วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ระดมความคิดเห็นประชาชน คิดและต้องการอะไรจากรัฐบาลภายใต้การนำของรัฐบาล อภิสิทธิ เวชชาชีวะ


บนความคาดหวังของทุกภาคส่วนในประเทศไทย ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ในประเทศไปสู่ความสงบสุข รัฐบาลใหม่จะสามารถฟันฝ่าแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ำรุนแรงได้หรือไม่ประชาชนชาวจังหวัดราชบุรี คาดหวังและรอคอยคำตอบเหล่านั้นอย่างไร

ในที่สุดเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2551 ที่ผ่านมา จากการโหวตของ ส.ส. ในรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ผลการลงคะแนนปรากฏว่านาย อภิสิทธิ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้คะแนน 235 เสียง เฉือนเอาชนะ พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก คู่ชิงไปอย่างเฉียดฉิว โดย พล.ต.อ. ประชา พรหมนอกได้คะแนนเพียง 198 เสียง
ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของประเทศไทยจึงเป็นของนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
ฝ่ายข่าวของบริษัทหัวช้างเอนเทอร์เทนเม้นต์จำกัด จึงออกทำการสุ่มตรวจความคิดเห็นของประชาชนชาวจังหวัดราชบุรี บางรายทุกอาชีพว่ามีความคาดหวัง และคิดเห็นอย่างไรกับการที่พรรคประชาธิปัตย์ขึ้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้
คุณรัตนพงษ์ จันทรอรุณ จากร้านทองรัตนกิจ กล่าวว่า คุณอภิสิทธิ เวชชาชีวะ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานกันดูบ้าง ประเทศชาติจะเจริญรุ่งเรืองได้อยู่ที่ผู้บริหารประเทศเป็นสำคัญ ถ้ารวบรวมผู้มีความรู้ความสามารถตรงสายงานการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจภายใน 100 วัน น่าจะเป็นไปได้ เพราะอภิสิทธิ เวชชาชีวะ ประกาศจะควบคุมระบบเศรษฐกิจเอง พร้อมทีมงานที่เชี่ยวชาญเรื่องการเงินและเศรษฐกิจ จึงค่อนข้างมั่นใจว่าจะทำสำเร็จ
คำถามที่ว่าจะฟันฝ่าการต่อต้าน ก่อกวนทางการเมืองจากกลุ่มเสื้อแดงหรือไม่นั้น เชื่อว่าคงหลีกไม่พ้นกับปัญหานี้ แต่อยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้ามาหากันบนความสามัคคีจะดีกว่า เพราะวันนี้ประเทศชาติมีปัญหาที่ต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาจะขัดแย้งกันโดยเอาความคิดความต้องการของตนเองเป็นตัวตัดสิน
ความเห็นของนายภาสกร อ่อนแก้ว นักศึกษาชั้น ม.6 โรงเรียนราชโบริกานุเคราะห์ กล่าวว่า การที่อภิสิทธิ เป็นนายกรัฐมนตรี คิดว่าน่าจะเป็นการดีเพราะภาพลักษณ์น่าเชื่อถือ เป็นคนมีความรู้ความสามารถที่เรียกว่าคนรุ่นใหม่ เชื่อว่าสามารถแก้ไขปัญหาของประเทศชาติได้ เพราะปัญหาเศรษฐกิจเป็นความคาดหวังของคนทั้งประเทศ ส่วนความขัดแย้งรุนแรงที่เกิดจากการกระทำของกลุ่มเสื้อแดงนั้น อยากบอกว่าน่าจะให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์บริหารบ้านเมืองไปก่อน รอดูผลงานว่าเป็นไปตามความต้องการของประชาชนหรือไม่ อยากจะขอร้องว่าให้หยุดการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา อย่างไม่มีเหตุผล
ความเห็นของคุณนงนุช เอี่ยมม่วง แม่ค้าขายเต้าหู้ทอด กล่าวว่า อภิสิทธิเป็นนายกเป็นเรื่องดี ทุกนโยบายน่าจะทำได้เพราะทีมงานเข้มแข็ง เราควรเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาแก้ไขปัญหาบ้านเมืองกัน ส่วนการต่อต้านจาก นปก จากกลุ่มอำนาจเก่า ก็อยากจะบอกว่าให้เห็นแก่ประเทศชาติบ้านเมืองบ้าง ควรเปิดโอกาสให้อภิสิทธิ์ได้ทำงานพิสูจน์ฝีมือและตัวเองก่อน ผิดถูกอย่างไรก็แก้ไขกันได้ค่อยตัดสิน ความเห็นของคุณสมพร ศรีสุวรรณ ผู้จัดการสถานธนานุบาลราชบุรีกล่าวว่า รัฐบาลควรเร่งรัดปรับปรุงสภาพเศรษฐกิจเป็นสำคัญเน้นการกระจายอำนาจลงสูท้องถิ่น เร่งจัดสรรงบประมาณลงสู่ท้องถิ่นและส่งเสริมให้ประชาชนมีรายได้ในท้องถิ่นควรตระหนักและคำนึงถึงภาคประชาชนก่อนสิ่งใด
ส่วนปัญหาการแก้ไขเศรษฐกิจใน 3 เดือนเป็นเรื่องยาก คงแก้กันไม่ได้ในฉับพลันในเวลาอันรวดเร็ว เป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้องอาศัยระยะเวลาจะต้องดูแลการแก้ไขไปเรื่อยๆ
ส่วน นปก หรือ กลุ่มเสื้อแดง ที่ออกมาประท้วงนั้น มีผลแก่การทำงานของรัฐบาลอย่างแน่นอน ถ้าถามประชาชนก็จะบอกว่าหยุดความวุ่นวายได้แล้วเราควรจะยอมรับผลของกติกาการเลือกตั้งกันบ้าง บ้านเมืองเราเสียหายมามากแล้วถึงเวลาต้องร่วมกันแก้ไขให้ดีขึ้นจะดีกว่า
ความเห็นของคุณนิเวศ สัมฤทธิเดชขจร เจ้าของร้านวิศวโฟโต้กล่าวว่า อภิสิทธิยังไม่มีภาวะการเป็นผู้นำ เขายังไม่ได้อยู่เคียงข้างประชาชนอย่างแท้จริง ต้องถามว่าคนในพรรคทำเพื่อพรรคหรือเพื่อประชาชน เราฝากความหวังไว้ที่เขาไม่ได้ ประชาชนวันนี้เห็นว่าการเมืองภาคประชาชนสำคัญกว่าไม่อย่างนั้นฝ่าฟันวิกฤติไม่ได้
จะแก้ไขเศรษฐกิจภายใน 3 เดือน ไม่ใช่เรื่องง่าย ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำเป็นปัญหาสะสมที่ต้องใช้เวลาพอสมควร อย่าคาดหวังในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
นปก ก่อกวนนั้น ต้องถามว่าใครให้สิทธิ นปก หรือกลุ่มเสื้อแดงที่คิดจะทำอะไรก็ทำ หรือคิดว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล ประเทศนี้ถ้ากฎหมายมีความเป็นธรรมปฏิบัติเท่าเทียม รัฐไม่รังแกประชาชน คนทำผิดกฎหมายต้องถูกลงโทษ (นิติรัฐให้ความเป็นธรรม)ยืนยันว่าการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจต้องใช้เวลา รัฐบาลต้องประกอบด้วยบุคคลที่มีจุดยืนแน่นอนต้องถามว่าทำงานเพื่อใคร ถ้าเพื่อประชาชนก็ไม่ใช่เรื่องยากจะแก้ไขทุกอย่างต้องเชื่อมั่นและเคารพขบวนการยุติธรรม กฎหมายต้องเป็นกฎหมายที่ไม่เลือกปฏิบัติ
ภาพ/ข่าว น.ศ.มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง-นครปฐม 16 ธ.ค. 51

อ่านต่อ >>

: ขับรถปิคอัพตามปล้นเงินเกษตรกร รับเงินค่าข้าวจาก ธกส. กว่า 2 แสนบาท


เกษตรกรดวงกุดรับเงินค่าข้าวจาก ธกส. สองแสนกว่าบาท ขับขี่รถจักรยานยนต์จะกลับบ้านตามลำพังถูกวายร้ายขับรถปิคอัพปาดหน้าชักปืนจี้หัว กวาดเงินสดเผ่นหนีไร้ร่องรอย

ร.ต.ท.ณภัทร มิ่งสำแดง ร้อยเวรสภ.เขาดิน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายปล้นเงินจากเกษตรกรที่ไปรับเงินค่าข้าวจาก ธกส. ที่บริเวณริมถนนสายธรรมเสน-เกาะตาพุด หมู่ 6 ต.ธรรมเสน อ.โพธาราม จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ณรงค์เดช ศักดิ์สมบูรณ์ สารวัตรใหญ่สภ.เขาดิน ทราบพร้อมนำกำลังชุดสืบสวน สภ.เขาดินไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบนายมนัส สังข์ทอง อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 68/1 หมู่ 4 ต.ชำแระ อ.โพธาราม ยืนหน้าซีดอยู่ในที่เกิดเหตุ เพียงคนเดียว
นายมนัส ให้การว่าก่อนเกิดเหตุตนได้รับเงินค่าข้าว จากโครงการรับจำนำข้าว โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาโพธาราม นำเงินออกมาจ่ายที่เทศบาลตำบลเขาขวาง โดยอ้างว่าเพื่อเป็นการระบายลูกค้าของ ธกส. และเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าของ ธกส. แต่จะหักเก็บค่าบริการรายละ 80 บาท ซึ่งตนรับเงินมาทั้งหมด 235,992 บาท หลังจากนั้นก็จะนำเงินกลับบ้านเพื่อนำไปจ่ายค่าปุ๋ย ค่าพันธุ์ข้าว ค่ารถเกี่ยวและค่ารถไถนา แต่ก่อนจะกลับบ้านได้ขับรถไปบ้านเพื่อนเพื่อที่จะนำเงินใส่ซองไปช่วยงานที่ ต.ธรรมเสน โดยขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนนสายเขางู-เบิกไพร ในระหว่างทางตนสังเกตเห็นว่ามีรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีแดง ตามมา และชายคนดังกล่าวได้คุยโทรศัพท์ตลอดทาง จำได้ว่าชายคนที่ขับรถ จยย.นั้นเดินอยู่ในเทศบาลเขาขวาง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร และเมื่อเลี้ยวเข้าถนนที่เกิดเหตุตนเห็นว่ารถจักรยานยนต์คันดังกล่าวหายไป พักเดียวก็มีรถปิกอัพ 4 ประตู สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนและไม่ทราบว่ายี่ห้ออะไรขับตามมาและเมื่อถึงบริเวณที่เปลี่ยวก็บีบแตรและคนขับได้ขับปาดหน้าจากนั้นคนที่นั่งข้างคนขับและด้านหลังได้ลงมาจากรถพร้อมเอาปืนจี้ตนและขู่ห้ามต่อสู้ไม่เช่นนั้นจะยิงทิ้ง จากนั้นคนร้ายได้เข้ามาค้นเอาเงินสดจำนวน 235,992 บาท ที่ไปเบิกมาพร้อมทั้งโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ก่อนที่จะขับรถหลบหนีไป ตนจึงรีบไปแจ้งกับชาวบ้านให้ช่วยโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้สกัดจับ แต่ก็ไร้วี่แวว
เวลาต่อมา พ.ต.อ.สมเกียรติ แสงสินสร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี ได้นำชุดสืบสวนจังหวัด มาตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณเทศบาลเขาขวางและจุดที่คนร้ายลงมือปล้นพร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งทำการสืบหาข่าวของรถ จยย.ฮอนด้าเวฟสีแดง และรถยนต์กระบะสีดำ 4 ประตู เชื่อว่าน่าจะเป็นคนในพื้นที่ พร้อมทั้งให้พาผู้เสียหายไปทำภาพสเก็ตส์คนร้าย ส่วนคนร้ายนั้นทาง พ.ต.อ.สมเกียรติ แสงสินสร สันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะทำงานเป็นทีม โดยดูว่ามีเกษตรกรคนใดที่รับเงินมามากๆ และมาคนเดียวก็จะใช้วิธีติดตามดูลาดเลาพร้อมกับใช้โทรศัพท์ติดต่อกับทีมที่รออยู่ด้านนอกพอเหยื่อขับรถออกมาก็จะขับตามประกบพอได้โอกาสก็เข้าทำการปล้นเอาเงินไป ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นคนในพื้นที่เพราะรู้เส้นทางดี และจะได้ประสานไปยัง ธกส.โพธารามให้ประชาสัมพันธ์ให้กับเกษตรกรที่ไปเบิกเงินค่าข้าวว่าให้เบิกเงินแค่พอใช้ เพราะถ้าเบิกไปมากๆอาจจะเกิดเหตุร้ายได้ อย่างไรก็ดีจะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจตราให้เข้มมากยิ่งขึ้นเพื่อป้องกันเหตุร้าย พร้อมทั้งสั่งให้กำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจและนอกเครื่องแบบออกตรวจตามเส้นทางในครั้งต่อๆไปจนกว่าทาง ธกส.จะจ่ายเงินให้กับเกษตรกรจนครบถ้วน
ภาพ/ข่าว ประทีป 16 ธ.ค. 51
อ่านต่อ >>

ตำรวจราชบุรีจับซีดีละเมิดลิขสิทธิ์และวีซีดีภาพยนตร์หนึ่งใจเดียวกัน


ตำรวจราชบุรีบุกจับซีดีละเมิดลิขสิทธิ์กว่า 14,000 แผ่น ตรวจค้นพบวีซีดีภาพยนตร์เรื่อง หนึ่งใจเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติประกาศห้ามทำซ้ำหรือดัดแปลงเด็ดขาด

ซีดีละเมิดลิขสิทธิ์ขายกันเกลื่อนเมืองราชบุรี จนบริษัทเจ้าของสิทธิต้องตามตรวจสอบจนพบแหล่งจัดจำหน่าย จึงเข้าพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันจับกุม โดย พ.ต.ท. ธีรพร วิจิตบรรณการ สว.สป. เมืองราชบุรี ได้รับการประสานขอความร่วมมือจากนาย บุญนำ กลิ่นแผ่น ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทตรีอมรพลัส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเจ้าของสิทธิในการเผยแพร่งานภาพยนตร์และวีดีทัศน์ ขอกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจับกุมร้านจำหน่ายให้เช่าวีดีโอซีดีแห่งหนึ่งในตลาดราชบุรี โดยการขอหมายศาลจังหวัดราชบุรีเข้าทำการตรวจค้นที่ร้านดังกล่าว พบนางพรพรรณ มณีคา อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 152 หมู่ 2 ต. หนองดินแดง อ. เมือง จ. นครปฐม และนาง บุญเรือน ชยากรวิกรม อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 214/17 ถนนรถไฟ ต. หน้าเมือง อ. เมือง ราชบุรี ทั้งสองเป็นพนักงานในร้านดังกล่าว ส่วนตัวเจ้าของกิจการไม่อยู่บ้าน
ตรวจค้นพบซีดีถูกผลิตอย่างผิดกฎหมายเป็นวีซีดีภาพยนตร์เพลงแผ่นดีวีดี ภาพยนตร์และเพลงคาราโอเกะ แผ่นซีดีลามกอนาจาร รวมทั้งแผ่นดีวีดีภาพยนตร์เรื่องหนึ่งใจเดียวกัน ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเขียนบทและทรงนำแสดงด้วยพระองค์เอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับคำสั่งจากรัฐบาลว่า ห้ามผู้ใดทำซ้ำหรือดัดแปลงภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอันขาด แต่เจ้าหน้าที่เผยว่าร้านดังกล่าวได้แอบทำซ้ำดัดแปลงภาพยนตร์เรื่องหนึ่งใจเดียวกันถึง 55 แผ่น
ทำการตรวจยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้สำหรับผลิตแผ่นซีดีเถื่อนจำนวน 2 เครื่อง วีซีดีละเมิดลิขสิทธิ์ 13,792 แผ่น นำตัวเจ้าพนักงานหน้าร้านและของกลางส่ง ร.ต.อ.สุเทพ เพชรเกิด ร้อยเวร สภ.เมืองราชบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว ประทีป

16 ธ.ค. 51
อ่านต่อ >>

เทศบาลเมืองราชบุรี อบรมการพัฒนาทักษะการคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก


เทศบาลเมืองราชบุรี อบรมการพัฒนาทักษะการคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก ให้ความรู้กับประชาชนถึงเทคนิคการตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นการเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้เท่าทันของโรคมะเร็งในสตรี

ที่ศาลารวมใจเทศบาลเมืองราชบุรี เปิดการอบรมเรื่องการพัฒนาทักษะการคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก โดยมีนายพิชัย นันทชัยพร นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองราชบุรีเป็นประธานพิธี โดยกล่าวว่าเป็นโครงการอบรมต่อเนื่องและทัศนศึกษาดูงานของอาสาสมัครสาธารณสุขใขเขตเมือง ประจำปี 2552 ครั้งที่1 เรื่องการพัฒนาทักษะการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม เป็นการอบรมเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งในสตรี และเป็นการเพิ่มทักษะการทำงานของอาสาสมัครสาธารณสุขในชุมชน ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในงานส่งเสริมสุขภาพ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมมองเห็นความสำคัญในด้านนี้ จึงจัดการเปิดอบรมเพื่อให้อาสาสมัครสาธารณสุขเกิดความรู้ความเข้าใจ มีความพร้อมที่จะเข้ารับการตรวจคัดกรอง และสืบค้นผู้ป่วยรายใหม่ในชุมชน เนื่องจากโรคดังกล่าวสามารถรักษาให้หายขาดและปลอดภัย หากพบผู้ป่วยในระยะแรกๆ
เชื่อว่าการรับฟังจากวิทยากรเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ เพื่อให้อาสาสมัครมีความรู้ เกิดการพัฒนาทักษะและตระหนักในการป้องกันดูแลสุขภาพของตนเอง สามรถถ่ายทอดความรู้สู่องค์กรและประชาชนในชุมชนให้ดูแลสุขภาพของตนเองอย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพและปลอดภัยจากโรคมะเร็ง
นอกจากการบรรยายทางภาควิชาการแล้ว ยังมีการสาธิตเทคนิคการตรวจเต้านมด้วยตนเองแบบ 3 นิ้ว 3 สัมผัส ฝึกปฎิบัติทักษะการตรวจเต้านมด้วยตนเอง บนความสนใจของประชาชนเจ้าหน้าที่เข้าร่วมอบรม มีการอภิปรายซักถามเพื่อความรอบรู้โดยทีมวิทยากรจากศูนย์อนามันที่ 4 ราชบุรี เพื่อความรู้จริงในการตรวจสอบและดูแลตนเองภาพ/ข่าว น.ศ.มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง-นครปฐม 16 ธ.ค. 51
อ่านต่อ >>

: ปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี รณรงค์ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคไข้หวัดนกในพื้นที่เสี่ยง


จังหวัดราชบุรีร่วมกับปศุสัตว์จังหวัด เปิดสัปดาห์รณรงค์ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคไข้หวัดนกในพื้นที่เสี่ยงที่ตำบลด่านทับตะโก

ที่ศาลาอเนกประสงค์ องค์การบริหารส่วนตำบลด่านทับตะโกหมู่ที่ 1 ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง ราชบุรี นายสรวิศ ธานีโต ปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี เปิดสัปดาห์รณรงค์ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคไข้หวัดนกในพื้นที่เสียง โดยมีนายสุเมธ ชัยเลิศวนิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีเป็นประธานในพิธี นายสรวิศกล่าวว่า จากสถานการณ์โรคไข้หวัดนก ว่าในปี พ.ศ.2551 ประเทศไทยมีการตรวจพบโรคไข้หวัดนก ใน 4 พื้นที่ คือ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2551 เกิดการระบาดในไก่เนื้อ ที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสรรค์ วันที่ 25 มกราคม 2551 เกิดการระบาดไก่พื้นเมือง ที่อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร วันที่ 9 พฤษจิกายน 2551 เกิดการระบาดไก่พื้นเมืองที่ตำบลทุ่งสามเหลี่ยม จังหวัดสุโขทัย และล่าสุดเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2551 เกิดการระบาดในไก่พื้นเมือง ที่ตำบลทุ่งโพ อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี กอปรกับเป็นช่วงฤดูหนาวซึ่งเหมาะสมต่อการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนก อีกทั้งเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2551 ได้มีการระบาดของโรคไข้หวัดนกในประเทศฮ่องกง ซึ่งสภาวการณ์ดังกล่าวเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อการเกิดโรคไข้หวัดนกขึ้นได้อีก กรมปศุสัตว์จึงได้กำหนดให้แต่ละจังหวัดจัดกิจกรรมสัปดาห์รณรงค์พร้อมกันทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 17 พฤศจิกายน – 19 ธันวาคม 2551 ดังนั้นการเลี้ยงสัตว์ปีกให้ปลอดภัยจากโรคไข้หวัดนกโดยการควบคุมไม่ให้นกธรรมชาติ และสัตว์ปีกที่เกษตรกรเลี้ยงได้สัมผัสกันซึ่งเป็นมาตรการที่สำคัญยิ่งที่ป้องกันมิให้สัตว์ปีกติดเชื้อจากสิ่งแวดล้อม หรือสัตว์ที่เป็นแหล่ง เป็นรังโรค และการทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคไข้หวัดนกโดยการฉีดยาฆ่าเชื้อในพื้นที่เลี้ยงสัตว์ปีกก็เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง
ในปัจจุบันยังไม่พบการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวเกิดขึ้นในจังหวัดราชบุรีตั้งแต่เดือนตุลาคม 2547 เป็นต้นมา เนื่องจากมีการดำเนินการตามมาตรการต่างๆอย่างเข้มงวด มีการจัดการตรวจรับรองระบบคอมพาร์ทเมนท์ (Compartment) ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีก ปรับระบบการนำสัตว์ปีกเข้าเลี้ยงใหม่ตามหลักเกณฑ์ของกรมปศุสัตว์การควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกเข้าพื้นที่ การควบคุมการนำสัตว์ปีกจากต่างจังหวัดเข้ามายังโรงฆ่าสัตว์ปีกในพื้นที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฏหมายและสุขอนามัยจึงจะสามารถนำสัตว์ปีกจากจังหวัดอื่นเข้าฆ่าในโรงสัตว์ปีกได้และเป็นการควบคุมการผลิตให้มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค รวมถึงการสร้างอาสาปศุสัตว์เพื่อเป็นเครือข่ายในระดับชุมชน สร้างความเข้มแข็งในการควบคุมโรคไข้หวัดนก ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเกษตรกร ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี
ในพิธีเปิดสัปดาห์รณรงค์ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคไข้หวัดนกในพื้นที่เสี่ยง สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี ได้อบรมเกษตรกร และจัดนิทรรศการให้ความรู้แก่ประชาชนด้านวิธีการเลี้ยงสัตว์ปีก การป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดนก และจัดหน่วยป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดนกในพื้นที่ราชบุรี จำนวน 10 ชุด เข้าปฏิบัติงานทำลายเชื้อโรคไข้หวัดนกในพื้นที่อำเภอจอมบึงตามแผนปฏิบัติการไว้แล้ว ส่วนพื้นที่อำเภออื่นๆนั้น ได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2551 จะแล้วเสร็จในวันที่ 19 ธันวาคม 2551 ตามนโยบายของกรมปศุสัตว์ จากนั้นจึงร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดมอบชุดปฏิบัติการให้กับปศุสัตว์อำเภอทุกอำเภอ มอบเครื่องเวชภัณฑ์แก่อาสาปศุสัตว์และปล่อยรถปฏิบัติการควบคุมโรคไข้หวัดนกเคลื่อนที่จำนวน 8 คัน
ภาพ/ข่าว ธนชาติ 16 ธ.ค. 51
อ่านต่อ >>