วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2552

จ่อยิงดับตำรวจปปส.คาร้านอาหารคาดเป็นแก๊งที่เคยถูกจับยาเสพติด


จ่อยิงดับตำรวจปปส.คาร้านอาหารคาดเป็นแก๊งที่เคยถูกจับยาเสพติด แค้นเพราะเคยถูกเจ้าหน้าที่เคยจับกุม
เมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 17 ธ.ค.52 พล.ต.ต.เพชรัตน์ แสงไชย ผบก.ภ.จวราชบุรี ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจังหวัดราชบุรี ชุดปราบปรามยาเสพติด(ปปส.) ว่ามีเจ้าหน้าที่ถูกยิงเสียชีวิตที่บริเวณร้านอาหารจันทร์เพ็ญ ริมถนนสาย ปากท่อ-สมุทรสงคราม เขตเทศบาลตำบลปากท่อ จ.ราชบุรี จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเพียงรอยเลือดและข้าวของภายในร้านแตกกระจาย นอกจากนี้ยังพบหัวกระสุนขนาด .38 ตกอยู่ในที่เกิดเหตุจำนวน 3 หัว ส่วนผู้เสียชีวิตนั้นถูกนำส่งโรงพยาบาลปากท่อไปก่อนแล้ว ซึ่งทราบชื่อต่อมาคือ ส.ต.ท.ชนะ สุขอุดม เป็นตำรวจในชุดปราบปรามยาเสพติดของตำรวจภูธรจ.ราชบุรี ถูกยิงเข้าที่บริเวณหน้าอก 2 นัด กระสุนฝังใน 1 นัด แพทย์โรงพยาบาลปากท่อต้องส่งศพไปผ่าเพื่อพิสูจน์หัวกระสุนที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์
จากการสอบสวนในเบื้องต้นนั้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน จ.ราชบุรี ชุดปราบปรามยาเสพติดได้ไปประชุมร่วมกันเพื่อออกสืบสวนหาข่าวแก๊งค้ายาเสพติดในพื้นที่อ.ปากท่อ หลังจากนั้นได้แยกย้ายกัน โดยผู้ตายกับเพื่อนตำรวจอีก 3 คน ได้ไปนั่งกินข้าวที่ร้านอาหารดังกล่าว หลังจากนั้นได้มีกลุ่มคนร้ายใช้รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับเข้ามาจอดและมีชายจำนวน 5 คนเข้ามานั่งสั่งอาหารกินด้วย หลังจากนั้นผู้ตายได้ลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ โดยเดินผ่านโต๊ะของคนร้าย ซึ่งคาดว่าหนึ่งในคนร้ายนั้นอาจจะจำหน้าของผู้ตายที่เคยไปจับกุมในคดียาเสพติด จึงได้เดินออกไปที่รถเก๋งที่จอดหน้าร้านและเดินกลับมาหาผุ้ตายที่เดินออกมาจากห้องน้ำพอดี จากนั้นก็ชักปืนยิงใส่ทันที 2 นัดจนผู้ตายล้มฟุบ พร้อมกับวิ่งหนีออกไป ส่วนเพื่อตำรวจที่ยังนั่งกินข้าวที่โต๊ะ เห็นเพื่อนถูกยิงก็ชักปืนยิงตอบโต้คนร้าย ที่วิ่งออกไปขึ้นรถที่หน้าร้านและขับหนีไป ส่วนเพื่อนๆของคนร้ายที่ยังกินอยู่ที่โต๊ะอีก 4 คน ก็ถูกควบคุมตัวไว้สอบสวน
ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบแล้วว่าผู้ที่ลงมือก่อเหตุสังหารโหดเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นใคร ซึ่งจะได้ทำการออกหมายจับและติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี ซึ่งสาเหตุในเบื้องต้นนั้นคาดว่าคนร้ายลงมือก่อเหตุในครั้งนี้อาจจะจำหน้าของผู้ตายว่าเป็นตำรวจที่ไปจับกุมกลุ่มแก๊งค้ายาเสพติด จึงทำให้โกรธแค้นและใช้ช่วงเวลาดังกล่าวก่อเหตุ หรืออาจจะเป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งจะได้ทำการสืบสวนหาสาเหตุต่อไป
ภาพข่าว / ภัทรพงศ์ คำเปรม
17/12/52

ไม่มีความคิดเห็น: