วัดมหาธาตุวรวิหาร เปิดงานนมัสการพระมหาธาตุและอนุรักษ์ประเพณีประจำปีที่ 62 พร้อมพิธีเวียนเทียนวันมาฆบูชาที่ศาลาสุภัทโท วัดมหาธาตุวรวิหาร นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดงานนมัสการพระมหาธาตุและอนุรักษ์ประเพณีประจำปีที่ 62 มี พระเทพวิสุทธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวรวิหาร, คณะกรรมการจัดงาน และแขกผู้มีเกียรติร่วมงานเป็นจำนวนมาก
วัดมหาธาตุวรวิหาร ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองราชบุรี เดิมเรียกว่าวัดหน้าพระธาตุบ้าง วัดพระศรีรัตนมหาธาตุบ้าง ตั้งอยู่เกือบใจกลางเมืองราชบุรีเก่า หรือเมืองชัยบุรี ตามที่ปรากฏในศิลาจารึกปราสาทพระขรรค์ รัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 8 (พ.ศ.1325-1760) มหาราชองค์สุดท้ายแห่งราชอาณาจักรเขมรโบราณร่วมกับอีก 5 เมือง คือลโวทยะปุระ(ลพบุรี), สุวรรณปุระ(สุพรรณบุรี), ศัมพูกปัฏฏนะ(โกสินารายณ์), ศรีวิชัยสิงห์บุรี(เมืองสิงห์ กาญจนบุรี) และศรีวิชัย วัชรบุรี วัดมหาธาตุวรวิหารนี้สันนิษฐานว่าสร้างสมัยทวารวดีราวพุทธศตวรรษที่ 15-16 ไล่เลี่ยกับการสร้างเมืองราชบุรีเก่า ต่อมาได้มีการสร้างศาสนสถานที่เรียกว่าปราสาท ในศิลปะเขมรหรือลพบุรีซ้อนทับ ราวต้นพุทธศตวรรษที่ 18 เพื่อเป็นศูนย์กลางของเมืองตามความเชื่อเกี่ยวกับเรื่อง คติจักรวาลของเขมร ต่อมาปราสาทที่สร้างขึ้นนั้นคงหักพังลง จึงมีการสร้างพระปรางค์องค์ใหม่ดังปรากฏรูปแบบสถาปัตยกรรมปัจจุบันซ้อนทับต้นสมัยอยุธยา พุทธศตวรรษที่ 20-21
พระปรางค์ ประกอบด้วยปรางค์องค์ประธานและปรางค์องค์บริวาร ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน ทิศใต้ ทิศตะวันตก และทิศเหนือของปรางค์ประธาน มีมุขยื่นออกมาทางทิศตะวันออก มีบันไดขึ้น ฐานเรือนธาตุและสัดส่วนยอดประกอบด้วยลายปูนปั้น ภายในองค์ปรางค์ประธาน มีคูหาเชื่อมถึงกัน ผนังส่วนบนเขียนภาพอดีตพระพุทธเจ้า ในซุ้มเรือนแก้ว เป็นแถวเรียงต่อกัน ตอนล่างเป็นพุทธประวัติ สันนิษฐานว่าเขียนพร้อมกับสร้างองค์ปรางค์ และซ่อมแซมพร้อมกับองค์ปรางค์ในกาลต่อมา ราวพุทธศตวรรษที่ 22 ล้อมด้วยระเบียงคตเป็นชั้น ใน 1 ชั้น ประดิษฐานพระพุทธรูปหินทราย สมัยอยุธยาบ้าง ก่อนอยุธยาบ้าง สมัยปัจจุบันบ้าง นอกระเบียงคตทิศตะวันออก เป็นวิหารหลวง ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัยในศิลปะอยุธยาตอนต้น ซึ่งได้รับการซ่อมแซมใหม่เรียกว่า พระมงคลบุรี ชั้นนอกมีกำแพงแก้ว ก่อด้วยศิลาแลงทับหลังสลักเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิในซุ้มเรือนแก้วหินทรายสีชมพู ศิลปะเขมรแบบบายน พุทธศตวรรษที่ 18 ปัจจุบันวัดมหาธาตุวรวิหาร มีเนื้อที่ 61 ไร่เศษ เป็นที่ตั้งของโบราณสถาน มีสำนักเรียนบาลี สอนอภิธรรม วิปัสสนากรรมฐาน โดยทางวัดได้แบ่งเขตสำหรับศาสนกิจอย่างชัดเจน มีพระสงฆ์และแม่ชีที่อยู่จำพรรษาที่วัดนี้รวมประมาณ 100 รูป
งานประจำปีนมัสการพระมหาธาตุและเวียนเทียนมาฆบูชานี้จัดเป็นปีที่ 62 คนเก่าเล่าให้ฟังว่า ประมาณเดือน 11-12 ซึ่งเป็นช่วงน้ำมาก ประชาชนจะมาทางเรือ มานมัสการพระธาตุ โดยภายหลังได้เปลี่ยนมาจัดให้ตรงกับวันมาฆบูชา ตั้งแต่ปี 2490 ถึงปัจจุบัน ทางวัดกับราชการร่วมกันจัดงาน มีการแสดงทางวัฒนธรรม เช่น แห่โคมประทีป ประกวดโต๊ะหมู่บูชา ซึ่งทางวัดได้รักษาประเพณีนี้เรื่อยมา ทั้งวันจัดงาน และรูปแบบของงาน
ในปีนี้ทางวัดมหาธาตุวรวิหาร ได้กำหนดให้มีการเทศน์มหาชาติ ปิดทองพระมงคลบุรี และแห่ผ้าคลุมองค์พระ ไถ่ชีวิตโคกระบือ ประกวดกล้วยไม้และพันธุ์ไม้ต่างๆ และมหรสพอีกมากมาย โดยจัดงานตั้งแต่วันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ 2552
ภาพ/ข่าว
ปรพล
วัดมหาธาตุวรวิหาร ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองราชบุรี เดิมเรียกว่าวัดหน้าพระธาตุบ้าง วัดพระศรีรัตนมหาธาตุบ้าง ตั้งอยู่เกือบใจกลางเมืองราชบุรีเก่า หรือเมืองชัยบุรี ตามที่ปรากฏในศิลาจารึกปราสาทพระขรรค์ รัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 8 (พ.ศ.1325-1760) มหาราชองค์สุดท้ายแห่งราชอาณาจักรเขมรโบราณร่วมกับอีก 5 เมือง คือลโวทยะปุระ(ลพบุรี), สุวรรณปุระ(สุพรรณบุรี), ศัมพูกปัฏฏนะ(โกสินารายณ์), ศรีวิชัยสิงห์บุรี(เมืองสิงห์ กาญจนบุรี) และศรีวิชัย วัชรบุรี วัดมหาธาตุวรวิหารนี้สันนิษฐานว่าสร้างสมัยทวารวดีราวพุทธศตวรรษที่ 15-16 ไล่เลี่ยกับการสร้างเมืองราชบุรีเก่า ต่อมาได้มีการสร้างศาสนสถานที่เรียกว่าปราสาท ในศิลปะเขมรหรือลพบุรีซ้อนทับ ราวต้นพุทธศตวรรษที่ 18 เพื่อเป็นศูนย์กลางของเมืองตามความเชื่อเกี่ยวกับเรื่อง คติจักรวาลของเขมร ต่อมาปราสาทที่สร้างขึ้นนั้นคงหักพังลง จึงมีการสร้างพระปรางค์องค์ใหม่ดังปรากฏรูปแบบสถาปัตยกรรมปัจจุบันซ้อนทับต้นสมัยอยุธยา พุทธศตวรรษที่ 20-21
พระปรางค์ ประกอบด้วยปรางค์องค์ประธานและปรางค์องค์บริวาร ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน ทิศใต้ ทิศตะวันตก และทิศเหนือของปรางค์ประธาน มีมุขยื่นออกมาทางทิศตะวันออก มีบันไดขึ้น ฐานเรือนธาตุและสัดส่วนยอดประกอบด้วยลายปูนปั้น ภายในองค์ปรางค์ประธาน มีคูหาเชื่อมถึงกัน ผนังส่วนบนเขียนภาพอดีตพระพุทธเจ้า ในซุ้มเรือนแก้ว เป็นแถวเรียงต่อกัน ตอนล่างเป็นพุทธประวัติ สันนิษฐานว่าเขียนพร้อมกับสร้างองค์ปรางค์ และซ่อมแซมพร้อมกับองค์ปรางค์ในกาลต่อมา ราวพุทธศตวรรษที่ 22 ล้อมด้วยระเบียงคตเป็นชั้น ใน 1 ชั้น ประดิษฐานพระพุทธรูปหินทราย สมัยอยุธยาบ้าง ก่อนอยุธยาบ้าง สมัยปัจจุบันบ้าง นอกระเบียงคตทิศตะวันออก เป็นวิหารหลวง ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัยในศิลปะอยุธยาตอนต้น ซึ่งได้รับการซ่อมแซมใหม่เรียกว่า พระมงคลบุรี ชั้นนอกมีกำแพงแก้ว ก่อด้วยศิลาแลงทับหลังสลักเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิในซุ้มเรือนแก้วหินทรายสีชมพู ศิลปะเขมรแบบบายน พุทธศตวรรษที่ 18 ปัจจุบันวัดมหาธาตุวรวิหาร มีเนื้อที่ 61 ไร่เศษ เป็นที่ตั้งของโบราณสถาน มีสำนักเรียนบาลี สอนอภิธรรม วิปัสสนากรรมฐาน โดยทางวัดได้แบ่งเขตสำหรับศาสนกิจอย่างชัดเจน มีพระสงฆ์และแม่ชีที่อยู่จำพรรษาที่วัดนี้รวมประมาณ 100 รูป
งานประจำปีนมัสการพระมหาธาตุและเวียนเทียนมาฆบูชานี้จัดเป็นปีที่ 62 คนเก่าเล่าให้ฟังว่า ประมาณเดือน 11-12 ซึ่งเป็นช่วงน้ำมาก ประชาชนจะมาทางเรือ มานมัสการพระธาตุ โดยภายหลังได้เปลี่ยนมาจัดให้ตรงกับวันมาฆบูชา ตั้งแต่ปี 2490 ถึงปัจจุบัน ทางวัดกับราชการร่วมกันจัดงาน มีการแสดงทางวัฒนธรรม เช่น แห่โคมประทีป ประกวดโต๊ะหมู่บูชา ซึ่งทางวัดได้รักษาประเพณีนี้เรื่อยมา ทั้งวันจัดงาน และรูปแบบของงาน
ในปีนี้ทางวัดมหาธาตุวรวิหาร ได้กำหนดให้มีการเทศน์มหาชาติ ปิดทองพระมงคลบุรี และแห่ผ้าคลุมองค์พระ ไถ่ชีวิตโคกระบือ ประกวดกล้วยไม้และพันธุ์ไม้ต่างๆ และมหรสพอีกมากมาย โดยจัดงานตั้งแต่วันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ 2552
ภาพ/ข่าว
ปรพล
1 ความคิดเห็น:
พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ค่ะ ไม่ใช่ 8 แก้ไขเพื่อความถูกต้องด้วยนะคะ
แสดงความคิดเห็น