วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

: สาธารณสุขจังหวัดชี้ปัญหาเหาขึ้นหัวปัญหาพื้นฐานของชาวบ้าน

สาธารณสุขจังหวัดชี้ปัญหาเหาขึ้นหัว เป็นปัญหาพื้นฐานของชาวบ้านที่ถูกละเลย แม้วิทยาการการเฝ้าระวังสายพันธุ์ของโรคต่างๆ และการพัฒนาวัคซีน เพื่อกำจัดและป้องกันโรคต่างๆจะมีพัฒนาการล้ำยุคล้ำสมัย แต่ปัญหาของเหาก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่สามารถกำจัดให้หมดปัญหาเดือดร้อนรำคาญใจไปได้
นายแพทย์บุญเรียง ชูชัยแสงรัตน์ สาธารณสุขจังหวัดราชบุรีกล่าวว่า ปัญหาที่เป็นเรื่องเล็กๆ แต่สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจของชาวบ้านตลอดเวลามานานแสนนาน คือ ปัญหาเหาขึ้นหัวทั้งเด็กและผู้ใหญ่
เหาเป็นปัญหาที่ไม่มีวัคซีนที่จะนำมาใช้ในการป้องปรามหรือกำจัดให้หมดสิ้น เพราะสาเหตุของการแพร่พันธุ์ของเหานั้น เกิดจากความไม่ใส่ใจของชาวบ้าน ในการดูแลรักษาตัวเอง เหาเกิดจากความสกปรก เมื่อเกิดจากคนหนึ่งก็สามารถแพร่พันธุ์ข้ามไปอีกคนหนึ่งได้จากความใกล้ชิด เช่นในเด็กอนุบาลที่ต้องมีเวลานอนพักผ่อนรวมกัน ในเด็กและเยาวชนที่อยู่ร่วมกันในห้องเรียนเดียวกันเป็นต้น
ปัญหาการขจัดให้สิ้นถ้าตอบแบบง่ายๆ ก็คือ เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของเหา ก็ต้องใช้วิธีแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด นั้นคือ จับโกนหัวทุกคนที่อยู่ร่วมกันเพื่อกำจัดแหล่งซุกซ่อนแพร่พันธุ์ของเหาไม่สามารถวางไข่ได้ แต่วิธีนี้เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุที่ยากแก่การปฏิบัติ วิธีป้องกันที่ต้องเอาใจใส่ที่ถูกมองข้ามละเลยมาตลอดก็คือ ขาดการประสานความเข้าใจความร่วมมือ ระหว่างครูผู้ปกครองตัวเด็กและเยาวชน และโดยภาพรวมคือประสานความร่วมมือ จากในชุมชนหมู่บ้าน ที่จะแสวงหาวิธีป้องกันการแพร่พันธุ์ไม่ให้กลายเป็นปัญหาเหาขึ้นหัวในครัวเรือน การกำจัดเหาตามแบบวิถีเดิมๆของชาวบ้านทั่วไปนั้นคือใช้น้ำมันก๊าดชะโลมเส้นผมแล้วเอาผ้าขนหนูพันเอาไว้ แล้วใช้หวีเสนียดสางไข่และตัวเหาที่เมาน้ำมันก๊าด แล้วจึงไปสระผมทำความสะอาด ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือการแพ้สารเคมีในน้ำมันก๊าดที่ต้องระมัดระวัง ในส่วนตัวยากำจัดเหานั้น ถ้าในเขตอำเภอเมืองหรือเทศบาล ก็สามารถติดต่อที่โรงพยาบาล หรืออนามัยประจำอำเภอในเขตเทศบาลก็ติดต่อขอยาได้ที่กองสาธารณสุข ซึ่งจะได้รับคำแนะนำการป้องกัน และการใช้ยาปราบเหาที่ถูกวิธีและถูกต้อง โดยไม่สุ่มเสี่ยงกับอันตรายจากการไปซื้อยาปราบเหาจากร้านค้ามาใช้เอง เพราะเชื่อสรรพคุณที่โฆษณาของยาชนิดนั้นๆ
อ่านต่อ >>

บริษัทราชบุรีเพาเวอร์จำกัด ประชุมชี้แจงการซ้อมแผนรองรับเหตุฉุกเฉิน


เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน บริษัทราชบุรีเพาเวอร์จำกัด กำหนดจัดซ้อมแผนเตรียมการรับเหตุฉุกเฉินระดับ 3 เป็นการฝึกซ้อมการยับยั้งความสูญเสียต่างๆให้เป็นระบบ ทันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงต้องทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ว่าการซ้อมแผนฉุกเฉินในวันที่ 9 ธันวาคม นั้นเป็นเหตุสมมุติทั้งสิ้น
ที่ห้องประชุมชั้น 1 อาคารบริหารบริษัทราชบุรีเพาเวอร์จำกัด ต.บ้านไร่ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี มิสเตอร์ ไค เริง รองกรรมการผู้จัดการบริษัทราชบุรีเพาเวอร์จำกัด น.ส.กฤชศุลี ทองเนียม ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร นายธำมรงค์ ธรรมสาคร ผู้จัดการส่วนความปลอดภัย อนามัย และสิ่งแวดล้อม และนายนพวงศ์ วรกุล เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บริษัทราชบุรีเพาเวอร์จำกัด ได้ร่วมประชุมชี้แจงการซ้อมแผนรองรับเหตุฉุกเฉินของโรงไฟฟ้า บริษัทราชบุรีเพาเวอร์ จำกัด โดยมีหน่วยงานราชการ ผู้นำชุมชน เข้าร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางและทำความเข้าใจรวมถึงข้อเสนอแนะต่างๆในการจัดทำแผนการซ้อมแผนเหตุฉุกเฉินที่จะจัดขึ้นวันที่ 9 ธันวาคม 2551

บริษัทราชบุรีเพาเวอร์ จำกัด มีกำหนดจัดซ้อมแผนเตรียมการรับเหตุฉุกเฉินระดับ 3 เพื่อฝึกซ้อมการระงับยับยั้งความสูญเสียต่างๆให้เป็นระบบ ทันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งที่จะช่วยสร้างความมั่นใจในด้านความปลอดภัยแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องและชุมชนโดยรอบโรงไฟฟ้า โดยกำหนดให้กลุ่มบุคคลที่มีหน้าที่รับผิดชอบในแผน จะต้องทำการฝึกซ้อมเพื่อให้เกิดความชำนาญในการปฎิบัติตามแผน ซึ่งทางบริษัทได้ดำเนินการฝึกซ้อมแผนในระดับ 1-2 มาอย่างต่อเนื่องและในปี 2551 ทางบริษัทฯจึงได้จัดทำแผนการซ้อมในระดับที่ 3 ขึ้น เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับชุมชนในอีกระดับหนึ่ง ดังนั้นจึงอยากให้ผู้นำชมชนต่างๆรอบโรงไฟฟ้าให้ช่วยไปทำความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากการฝึกซ้อมแผนดังกล่าวอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อเหตุการณ์ที่สมมุติขึ้นเพื่อการฝึกซ้อมแผนได้ อาจจะมีเสียงดัง กลุ่มควัน และเสียงรถดับเพลิงที่วิ่งผ่านชุมชนเพื่อไม่ให้ประชาชนแตกตื่นตกใจ
อ่านต่อ >>

ปล่อยแถวเปิดปฏิบัติการ 90 วัน พ้นภัยยาเสพติด


ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เปิดปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดปล่อยแถวยุทธการ 90 วัน พ้นภัยยาเสพติด สั่งการตรวจสอบเข้มข้น และการบังคับใช้กฏหมายอย่างเคร่งครัด ในสถานบริการ สถานบันเทิง ร้านเกมส์คอมพิวเตอร์ออนไลน์ ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด
ที่หน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล เปิดปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดราชบุรี ปล่อยแถวยุทธการ 90 วัน พ้นภัยยาเสพติด โดยมอบนโยบายแนวทางปฏิบัติและเน้นย้ำว่า รัฐบาลทุกสมัย ได้ให้ความสำคัญต่อปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด และปัญหาสังคมมาตลอด ซึ่งทุกฝ่ายต้องตระหนัก ให้ความสำคัญ จะนิ่งเฉยไม่ได้ ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบัน นำโดย ฯพณฯ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ได้มุ่งเน้นแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ศอ.ปส.) ได้กำหนดให้มีปฏิบัติการ “90 วัน พ้นภัยยาเสพติด” มีจุดมุ่งเน้นให้การดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเร่งด่วน ต่อพื้นที่และกลุ่มเป้าหมายที่มีปัญหาพิเศษ ด้วยการใช้กระบวนการทางกฏหมายอย่างบริสุทธิ์และยุติธรรม
การควบคุมการแพร่ระบาดของยาเสพติด ต้องขจัดช่องทางในการค้ายาเสพติดในพื้นที่ และต้องดำเนินการต่อผู้ค้าและเครือข่ายการค้ายาเสพติด โดยใช้กระบวนการทางกฏหมายอย่างเด็ดขาดและยุติธรรม การตั้งจุดสกัดจุดตรวจยาเสพติด ในถนนสายหลักและสายรอง ที่กลุ่มผู้ค้าอาจใช้เป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติด ถือเป็นมาตรการในการสกัดกั้นและควบคุมการแพร่ระบาดของยาเสพติด การป้องกันกลุ่มเสี่ยง โดยใช้การบังคับใช้กฏหมายในสถานบริการ สถานบันเทิง ร้านเกมส์คอมพิวเตอร์ออนไลน์ หรือแหล่งมั่วสุมที่เกี่ยวข้อง เป็นการสกัดกั้นมิให้เด็กเยาวชน ได้มีโอกาสเข้าไปมั่วสุมในแหล่งดังกล่าว ชุดจัดระเบียบสังคมของอำเภอและชุดจัดระเบียบสังคมของจังหวัดและผู้เกี่ยวข้อง จะต้องเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด ควบคุมให้ปฏิบัติตามกฏหมายและระเบียบที่กำหนดอย่างเคร่งครัดปัญหาทางสังคมก็จะลดน้อยลงไปทางด้านพล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี นำเจ้าหน้าที่ตำรวจทุก สภ.ในจังหวัด ร่วมกับอาสา ปลัดจังหวัด ทหาร นำเจ้าหน้าที่ ออกปฎิบัติตรวจเข้มตั้งจุดตรวจจุดสกัดตรวจหาสารเสพติดรวม 16 จุด ในเขตจังหวัดราชบุรี โดยเป้าหมายนั้นส่วนใหญ่จะตรวจหาสารเสพติดจากคนขับรถบรรทุกและรถจักรยานยนต์ ผลการปฎิบัตินั้นเจ้าหน้าที่จุดสกัดเขาวังที่นำโดย พ.ต.ต.นนท์ ภักดีพันธ์ สวป.สภ.เมืองราชบุรี พร้อมกำลังชุดสายพิเศษ อาสาสมัคร สารวัตรทหาร ฝ่ายปกครอง สามารถตรวจปัสสาวะพบสารยาเสพติดปัสสาวะสีม่วงจำนวน 2 ราย และสนับมือ 1 อัน มีดพกยาว 1 เล่ม จึงนำตัวผู้เสพส่งดำเนินคดี เพื่อบรรลุตามนโยบายของรัฐบาล
อ่านต่อ >>

ดรุณาราชบุรีแผนกสองภาษา จัดงานมหกรรมวิชาการ เรียนรู้สู่ชีวิต ตามรอยเท้านักบุญเปาโล


โรงเรียนดรุณาราชบุรีแผนกสองภาษา จัดงานมหกรรมวิชาการเรียนรู้สู่ชีวิตตามรอยเท้านักบุญเปาโล เป็นการเพิ่มทักษะความสามารถทางวิชาการ ให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงจากการเข้าร่วมนิทรรศการ
ที่โรงเรียนดรุณาราชบุรีแผนกสองภาษา บาทหลวงมงคล จันทรสุขสันต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนดรุณาราชบุรีแผนกสองภาษา กล่าวถึงการจัดงานมหกรรมวิชาการ เรียนรู้สู่ชีวิต ตามรอยเท้านักบุญเปาโล เพื่อเป็นการเพิ่มความรู้ความสามารถและทักษะทางวิชาการให้กับนักเรียน โดยให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงจากการเข้าร่วมนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการเข้าร่วมแข่งขันทักษะทางวิชาการ กอรปกับในปีพุทธศักราช 2551 นี้ พระศาสนจักรคาทอลิคประกาศให้เป็นปีของนักบุญเปาโล ซึ่งเราถือว่าท่าน คือ คุณครูผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นแบบอย่างสำหรับเรา
โรงเรียนดรุณาราชบุรีแผนกสองภาษาจึงได้จัดงาน “มหกรรมวิชาการ เรียนรู้สู่ชีวิต ตามรอยเท้านักบุญเปาโล” ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้
- เพื่อเป็นการเผยแพร่คำสอนและแบบอย่างชีวิตของนักบุญเปาโล ให้นักเรียนและบุคลากรได้เรียนรู้และนำไปปฏิบัติในชีวิต
- เพื่อส่งเสริมสนับสนุนนักเรียนให้ทำกิจกรรมต่างๆ เป็นการเสริมสร้างทักษะประสบการณ์ความรู้และความสามารถโดยตรงให้แก่นักเรียน
- เพื่อนำเสนอผลงานภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดราชบุรี ให้นักเรียนและผู้ร่วมงานได้รู้และเกิดความภาคภูมิใจ
- เพื่อยกระดับมาตรฐานงานวิชาการของโรงเรียนให้เป็นที่รู้จักของชุมชน และเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสถานศึกษา
งานวิชาการครั้งนี้ โรงเรียนจัดให้มีกิจกรรมต่างๆคือการประกวดเล่านิทานระดับปฐมวัย การวาดภาพระบายสีระดับปฐมวัย
- การใช้ Computer Program Paint ระดับปฐมวัย
- ปั้นดินน้ำมัน ระดับปฐมวัย
- แข่งขันเกมการศึกษา ระดับปฐมวัย
- แข่งขันสร้างภาพจากวัสดุ ระดับปฐมวัย
- ตกแต่งกระบะทราย ระดับปฐมวัยส่วนในการแข่งขันทักษะทางวิชาการ จัดเป็น 12 กลุ่มสาระในสาขาวิชาการต่างๆ มีโรงเรียนต่างๆนำนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขัน 17 โรงเรียน จำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขัน 852 คน
อ่านต่อ >>

เจ้ากรม ฯ ดับข่าวลือ ยืนยันปืนในค่ายยังอยู่ครบ


เจ้ากรมการทหารช่างดับข่าวลือ กระแสปืนหายในค่ายยืนยันทางค่ายมีวงรอบของการตรวจสอบในทุกระดับจึงขอยืนยันว่า อาวุธปืนอันเป็นยุทธภัณฑ์หลักยังอยู่ครบ ไม่มีปืนหายแน่นอน
พล.ท.ทวนชัย พันธุ์เพิ่มศิริ เจ้ากรมการทหารช่าง เป็นประธานในการต้อนรับทหารใหม่ ผลัดที่ 2 ปี พ.ศ. 2551 จำนวน 583 นาย โดยเจ้ากรมการทหารช่างกล่าวว่า ทหารจำนวน 583 นาย ผลัดที่ 2 ชุดนี้ ส่วนใหญ่มีภูมิลำเนามาจากภาคอีสาน และภาคกลาง โดยเข้ารับราชการทหารตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2551 ขณะนี้อยู่ในระหว่างการฝึกเบื้องต้น รวมระยะเวลาในการฝึกจำนวน 10 สัปดาห์ ที่บริเวณหน้ากองบัญชาการกรมการทหารช่าง
การจัดพิธีต้อนรับในครั้งนี้ ก็เพื่อให้ทหารใหม่เกิดความภาคภูมิใจและอบอุ่นใจ ในโอกาสที่เข้ามารับใช้ประเทศชาติในการเป็นทหารกองประจำการ อีกทั้งเป็นการแนะนำให้ทหารใหม่ได้รู้จักผู้บังคับบัญชาและนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกรมการทหารช่างและหน่วยขึ้นตรง ภายหลังจากเสร็จพิธีการต้อนรับทหารใหม่ โดยมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกรมการทหารช่างและผู้บังคับหน่วย เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงแล้ว เจ้ากรมการทหารช่างได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า กระแสข่าวลือเรื่องปืนหายที่เป็นข่าวมาตลอดนั้น ขณะนี้ได้ทำการตรวจสอบแล้วไม่พบเหตุผิดปกติดังกล่าว เพราะถ้าเกิดเหตุถึงขนาดปืนหายในค่ายอย่างนั้นก็จะต้องมีการรายงานให้ทราบ โดยปกติทางค่ายก็จะมีวงรอบของการตรวจสอบ การตรวจสอบจะมีอยู่เสมอทั้งในระดับของหน่วย กองร้อย กองพัน และกรม เพราะอาวุธปืนนั้นเป็นยุทธภัณฑ์หลักที่จะต้องดูแลด้วยความรอบคอบระมัดระวังอยู่แล้ว จึงขอยืนยันว่าไม่มีปืนหายอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องที่ว่าจะเป็นการสร้างกระแสหรือไม่นั้นไม่ทราบวันนี้เป็นยุคสมัยในความรับผิดชอบของเราๆ ต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดจะไปรับฟังอย่างอื่นมากมายนักไม่ได้ นอกจากหน้าที่ต้องติดตามสถานการณ์เราต้องรู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องข่าวลือว่ามีคำสั่งพิเศษคอยกำกับนั้น ขอยืนยันว่าคำสั่งพิเศษจากผู้บังคับบัญชาในระดับสูงนั้นไม่มี คำสั่งต่างๆ ตลอดเวลาก็เป็นคำสั่งปกติ ให้ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุดเท่านั้น
อ่านต่อ >>