วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

สาธารณสุขจังหวัดราชบุรี ร่วมกับวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี มอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษาพยาบาล 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้


สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดราชบุรี ร่วมกับวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จัดพิธีมอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษาพยาบาล 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษาพยาบาล 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่อาคารเอนกประสงค์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี โดยมีนายแพทย์ปราชญ์ บุญวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ดร. มณฑาทิพย์ ชัยศักดิ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เข้าร่วมงาน
ตามที่รัฐบาลมีนโยบายให้สถาบันพระบรมราชชนก รับนักศึกษาจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าศึกษาพยาบาลตามโครงการผลิตยาพยาบาลวิชาชีพเพิ่ม เพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวิทยาลัยพยาบาลสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก จำนวน 3,000 คน สถาบันราชชนกได้สำรวจความจำเป็นในการขอรับทุนการศึกษาเสริมพิเศษจากที่รัฐบาลได้จัดสรร ซึ่งมีผู้ประสงค์ขอรับทุนจำนวน 189 คน และในการนี้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้พระราชทานทุนการศึกษาจากกองทุนพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ในโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว จำนวน 99 ทุน โดยจำนวนที่เหลือ 90 คน สถาบันพระบรมราชชนก ได้แจ้งขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานสมาคมและมูลนิธิต่าง ๆ
ในการนี้ สมาคมแม่บ้านสาธารณสุข ได้สนับสนุนทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาพยาบาลในโครงการผลิตพยาบาลวิชาชีพเพิ่มฯ จำนวน 80 ทุน ทุนละ 10,000 บาท ในปีการศึกษา 2551 ซึ่งสถาบันพระบรมราชชนกได้แจ้งให้วิทยาลัยพยาบาลในสังกัด 25 แห่ง พิจารณาคัดเลือกนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เข้ารับทุนการศึกษาเป็นเครือข่ายวิทยาลัยภาค จำนวน 5 เครือข่าย และในปีการศึกษา 2552 นี้ การมอบทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาพยาบาลในวิทยาลัยเครือข่ายภาคกลาง 2 กำหนดในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2552 ณ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ราชบุรี มีนักศึกษาพยาบาลเข้ารับทุน จำนวน 12 ทุน
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์
อ่านต่อ >>

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ส่งมอบชุดทดสอบกรมวิทย์ ฯ ส่งเสริมให้ท้องถิ่นใช้เป็นเครื่องมือตรวจผลิตภัณฑ์สุขภาพ


รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผยผลสำรวจอาหารและเครื่องสำอาง พบสารอันตรายปนเปื้อน เช่น ยาฆ่าแมลง สารบอแรกซ์ในอาหาร สารไฮโดรควิโนในเครื่องสำอาง เป็นต้น เร่งส่งเสริมให้ชุมชน ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อสม. และสถานศึกษา เฝ้าระวังและตรวจสอบผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพด้วยชุดทดสอบอย่างง่ายของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ลดปัญหาการเกิดโรค: นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานประชุมสัมมนา โครงการถ่ายทอดภารกิจการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ สู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปี 2552 “การถ่ายทอดภารกิจสู่ระดับพื้นที่ใน 4 ภูมิภาค: ภาคกลาง” ณ โรงแรม โกลเด้นท์ซิตี้ จ.ราชบุรีว่า จากการสำรวจเมื่อปี 2551 ของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ยังมีการปนเปื้อนของสารอันตรายในอาหาร และพบสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ทำการตรวจตัวอย่าง อาหารทั้งหมด 56,425 ตัวอย่าง พบไม่ผ่านเกณฑ์ 421 ตัวอย่าง( 0.75%) ส่วนใหญ่พบยาฆ่าแมลงมากที่สุด รองลงมาคือสารบอแรกซ์ สำหรับเครื่องสำอางได้ดำเนินการตรวจทั้งหมด 658 ตัวอย่าง พบสารห้ามใช้ 134 ตัวอย่าง (20.4 %) โดยพบปรอทแอมโมเนียมากที่สุด รองลงมาคือสารไฮโดรควิโน ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาความไม่ปลอดภัยในการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ดำเนินการในเชิงรุกโดยร่วมมือกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ในการให้ชุมชนไม่ว่าจะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อสม. และสถาบันการศึกษา มีเครื่องมือในการเฝ้าระวังและตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพด้วยตนเอง ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้คิดค้นและพัฒนาวิธีตรวจวิเคราะห์ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานในพื้นที่ จนได้ชุดทดสอบอย่างง่าย ที่มีความถูกต้อง รวดเร็วและแม่นยำ สามารถใช้เป็นเครื่องมือตรวจคัดกรองความไม่ปลอดภัยเบื้องต้นในการตรวจคุณภาพอาหาร ยา เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพ พร้อมทั้งได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ในการใช้ชุดทดสอบดังกล่าว โดยได้มีการจัดประชุมการถ่ายทอดภารกิจสู่ระดับพื้นที่ใน 4 ภูมิภาค ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วที่ภาคใต้ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 52 ที่ผ่านมา ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 เป็นภาคกลางที่ จ. ราชบุรี ครั้งต่อไปที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามลำดับ
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์
อ่านต่อ >>

หนุ่มใหญ่ทะเลาะกับเมียผูกคอตายคาขื่อ


หนุ่มใหญ่ลูกจ้างโรงงานทะเลาะกับเมียรุนแรงจนเมียหนีไปนอนบ้านเพี่อน อยู่คนเดียวเครียดหนักตัดสินใจผูกคอตายดับปมปัญหาหนุ่มใหญ่ใจน้อยรายนี้ ชื่อนายเมธี มาลาศรี อายุ 42 ปี บ้านเดิมอยู่บ้านเลขที่ 477/2 หมู่ 3 ต.หันคา จ.ชัยนาท ก่อนเกิดเหตุนายเมธีพร้อมครอบครัว ทำงานเป็นคนงานบริษัทกิตติคุณ รับทำเครื่องทำความเย็นและพักอยู่ในบ้านพักคนงานเลขที่ 29 หมู่ 4 ต.บ้านไร่
วันเกิดเหตุ นายเมธีมีปากเสียงทะเลาะกับนางแพนผู้เป็นภรรยาอย่างรุนแรง จนนางแพนตัดความรำคาญด้วยการไล่ลูกชายสองคนไปนอนอีกห้องหนึ่ง ส่วนตัวของนางแพนก็หนีออกไปนอนบ้านเพื่อน จนรุ่งเช้าลูกชายคนโตคือนายอนุพงษ์ มาลาศรี ตื่นนอนจะอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน จึงเดินไปเคาะประตูห้องให้พ่อเปิดประตู แต่ไม่มีเสียงตอบรับ ด้วยความสงสัยจึงตัดสินใจงัดประตูหน้าต่างปีนเข้าไปในบ้าน ก็พบพ่อผูกคอตายไปแล้ว จึงโทรศัพท์เรียกแม่และจัดการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
พ ต.ท สุทัด คำทอน สารวัตรเวร สภ.เมืองราชบุรี รับแจ้งเหตุจึงเดินทางพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี และมูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ ออกไปที่เกิดเหตุ พบนายเมธีใช้เชือกไนล่อนผูกคอตัวเองแขวนกับขื่อห้องน้ำ จึงนำศพลงมาตรวจพิศูจน์ พบว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8-9 ชั่วโมง ญาติไม่ติดใจการตายของนายเมธีจึงมอบศพให้ลูกเมียนำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป ภาพ/ข่าว ประทีป
อ่านต่อ >>

กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ตรวจเยี่ยมร้านอาหารในโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี


หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมพร้อมคณะ เข้าตรวจเยี่ยมร้านอาหาร ภายในโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี ตามโครงการประกวดโรงอาหาร ในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร 1 โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี นายแพทย์ ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมพร้อมคณะ เข้าตรวจเยี่ยมโรงอาหารภายในโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี ตามโครงการประกวดโรงอาหารในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา โดยมีนายประพัฒน์
คหิทรพงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี และอาจารย์จีรนันท์ บุญบันดาล รองผู้อำนวยการโรงเรียน ฯ ให้การต้อนรับ
เนื่องจากโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี ได้เข้าร่วมประกวดโรงอาหารในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ของศูนย์อนามัย เขต 4 เพื่อเป็นตัวแทนเขต ประกวดโรงอาหาร ซึ่งมีทั้งหมด 12 โรงเรียนจากทั่วประเทศ ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข โดยคณะที่เข้าตรวจเยี่ยมได้ฟังการบรรยายสรุปเป็นภาพสไลด์ จากเจ้าหน้าที่ของโรงเรียน ฯ จากนั้นได้ลงไปดูพื้นที่ภายในโรงอาหารของโรงเรียน ว่าผ่านมาตรฐานของโรงอาหารที่จะเข้าประกวดหรือไม่ เช่น จุดน้ำดื่มภายในโรงอาหาร อ่างล้างมือ ถังดักไขมัน เครื่องล้างจานอัตโนมัติ เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ เจ้าหน้าที่ที่สัมผัสกับอาหารมีการตรวจสุขภาพหรือไม่ มีเจ้าหน้าที่ อย. น้อยหรือโครงการเด็กไทยทำได้ คอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักสุขาภิบาลให้กับผู้ประกอบอาหารหรือไม่ ตลอดจนตรวจดูภาชนะที่ใช้ประกอบอาหาร พบว่า ร้านจำหน่ายก๋วยเตี๋ยว มีการใช้หม้อที่ปลอดสารตะกั่ว และห้องสุขาซึ่งถูกสุขลักษณะ เป็นที่น่าชื่นชมเป็นอย่างมาก
ในการตรวจเยี่ยมโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี ในครั้งนี้ หัวหน้าคณะกล่าวว่า รู้สึกประทับใจในสุขอนามัยของทางโรงเรียน ที่ใส่ใจในเรื่องของห้องน้ำ ทำให้บรรยากาศและการมีสุขภาวะในการรับประทานอาหารภายในโรงเรียน ซึ่งน่าจะมีผลต่อการเรียนการสอนของนักเรียนและอาจารย์ผู้สอน โดยโรงเรียนที่ชนะเลิศในการประกวด จะได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณและเงินรางวัล 30,000 บาท
ภาพ/ข่าว ปรพล
อ่านต่อ >>

ชาวบ้านร้องผู้ว่า ฯ ระงับการสร้างสถานีแก๊ส LPG


ชาวบ้านหมู่ 10 ต.กระจับ บ้านโป่ง รวมตัวกันยื่นหนังสือร้องผู้ว่า ฯ ให้ระงับการก่อสร้างสถานีบริการแก๊ส LPG เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียง จะได้รับอันตรายจากกลิ่นแก๊สนายวิทูรัช ศรีนาม หัวหน้าสำนักงานจังหวัดราชบุรี เข้ารับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้าน หมู่ 10 ต. กระจับ
อ.บ้านโป่ง ที่รวมตัวกันกว่า 100 คน เพื่อขอยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ขอให้จังหวัดดำเนินการสั่งการให้ระงับการก่อสร้างสถานีบริการแก๊ส LPG ของบริษัท เฮง เฮง เซอร์วิสแก๊ส จำกัด ซึ่งกำลังดำเนินการก่อสร้างที่บริเวณริมถนนสายเพชรเกษม หมู่ 10
ต.กระจับ อ.บ้านโป่ง
เนื่องจากชาวบ้านเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยและอาจได้รับอันตรายจากกลิ่นแก๊ส ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมกับชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง โดยกลุ่มชาวบ้านได้เคยทำหนังสือทักท้วงไปที่เทศบาลตำบลกระจับมาแล้ว เพื่อขอให้เทศบาลได้ทำการสั่งระงับการก่อสร้างสถานีบริการแก๊ส LPG ดังกล่าว รวมถึงเข้าตรวจสอบเรื่องการขออนุญาตในการก่อสร้าง ให้เทศบาลทำการศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชาวบ้านที่มีบ้านพักอาศัยใกล้เคียงสถานีบริการแก๊ส และให้เทศบาลออกทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในกรณีดังกล่าว ซึ่งเทศบาลตำบลกระจับก็ได้ทำหนังสือแจ้งให้ระงับการก่อสร้างไปแล้ว แต่ขณะนี้บริษัทก็ยังเพิกเฉยต่อคำสั่งของเทศบาล ยังดำเนินการก่อสร้างอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ชาวบ้านจึงต้องรวมกลุ่มยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เพื่อสั่งการและตรวจสอบต่อไป
ภาพ/ข่าว ประทีป

อ่านต่อ >>

ชมรมลูกเสือชาวบ้านประชุมลูกเสือชาวบ้านระดับจังหวัด


คณะกรรมการบริหารชมรมลูกเสือชาวบ้าน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับกิจการลูกเสือชาวบ้านระดับจังหวัด จัดประชุมเพื่อเพิ่มพูนความรู้ และประสบการณ์ เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อให้ทันต่อสภาวะแวดล้อมในสังคมปัจจุบันนายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดโครงการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมลูกเสือชาวบ้านและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับกิจการลูกเสือชาวบ้านระดับจังหวัด ที่ศาลาอเนกประสงค์วัดเพลง อ.วัดเพลง มีนายผาชัย โปรียานนท์ นายอำเภอวัดเพลง และนางพรศรี หริ-วงค์จงเจริญ ประธานชมรมลูกเสือชาวบ้านจังหวัดราชบุรี และลูกเสือชาวบ้านเข้าร่วมการประชุม
กิจการลูกเสือชาวบ้านนับว่าเป็นองค์กรทางสังคมที่สำคัญ เป็นการดำเนินการโดยประชาชนทุกหมู่เหล่า องค์กรที่มุ่งดำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพื่อรักษาเอกลักษณ์ ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ทำให้เกิดการสร้างสรรค์สามัคคี มีวินัย ตลอดจนเป็นการเสริมสร้างลักษณะผู้นำในหมู่คณะ สร้างภาพพจน์ของกิจการลูกเสือชาวบ้านให้มั่นคง เพื่อประโยชน์แก่ประเทศชาติ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันย่อมเป็นช่องทางก่อให้เกิดความเข้าใจในเรื่องต่างๆ มากมายยิ่งขึ้นและบนพื้นฐานความเข้าใจเหล่านี้ ทำให้สามารถปรับตัวเองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างชาญฉลาด และรู้เท่าทัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสภาวะเหตุการณ์ปัจจุบัน ซึ่งต้องการความสามัคคีเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นระบบเพื่อความเป็นปกติสุขของทุกชุมชนในบ้านเมือง

ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์
อ่านต่อ >>

โรงเรียนวัดเขาวังแสดงผลงานทางวิชาการ - วิชาชีพ


โรงเรียนวัดเขาวังแสดงผลงานทางวิชาการ - วิชาชีพ เป็นการสรุปรวมผลงานการจัดการศึกษาของโรงเรียนในรอบปีเพื่อเสนอต่อสาธานายสุรินทร์ ศรีสนิท รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาราชบุรีเขต 1 เป็นประธานเปิดงานนิทรรศการแสดงผลงานทางวิชาการวิชาชีพ ของโรงเรียนวัดเขาวัง ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติโรงเรียนวัดเขาวัง โดยมีนายเสน่ห์ โอฐกรรม ผู้อำนวยการโรงเรียนให้การต้อนรับ แจกแจงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน โดยกล่าวว่า
การจัดนิทรรศการ วิชาการวิชาชีพ ครั้งนี้ เป็นการสรุปรวมผลงานการจัดการศึกษาของโรงเรียนในรอบปีการศึกษา เสนอต่อสาธารณชน ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ซึ่งโรงเรียนวัดเขาวัง ( แสง ช่วงวณิช ) ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเผยแพร่ผลงานและกิจกรรมของนักเรียน – ครู และโรงเรียนในรอบปีการศึกษา 2551 ให้สาธารณชนได้รับทราบ เป็นการส่งเสริมให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษา เพื่อเผยแพร่ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการตรงซึ่งกันและกัน ส่งเสริมสนับสนุนให้นักเรียนได้เกิดความภาคภูมิใจในผลงานของตนเองและชื่นชมผลงานของผู้อื่น รู้จักการทำงานเป็นทีม มีความรักความสามัคคีในการทำงานร่วมกัน
ในส่วนรูปแบบของการจัดงาน โรงเรียนจะเน้นกระบวนการแบบมีส่วนร่วม โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ครูอาจารย์จะเป็นเพียงที่ปรึกษากำกับดูแลเพียงบางส่วนเท่านั้น โรงเรียนยึดหลักการและมีความเชื่อว่า ถ้าหากนักเรียนได้ผ่านกระบวนการของ กิจกรรมทักษะทางวิชาการ วิชาชีพต่างๆ ตามแนวบริหารจัดการดังนี้แล้ว จะส่งผลให้เกิดทักษะชีวิต เป็นประสบการจริงที่แข่งแกร่งของนักเรียนในอนาคต
ในภาคส่วนของการจัดงาน จัดให้มีการแสดงผลงานอขงหน่วยงานภาครัฐ เอกชนบนความหลากหลาย การแสดงจินตลีลา การพัฒนาบายศรีสู่ขวัญ และการแสดงออกทางศักยภาพของการดนตรี โดยการแสดงวงดนตรีลูกทุ่ง เขาวังแบนด์ ของคณะนักเรียนโรงเรียนวัดเขาวัง
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์รณชน
อ่านต่อ >>

กระทรวงมหาดไทยประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ผ่านวีดิทัศน์ทางไกล


กระทรวงมหาดไทย จัดประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ ผ่านวีดิทัศน์ทางไกล เพื่อมอบนโยบาย และชี้แจงข้อเรียกร้องของคณะกรรมการบริหารสมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย: ที่ห้องประชุมเล็กชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดราชบุรี นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานการประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดราชบุรี เพื่อรับมอบนโยบายจากนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผ่านทางวีดิทัศน์ทางไกล โดยมีกำนันผู้ใหญ่บ้านเข้าร่วมประชุมอย่างหนาแน่น จนห้องประชุมไม่พอรองรับ ต้องตั้งตัวแทนเข้าร่วมประชุม โดยส่วนที่เหลือชุมนุมอยู่รอบๆบริเวณศาลากลางเพื่อจับกลุ่มคอยรับฟังข่าวสาร จากตัวแทนที่เข้าร่วมประชุม
โดยนโยบายเร่งด่วนของ มท.1 คือ ให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน สอดส่องดูแลปกป้องสถาบันหลักห้ามมิให้มีการล่วงละเมิด ยุติและห้ามปรามการก่อความไม่สงบในพื้นที่ เร่งแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนในความดูแล ให้การสนับสนุนข้อมูลข่าวสารให้ทางราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ เพื่อแก้ไขปัญหาให้ทันท่วงที ส่วนการปูนบำเหน็จกำนันผู้ใหญ่บ้านตามข้อเรียกร้อง รมว.มหาดไทยกล่าวว่า ปัญหาของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในขณะนี้ คือ 1. เรื่องการดำรงสถานภาพของกำนันผู้ใหญ่บ้าน ในเขตพื้นที่การปกครองที่ได้รับการยกฐานะเป็นเขตเทศบาล เพราะเห็นถึงความจำเป็นว่าจะต้องดำรงสถานภาพของกำนันผู้ใหญ่บ้านในเขตพื้นที่ดังกล่าว โดยได้สั่งให้กรมการปกครองทำเรื่องแก้ไขปัญหาดังกล่าวไปแล้ว อีกทั้งยังลงนามในหนังสือดังกล่าวถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้มีการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องถิ่นและกฎหมายว่าด้วยการเทศบาล
โดยมีสาระสำคัญเพื่อให้มีการดำรงตำแหน่งกำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแพทย์ประจำตำบล และสารวัตรกำนันในทุกตำบลทุกหมู่บ้าน เท่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน และจะไม่มีการยุบเลิกตำแหน่งดังกล่าวในเขตเทศบาลเมือง และเทศบาลนครอีกต่อไป
ส่วนเรื่องสิทธิประโยชน์ของกำนันผู้ใหญ่บ้าน โดยเฉพาะเรื่อค่าตอบแทน ขณะนี้ไม่สามารถพิจารณาในงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมของรัฐบาลได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายประการ ซึ่งกรมการปกครองได้เสนอแนวทางในการเพิ่มค่าตอบแทน 3 แนวทางคือ 1. เป็นการเพิ่มค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าจากปัจจุบัน 2. เป็นการเพิ่มอัตราค่าตอบแทนในระยะเวลา 3 ปี โดยขอปรับในปี 2553 ร้อยละ 50 และในปี 2554 ร้อยละ 30 และในปี 2555 ร้อยละ 20 3. เป็นการจัดทำบัญชีแบบขั้น โดยกำนันเริ่มขั้นจาก 5,500 – 12,000 บาท ผู้ใหญ่บ้านเริ่มขั้น 4,500 – 10,000 บาท ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล และสารวัตรกำนัน เริ่มขั้น 3,500 – 7,500 บาท พิจารณาเห็นชอบแล้วให้กรมการปกครองนำแนวทางดังกล่าวไปบรรจุ ไว้ในการจัดทำงบประมาณปี 2553 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2552 เป็นต้นไป
ในหมวดเพิ่มค่าตอบแทนนั้น กำนันผู้ใหญ่บ้านจำนวนมาก ไม่เห็นด้วยกับแนวทางการจ่ายค่าตอบแทนในแนวทางที่ 2 และ 3 เพราะมีความล่าช้า หากเป็นไปได้ขอให้มีการปรับปรุงแนวทางที่ 2 จากเดิมที่ใช้เวลา 3 ปี ให้เหลือ 2 ปี ในอัตราร้อยละ 60 และร้อยละ 40 แทน ไม่เช่นนั้นอาจมีการประท้วงเกิดขึ้น นอกจากนี้ต้องนำเรื่องดังกล่าวให้ทันสมัยประชุมสภานี้ด้วย ไม่เช่นนั้นเชื่อว่าจะล่าช้าไปอีก 7 ปีแน่นอน
ข้อเสนอดังกล่าวทำให้นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ขอร้องว่าอย่ากดดันจนทำให้ไม่มีทางออก เพราะได้ทำเต็มที่แล้ว แต่ก็เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว โดยจะให้ป็นมติของที่ประชุมว่าจะมีการเพิ่มค่าตอบแทน 100 % ภายใน 2 ปี โดยแบ่งเป็นปีละ 50 %
อ่านต่อ >>

ศตส .บ้านบ่อมะกรูด จ.ราชบุรี จัดสัมมนาเครื่อข่าย ศตส.ภาคประชาชน


ศตส.ภาคประชาชน บ้านบ่อมะกรูด ตำบลบ้านฆ้อง อ.โพ-ธาราม จ.ราชบุรี จัดเวทีสัมมนาเครือข่าย ศตส. ภาคประชาชน และกองทุนแม่ของแผ่นดิน เพื่อระดมความคิด จัดทำแผนป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
ที่ ศูนย์การเรียนรู้บ้านบ่อมะกรูด อำเภอโพธาราม นายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดเวทีเสวนา เครือข่าย ศตส. ภาคประชาชน จังหวัดราชบุรี โดยศูนย์การเรียนรู้บ้านบ่อมะกรูด ได้จัดเวทีประชุมแผนปฏิบัติการต่อสู้ เพื่อเอาชนะยาเสพติด ภาคประชาชนขึ้น เพื่อระดมความคิดเห็นและจัดทำแผนงานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตลอดจน การแลกเปลี่ยนสถานการณ์ปัญหายาเสพติดของแต่ละพื้นที่ เพื่อที่จะได้กำหนดแนวทาง เป้าหมายการทำงานร่วมกัน ทั้งนี้ยังเป็นการระดมความคิดเพื่อยกร่างแผนงานการแก้ไขปัญหายาเสพติด และบูรณาการในการการแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ท้องถิ่น รวมถึงแนวทางการร่วมมือ
สำหรับเครือข่ายภาคประชาชน จ.ราชบุรี ได้ก่อตั้งศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด ภาคประชนชนขึ้นในปี พ.ศ. 2549 และ พัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนมีเครือข่ายจำนวน 11 เครือข่าย รวม 107 หมู่บ้าน/ชุมชน ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายบ้านบ่อมะกรูดร่วมมิตร บ้านสิงห์ , บ้านเลือก , เจ็ดเสมียน , เครือข่ายศตส. ต.ทุ่งหลวง , เครือข่ายบ้านตะนาวศรี , ศตส. ดอนทราย , ต.พิกุลทอง และ ต.เขาขลุง นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายที่จะขยายขึ้นใหม่ในปี 2552 อีก 2 เครือข่าย โดยมี ภารกิจร่วมมือกันแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากจังหวัดราชบุรีต่อไป
ภาพ/ข่าว ภัทรพงศ์ ปรพล
อ่านต่อ >>
อ่านต่อ >>