วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

สืบจังหวัดร่วมสืบดำเนินและสืบบางคณฑีแถลงข่าวจับยาบ้า 11,200 เม็ด


ตำรวจสืบสวนสามอำเภอประสานงานล่อซื้อยาบ้ารายใหญ่ ทุ่มเทสอดประสานการข่าวจนชัดเจน วางสายล่อซื้อจับกุมได้หมื่นกว่าเม็ด

พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช ผบก.ภ.จว.ราชบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมเกียรติ แสงสินศร รอง ผบก.ภ.จว.ราชบุรี และพ.ต.ท.ทิวา โสภาเจริญ รอง ผกก.กลุ่มงานสืบสวน ภ.จว.ราชบุรี จัดแถลงข่าวการจับกุมผู้ค้ายาบ้ารายใหญ่ที่ห้องประชุม ภ.จว.ราชบุรี ได้ผู้ต้องหา 2 คน คือนายสมชาย หรือแหลม ทับทิมอ่อน อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 17/9 ม.1 ต.จอมปลวก อ.บางคณฑี จ.สมุทรสงคราม และนายนันทวุฒิ หรือแกะ ทวี อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 93 ม.2 ต.ยางแพง อ.บางคณฑี จ.สมุทรสงคราม พร้อมยาบ้ารวม 11,200 เม็ด รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีน้ำเงิน-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายว่าสามารถล่อซื้อยาบ้าจากนายสมชายได้ในราคามัดละ 230,000 บาท จากนั้นสายได้ทำการติดต่อล่อซื้อได้โดยนัดส่งของกันเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 51 เวลาประมาณ 11.30 น.บนถนนสายสมุทรสงคราม-ดำเนินสะดวก ม.3 ต.ขุนพิทักษ์ อ.ดำเนินสะดวก จึงประสานขอกำลังชุดสืบสวน สภ.ดำเนินสะดวกและชุดสืบสวน สภ.บางคณฑี จ.สมุทรสงคราม มาทำการจับกุมเมื่อถึงเวลานัดหมายนายสมชายพร้อมกับนายนันทวุฒิ ได้ขับขี่รถ จยย.คันดังกล่าวมาตามนัดหมายเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมพบยาบ้าจำนวน 1 มัด 2000 เม็ด จากนั้นได้ทำการขยายผลค้นบ้านนายนันทวุฒิพบยาบ้าอีกจำนวน 9,200 เม็ดวางอยู่บนตู้ใส่เสื้อผ้ารวมยาบ้า 11,200 เม็ด ผู้ต้องหารับว่าตนเป็นเพียงรับจ้างส่งของเท่านั้น ส่วนยาที่ได้มานั้นมาจากฝั่งประเทศลาว จากนั้นนำของมาพักไว้ที่ จ.ลพบุรี โดยมีนายทุนรายใหญ่เป็นผู้ออกทุนสั่งของเข้ามาเก็บไว้ที่บ้านของนายนันทวุฒิ ลูกค้าสนใจโทรศัพย์ สั่งซื้อก็จะออกไปส่งของ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดำเนินสะดวกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง และพยายามจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย ส่วนนายทุนรายใหญ่ทางเจ้าหน้าที่จะได้ทำการติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป
ภาพ/ข่าว ประทีป
17 พ.ย. 51
อ่านต่อ >>

ตชด. 137 ล่อซื้อยาบ้าได้ 5 ตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง


ตชด. 137 ประสานมือตำรวจจอมบึง ล่อซื้อห้าผู้ต้องหาค้ายาบ้า ขยายผลไล่จับครบชุด พร้อมของกลางครบเครื่องส่งดำเนินคดี

พ.ต.ท. วิโรจน์ สุขเสริม ผู้บังคับการกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน 137 อำเภอสวนผึ้ง ราชบุรี สืบทราบว่า นายสุวรรณชัย หรือเข้ม ทองเปลว อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่10 ตำบลแก้มอ้น อำเภอจอมบึง ลักลอบจำหน่ายยาบ้าให้กับวัยรุ่นในพื้นที่จึงสั่งการให้ ร.ต.อ วรการ วิทยาบำรุง ผู้บังคับหมวดหัวหน้าชุดปฏิบัติการข่าวตำรวจตระเวนชายแดน 137 นำกำลังประสานกับ พ.ต.ท. สกล ตุ่นบุตรเสลา สารวัตรสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจภูธรจอมบึง เข้าทำการล่อซื้อยาบ้าจำนวน 2 เม็ดราคา 600 บาท นัดส่งยาบ้าที่ริมถนนสายบ้านหนองเก่า หมู่ 1 อำเภอจอมบึง นายสุวรรณชัย นำยาบ้ามาขายตามนัดเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมนำตัวไปสอบสวนขยายผลได้ผู้ต้องหาอีก 4 คน คือนางสาวเบญจวรรณ หรือจอย จันทะคำ ได้ยาบ้า 10 เม็ด เงินล่อซื้อ 1900 บาท ส่วนนางวาสนา หลวงบุญมา นายชาญชัย โชคดี อยู่บ้านเลขที่ 110 หมู่ 8 ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพัก พบยาบ้า 40 เม็ด บรรจุอยู่ในกระปุกใส่ยาพาราเซตามอลและจับนายนายสมนึก หลวงบุญมา ได้ยาบ้าทั้งหมด 50 เม็ด รวมยาบ้า 102 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รถจักรยานยนต์ยามาฮ่ามีโอ สีขาว ทะเบียน ขมม-673 ราชบุรี 1 คัน ฮอนด้าคลิ๊ก สีดำทะเบียน ขยพ-24 ราชบุรี 1 คัน เงินล่อซื้อ 2500 บาท
จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดนั้นเป็นเครือข่ายเดียวกันให้การสารภาพตลอดทุกขั้นตอน จึงนำตัว 5 ผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรอำเภอจอมบึงดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว ประทีป 17 พ.ย. 51
อ่านต่อ >>

รวบหนุ่มโรงงานรับจ้างส่งยาบ้า


หนุ่มโรงงานรายได้ไม่พอใช้ ตัดสินใจรับจ้างส่งยาบ้าเพราะได้ราคางาม ผู้กำกับบางแพสั่งตำรวจดักจับค้นเจอยาบ้ากว่า 4,000 เม็ด

พ.ต.อ.อาคเนย์ แดงย้อมยุทธ์ ผกก.สภ.บางแพ รับรายงานจากสายสืบว่าจะมีผู้นำยาบ้ามาส่งที่ในเขตอำเภอบางแพ โดยใช้รถจยย.ขี่มาตามถนนเพชรเกษม จึงได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังไปทำการตั้งด่านตรวจ ที่บริเวณเชิงสะพานข้ามแยกบางแพ หมู่ 1 ต.วังเย็น อ.บางแพ ต่อมาได้มีรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฟี่โน่ สีเหลือง ป้ายแดง มีชายสองคนขับขี่มาท่าทางมีพิรุธ จึงได้เรียกขอตรวจค้น พบกระเป๋าถือแบบหญิง สีดำซุกซ่อนอยู่ในเสื้อแจ็กเก็ตของคนซ้อนท้าย จึงได้นำออกมาตรวจค้นพบยาบ้าชนิดเม็ดสีส้มอยู่ในถุงจำนวน 20 ถุง รวม 4,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวชายสองคนไปสอบสวน ทราบชื่อคือนาย ณัฐพล อินทร์วงศ์ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/1 หมุ่ 9 ต.วังเย็น อ.บางแพ และนายอนุวัฒน์ ทะแดง อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70/1 หมุ่ 9 ต.วังเย็น โดยทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่า เป็นหนุ่มโรงงานแต่มีรายได้ไม่พอใช้ มีคนไม่รู้จักกันมาก่อนมาว่าจ้างให้ไปส่งยาบ้าในเขตอ.โพธาราม โดยให้ค่าจ้างราคา 5,000 บาท จึงได้นำยาบ้าไปส่งให้ เพราะเห็นว่าได้เงินง่ายดี แต่ก็มาถูกจับเสียก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการขยายผลหาแหล่งที่มาของยาบ้าต่อไป

ภาพ/ข่าว ประทีป
17 พ.ย. 51
อ่านต่อ >>

เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์เขต 2 ราชบุรีคนใหม่


พรรคประชาธิปัตย์ลงมติเห็นชอบสนับสนุน นางกัลยา ศิริเนาวกุล ภรรยาอดีต ส.ส.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งครั้งใหม่ ว่าที่ผู้สมัครยืนยันลงพื้นที่รับทราบปัญหาของประชาชน ตามนโยบายของพรรคพร้อมสืบสานนวัตกรรมไอที เทคโนโลยีทันสมัยเพื่อยกระดับการศึกษาและเพื่อพัฒนาประเทศชาติ

ที่พรรคประชาธิปัตย์สาขาราชบุรีเขต 2 นางกัลยา ศิริเนาวกุล ภรรยา ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล ผู้สมัครส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เขต 2 คนใหม่ ให้การต้อนรับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม จำนวน10คน ที่เข้าศึกษาดูงานสาขาวิทยุ โทรทัศน์เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการรอบด้านในด้านข่าวสารจากทุกสาขาอาชีพทุกองค์กร การเข้าเยี่ยมเพื่อเรียนรู้การเมือง จากผู้สมัครส.ส.จึงเป็นอีกสาขาของการเติมเต็มขบวนการข่าวสารทุกสาขา
นางกัลยา ศิริเนาวกุล แนะนำตนเองว่า ดั้งเดิมเมื่อก่อนไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมือง การเลือกตั้งแต่อย่างใด ตั้งแต่เรียนจบปริญญาโท สาขาคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และเข้าทำงานฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ ของบริษัทเอวอนคอสเมติค ประเทศไทย
จนต่อมา ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล ได้ชักชวนให้รู้จักกับเพื่อนๆที่พรรคประชาธิปัตย์ จึงเริ่มสนใจและออกหาเสียงพบปะกับประชาชนต่อมาจึงได้เข้าพิธีสมรสกับ รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล และช่วยเหลือในตำแหน่งผู้ช่วย ส.ส. ลงพื้นที่พบปะประชาชนในฐานะตัวแทน ดร.บุญมาก เป็นการลงพื้นที่ทั้งจังหวัดยาวนานมากกว่า 10 ปี
จนเมื่อ ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล ต้องคำพิพากษาของศาลโดนตัดสิทธิทางการเมือง พรรคประชาธิปัตย์พิจารณาว่า นางกัลยา มีความรู้ความสามารถและตลอดระยะเวลาได้นำเอานโยบายของพรรคไปสู่การรับรู้ของประชาชนตลอดมา จึงเห็นชอบให้นางกัลยา เป็นตัวแทนพรรคลงสมัครรับการเลือกตั้งในสมัยเลือกตั้งครั้งหน้า

นางกัลยา ศิริเนาวกุล กล่าวว่า ต้องการสืบสานการทำงานของ ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล ตามแนวทางที่เคยวางแผนการพัฒนาเอาไว้ต้องการที่จะให้ความสำคัญเกี่ยวกับด้านการศึกษา โดยเฉพาะนวัตกรรมทางเทคโนโลยี พวกไอที คอมพิวเตอร์ โดยมองจากขีดความสามรถของหลายประเทศที่สามารถพัฒนาจนก้าวไกลทุกสาขาอาชีพโดยนำเอาภาคส่วนของไอทีเข้ามาช่วยเสริม มองว่าทำไมอินเดียซึ่งมีศักยภาพของประชาชนไม่แตกต่างจากคนไทย แต่ทำไมอินเดียโดยเฉพาะในเขตบังกะลอ จึงสามารถสร้างเป็นเมือง ซิลิคอลวัลเลย์ คือเป็นเมืองที่ผลิตเพื่อการส่งออกซอฟแวร์ และคนไทยก็เข้าไปศึกษาเรียนรู้ดูงานกันมากมาย เมืองไอทีของอินเดียแห่งนี้ มีนักโปรแกรมเมอร์เก่งๆ เขียนงานซอฟแวร์ส่งขายนาๆประเทศนำเงินตราเข้าประเทศ ปีละเป็นหมื่นๆล้านเหรียญ
ความหวังที่ตั้งใจอันเป็นปณิธานสูงสุดคือต้องการมหาวิทยาลัยไอทีเมืองอุตสาหกรรมซอฟแวร์ด้านโปรแกรมเมอร์ ในส่วนของจังหวัดราชบุรี เชื่อว่าความสามารถส่วนนี้จะนำมาพัฒนาจังหวัดได้
นางกัลยา ศิริเนาวกุล กล่าวว่า จังหวัดราชบุรีก็เคยมีส.ส.หญิงมาแล้วคือ นางกอบกุล นพอมรบดี และเป็นส.ส.หญิงคุณภาพของจังหวัดที่มีผลงานทิ้งเอาไว้มากมายจึงเป็นข้อพิสูจน์ว่า ผู้หญิงก็สามารถทำงานการเมืองได้ไม่แพ้ผู้ชายเหมือนกัน และถึงแม้ว่าขณะนี้จะไม่มีอดีต ส.ส.กอบกุล แล้ว แต่ผลงานและชื่อเสียงของท่านก็ยังคงอยู่ในใจของคนราชบุรีตลอดไป
การเสนอตัวเองเป็นตัวเลือกของผู้แทนประชาชนชาวราชบุรีจึงอยู่ที่กลยุทธการเข้าถึงประชาชน เพื่อสื่อสารกับประชาชนว่านโยบายส่งเสริมดำเนินการด้านไอที เทคโนโลยีสารสนเทศที่วันนี้ยังขาดความสนใจจากคนทั่วไป หากมีโอกาสจากประชาชนให้การสนับสนุน ก็จะมุ่งเน้นเพื่อพัฒนาด้านการศึกษาของเยาวชน นักเรียน นักศึกษา สารสนเทศให้ทัดเทียมกับนาๆประเทศเป็นการสืบสานนโยบายที่ ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล เคยเสนอไว้ในที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์
ข่าว อุดมศักดิ์
ภาพ ธนชาติ
17 พ.ย. 51
อ่านต่อ >>

เลขาฯรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงทรัพยากรฯเยี่ยมเสือโคร่งหลุดกรง


สองสส.ราชบุรี ตรวจเยี่ยมเสือศิลาทองที่ถูกจับตัวคืนกรง มานิต นพอมรบดี สส.ราชบุรี รีบเร่งทำโครงการจัดซื้อลวดตาข่ายล้อมพื้นที่ป้องกันสัตว์หลุดกรงขัง

หลังจากที่เจ้าศิลาทอง เสือโคร่งขนาดใหญ่น้ำหนักตัวกว่า 125 กก. อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นสัตว์ป่าของกลาง ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน ซึ่งตั้งอยู่หมู่ 1 ต. รางบัว อ. จอมบึง จ. ราชบุรี ได้หลุดออกจากกรงเข้าป่าไปตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค. 51 ที่ผ่านมา และเจ้าหน้าที่ของทางสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน สามารถติดตามจับคืนมาได้ โดยใช้เวลาถึง 12 วันเต็ม
นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา เลขาฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับคำสั่งจาก นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ให้เข้าตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ของเสือศิลาทอง โดยเดินทางเข้าพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์ป่า พร้อมกับนายมานิต ส.ส.ราชบุรี พบว่าเสือร้ายมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น สามารถกินอาหารได้ครั้งละหลายกิโลกรัม ขณะนี้ทางสถานีฯทำการติดต่อกล้องวงจรปิดไว้ข้างกรงเพื่อดูความเคลื่อนไหวของเจ้าศิลาทอง หลังจากที่โดนยิงด้วยลูกดอกอาบยาสลบหลับไปนานกว่า 2 ชั่วโมง เพราะเกรงว่าฤทธิ์ยานั้นมีผลข้างเคียงกับเสือศิลาทอง
นาย มานิตย์ นพอมรบดี กล่าวว่า จะได้รีบเร่งจัดทำโครงการจัดซื้อรั้วตาข่ายเพื่อนำมาล้อมพื้นที่ในเวลาสัตว์หลุดจากกรง จะได้จับคืนกรงทันท่วงที
ภาพ/ข่าว ประทีป
17 พ.ย. 51
อ่านต่อ >>

ฐิติพรรณ แววหงษ์ นักเรียนทุนดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์


ฐิติพรรณ แววหงษ์ หรือ แก้ว วิโอล่า นักเรียนทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ นำขบวนเยาวชนวิโอล่า แสดงเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ เศร้าสลดขึ้นถวายดอกไม้จันทน์ ส่งสมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมหลวงสู่สวรรคาลัย

ที่ลานกว้างหน้าเมรุวัดมหาธาตุวรวิหาร ราชบุรี ในพิธีการถวายพระเพลิงส่งเสด็จสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ท่ามกลางแวดวงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้นำหัวหน้าหน่วยงานต่างๆและประชาชนที่พร้อมใจกันเข้าร่วมพิธีกันอย่างเนืองแน่น ในมณฑลพิธีถวายพระเพลิง ซึ่งครอบคลุมด้วยบรรยากาศเศร้าซึมโศกสลดด้วยเสียงดนตรีวงปี่พาทย์บรรเลงวิเวกแว่ว สอดประสานกับการแสดงของดนตรีตะวันตกอย่างวงวิโอล่า ซึ่งเป็นไฮไลท์สำคัญของการแสดงจากเยาวชนของชาติเข้าร่วมแสดงเพื่อน้อมรำลึกอย่างลงตัวประหนึ่งเป็นการประชันจากเครื่องดนตรีวงปี่พาทย์วงใหญ่ ประชันกับเครื่องดนตรีสากลจากวงวิโอล่า สะกดทุกสายตาและโสตสัมผัสจับจ้องอยู่กับการแสดงอย่างชื่นชม
ฐิติพรรณ แววหงษ์ หรือ แก้ว วิโอล่า สมาชิกวงแบ๊งค๊อกซิมโฟนี่ ออเครสต้า นำลูกศิษย์ตัวน้อยๆเข้าแสดงดนตรีหน้าพระฉายาลักษณ์ เริ่มจากสายฝน บทเพลงพระราชนิพน์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพลงพระราชนิพนธ์ สายฝน หรือ ฟอลลิ่ง เรน เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 3 ทรงพระราชนิพนธ์ ใน พ.ศ. 2489 ขณะทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช
การแสดงในเพลงที่สองคือ มีนูเอต นัมเบอร์ทู ของ เจ เอสบ๊าค และจบลงด้วยเพลงแสงหนึ่ง เพลงที่แต่งขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระพี่นาง เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 84 พรรษา
การแสดงครั้งนี้ ฐิติพรรณ แววหงษ์ นำเยาวชนนักเรียนอนุบาลราชบุรี อิงลิชโปรแกรม ลูกศิษย์คุณฐิติพรรณ เข้าร่วมแสดงคือ


1. ด.ญ. อารียา นารถติกร ชั้น ป.5
2. ด.ญ. พริมา รุ่งพรชัย ชั้น ป.5
3. ด.ญ. ศิรดา ศรีสวรรค์ ชั้น ป.5
4. ด.ญ. พีรดา เทียนรุ่งโรจน์ ชั้น ป.4
5. ด.ญ. ศวิตา สุนทรศานติก ชั้น ป.4
6. ด.ญ. สุทธิดา แพท่าไม้ ชั้น ป.3
7. ด.ญ. พีรดา รุ่งพรชัย ชั้น ป.2
ฐิติพรรณ แววหงษ์ หรือ แก้ว วิโอล่า ถือกำเนิดที่จังหวัดราชบุรีเป็นหลานสาวสุดรักของพันโทวสันต์ กับคุณยี่โถ จอมทอง เข้าเรียนหนังสือครั้งแรกที่โรงเรียนอนุบาลสายสิริวิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนของคุณยี่โถเอง จากนั้นจึงเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนนารีวิทยา ราชบุรี นักดนตรีวิโอล่าคนนี้เกิดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2516 เธอเริ่มเรียนวิโอล่าเมื่ออายุ 13 ปี กับอาจารย์ภารดี ไตรวิทยาคุณ วิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร ต่อมาจึงได้ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเรียนวิโอล่ากับอาจารย์สุทิน ศรีณรงค์ จากนั้นเธอจึงได้ยึดมั่นบนถนนแห่งดนตรี โดยได้เดินทางไปศึกษาต่อที่ วิคทอเรี่ยน คอลเลจ อ๊อฟ อาร์ต ยูนิเวอร์ซิตี้ อ๊อฟ เมลล์เบิร์น ซึ่งเป็นสถาบันดนตรีที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในกรุงเมลล์เบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ทำให้เธอได้มีโอกาสเรียนวิโอล่ากับปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงของประเทศออสเตรเลีย ได้แก่ นายแก๊ปบิ้ลล์ ฮาโรแลน ซึ่งเป็นสมาชิกของวง เมลล์เบิร์น ซิมโฟนี่ ออเครสต้า จอห์นลิ้น ซึ่งเป็นศิษย์ของ คิม แคสแคสเชี่ยน ปรมาจารย์ชาวเยอรมัน และ ยูริ บอสแมท ปรมาจารย์ชาวรัสเซีย
ต่อมาเธอจึงได้ศึกษาต่อปริญาโทด้านการแสดงวิโอล่าที่มหาวิทยาลัยโมนาส ประเทศออสเตรเลีย โดยในระหว่างนั้นเธอได้ฝึกฝนทักษะการแสดงวิโอล่ากับ แคมธรีน บล๊อคแมน ซึ่งเป็น พริ้นซิเปิ้ล ของ ไวโอล่า เซคชั่น ของ เมลล์เบิร์น ซิมโฟนี่ ออเครสต้า ได้เข้าเรียนเชมเบอร์มิวสิคกับ มาร์ค โมคาลัสสกี้ ซึ่งเป็นแอสโซซิเอท คอนเสิร์ต มาสเตอร์ ของ เมลล์เบิร์น ซิมโฟนี่ ออเครสต้า เมื่อเธอจบการศึกษาจากเมลล์เบิร์นแล้ว เธอจึงได้ศึกษาต่อที่สถาบันดนตรีที่มีชื่อเสียงของประเทศเยอรมนีคือมหาวิทยาลัย ดนตรีโคโลญจ์ เมืองอาเค่น โดยได้เรียนกับโปรเฟสเซอร์ มาสสิโน แพรีส ด้วยทุนการศึกษาจากกองทุน เพื่อส่งเสริมการศึกษาดนตรีของเยาวชน หรือทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์ในภายหลัง
ฐิติพรรณ ทำหนังสือขอทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์ ผ่านวง แบ๊งค๊อก ซิมโฟนี่ ออเครสต้า และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวง ทรงพระราชทานให้ ฐิติพรรณ ได้กล่าวถึงความซาบซึ้งต่อพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ไว้ว่า ดิฉันรู้สึกประทับใจที่ทรงให้โอกาสแก่นักเรียน
ทุกคน ไม่เช่นนั้นดิฉันอาจเรียนไม่จบ เนื่องจากในช่วงนั้นเศรษฐกิจไม่ดี เป็นเวลาที่ดิฉันลำบากมากที่สุดในเวลาที่ไม่มีใครสนับสนุน การเรียนการดนตรีคลาสสิกเป็นเรื่องแปลกๆที่ในบ้านเราไม่มีผู้สนับสนุนไม่มีทุนให้เลย นอกจากเราจะต้องไปหาทุนเองที่เมืองนอก พระองค์ทำให้ดิฉันได้เรียนในสิ่งที่ดิฉันอยากเรียน
พระองค์ได้ทรงพิจารณาในด้านความพยายามในการพัฒนาตนเองของนักเรียนในอนาคต นอกเหนือไปจากความสามารถของนักเรียนด้วยโดยในความเห็นส่วนตัวนั้น ทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์ถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อเยาวชนเป็นอย่างยิ่ง เรียกได้ว่าเป็นการมอบโอกาสให้นักเรียนทุกคนได้ศึกษาต่อในด้านที่ตนเองมีความสนใจอย่างแท้จริง สำหรับเหตุการณ์ประทับใจที่สุดนั้น คือการแสดงหน้าพระพักตร์ที่พระราชวังพญาไท ซึ่งในขณะนั้นดิฉันได้รับพระราชทานดอกไม้จากพระหัตถ์พระองค์ท่าน
ในเวลานี้ไม่มีพระองค์ท่านอยู่กับเราแล้ว ก็ยังคิดถึงทุกครั้งยังจดจำสายพระเนตรแห่งความเอื้ออาทร พระพักตร์ของพระองค์ท่านเวลาที่ทอดพระเนตรการแสดงของดิฉัน พระองค์ท่านจะอยู่ในใจดิฉันตลอดไปและจะสานต่อพระปณิธานของพระองค์ท่าน พระองค์เคยมีรับสั่งกับดิฉันไว้ว่าทุนการศึกษาที่ดิฉันได้รับนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นทุนได้เปล่า แต่มีพระประสงค์จะให้ดิฉันนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปทำชื่อเสียงให้ปรากฏต่อนานาประเทศในฐานะนักดนตรีคลาสสิกจากประเทศไทย จะต้องมีหน้าที่เผยแพร่และพัฒนาดนตรีคลาสสิกในประเทศไทยด้วย
ปัจจุบัน ฐิติพรรณ แววหงส์ หรือแก้ว วิโอล่า เป็นสมาชิกวงแบ๊งค๊อก ซิมโฟนี่ ออเครสต้า และเป็นอาจารย์สอนไวโอลีนและวิโอล่าที่โรงเรียน แบ๊งค๊อกซิมโฟนี่ มิวสิคสคูล เป็นอาจารย์พิเศษที่คณะศิลปกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒประสานมิตร อาจารย์พิเศษที่คณะนาฏศิลป์และดุริยางค์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และเคยเป็นอาจารย์สอนไวโอลีนและวิโอล่าที่มหาวิยาลัยมหิดล
เป้าหมายในอนาคตของแก้ว วิโอล่า เธอมีเป้าหมายชัดเจนว่า เธอจะเป็นนักดนตรีที่สามารถเล่นดนตรีได้ดี ทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม รวมทั้งยังมุ่งมั่นตั้งใจในการเผยแพร่ความรู้ที่เรียนมา ให้กับผู้ที่มีความสนใจทางด้านดนตรีอีกด้วย
ให้สมกับที่ได้รับทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิคในพระอุปถัมภ์จากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
อัจฉริยะพิเศษที่เป็นทั้งพรสวรรค์และพรแสวงของฐิติพรรณ แววหงษ์ ก็คือที่มหาวิทยาลัย เทิรท มิวสิค ฮกซูเล่อ สกูลอ๊อฟมิวสิคเมืองโคโลญ สาขาอาเค่น ประเทศเยอรมนี แห่งนี้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจุบัน ยังไม่มีนักศึกษาไทยคนใด สามารถสอบผ่านเข้าไปได้เลยแม้แต่คนเดียว ฐิติพรรณ แววหงษ์ คนไทยหนึ่งเดียวจากประเทศไทย จึงเป็นหนึ่งเดียวที่โดดเด่น ใน สกูล อ๊อฟมิวสิคแห่งนี้ จึงเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยและทุกคนในจังหวัดราชบุรี ที่ราชินีวิโอล่าคนนี้สามารถฟันฝ่ามาตรฐานโหดและหินจากมหาวิทยาลัย เทิรท มิวสิค ฮกซูเล่อ แห่งนี้ ต้องจดจารจารึกตลอดไป
ข่าว/ อุดมศักดิ์ ภาพ / ธนชาติ
อ่านต่อ >>

ดำเนินสะดวก จัดพิธีบำเพ็ญกุศลและถวายดอกไม้จันทน์


นายอำเภอดำเนินสะดวก ข้าราชการรัฐวิสาหกิจ พ่อค้า ประชาชน ร่วมบำเพ็ญกุศลถวายดอกไม้จันทน์ ณ.วัดบัวงามพระอารามหลวงถวายพระเพลิงส่งสมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมหลวงสู่สวรรคาลัย

ที่วัดบัวงามพระอารามหลวง ตำบลบัวงาม อำเภอดำเนินสะดวก นายเนตร บัวโทน นายอำเภอดำเนินสะดวก นายบุญลือ ประเสริฐโสภา อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ข้าราชการรัฐวิสาหกิจ พ่อค้า ประชาชน เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและถวายดอกไม้จันทน์ ส่วนภูมิภาค เนื่องในงานพระราชพิธีพระราชธานเพลิงพระศพสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ในการนี้ พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ จำนวน 60 รูป ประกอบพิธีทักษิณาณุประทาน แสดงพระธรรมเทศนาโดยพระปริยัติกิจโสภณ เจ้าอาวาสวัดบัวงาม เจ้าคณะอำเภอดำเนินสะดวก
จนถึงเวลา 18.00 น. นายเนตร บัวโทน ประธานในพิธีฝ่ายฆราวาสทอดผ้าไตรสดับปกรณ์ ณ.เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมหลวง พระปริยัติกิจโสภณ ประธานพิธีฝ่ายสงฆ์สดับปกรณ์ถวายดอกไม้จันทน์ ณ.พานรับดอกไม้จันทน์ ผู้เข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์เจ้าหน้าที่นำดอกไม้จันทน์ทั้งหมดไปไว้ในเมรุ เพื่อจัดพิธีถวายพระเพลิงเป็นลำดับต่อไป
ภาพ/ข่าว ประทีป
17 พ.ย. 51
อ่านต่อ >>

จังหวัดราชบุรีจัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายดอกไม้จันทน์และถวายพระเพลิง


จังหวัดราชบุรีจัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายดอกไม้จันทร์ (ส่วนภูมิภาค) และถวายพระเพลิง ข้าราชการทุกหน่วยงานและประชาชนแต่งชุดดำไว้อาลัยเนืองแน่นมณฑลพิธีหน้าเมรุวัดมหาธาตุ น้ำตาซึมด้วยความโศกเศร้า อธิษฐานขอให้เสด็จฟ้าเสวยสวรรค์ ก่อนพร้อมใจกันถวายพระเพลิงเชิญเสด็จสู่สวรรค์คาลัย

ที่ลานหน้าเมรุวัดมหาธาตุวรวิหาร ดร.สุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าผู้นำส่วนราชการ ประชาชน ชาวจังหวัดราชบุรี เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและถวายดอกไม้จันทร์ (ส่วนภูมิภาค) เนื่องในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
พิธีเริ่มขึ้นโดยผู้ว่าราชการจังหวัดจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย (เครื่องนอก) ถวายสักการะ ณ. เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์จนจบ จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีจุดเทียนส่องธรรม จุดเครื่องทองน้อยบูชาธรรม พระสงฆ์ขึ้นธรรมาสน์แสดงพระธรรมเทศนา แล้วผู้ว่าราชการจังหวัดจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ (เครื่องใน) เพื่อถวายทรงสดับพระธรรมเทศนา พระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนาจนจบแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแก่พระสงฆ์10ชุด
เจ้าหน้าที่ลาดภูษาโยง โดยผู้ว่าฯทอดผ้าไตรสดับปกรณ์ พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระสงฆ์อนุโมทนา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีนำกรวดน้ำอุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ แล้วจึงไปยังซุ้มถวายดอกไม้จันทร์ ทอดผ้าไตรสดับปกรณ์ ณ. เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ประธานสงฆ์สดับปกรณ์ใช้พัดยศ ผู้ว่าราชการถวายดอกไม้จันทน์ ณ. พานรับดอกไม้จันทน์ ประธานสงฆ์ถวายดอกไม้จันทน์ ผู้เข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ที่จัดเตรียมไว้ตามลำดับ เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่นำดอกไม้จันทน์ทั้งหมดไปไว้ในเมรุที่เตรียมไว้ถวายพระเพลิง
และต่อมาจนถึงเวลา 22.00น. ดร. สุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ทุกองค์กรหน่วยงาน ประชาชนชาวจังหวัดราชบุรี เข้าร่วมงานกันคับคั่งเนืองแน่นมณฑลพิธีหน้าเมรุวัดมหาธาตุวรวิหาร ประชาชนต่างพากันแต่งชุดดำเข้าร่วมพิธีน้ำตาซึมด้วยความโศกเศร้า พร้อมใจกันขอให้เสด็จฟ้าเสวยสวรรค์ บรรยากาศตลอดงานซึมเศร้าวิเวกวังเวงด้วยเครื่องดนตรีจากปี่พาทย์วงใหญ่ ประสานเสียงกับเครื่องดนตรีสากลวิโอล่า ของกลุ่มนักดนตรีวิโอล่าเยาวชน ที่นำโดยนางสาวฐิติพรรณ แววหงษ์
จนถึงเวลาประกอบพิธี ดร. สุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล จึงขึ้นเป็นประธานถวายพระเพลิง ตามด้วยผู้นำองค์กรหัวหน้าสำนักงาน และประชาชนชาวจังหวัดราชบุรี เป็นการถวายพระเพลิงเพื่อส่งเสด็จสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวง เสด็จสู่สวรรค์คาลัย
ข่าว อุดมศักดิ์
ภาพ ธนชาติ
17 พ.ย. 51
อ่านต่อ >>