วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ผู้ว่าจัดประชุม การจัดทำแผนกลยุทธ์และแผนพัฒนาจังหวัดราชบุรี


ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ประชุมเชิงปฎิบัติการ การจัดทำแผนกลยุทธ์และแผนพัฒนาจังหวัดราชบุรี ให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมและความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นเป็นความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดอนาคต ทิศทางเศรษฐกิจจังหวัด

ที่ห้องประชุมราชาวดี โรงแรมโกลเด้นซิตี้ ดร.สุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เปิดการประชุมเชิงปฎิบัติการ การทำแผนพัฒนาจังหวัดราชบุรี โดยมีเนื้อหาให้สอดคล้องเชื่อมโยงกับแดผนบริหารราชการแผ่นดินและแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด เป็นการเพิ่มความรู้ความเข้าใจและทักษะในกระบวนการจัดทำแผนแก่เจ้าหน้าที่ระดับผู้ปฎิบัติโดยตรง ในการนำองค์ความรู้ในการกำหนดทิศทางและตำแหน่งการพัฒนาของจังหวัดอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางการจัดทำแผนพัฒนาของส่วนราชการ จะทำให้ผู้บริหารของส่วนราชการนั้นๆ ได้ทราบว่า ส่วนราชการของตนยังมีข้อบกพร่องในเรื่องใด จึงสามารถกำหนดวิธีการและเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำแผนปฎิบัติการเพื่อปรับปรุงองค์กรให้สมบูรณ์มากขึ้นและใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการการดำเนินงานของส่วนราชการ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการของส่วนราชการ ให้สามารถส่งมอบคุณค่าที่ดีขึ้น ทั้งผลผลิตและบริการซึ่งนับเป็นการตอบสนองต่อเป้าหมายของพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 อันจะส่งผลให้การปฎิบัติงานขององค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสู่มาตรฐานสากลตามเกณฑ์การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐที่สำนักงาน ก.พ.ร. ได้นำมาใช้กับระบบราชการในยุคปัจจุบัน
การอบรมในครั้งนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดอนาคต ทิศทางและตำแหน่งการพัฒนาจังหวัดที่จุนำความรู้ที่ได้รับในวันนี้ไปรับใช้ในการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดราชบุรี และใช้เป็นเครื่องมือที่สำคัญให้ส่วนราชการและยุทธศาสตร์ของจังหวัด ให้สามารถ ให้สามรถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนดั้อย่างมีประสิทธิภาพอันเป็นผลลัพธ์สุดท้ายที่ตั้งใจ
ภาพ/ข่าว สิริรัตน์ 3 พ.ย. 51
อ่านต่อ >>

พาณิชย์จังหวัดราชบุรี จัดโครงการตลาดสะอาด จากวันแม่ถึงวันพ่อ 116 วัน พาณชย์ร่วมใจทั่วไทย ทั่วโลก


พาณิชย์จังหวัดราชบุรี รวมศรัทธาร่วมใจสามัคคีระหว่างประชาชนกับผุ้ประกอบการค้า จัดตลาดสะอาดจากวันแม่ถึงวันพ่อ 116 วัน สนับสนุนการค้าแข่งขันเสรี เป็นธรรมทั้งราคาคุณภาพและปริมาณ

ที่ตลาดศรีเมือง ราชบุรี สำนักงานพาณิชย์จังหวัดราชบุรี สำนักงานการค้าภายในจังหวัดราชบุรี สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดราชบุรี สำนักงาน สาขาชั่งตวงวัดเขต 0-2 ราชบุรี ร่วมกับ บริษัท แอ็กโกรคอมเมอร์ส กร๊ป จำกัด จัดกิจกรรมสัปดาห์ตลาดสะอาดในโครงการตลาดสะอาด จากวันแม่ถึงวันพ่อ 116 วัน
เพื่อเป็นการรวมพลังร่วมใจสามัคคีระหว่างประชาชน ผู้ประกอบการค้าตลาดจำหน่ายสินค้า และข้าราชการในกระทรวงพาณิชย์ เพื่อการพัฒนาเสริมสร้างตลาดในจังหวัด ให้มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ให้การคุ้มครองผู้บริโภค เมื่อซื้อสินค้าและรับบริการจากผู้ประกอบการค้าในตลาดด้วยความเป็นธรรมทั้งราคาและปริมาณอย่างเพียงพอ
นายนพดล วีรวงค์ พาณิชย์จังหวัดราชบุรี เข้าไปตรวจในตลาดสด สำรวจป้ายราคาในแผงตลาดสด ตรวจสอบเครื่องชั่งว่าผ่านการตรวจสอบของสำนักงานหรือไม่ ตรวจสอบอาหาร ดูคุณภาพความปลอดภัยว่าอยู่ในเกณฑ์หรือไม่ โดยได้รับความร่วมมือจากพ่อค้าแม่ค้าเป็นอย่างดี
ภาพ/ข่าว ธนชาติ
3 พ.ย. 51
อ่านต่อ >>

คนร้ายปีนบ้านขโมยของจี้ตัวประกันก่อนชิงรถตำรวจหลบหนี


หนุ่มใหญ่ปีนบ้านขโมยของชักปืนจี้หัวเจ้าทรัพย์ซึ่งป่วยเป็นอัมพาตอยู่บนรถเข็น ยิงปืนเปิดทางก่อนทิ้งเหยื่อพิการขับรถตำรวจหลบหนี

วันที่ 3 พ.ย.51 พันตำรวจโทสมศักดิ์ พิกุลทอง สารวัตรเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี รับแจ้งมีคนร้ายลักลอบปีนเข้าไปในบ้านเลขที่ 177/122 หมู่บ้านราชพงศ์ ตำบลโคกหม้อ อำเภอ เมือง จังหวัดราชบุรี คนร้ายยังคงเก็บตัวเงียบในบ้านหลังดังกล่าว ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี นำโดยพันตำรวจโทวิโรจน์ ศักดิ์สมบูรณ์ จึงนำกำลังเข้าสมทบกับตำรวจตำบลโคกหม้อ เข้าปิดล้อมจุดเกิดเหตุปรากฏว่าคนร้ายไหวตัว ปีนกำแพงบ้านหลบหนีออกนอกหมู่บ้าน ซึ่งติดอยู่กับซอยเพชรเกษมซอย 5 ถนนเพชรเกษมสายเก่า หมู่ 1 ตำบลพงสวาย ขณะนั้นจ่าสิบตำรวจนาวิน แจ่มจันทร์ ผู้บังคับหมู่งานจราจร ขับรถยนต์กระบะไปจอดดักรออยู่บริเวณปากซอยดังกล่าว ตนร้ายเห็นตำรวจจึงปีนกลับเข้าไปในบ้านอีกหลังหนึ่งเอาปืนพกขนาด 9 มม. จี้หัวนางปารมณ์ ขจีติตระ อายุ 62 ปี บ้านเลขที่ 326/2 หมู่ 1 ตำบลพงสวาย ซึ่งป่วยเป็นอัมพาตต้องนั่งอยู่บนรถเข็นภายในบ้าน คนร้ายบังคับนางปารมณ์ไม่ให้ส่งเสียงร้อง พร้อมกับเข็นรถออกไปเผชิญหน้ากับตำรวจที่รายล้อมอยู่รอบบริเวณ ตำรวจต้องเปิดทางให้เพราะเกรงว่าตัวประกันจะได้รับอันตราย คนร้ายจึงเข็นรถตัวประกันเข้าไปจอดข้างรถยนต์กระบะของตำรวจ พร้อมกันนั้นก็ทิ้งรถเข็นยิงปืนขึ้นฟ้าไม่ให้ตำรวจติดตาม ก่อนจะกระโดดขึ้นรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เอากุญแจรถคาเอาไว้ ขับหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ โดยมีตำรวจชักปืนยิงไล่หลังถูกกระจกรถแตกละเอียดแต่ไม่โดนคนร้าย เกิดการไล่ล่ากันเพื่อจับตัวให้ได้ แต่คนร้ายขับรถหลบหลีกจนสามารถหลบหนีการติดตามของตำรวจไปได้
ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนขนาด 9 ม.ม. ของเจ้าหน้าที่ตกอยู่ 4 ปลอก ส่วนในบ้านหลังแรกที่คนร้ายบุกงัดบ้านเข้าไปตำรวจพบ รองเท้าแตะ 1 คู่ กระเป๋าสะพาย ไขควง สิ่ว หมวกแก๊ป ปากกา ไฟฉายขนาดเล็ก ใส่รวมกันอยู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
พันตำรวจเอกวัฒนา พิมพ์อัฐ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี สั่งการทางวิทยุไปยัง สถานีตำรวจภูธรต่างๆ ในจังหวัดราชบุรีและใกล้เคียงให้สกัดจับคนร้าย จนเวลาต่อมาสถานีตำรวจภูธร บ้านโป่ง แจ้งว่า พบรถยนต์กระบะคันดังกล่าวขับหลบหนีมุ่งหน้าไปทางหมู่ 9 ตำบลยางม่วง อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งอยู่ในเขตติดต่อสถานีตำรวจภูธร กรับใหญ่ อำเภอบ้านโป่ง คนร้ายทิ้งรถวิ่งหลบหนีเข้าป่าข้างทางกำลังเจ้าหน้าที่จึงเข้าปิดล้อมเพื่อจับตัวให้ได้
จ่าสิบตำรวจตรี นาวิน แจ่มจันทร์ ผู้เผชิญหน้าคนร้ายบอกว่าเห็นคนร้ายเอาปืนจ่อหัวตัวประกัน จึงไม่กล้าเข้าจับกุม เพราะกลัวคนร้ายทำร้ายตัวประกัน ต้องปล่อยให้คนร้ายหลุดรอดไปได้
ล่าสุดรับแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวคนร้ายได้แล้วในท้องที่เขตจังหวัดกาญจนบุรี ชิ่อนายสุเทพ ฮะเหยี่ยว อายุ 34 ปี ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองราชบุรี จึงประสานขอตัวเอากลับมาดำเนินคดีที่เมืองราชบุรี ต่อไป

ภาพ/ข่าว ประทีป อยู่แช่ม

3 พ.ย. 51
อ่านต่อ >>

ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 ตรวจเยี่ยมหน่วย จังหวัดทหารบกราชบุรี


ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 ตรวจเยี่ยมหน่วย จังหวัดทหารบกราชบุรี เเละมอบนโยบายเพื่อเป็นเเนวทางการปฏิบัติเเก่ราชการ

วันที่ 30 ต.ค.51 พลตรีอุทิศ สุนทร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 ตรวจเยี่ยมหน่วย จังหวัดทหารบกราชบุรี เเละมอบนโยบายเพื่อเป็นเเนวทางการปฏิบัติเเก่ราชการ ณ กองบัญชาการจังหวัดทหารบกราชบุรี
จังหวัดทหารบกราชบุรี เป็นหน่วยส่วนภูมิภาคและเป็นหน่วยขึ้นตรงของมณฑลทหารบกที่ 11 ที่มีความสำคัญหน่วยหนึ่ง มีภารกิจและหน้าที่ในการสนับสนุนหน่วยตนเองและหน่วยในพื้นที่โดยเฉพะในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ที่มีกรมการทหารช่างและกองพลพัฒนาที่1 อยู่ในพื้นที่เดียวกันทำให้ปริมาณงานด้านการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุง และระบบสาธารณูปโภคมีมากขึ้นคามไปด้วย
กำลังพลของจังหวัดทหารบกราชบุรีทุกคน มีความมุ่งมั่น เสียสละ ทุ่มเท กำลังกายและสติปัญญา ที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจที่ได้รับมอบ ได้เป็นผลสำเร็จอย่างดี เป็นที่ไว้วางใจของผู้บังคับบัญชาชั้นสูง จึงเป็นหน้าที่ของกำลังพลทุกคน ที่จะดำเนินการให้เร็วที่สุดอย่างจริงจังโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขีดความสามารถของกำลังพล เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก
และผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 ได้ฝากให้ยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป คือในปัจจุบันสถานการณ์บ้านเมืองยังไม่สงบเรียบร้อยดี จึงขอให้กำลังพลทุกนาย มีความสมัครสมาน สามัคคี มีความอดทนในการปฏิบัติหน้าที่ อย่าท้อถอย

ภาพ/ข่าว สิริรัตน์ วันดี
3 พ.ย.51

อ่านต่อ >>

ชาวบ้านร้องโรงงานย้อมผ้าปล่อยน้ำเสียลงคลองบางป่า



น้ำเสียซ้ำซากในคลองบางป่าเกิดจากโรงงานย้อมผ้าไม่รับผิดชอบจริงจัง ชาวบ้านร้องจังหวัดช่วยตรวจสอบด่วน และดำเนินการโดยเด็ดขาด เพราะคุณภาพน้ำต่ำกว่ามาตรฐานอันตรายกับคนและสัตว์รวมภาคการเกษตร

บ้านตำบลบางป่าหมดความอดทนกับพฤติกรรมประมาทเลินเล่อของโรงงานฟอกย้อม ที่ตั้งอยู่หมู่ 3 ตำบลโคกหม้อ อำเภอเมืองราชบุรี โรงงานปล่อยน้ำเสียไหลลงคลองชาวบ้านได้รับความดือดร้อนกันทั่วหน้า ปัญหาดังกล่าว เกิดขึ้นยืดเยื้อมานานหลายปี โดยไม่มีหน่วยงานใดยื่นมือเข้าดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าน้ำเสีย ที่ถูกปล่อยลงคลองบางป่านั้น ไหลออกสู่แม่น้ำแม่กลองตลอดเวลา ผลกระทบจากน้ำเน่าเสีย ส่งผลให้ชาวบ้านไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ โดยเฉพาะเลี้ยงสัตว์และการเกษตรเพราะสภาพน้ำคลุกเคล้าด้วยสารพัดสีจากสารเคมีส่งกลิ่นเหม็นตลบตลอดเวลา
จึงพร้อมใจกันร้องทุกข์กล่าวโทษไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าได้ส่งนายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน รองผู้ว่าราชการจังหวัด เดินทางเข้าตรวจสอบภายในโรงงานฟอกย้อม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมจังหวัด กรมชลประทาน เทศบาลตำบลหลักเมือง และผู้นำองค์การบริหารส่วนตำบลบางป่า ทั้งหมดได้ออกสำรวจและตรวจสอบพื้นที่โดยมีชาวบ้านพาเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดต้นเหตุที่มีการปล่อยน้ำเสียลงสู่แม่น้ำลำคลอง
พบว่าโรงงานได้ทำบ่อพักน้ำเป็นลักษณะสร้างคันดินเป็นคันกั้นน้ำ แต่ดินไม่ได้มาตรฐานพังทลายลง ทำให้ปริมาณน้ำเสียที่เก็บกักจำนวนมาก ทะลักไหลลงคลองที่ชาวบ้านใช้ทำประโยชน์ ใช้ในการดำรงชีวิตใช้เลี้ยงสัตว์และการเกษตร น้ำเสียดังกล่าวมีลักษณะสีดำข้นและมีพรายฟองผุดอยู่บริเวณกว้างครอบคลุมไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่ของกรมชลประทาน จึงได้ใช้เครื่องวัดคุณภาพน้ำมาทำการตรวจสอบทุกจุด ปรากฏว่าต่ำกว่ามาตรฐานไม่สามารถใช้ในการอุปโภคบริโภคได้ โดยเฉพาะไม่สามารถใช้เลี้ยงสัตว์และการเกษตรได้เลย
เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพร้อมประชาชนที่เดือดร้อนรวมถึงเจ้าของโรงงาน จะนำปัญหาเหล่านี้เข้าประชุมร่วมกันเพื่อหาข้อยุติเด็ดขาด ไม่ให้ชาวบ้านเดือดร้อนอีกต่อไป

ภาพ/ข่าว ประทีป อยู่แช่ม
3 พ.ย. 51
อ่านต่อ >>

จอดรถยนต์เข้าตลาด ไฟไหม้ควันตลบหวิดวอดทั้งคัน


จอดรถยนต์ข้างถนนเข้าตลาดทำธุระ ไฟไหม้ควันตลบทั้งคันไม่ทราบสาเหตุ ยอมรับรถยนต์ติดตั้งเชื้อเพลิงสองระบบสันนิฐานเบื้องต้นน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2551 อุบัติเหตุไม่คาดฝันรายนี้ เกิดขึ้นภายหลังที่นายกิตติเชษฐ์ แสงจันทร์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 314/268 ถนนสมประภา แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ขับรถมาทำธุระที่จังหวัดราชบุรี เมื่อเสร็จจากธุรกิจการงานจะกลับกรุงเทพฯ จึงขับรถไปจอดอยู่ที่ริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนา เข้าไปในตลาดโต้รุ่งหอนาฬิกา ปรากฏว่ารถยนต์ที่จอดอยู่เกิดลุกไหม้ขึ้นเองที่บริเวณห้องเครื่อง กลุ่มควันพวยพุ่งพร้อมเปลวไฟกำลังลุกไหม้อย่างรวดเร็ว
เข้าทำการปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุ และช่วยกันดับเพลิงที่กำลังรุนแรงขึ้น หลังจากระดมฉีดน้ำเข้าตัวเขตเก๋งรถประมาณ 10 นาที เพลิงจึงสงบ
พร้อมๆกับนายกิตติ เจ้าของรถวิ่งหน้าตื่นมายังรถของตนและแสดงตนเป็นเจ้าของรถ โดยกล่าวว่า รถเก๋งฮอนด้าสีบรอนเทา ทะเบียน พ.ล. - 9624 กทม. คันนี้ใช้เชื้อเพลิงทั้งสองระบบ ทั้งแก๊สแอลพีจี และน้ำมัน หลังจากน้ำมันลดราคาจึงเลิกใช้แก๊สและกลับไปใช้น้ำมันเช่นเดิมเพราะสะดวกแก่การเติมเชื้อเพลิงมากกว่า สันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุน่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจร

ภาพ/ข่าว ประทีป อยู่แช่ม
3 พ.ย. 51
อ่านต่อ >>

ฮีโร่โอลิมปิค มนัส บุญจำนงค์ พาครอบครัวทอดกฐิน


ฮีโร่โอลิมปิค มนัส บุญจำนงค์ พาครอบครัวทอดกฐินก่อนเข้าค่ายฝึกซ้อม ชาวบ้านรับข่าวเข้าร่วมอนุโมทนากฐินแน่นวัด ยืนยันจะชนะอีกครั้งในรายการเวิร์ลคัพที่รัสเซีย

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2551 เวลา 13.00น. ฮีโร่โอลิมปิคเหรียญเงินมวยสากลสมัครเล่นปักกิ่งเกมส์ สิบเอกมนัสบุญจำนงค์ พ่อ แม่ และนางสาวอรุณี นรมัตถ์ แฟนสาวเดินทางไปทำบุญทอดกฐินที่วัดถ้ำสาลิกา ตำบลธรรมเสน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นวัดที่สงบเงียบกลางป่าห่างจากอำเภอโพธาราม เหมาะสมแก่การบำเพ็ญธรรม มีพระสงฆ์จำพรรษอยู่เพียง 5 รูปเท่านั้น
เมื่อขบวนกฐินไปถึงวัด ชาวบ้านในชุมชนใกล้วัดทราบข่าวต่างก็ออกมาต้อนรับมนัส บ้างก็ขอถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก บ้างก็เข้าแสดงความยินดีกับชัยชนะกับครั้งที่ผ่านมา จนถึงเวลาเหมาะสม มนัส บุญจำนงค์ ประธานองค์กฐิน จึงทำพิธีฉลองกฐินร่วมกับครอบครัว และประชาชน แห่องค์กฐินรอบพระอุโอสถ 3 รอบ ก่อนถวายแก่พระภิกษุสงฆ์ดังกล่าว ส่วนการเข้าค่ายฝึกซ้อมนั้น นางมาลี บุญจำนงค์ ผู้เป็นแม่กล่าวว่า มนัสเข้ารายงานตัว เตรียมความพร้อมเข้าค่ายตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมาที่ กกท. กรุงเทพมหานคร แต่มนัสขอโอกาสกลับมาทำบุญกับครอบครัวก่อนที่จะเข้าฝึกซ้อมในวันจันทร์นี้ พร้อมกับนนท์ บุญจำนง น้องชายของมนัส เพื่อเตรียมตัวไปแข่งขันชกมวยในรายการเวิร์ลคัพที่ประเทศรัสเซีย เป็นการเชิญนักชกอันดับ 1 ถึง 8 ของแต่ละรุ่นเข้าร่วมแข่งขันมีกำหนดเดินทางไปในเดือนธันวาคมนี้
ภาพ/ข่าว ประทีป อยู่แช่ม
3 พ.ย.51
อ่านต่อ >>

ทีโอทีทั่วประเทศ ทำบุญสมทบทุนองค์พระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2551

ทีโอทีทั่วประเทศ รวมใจทำบุญสมทบทุนองค์พระกฐินพระราชทานประจำปี 2551 ที่วัดมหาธาตุวรมหาวิหารราชบุรี ได้ยอดเงินบริจาคจำนวนกว่า 4 ล้านบาท กรรมการผู้จัดการใหญ่ นำเที่ยวชมพร้อมถ่ายทอดความงดงามประวัติวัดมหาธาตุ ฯ

บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นำกฐินพระราชทานไปถวายพระสงฆ์จำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ วัดมหาธาตุวรวิหาร ตำลบหน้าเมือง จังหวัดราชบุรี โดยมีผู้บริหาร พนักงานทีโอที สื่อมวลชน ประชาชนในจังหวัดราชบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นเจ้าภาพในการทอดถวาย ได้ยอดเงินบริจาคกว่า 4 ล้านบาท นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผู้บริหารและพนักงานของทีโอที สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานผ้าพระกฐินให้กับ ทีโอทีนำไปทอดถวายเป็นประจำทุกปีโดยในปี 2551 นี้ ทีโอทีได้นำกฐินพระราชทานทอดถวาย ณ วัดมหาธาตุ ตำบลหน้าเมือง จังหวัดราชบุรี ได้รับความร่วมมือร่วมใจอย่างดียิ่งจากพนักงาน ทีโอที พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดราชบุรีเเละจังหวัดใกล้เคียงเป็นอย่างดีโดยได้ยอดทำบุญรวมกว่า 4 ล้านบาท ในโอกาสอันเป็นมงคลในวันนี้ พนักงานทีโอที พี่น้องประชาชนล้วนมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ทำบุญร่วมกันเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และยังได้ชมความงดงามของวัดมหาธาตุ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองประจำจังหวัดราชบุรีมายาวนาน วัดมหาธาตุวรวิหารเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดวรวิหาร โบราณสถานสมัยวัฒนธรรมทวารวดี โดยนักโบราณคดีนักประวัติศาสตร์ศิลปะสันนิษฐานจากหลักฐานทางโบราณคดีว่า แรกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยวัฒนธรรมทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ 17 ต่อมา ในราวพุทธศตวรรษที่ 18 วัฒนธรรมเขมรจากราชอาณาจักรกำพูชาได้แพร่เข้ามาสู่ดินแดนราชบุรี จึงได้มีการก่อสร้างและดัดแปลงศาสนสถานกลางเมืองราชบุรีขึ้น เป็นพระปรางค์ และสร้างกำแพงศิลาแลงล้อมรอบเพื่อให้เป็นศูนย์กลางของเมืองตามคติความเชื่อเรื่องภูมิจักรวาลของเขมร ต่อมาในสมัยอยุธยาตอนต้น ราวพุทธศตวรรษที่ 20-21 ได้มีการก่อสร้างพระปรางค์แบบอยุธยาขึ้นซ้อนทับและสร้างพระปรางค์บริวารขึ้นอีก 7 องค์ บนฐานเดียวกัน ต่อมาในรัชสมัยพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ย้ายเมืองราชบุรีจากฝั่งตะวันตกมายังฝั่งตะวันออก ประชาชนก็ย้ายตามความเจริญไปด้วย วัดมหาธาตุจึงกลายเป็นวัดร้างไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ต่อมารัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ. 2338 พระภิกษุองค์หนึ่งชื่อพระบุญมา ได้ธุดงค์มาเห็นวัดนี้ซึ่งมีสถานที่ร่มรื่น เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรม จึงได้ขอความร่วมมือจากพุทธศาสนิกชนช่วยกันปัดกวาดซ่อมแซมเสนาสนะต่างๆ ในที่สุดวัดมหาธาตุจึงกลับมาเป็นศูนย์กลางของศาสนาเช่นเดิม และยังคงเป็นมาถึงปัจจุบัน มาจนทุกวันนี้ สิ่งสำคัญในวัดได้แก่ พระปรางค์ประธาน เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 18 พระวิหารหลวง ภายในอาคารพระวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นแกนหินทรายขนาดใหญ่ปรางมารวิชัย 2 องค์ ประทับนั่งหันพระปฤษฎางชนกัน พุทธศิลปะแบบอยุธยาตอนต้น กำแพงแก้ว ก่อด้วยศิลาแลงรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ล้อมรอบองค์พระปรางค์ทั้งสี่ด้าน เหนือกำแพงมีในเสมาทำด้วยหินทรายสีชมพูจำหลักพระพุทธรูป ประทับนั่งปางสมาธิในซุ้มเรือนแก้ว ลักษณะพุทธศิลปะเขมรแบบบายน ( ราวพุทธศตวรรษที่ 18 ) พระอุโบสถ สันนิษฐานจากลักษณะทางสถาปัตยกรรมว่าสร้างขึ้นตอนปลายสมัยอยุธยาราวพุทธศตวรรษที่ 22 พระเจดีย์ ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์
ภาพ/ข่าว ธนชาติ ตำนานจิตร
3 พ.ย. 51
อ่านต่อ >>