วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2552

การส่งเสริมการเลี้ยงแพะในจังหวัดราชบุรี


ปศุสัตว์ จังหวัดราชบุรี เผยปัจจุบัน การเลี้ยงแพะเกษตรกรนิยมเลี้ยงเป็นอาชีพหลักกันมากขึ้น เนื่องจากแพะเป็นสัตว์ที่ใช้ต้นทุนต่ำ เลี้ยงง่าย และโตเร็ว รวมถึงยังเป็นที่ต้องการของตลาดในภาคใต้ตอนล่างเมื่อเอ่ยถึงการเลี้ยงแพะที่ผ่านมาส่วนใหญ่มักจะเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม แต่ทุกวันนี้เริ่มมีการเลี้ยงแพะเป็นอาชีพหลักกันมากขึ้น เนื่องจากแพะเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ใช้ต้นทุนต่ำ เลี้ยงง่าย โตเร็ว และยังเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะฟาร์มที่มีการจัดการที่ดีปราศจากโรคแท้งติดต่อ รวมถึงมีการรับรองจากกรมปศุสัตว์ ซึ่งในเรื่องดังกล่าวทางนายสัตวแพทย์ สรวิศ ธานีโต ปศุสัตว์จังหวัดราชบุรีได้เปิดเผยว่า ในปัจจุบัน จังหวัดราชบุรี มีเกษตรกรหันไปประกอบอาชีพเลี้ยงแพะกันเป็นจำนวนมาก โดยทางสำนักงานปศุสัตว์ก็ได้มีการส่งเสริมในเรื่องนี้อย่างจริงจังมากขึ้น โดยพื้นที่ที่มีการเลี้ยงแพะในจังหวัดราชบุรี ก็ประกอบด้วย อำเภอเมือง อำเภอปากท่อ อำเภอสวนผึ้ง และอำเภอบ้านคา ซึ่งทางสำนักงานก็ได้มีการส่งเสริมดูแลสุขภาพสัตว์ และจัดหาด้านการตลาดให้แก่ฟาร์มปลอดโรค อีกด้วย สำหรับในปี 2552-2555 นี้ รัฐบาลได้จัดทำโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งการจัดหาแพะเพื่อส่งให้แก่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เป็นหนึ่งในโครงการ ที่จะต้องจัดหาแพะให้ได้ถึง 9 หมื่นตัว นอกจากนี้การป้องกันโรค ก็เป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งทางสำนักงานปศุสัตว์ ก็ได้ มีการป้องกันโรคแท้งติดต่อ โดยได้มีการจัดส่งเจ้าหน้าที่จากสำนักงานให้เข้ามาดำเนินการเจาะเลือดและแนะนำการทำคอกกักสัตว์ เพื่อการเคลื่อนย้ายเข้าเขตปลอดโรค ต่อไป ในส่วนของผู้ประกอบการฟาร์มแพะสมบัติการเกษตร ได้เปิดเผยให้ฟังว่า ฟาร์มของตนตั้งอยู่ที่ 104 หมู่ 5 ต.น้ำพุ อ.เมือง จ.ราชบุรี ได้รับใบรับรองเป็นฟาร์มปลอดโรคบรูเซลโลซีส ระดับ บี ซึ่งประกอบกิจการมาแล้วกว่า 3 ปี โดยจำนวนแพะในฟาร์มมีแม่พันธ์ 177 ตัว และมีแม่สาวที่กำลังจะผสมพันธ์อีก 300 ตัว รวมแพะที่เพิ่งคลอดอีก ตกประมาณ 500 ตัว แต่ก็ไม่สามารถผลิตแพะให้ได้ตามความต้องการของตลาดได้ จึงต้องมีการซื้อมาจากลูกฟาร์มที่มีการซื้อแม่พันธ์ไป พอลูกออกมาก็จะรับซื้อคืน ซึ่งแพะทุกตัวจะมีเบอร์หูแล้วผ่านการตรวจเลือดเพื่อป้องกันโรคแท้งติดต่ออีกด้วย นอกจากนี้ในส่วนของต้นทุนการเลี้ยงนั้น ทางเจ้าของฟาร์มสมบัติการเกษตร ได้เปิดเผยว่ามีต้นทุนในการเลี้ยงค่อนข้างต่ำ โดยในด้านอาหาร แพะแม่พันธ์จะให้กินกะหล่ำปลี เป็นหลัก และจะปล่อยให้กินหญ้าตามธรรมชาติ จากนั้นจะเสริมด้วยมันแห้ง แต่ถ้าเป็นแพะสาวจะให้กินกระถิน เปลือกถั่ว และมันแห้ง ส่วนแพะขุนจะให้กินอาหารข้นและกระถิน สำหรับอาหารข้น จะมีส่วนผสมของถั่วเหลือง ถั่วเขียว กากเบียร์ มันสำปะหลัง และเนื้อปลา โดยจะให้แพะขนกินเต็มที่ทั้งวัน เพราะจะทำให้โตเร็ว ซึ่งจะให้เวลาในการเลี้ยง 4-5 เดือนเท่านั้น ก่อนจะจับขายในราคากิโลกรัมละ 75 บาท โดยราคาจะเป็นไปตามกลไกของตลาดนั่นเอง ภาพข่าว ภัทรพงศ์

ไม่มีความคิดเห็น: