื้อขายใบประทวน ทำให้ต้องมีการแจ้งเตือนชาวนาว่าอย่างหลงเชื่อใคร และทราบว่ามีข้าวต่างด้าวทะลักเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลให้การส่งออกมีปัญหาเพราะคุณภาพของข้าวนั้นไม่เหมือนเดิม ซึ่งก็จะมีคณะอนุกรรมการมาทำการตรวจสอบในเรื่องนี้ โดยจะทำการสุ่มเข้าไปตรวจสอบการรับจำนำว่าโปร่งใสหรือไม่ การรับจำนำข้าวนั้นใช้สิทธิ์ครบหรือไม่ตามโรงสีต่างๆ และที่สำคัญจะต้องใช้โรงสีในพื้นที่นั้นเป็นผู้ที่รับจำนำข้าวก่อนที่จะพิจารณาให้โรงสีนอกพื้นที่เข้ามารับจำนำ ในกรณีที่โรงสีในพื้นที่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางซึ่งมีการร้องเรียนกันมากจึงต้องดำเนินการเข้ามาตรวจสอบเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและโปร่งใส
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ 08-06-52
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ 08-06-52