วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี เปิดป้ายอาคารห้องประชุม



สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี เปิดป้ายอาคารห้องประชุมอาสา 51 สือทอดแนวคิดโครงการอาสา เพื่อถ่ายทอดเป็นนโยบายให้อุตสาหกรรมจังหวัดและทุกองค์กรนำไปคิดไปทำโดยไม่มีข้อจำกัดเพื่อประโยชน์ต่อผู้อื่น

วันที่ 4 พ.ย. 51 ที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี ดร. สุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ร่วมกับอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม และผู้ให้การสนับสนุนโครงการร่วมทำพิธี เจิมป้ายอาคารห้องประชุมอาสา 51 ในการนี้ ดร. วิฑูรย์ สิมะโชค อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กล่าวเปิดงานและมอบเกียรติบัตรให้กับผู้สนับสนุนโครงการอาสาของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี
ห้องประชุมอาสา 51 ใช้งบประมาณการก่อสร้างประมาณ หนึ่งล้านห้าแสนหกหมื่นเก้าพันเก้าร้อยสิบสามบาท โดยไม่ใช้งบประมาณจากทางราชการแต่อย่างใด เจตนารมณ์เพื่อให้ทางราชการและภาคเอกชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน
เป็นบทพิสูจน์ว่าความสำเร็จจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีจิตรอาสาร่วมกัน คิดร่วมกันทำให้เกิดขึ้น แนวคิดโครงการอาสาเป็นเรื่องที่จะต้องนำไปริเริ่มดำเนินการไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ วัตถุประสงค์เพื่อให้ทุกองค์กรมีจิตรอาสา ร่วมกันคิดและทำเป็นทีมใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ และมีความสุขกับการทำงานให้มากที่สุด
แนวคิดนี้จึงควรได้รับการถ่ายทอดเป็นนโยบายให้อุตสาหกรรมจังหวัดทุกจังหวัดนำไปถ่ายทอดต่อยังองค์กรให้เจ้าหน้าที่ในองค์กรนำไปคิดไปทำ โดยไม่มีข้อจำกัดเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ขอเพียงเป็นเรื่องที่ดีมีประโยชน์ต่อผู้อื่น แล้วนำผลงานไปเผยแพร่ ประกาศเกียรติคุณความดี เป็นที่ทราบทั่วกัน ถือว่าได้มีส่วนร่วมในโครงการอาสานี้แล้ว

ภาพ/ข่าว สิริรัตน์ วันดี
4 พ.ย.51
อ่านต่อ >>

สปสช.เขตราชบุรี เดินหน้าสานงานศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพ และมิตรภาพ บำบัดในหน่วยบริการ


สปสช.เขตพื้นที่ราชบุรี เดินหน้าสนับสนุนโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพในหน่วยบริการเดินงานเรื่องมิตรภาพบำบัด พัฒนาคุณภาพชีวิตช่วยเหลือผู้ป่วยโรคไตวายและโรคเรื้อรัง นำร่องในโรงพยาบาล 6 แห่ง

วันที่ 3 พ.ย. 51 นายแพทย์ฉัตร กิตติบวร ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสาขาเขตพื้นที่(ราชบุรี)กล่าวถึงการจัดตั้งศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพ ว่า ถือเป็นความสำเร็จหนึ่งของการดำเนินงานเรื่องสิทธิและประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพ เพราะนอกจากจะทำให้โรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการจัดตั้งศูนย์บริการดังกล่าวมีความตื่นตัว และพัฒนาไปในทางที่ดี ทั้งด้านสถานที่ ระบบให้บริการข้อมูลและคำแนะนำแก่ประชาชนผู้รับบริการแล้ว ยังทำให้หน่วยบริการสามารถพัฒนาระบบงานรับเรื่องร้องเรียนเข้ากับระบบพัฒนาคุณภาพบริการของโรงพยาบาลได้อีกด้วย ในปี2551ที่ผ่านมา สปสช.สาขาเขตพื้นที่(ราชบุรี)ได้ประสานสนับสนุนโรงพยาบาลร่วมจัดตั้งและดำเนินการศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพในหน่วยบริการได้รวม 29 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 37 ของหน่วยบริการที่เข้าร่วมระบบหลักประกันสุขภาพในพื้นที่8 จังหวัด ที่ สปสช.สาขาเขตพื้นที่(ราชบุรี) รับผิดชอบ โดยในปี 2550 จัดตั้งได้จำนวน 12 แห่ง สำหรับปี 2551 ได้รับงบประมาณสนับสนุนการจัดตั้ง 23 แห่ง เป็นศูนย์บริการที่จัดตั้งใหม่ จำนวน 17 แห่ง และพัฒนาการดำเนินงานต่อยอดจากปี 2550 จำนวน 6 แห่ง
ในปี 2551 ที่ผ่านมา สปสช.สาขาพื้นที่(ราชบุรี) ได้สนับสนุนการดำเนินงานโดยจัดอบรมพัฒนาศักยภาพให้แก่ผู้ดำเนินงานศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพ เพื่อให้มีศักยภาพและมีความพร้อมในการปฏิบัติงานแก่ผู้เข้ารับการอบรมพัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร ซึ่งจากผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาในภาพรวมได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากโรงพยาบาลที่ร่วมจัดตั้งศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพมากกว่าร้อยละ 80 สามารถดำเนินงานผ่านมาตรฐานการดำเนินงาน
นายแพทย์ฉัตร กล่าวต่ออีกว่า การดำเนินงานศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพในหน่วยบริการในปี 2551 ที่ผ่านมานั้นมีโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปที่มีศักยภาพ ได้รับงบประมาณดำเนินงานต่อยอด จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ รพ.ประจวบคีรีขันธ์ รพ.พระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี รพ.โพธาราม รพ.ดำเนินสะดวก รพ.ศูนย์ราชบุรี และรพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ ที่ 17 จ. สุพรรณบุรี ซึ่งโรงพยาบาลทั้ง 6 แห่งนี้ ได้ให้บริการฟอกเลือดแก่ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังอยู่แล้ว ดังนั้น สปสช.สาขาพื้นที่(ราชบุรี) จึงมีแนวคิดที่จะประสานและสนับสนุนโรงพยาบาลดังกล่าว นำร่องดำเนินการและส่งเสริมศูนย์มิตรภาพบำบัด ในการจัดกิจกรรมเพื่อดูแลและช่วยเหลือผู้ป่วยโรคไตวาย และโรคเรื้อรังอื่นๆ ควบคู่ไปกับภารกิจงานของศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรค
ไตวาย และโรคเรื้อรังอื่นๆ ต่อไป

ภาพ/ขาว สิริรัตน์ วันดี
4 พ.ย.51


อ่านต่อ >>

นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เยี่ยมชมกิจการทหารช่าง


ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาป้องกันประเทศ นำคณะเยี่ยมชมกิจการทหารช่าง ชมการสาธิตอุปกรณ์ต่อต้าน การก่อวินาศภัยเสมือนจริงที่ค่ายจารุมณี

วันที่ 3 พ.ย.51 ที่สโมสรนายทหารค่ายบุรฉัตร อำเภอเมืองราชบุรี พลโทภาณุมาศ สีวะรา ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ นำคณะนักศึกษาหลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร จำนวน 250 นาย เข้าเยี่ยมชมภารกิจของกรมการทหารช่างโดยมี พลตรี นพพร เจริญศิริ รองเจ้ากรมการทหารช่างให้การต้อนรับ พร้อมทั้งฉายวีดีทัศน์ภารกิจของกรมการทหารช่าง ที่ได้ปฏิบัติการให้การช่วยเหลือประชาชนในท้องที่ต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ เป็นภารกิจของทหารช่าง ที่ให้การดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิดเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับของประชาชนชุมชนให้อยู่รอดปลอดภัยอย่างปกติสุข
จากนั้นจึงเดินทางเข้าเยี่ยมชมการสาธิตทุ่นระเบิดที่ค่ายจารุมณีเยี่ยมชมการใช้อุปกรณ์ผลิตระเบิดสังหาร ชมการสาธิตการยกพลข้ามลำน้ำ และทุกภารกิจที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้ปฏิบัติการกรณีเกิดเหตุร้าย เป็นการเตรียมความพร้อมป้องกันการก่อวินาศภัยต่างๆที่จะเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ตลอดเวลา
ภาพ/ข่าว สิริรัตน์ วันดี
4 พ.ย. 51
อ่านต่อ >>

โครงการศาลเยาวชนภาค 7 ร่วมใจ ห่วงใยเยาวชน ครั้งที่ 2


ศาลเยาวชนภาค 7 จัดโครงการศาลเยาวชนภาค 7 ร่วมใจ ห่วงใยเยาวชนครั้งที่ 2 เจตนารมณ์เพื่อยกระดับให้เด็กรู้จักพัฒนาตนเอง เน้นการฝึกและอบรมให้ครองตนด้วยศีลธรรมปัญญา รู้จักการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น เพื่อเป็นคนดีของสังคมโดยไม่หวนกลับมาทำผิดซ้ำอีก

วันที่ 4 พ.ย. 51 ที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน เขต 2 จังหวัดราชบุรี ท่านชัยยุทธ ศรีจำนงค์ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 7 เป็นประธานเปิดโครงการศาลเยาวชนภาค 7 ร่วมใจ ห่วงใยเยาวชน ครั้งที่ 2 โดยมีท่านสมเกียรติ สมสวย ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสมุทรสงครามแผนกศาลเยาวชนและครอบครัว พร้อมด้วยผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดราชบุรี สมุทรสาคร สุพรรณบุรี นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ กาญจนบุรี เพชรบุรี ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน เขต 2 ราชบุรี และเยาวชนในสถานพินิจทั้งชายและหญิงให้การต้อนรับ
สำหรับการจัดโครงการศาลเยาวชนภาค 7 ร่วมใจ ห่วงใยเยาวชน ครั้งที่ 2 ของคณะผู้พิพากษาหัวหน้าศาล ในภาค 7 ซึ่งศาลจังหวัดสมุทรสงครามแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรสงครามเป็นผู้รับผิดชอบหลักในครั้งนี้ นับเป็นนิมิตหมายอันดีที่ได้มาร่วมสมัครสมาน สามัคคี ดำเนินกิจกรรมอันเป็นกุศล และเพื่อให้เด็กและเยาวชนที่อยู่ระหว่างฝึกและอบรมมีกำลังใจที่จะพัฒนาตนเองเพื่อกลับคืนสู่ครอบครัวได้อย่างเข้มแข็ง ไม่หวนกลับมากระทำผิดซ้ำอีกต่อไป โดยเยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับความรู้ความเข้าใจ ในการควบคุมอารมณ์ตนเอง การแก้ไขปัญหาเพื่อลดความเครียด การครองตนให้งดงามด้วยศีลธรรมและปัญญาตลอดจนการสร้างระเบียบวินัยในการทำงานหรือใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น และนำกลับไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิตเป็นคนดีของสังคมสืบไป
ในภาคส่วนกิจกรรมต่างๆ เช่น กิจกรรมสันทนาการการอบรมจริยธรรมสำหรับเยาวชน โดยวิทยากรจากมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง ราชบุรี เข้าบรรยายให้ความรู้ เพื่อความสุขความเบิกบาน คลายความซึมเศร้าและการแสดงคาบาเร่โชว์ เพื่อความสุขสนุกสนานตลอดงาน
ภาพ/ข่าว ประทีป อยู่แช่ม
4 พ.ย.51
อ่านต่อ >>

คืบหน้าคนร้ายปีนบ้านขโมยของจี้ตัวประกันชิงรถตำรวจ


หัวขโมยหน้ามืด ขับรถพุ่งชนด่านตำรวจหลบหนีไม่คิดชีวิต ทิ้งรถวิ่งเข้าป่าอ้อย กบดานเงียบกว่าชั่วโมง ที่สุดทนแรงกดดันตำรวจไม่ไหวโผล่มอบตัว พบก่อคดีงัดแงะทั่วเมือง

จากเหตุการณ์ที่ นายสุภาพ ฮะเหลี่ยว อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 27/7 หมู่5 ตำบลยางม่วง อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี แอบปีนเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินที่บ้านเลขที่177/112 หมู่บ้านครัวราชพงศ์ หมู่ 3 ตำบลโคกหม้อ อำเภอเมือง แล้วใช้อาวุธปืนจี้นางปารมณ์ ขจีจิตรซึ่งป่วยเป็นอัมพาตขึ้นรถเข็นและยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อเปิดทางหนีโดยโดดขึ้นรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจขับหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเวลา 13.40 น.ของวันที่ 3 พฤศจิกายน 2551 เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์วิทยุ สถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี ได้วิทยุตั้งจุดสกัดจับไปตาม สถานีตำรวจภูธรต่างๆ จนในที่สุดทราบว่าคนร้ายขับรถคันดังกล่าวผ่านเส้นทาง อ.บ้านโป่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดไล่ล่าจึงขับรถติดตามไปพร้อมประสานขอกำลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรลูกแก อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ให้ช่วยกันสกัดจับ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรลูกแก นำรถ จักรยานยนต์ออกมาขวางทางคนร้ายที่บริเวณ ม.9 ต.ยางม่วง อ.ท่ามะกา แต่คนร้ายขับรถพุ่งชนจนพังเสียหาย ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่แต่กระสุนพลาดเป้าหมาย จากนั้นได้วิ่งหลบหนีไปในบ้านเลขที่ 24/2 ซึ่งเป็นบ้านของนางเล็ก พัดสวน อายุ 37 ปี มีศักดิ์เป็นพี่ภรรยาเก่าของผู้ต้องหาพร้อมใช้อาวุธปืนจี้นางเล็กเป็นตัวประกัน ต่อมานายชาญ พัดสวน พ่อของนางเล็กได้เข้าช่วยเหลือจนรอดออกมาได้ คนร้ายจึงวิ่งหลบหนีเข้าป่าอ้อยหลังบ้านกำลังเจ้าหน้าที่ที่ติดตามไปทำการปิดล้อมป่าอ้อยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงในที่สุดนายสุภาพ ก็ยอมมอบตัวแต่โดยดีในตัวพบอาวุธปืนขนาด .38 ไม่มีทะเบียน
ซึ่งภายหลังมอบตัวเรียบร้อยแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรีได้นำตัวผู้ต้องหากลับมาสอบสวนและทำการขยายผลจนในที่สุดผู้ต้องหาก็ยอมรับสารภาพว่าได้ก่อคดีลักทรัพย์หลายคดีในพื้นที่ อ.เมืองราชบุรี หลังจากก่อเหตุแล้วก็จะนำเงินที่ได้ไปเที่ยวและใช้จ่าย พอเงินหมดก็จะก่อเหตุอีกโดยจะเลือกบ้านที่ไม่มีคนอยู่และลงมือ ในคืนเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ได้ขอหมายศาลเข้าค้นบ้านพักที่นายสุภาพเช่าอยู่ที่ ม.1 ต.พงสวาย ภายในบ้านพบของกลางหลายสิบรายการมีทั้งเครื่องเล่น ดีวีดี สร้อยทอง แหวนทอง พระเครื่อง คอมพิวเตอร์โน๊ดบุ๊ก และตั๋วจำนำอีกกว่า 10 ใบ จึงนำมาไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมาช่วงเช้าวันที่ 4 พฤศจิกายน 2551 ที่ห้องสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรีบรรดาผู้เสียหายหลายสิบรายที่เคยถูกคนร้ายเข้าโจรกรรมลักทรัพย์สินต่างเดินทางมาดูหน้าคนร้ายและของกลางบางรายจำของกลางได้จึงได้ลงชื่อเป็นเจ้าของและยังมีทรัพย์สินอีกหลายรายการที่ยังไม่มีเจ้าของมายืนยันว่าเป็นทรัพย์สินของตนเอง

ภาพ/ข่าว ประทีป อยู่แช่ม
4 พ.ย.51
อ่านต่อ >>