วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ประชาธิปัตย์ ส่งผู้สมัคร ส.ส. ลงเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง



ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคการเมือง ส.ส.ราชบุรีถูกหวยยุบพรรคโดนตัดสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี จังหวัดราชบุรีจึงต้องจัดการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. แทนตำแหน่งที่ว่าง ประชาธิปัตย์ส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงเลือกตั้งในเขต 1 เบอร์ 1 นายยศศักดิ์ ชีววิญญู

ที่โรงเรียนรัตนราษฎร์บำรุง อ.บ้านโป่งราชบุรี กกต.จังหวัดราชบุรีกำหนดวันรับสมัครผู้เข้ารับการเลือกตั้ง แทนตำแหน่ง ส.ส. ที่ว่างลงเนื่องจากถูกยุบพรรคและถูกตัดสิทธิการเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี โดยกำหนดเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 22-26 ธันวาคม 2551 ต่อมาในตอนเช้าวันที่ 22 ธันวาคม 2551 นายยศศักดิ์ ชีววิญญู ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ราชบุรี เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกับ ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล นางกัลยา ศิริเนาวกุล นายสามารถ พิริยะปัญญาพร นายสินชัย เจริญจิตร และผู้ให้การสนับสนุน เดินทางเข้ายื่นใบสมัครรับการเลือกตั้งซ่อมในเขต 1 และได้ เบอร์ 1 สำหรับการสมัครในครั้งนี้
จากนั้นคณะของนายยศศักดิ์ ชีววิญญู จึงเดินทางออกหาเสียงภายในเขตอ.บ้านโป่ง ประกาศตัวลงชิงตำแหน่ง ส.ส.ในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ซึ่ง กกต. กำหนดวันเลือกตั้ง วันที่ 11 มกราคม 2552
โดยนายยศศักดิ์ ชีววิญญู กล่าวว่า จะเน้นนโยบายของพรรคไปสู่การรับรู้รับทราบของประชาชน เพราะเชื่อว่านโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้ จะสามารถดำเนินการได้จริง เพื่อความสงบสุขและความสมาฉันท์ของคนในชาติ ร่วมกันพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้เกิดความอยู่ดีกินดี ส่งเสริมการศึกษาเพื่อยกระดับของการเรียนรู้ ของคนในชาติ ไปสู่การแข่งขันที่เท่าเทียมกับนาๆประเทศ
สำหรับกรณีการพบปะกับประชาชนในพื้นที่นั้น ต้องยอมรับว่า มีระยะเวลาจำกัดมาก แต่ก็จะพยายามจนสุดความสามารถ จึงขอวิงวอนประชาชนออกมาใช้สิทธิกันให้มากๆ เพื่อพัฒนาการเมืองและประชาธิปไตยของประเทศให้หลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์เดิมๆ ซึ่งสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายไม่รู้จบ
ภาพ/ข่าว ธนชาติ
อ่านต่อ >>

เปิดสนามกีฬา เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.ปากท่อราชบุรี


เทศบาลตำบลปากท่อ เปิดสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนำความต้องการของผู้บริหารเทศบาล ให้ประชาชนในพื้นที่ใช้สนามออกกำลังกายรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.ปากท่อราชบุรี นายวิชาญ รังสีวรรธนะ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลปากท่อ พร้อมคณะกรรมการบริหารเทศบาล ร่วมกันเปิดงานเปิดสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา โดยมีนายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดงาน โดยนายวิชาญ กล่าวว่า การดำเนินงการก่อสร้างสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสร้างประโยชน์แก่ประเทศอย่างเอนกอนันต์ จึงพร้อมใจกันจัดสร้างสนามกีฬานี้ขึ้นพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ
และเทศบาลตำบลปากท่อ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเล่นกีฬาและออกกำลังกาย ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่งในการดำรงชีวิต ผู้บริหารเทศบาลต้องการปลูกฝัง ดูแล และส่งเสริมการเล่นกีฬาให้กับเด็กและเยาวชน รวมถึง ส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพที่แข็งแรง รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์เทศบาลตำบลปากท่อ ดำเนินการก่อสร้างสนามกีฬา แห่งนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ก่อสร้างถนนลาดยางเข้าสนามกีฬาและไฟสนามจนสมบูรณ์ครบถ้วน
ส่วนการจัดงานครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากท่านไชยรัตน์ บุตรแพ ผู้พิพากษามีนบุรี คุณธัญญา โพธิวิจิตร (เป็ด เชิญยิ้ม) ผู้แทนหนังสือพิมพ์สยามกีฬา และคุณเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง(ซิโก้)ร่วมกันดำเนินการจน งานสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
จากนั้น นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล กล่าวเปิดสนามกีฬาและเปิดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลคู่เปิดสนาม ประกอบด้วย คู่ที่ 1 ทีมเทศบาลตำบลปากท่อ พบกับ ทีมรวมไทยแลนด์ลีก คู่ที่ 2 ทีมวีไอพี ปากท่อ พบกับ ทีมสยามกีฬารวมดารา
ภาพ/ข่าว ธนชาติ ภัทรพงษ์
22 ธ.ค. 51
อ่านต่อ >>

หม่อมถนัดศรี เปิดร้านแม่กิมฮวย ไชโป๊หวาน ตลาดเจ็ดเสมียน


หม่อมราชวงศ์ ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ นักชิมเบอร์ 1 ของประเทศไทยเจ้าของ ลิขสิทธิ์ เชลล์ชวนชิม เปิดร้านไชโป๊หวาน ตลาดเจ็ดเสมียน เปิดปูมประวัติ ไชโป๊หวาน แม่กิมฮวย OTOP แชมเปี้ยน 5 ดาว 3 ปีซ้อนของดีเมืองราชบุรีที่คนลืม

ที่ร้านแม่กิมฮวย หัวไชโป๊หวาน เลขที่ 10 หมู่ 2 ต. เจ็ดเสมียน อ. โพธาราม จ. ราชบุรี ม.ร.ว. ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ เจ้าของลิขสิทธิ์เชลล์ชวนชิมผู้โด่งดัง เป็นประธานพิธีเปิดร้านแม่กิมฮวย หัวไชโป๊หวานซึ่งดำเนินการมายาวนานเกือบสามทศวรรษ เป็นผลิตผลของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดราชบุรี จนผู้คนทั้งประเทศรู้ว่าไชโป๊หวานของจริง ต้องไชโป๊หวานของตลาดเจ็ดเสมียน ราชบุรี เท่านั้น
พิธีการเริ่มจากการแสดงของนักแสดงยุวชนของกลุ่มภัทราวดีเธียเตอร์ ( สวนศิลป์ บ้านดิน ) อำนวยการฝึกสอนโดย อาจารย์ มานพ มีจำรัส ซึ่งนำเอาศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมของไทยประยุกต์ เข้ากับศิลปะรุ่นใหม่ เป็นศิลปะร่วมสมัยอย่างสวยงามและลงตัว นำมาจัดแสดงให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชื่นชมความสามารถของนักแสดงตัวน้อย ๆ เหล่านี้ จากนั้นทายาทรุ่นที่ 5 ของตำนานไชโป๊หวานแม่กิมฮวย จึงกล่าวรายงานความเป็นมาของไชโป๊หวาน OTOP คู่แผ่นดินโดยกล่าวว่า เมื่อ 60 ปีมาแล้ว เมื่อลมหนาวมาเยือน ช่วงเดือน ธ.ค. –ม.ค. ของทุกปี จังหวัดราชบุรีจะมีการปลูกหัวไชเท้ากันมาก ชาวตำบลเจ็ดเสมียนกลุ่มหนึ่ง ได้นำหัวไชเท้ามาแปรรูปเป็นหัวไชเท้าเค็มโดยใช้เกลือทะเลจาก จ. สมุทรสงครามและ จ. เพชรบุรี พร้อมกับจัดจำหน่ายให้แก่พ่อค้าคนกลางที่ กรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ต่อมาราวปีพ.ศ. 2506 แม่ฮวยได้เริ่มผลิตไชโป๊หวาน จำหน่ายที่หน้าร้าน ณ ตำบลเจ็ดเสมียนแห่งนี้ พร้อมกับส่งจำหน่ายให้กับพ่อค้าที่เยาวราช เป็นที่ขายดิบขายดียิ่ง กิจการเจริญก้าวหน้าตามลำดับ แต่ไชโป๊หวานเมื่อไปถึงกรุงเทพฯ ได้กลายพันธุ์เป็น ไชโป๊หวานสุรินทร์ จนกระทั่ง ปลายปี พ.ศ. 2507 จึงได้ส่งตัวอย่างสินค้า เพื่อให้ ม.ร.ว. ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ ชิม และไชโป๊หวานแม่กิมฮวย ก็ได้รับประกาศนียบัตร รับรองความอร่อย “เชลล์ชวนชิม” จากบริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย เมื่อเดือนกันยายน 2528 นับแต่วันนั้นมาจนถึงทุกวันนี้ รวมเป็นเวลา 23 ปี ที่ทำให้ผู้คนเข้าใจถูกต้องว่าไชโป๊หวาน ที่หวานกรอบ อร่อย แท้จริงแล้ว มาจาก จ. ราชบุรี แทบทั้งสิ้น และจากข้อมูลของ ก. อุตสาหกรรม ปีพ.ศ. 2549 รายงานว่า ตำบลเจ็ดเสมียน เป็นแหล่งผลิตไชโป๊ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และจากการส่งเสริมของกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงพาณิชย์ จัดประกวดคัดสรร 1 ผลิตภัณฑ์ 1 ตำบล หรือที่รู้จักกันดีว่า OTOP แชมเปี้ยน ไชโป๊หวานแม่กิมฮวยได้รับคัดสรรเป็น OTOP แชมเปี้ยน 5 ดาว 3 ปีซ้อน นอกจากนี้โรงงานใช้โป๊หวานแม่กิมฮวยยังได้รับการรับรองหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติที่ดี ในการผลิตอาหารหรือ G.M.P. และมาตรฐานอาหารฮาฬาลอีกด้วย
สำหรับการตลาดของไชโป๊หวานแม่กิมฮวย มีจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยต่างประเทศส่งออกไปจำหน่ายยัง USA. ออสเตรเลีย อังกฤษ สิงคโปร์ ตลาดในประเทศมีจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เป็นต้นว่า ห้างฟูดแลนด์ แมคโคร เทสโก้โลตัส คาร์ฟู เดอะมอลล์ทุกสาขา สยามพารากอน สังคมสุขภาพในปั้มน้ำมันบางจาก บริษัท สุวรรณชาด ชมรมมังสวิรัติ ปฐมอโศก ร้านน้ำพริกแม่ศรี ร้านน้ำพริกนิตยา ทั้ง 2 สาขา
จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงทำให้มีลูกค้าและนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาอุดหนุนสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มีอุปการะคุณ ทางร้านจึงเห็นควรที่จะปรับปรุงร้านให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น
ในการนี้ ม.ร.ว. ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ ได้กล่าวชื่นชมผลิตภัณฑ์ไชโป๊หวานและให้กำลังใจทายาทแม่กิมฮวยทุกรุ่นให้รักษามรดกของตระกูลที่ขึ้นชื่อนี้เอาไว้ให้อยู่คู่กับจังหวัดราชบุรี อย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต ก่อนจะร่วมกับ นาย สุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ รองผู้ว่าจังหวัดสมุทรสงคราม และนายวีระ ปุตะเศรณี นายอำเภอโพธาราม เข้าเยี่ยมซุ้มอาหารคาวหวานมากมายหลายชนิด รวมทั้งอาหารพื้นเมือง ที่หลายชนิดหายไปจากความทรงจำของคนรุ่นใหม่ ภาพ/ภัทรพงศ์ ข่าว/ปรพล
อ่านต่อ >>

อ. จอมบึง เปิดงานสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 สืบสานประเพณีของดีจอมบึง ครั้งที่ 5


อ.จอมบึง เปิดงานสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 สืบสานประเพณีของดีจอมบึงครั้งที่ 5 เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อพสกนิกรชาวอำเภอจอมบึงถือเป็นมิ่งมงคลของประชาชนชาวอำเภอจอมบึงได้ร่วมกันแสดงความจงรักภัคดีแด่พระองค์ตลอดไป

ที่พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 หน้าที่ว่าการอำเภอจอมบึง นายสมบูรณ์ ศิริเวช นายอำเภอจอมบึงพร้อมด้วยประชาชนในอำเภอจอมบึงร่วมกันจัดงานสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 สืบสานประเพณีของดีจอมบึงครั้งที่ 5 โดยมีนาย สุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดงาน
นาย สมบูรณ์ ศิริเวช นายอำเภอจอมบึงกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสมณฑลราชบุรี ครั้งที่ 2 ในระหว่างวันที่ 19 – 21 ธันวาคม พ.ศ. 2438 หรือรัตนโกสินทร์ ศก 114 พระองค์ได้เสด็จมาประทับแรมที่ตำบลจอมบึง 3 วัน 3 คืน และในการเสด็จประพาสดังกล่าวพระองค์ทรงมี พระมหากรุณาธิคุณ ต่อพสกนิกรชาวอำเภอจอมบึงรวม 4 ประการคือ
1. ทรงพระราชทานนามถ้ำมุจลินท์ในเขากลางเมือง ให้ใหม่ว่า “ถ้ำจอมพล”
2. ทรงจารึกพระบรมมหานามาภิไธยย่อ จปร. 114 ไว้ที่ปากถ้ำจอมพล
3. ทรงพระราชทานนามท้องทุ่งชาตรี ให้ใหม่ว่า “ทุ่งจอมบึง”
4. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกฐานะตำบลจอมบึงขึ้นเป็นกิ่งอำเภอจอมบึง
เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่มีต่อพสกนิกร ชาวอำเภอจอมบึง อย่างล้นพ้นหาที่สุดมิได้ จังหวัดราชบุรี จึงได้เสนอขออนุญาต จากกรมศิลปากรกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อจัดสร้างพระบรมรูป รัชกาลที่ 5 ขนาดหนึ่งเท่าครึ่งของพระองค์จริง หรือสูงประมาณ 2 เมตร 40 เซนติเมตร ประทับยืน ฉลองพระองค์เสื้อราชปะแตน พระภูษาผ้าม่วง พระหัตถ์ขวาทรงถือพระมาลา พระหัตถ์ซ้ายทรงธารพระกรประดิษฐานไว้ ณ หน้าที่ว่าการอำเภอจอมบึง ซึ่งได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ พระบรมราชา นุสาวรีย์ และเททองหล่อพระบรมรูป รัชกาลที่ 5 ไปแล้วเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2546 โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ เป็นองค์ประธานในพิธีเททอง องค์พระบรมรูป รัชกาลที่ 5 และอำเภอจอมบึงได้จัดพิธีอัญเชิญพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ขึ้นประดิษฐาน ณ แท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ ในวันที่ 19 ธันวาคม 2546 รวมทั้งได้จัดให้มีงานสมโภชพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 สืบสานประเพณีของดีจอมบึง ครั้งที่ 1 ขึ้น โดยกำหนดเอาวันที่ พระพุทธเจ้าหลวง เคยเสด็จประพาสและพักแรม ณ ตำบลจอมบึง ในระหว่างวันที่ 19 – 21 ธันวาคม เป็นวันจัดงานประจำปีของอำเภอ ซึ่งในปีนี้ถือเป็นปีที่ 5 ของการจัดงาน ในการจัดงงานสักการะฯ ครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี,เทศบาลตำบลจอมบึง, เทศบาลตำบลด่านทับตะโก และองค์การบริหารส่วนตำบล ในเขตอำเภอจอมบึง จำนวน 6 แห่ง และได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง จากทุกภาคส่วน อาทิเช่น ผู้บริหารและสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มพัฒนาสตรีอำเภอ ในการแต่งกายย้อนยุคสมัยรัชกาลที่ 5 การแต่งกายชุดชนเผ่าต่างๆ
โรงเรียนคุรุราษฎร์รังสฤษฎ์ จัดนักศึกษาวิชาทหารเข้าร่วมขบวนมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงจัดนิทรรศการ
ในส่วนกิจกรรมของงานประกอบด้วยการประกวดธิดาผ้าจกรางบัว การแข่งขันกอล์ฟการกุศล การประกวดตำส้มตำผลไม้ลีลา การแข่งขันเต้นแอโรบิก การประกวดนกกรงหัวจุก และแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน

ภาพ/ข่าว ภัทรพงค์ ปรพล
อ่านต่อ >>

ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีมอบทุนการศึกษาประจำปีการศึกษา 2551


ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีมอบทุนการศึกษาประจำปีการศึกษา 2551 เจตนารมณ์บนความมุ่งมั่นที่จะให้เยาวชนมีโอกาสทางการศึกษามากขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่จะเติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพของสังคมและประเทศชาติ

ที่ห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซนเตอร์ สาขาราชบุรี ผู้บริหารบริษัททำพิธีมอบทุนการศึกษาประจำปีการศึกษา 2551 โดยนายเสนอ แช่มรัมย์ ผู้จัดการสาขา ได้กล่าวรายงานต่อนายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ประธานพิธี โดยกล่าวว่า บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกรายแรกในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 มีนโยบายหลักประการหนึ่งในการมีส่วนร่วมส่งเสริมสังคมไทย จึงได้ก่อตั้งมูลนิธิบิ๊กซีขึ้นในปี พ.ศ. 2545 โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการส่งเสริมและสนับสนุนเยาวชนไทย ในด้านการศึกษา อาทิ เช่น มอบทุนการศึกษาอุปกรณ์การเรียน ตลอดจนอาคารเรียน รวมทั้งให้การส่งเสริมเยาวชนให้เล่นกีฬาพาห่างไกลยาเสพติด ตลอดระยะเวลา 6 ปีเศษที่ผ่านมามูลนิธิฯได้จัดสร้างและมอบอาคารเรียนให้โรงเรียนในสังกัด สพท. ที่ขาดแคลนในจังหวัดต่างๆ ไปแล้ว 20 อาคาร ในจังหวัดต่างๆทั่วทุกภาคของประเทศไทย
ส่วนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มูลนิธิฯ ได้จัดสร้างและมอบสนามบาสเก็ตบอลขนาดมาตรฐานของการกีฬาฯไปแล้ว 7 สนาม จัดสร้างและพัฒนาห้องสมุดประชาชนและห้องสมุดโรงเรียน รวมทั้งได้มอบสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนโดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้แก่โรงเรียนต่างๆกว่า 27,000 เล่ม นอกจากนี้มูลนิธิฯ ยังได้ประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการโดยเขตพื้นที่การศึกษาต่างๆ ในการคัดเลือกเยาวชนไทยที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ม.1-ม.3 ทั่วประเทศ ต่อเนื่อง 3 ปีระหว่างปี 2547 -2549 และจัดมอบทุนการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ม.4-ม.6 ต่อเนื่องอีก 3 ปี ระหว่างปี 2550-2552
สำหรับปี 2551 มูลนิธิบิ๊กซี จะได้มอบทุนการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 ให้แก่นักเรียนทุนบิ๊กซีเดิมและนักเรียนทุนชุดใหม่ จำนวน 2,500 ทุน ทั่วประเทศทุนละ 4,000 บาท รวมเป็นเงินสิบล้านบาทต่อปี นับแต่ก่อตั้งมูลนิธิบิ๊กซีมาจนถึงปัจจุบัน มูลนิธิบิ๊กซีได้เกื้อหนุนสังคมไทยในด้านการศึกษามากกว่า 100 ล้านบาทแล้ว ซึ่งงบประมาณในการทำกิจกรรมต่างๆของมูลนิธิบิ๊กซีนั้น นอกจากจะมาจากบริษัทบิ๊กซีเองแล้ว ส่วนหนึ่งยังมาจากตู้รับบริจาคที่ลูกค้าบิ๊กซีร่วมสมทบด้วย
ในวันนี้มูลนิธิบิ๊กซี ได้จักพิธีมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 ในเขตพื้นที่การศึกษา สพท.ราชบุรี 1 จำนวน 50 ทุน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะให้เยาวชนมีโอกาสทางการศึกษามากขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเพื่อจะได้เติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพของชุมชน สังคมและประเทศชาติในท้ายที่สุด สมดังปณิธานที่ว่า มูลนิธิบิ๊กซี สร้างฝัน สร้างความสุข สร้างรอยยิ้มให้สังคมไทย
ภาพ/ข่าว ธนชาติ ภัทรพงศ์ 22 ธ.ค. 51
อ่านต่อ >>