วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2551

พิธีประดับยศนักเรียนนายสิบทหารบกรุ่นที่ 11


เจ้ากรมการทหารช่าง จัดพิธีประดับยศสิบตรี และมอบประกาศนียบัตรให้กับนักเรียนนายสิบทหารบกเหล่าทหารช่าง ผู้บังคับบัญชาญาติมิตรร่วมพิธีแสดงความยินดีคับคั่ง

วันที่ 30 ต.ค. 51 ที่สโมสรนายทหารค่ายภาณุรังษี พลโททวนชัย พันธ์เพิ่มศิริ เจ้ากรมการทหารช่างและคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ทำพิธีประดับยศสิบตรี และมอบประกาศนียบัตรให้กับนักเรียนนายสิบทหารบกเหล่าทหารช่าง ประจำปีการศึกษา 2550
พลโททวนชัย พันธุ์เพิ่มศิริ เจ้ากรมการทหารช่างกล่าวว่า กรมยุทธศาสตร์ทหารบก ได้เปิดหลักสูตรนักเรียนนายสิบทหารบก รุ่นที่ 11 ประจำปีการศึกษา 2550 โดยเริ่มการศึกษาที่โรงเรียนนายสิบทหารบกค่ายธนะรัตน์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 ถึง 30 เมษายน 2551 และเข้ารับการศึกษาต่อในโรงเรียนทหารช่าง ค่ายภาณุรังษีจังหวัดราชบุรีอีก 6 เดือน ตั้งแต่วันที่1 พฤษภาคม 2551 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2551 มีนักเรียนในรุ่นนี้จำนวน 151 นาย
จากนั้นจึงทำพิธีประดับยศสิบตรีและมอบประกาศนียบัตรให้นักเรียนายสิบทหารบก
พร้อมทั้งให้โอวาท เพื่อเป็นเนวทางในการปฏิบัติราชการ ความตอนหนึ่งว่า ขอให้นักเรียนนายสิบใหม่ทุกคนมีความมุ่งมั่นตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ราชการ ด้วยความขยันหมั่นเพียร สร้างชื่อเสียงให้กับเหล่าทหารช่าง และกองทัพบกสืบไป
หลังเสร็จพิธี ผู้บังคับหน่วย ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น รวมทั้งญาติมิตรของนักเรียนนายสิบ เข้าร่วมแสดงความยินดีกับนายสิบใหม่ ที่ประสบความสำเร็จในหลักสูตรทางการศึกษาของกรมยุทธศาสตร์ทหารบกตามเจตนารมณ์

ภาพ/ข่าว สิริรัตน์ วันดี
30 ต.ค.51
อ่านต่อ >>

ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ประชุมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดราชบุรี


ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ประชุมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดราชบุรี เตรียมกำหนดการความพร้อมงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
วันที่ 30 ต.ค.51 ที่ห้องประชุมราชาวดี โรงแรมโกลเด้นซิตี้ ดร.สุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ประชุมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดราชบุรี โดยก่อนเปิดการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี มอบโล่เกียรติคุณอาสาสมัครดีเด่น ประจำปี 2551 ให้แก่นาย ธัมมสัญญ์ อุ่มอิ่มโดยสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์พิจารณาคัดเลือก มอบเครื่องอุปกรณ์การกู้ชีพกู้ภัยและแจ้งเตือน ให้แก่ อบต.สวนผึ้ง อบต. บ้านคา และ อบต. บ้านบึง
วาระสำคัญคือ การจัดถวายดอกไม้จันทน์ในส่วนภูมิภาคในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ให้ทุกจังหวัดและทุกอำเภอ จัดหาวัดวาอารามที่เหมาะสมเพื่อจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์แห่งละ 1 แห่ง โดยจัดงานพร้อมกันกับส่วนกลางในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2551 ตั้งแต่ เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป ในส่วนจังหวัดราชบุรีโดยเจ้าคณะจังหวัดทั้งสองนิกายและวัฒนธรรมจังหวัดได้พิจารณา กำหนดให้ วัดมหาธาตุวรวิหาร อำเภอเมือง เป็นสถานที่จัดพิธีในส่วนของจังหวัด กำหนดบำเพ็ญกุศลถวายเพลิงพระศพเวลา 14.30น. ที่พระอุโบสถ และถวายไม้จันทน์ที่เมรุวัดมหาธาตุ ตั้งแต่เวลา 16.30น.
ข้าราชการ แต่งเครื่องแบบเต็มยศจักรี ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับขั้นสูงสุด ประชาชนแต่งชุดสุภาพไว้ทุกข์
ส่วนกำหนดการรับเสด็จ พระเจ้าวรวงค์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศม์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฏราชกุมาร เสด็จทรงเปิดสถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญาจังหวัดราชบุรี ที่ตำบลน้ำพุ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ในวันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2551นั้น
จังหวัดได้จัดการเตรียมความพร้อม โดยแต่งตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆขึ้น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พิธีรับเสด็จแต่งเครื่องแบบปกติขาว ทหาร ตำรวจ กระบี่ ถุงมือ

ภาพ/ข่าว ธนชาติ ตำนานจิตร
30.ต.ค. 51
อ่านต่อ >>

รถกระบะซิ่งฝ่าสายฝน ชนหลวงตามรณะภาพ


หลวงตาวัย 75 ปี เดินบิณฑบาตรกลางสายฝน ถูกรถกระบะพุ่งชนดับสยองคาถนน คนขับรถเผ่นหนีไม่เหลียวแล

ร้อยตำรวจเอกสุเมศ ทองเสงี่ยม ร้อยเวร สภ.เมือง ราชบุรี รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะพุ่งชนพระชรามรณภาพ เหตุเกิดหน้าแฟลตตำรวจ ถนนไกรเพชร เขตเทศบาลเมืองราชบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี และมูลนิธิประชานุกูล
ที่เกิดเหตุพบศพพระวิศิษฐ์ ชัยวัฒนานุสรณ์ อายุ 75 ปี เป็นพระลูกวัดวัดศรีชมพู อ.เมืองราชบุรี สภาพศพแขนขวาหัก ศีรษะแตกมีเลือดไหลออกมาจากปาก จมูก และหู บริเวณใกล้กันพบบาตรและร่มสีดำ ข้าวสุกถุงกับข้าวกระจายเกลื่อนปะปนกับชิ้นส่วนกระจังหน้ารถกระบะ ยี่ห้อนิสสันฟอนเทียสีเทาตกอยู่ ส่วนรถกระบะมรณะมุ่งฝ่าสายฝนหลบหนีไปประชาชนที่ประสบเหตุจำทะเบียนรถได้ หมายเลขทะเบียน ษก-6498 กทม. เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนผู้ที่เห็นเหตุการณ์ได้ความว่า ขณะเกิดเหตุมีฝนตกหนัก พระวิศิษฐ์อุ้มบาตรและกางร่มกำลังจะเดินข้ามถนน พอดีกับรถกระบะคันดังกล่าว วิ่งฝ่าสายฝนมาด้วยความเร็วสูง ไม่เห็นพระชราเดินข้ามถนนจึงพุ่งชนเข้าเต็มแรงและลากไถลศพไปไกลถึง 30 เมตร มรณะภาพคาที่
เจ้าหน้าที่จึงเก็บหลักฐานและหมายเลขทะเบียนรถที่ประชาชนแจ้งไว้ เพื่อตรวจสอบหาเจ้าของรถยนต์นำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ภาพ/ข่าว ประทีป อยู่แช่ม
30 ต.ค . 2551
อ่านต่อ >>

เสือหลุดจากกรงตะปบคนเลี้ยงสาหัส


คนเลี้ยงเสือเข้าไปทำความสะอาดกรงเสือ ลืมปิดประตูกรงด้านหน้า เสือร้ายกระโดดใส่คนเลี้ยงที่ขัดขวางการหลบหนี ตบด้วยกรงเล็บแหลมคมจนคนเลี้ยงล้มคว่ำอาการสาหัส

นายบุญมา ทองเกิด อายุ 53 ปี เจ้าหน้าที่เลี้ยงเสือ ที่สถานีเพาะพันธ์สัตว์ป่าเขาสน เข้าทำความสะอาดกรงเลี้ยงเสือในช่วงเช้าซึ่งเป็นหน้าที่ประจำ ก่อนเกิดเหตุ นายบุญมา เข้าไปในกรงเสือโดยเปิดประตูหน้าทิ้งไว้ หลังจากทำความสะอาดแล้ว จึงเดินไปเปิดประตูห้องนอนของเสือโคร่ง เพศผู้ อายุ 20 ปี น้ำหนัก 125 กิโลกรัม ชื่อ ศิลาทอง ซึ่งเป็นสัตว์ป่าของกลางในคดีที่นำมาจาก จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา
เสือร้าย ศิลาทองเห็นประตูกรงขังเปิดอ้าอยู่จึงลุกขึ้นตั้งท่าจะเดินออกจากกรง นายบุญมาเห็นเช่นนั้นด้วยความกลัวว่าเสือจะหลบหนี จึงเข้าขัดขวางเสือร้ายซึ่งกำลังวิ่งวนรอบกรงจะหาทางออก จึงกระโดดตะปบและกัดนายบุญมา จนล้มคว่ำ ก่อนจะวิ่งหนีออกจากกรงขัง หนีขึ้นภูเขาเข้าป่าด้านหลังสถานีเพาะพันธ์สัตว์ป่า นายบุญมาส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดจากบาดแผลที่เสือตะปบและร้องขอความช่วยเหลือ แจ้งเหตุเสือหลุดจากกรงขัง
นายวินัน วิระนะ หัวหน้าสถาบันเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ 1 ต.รางบัว อ.จอมบัว ราชบุรี จึงรีบนำตัวนายบุญมา ส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชรักษาพยาบาลบาดแผล ก่อนเข้าสั่งการระดมเจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยง กระจายกำลังเข้าปิดล้อมภูเขาสน เพื่อไม่ให้เสือศิลาทองหลุดเข้าไปในหมู่บ้านที่อยู่แถบเชิงเขาเพราะเกรงว่าจะเกิดอันตราย
ในการนี้เจ้าหน้าที่ค้นหายังนำปืนยิงยาสลบเข้าไล่ล่าเสืออย่างกระชั้นชิด กำลังเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งออกประกาศเตือนให้ชาวบ้านทราบว่าเสือหลุดกรง ห้ามชาวบ้านเข้าไปหาของป่าอย่างเด็ดขาดในบริเวณดังกล่าว อาจถูกเสือกัดเพราะเสือศิลาทองยังไม่ได้กินอาหาร ความหิวอาจจะทำให้เสือเข้าทำร้ายร่างกายได้
การค้นหาเสือศิลาทองเจ้าหน้าที่ต้องใช้ความพยายามจับเสือให้ได้ก่อนพลบค่ำ เพราะตกกลางคืนการค้นหาตามรอยเสือจะลำบากมากขึ้นและจะเป็นโอกาสให้เสือหนีไปภัยไปไกลกว่าที่คาดคิด และโอกาสของเสือหิวที่จะเข้ามาทำร้ายประชาชนเป็นไปได้อย่างมาก จึงเป็นภาระหนักของเจ้าหน้าที่อยู่ในขณะนี้

ภาพ/ข่าว ประทีป อยู่เเช่ม
30 ต.ค.51
อ่านต่อ >>

ประชุม นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ สังกัดกระทรวงมหาดไทย


ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ประชุม นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย ประกาศต่อยอดงานพัฒนาของอดีตผู้ว่าฯในโครงการต่างๆ เป็นการสืบสานพัฒนาอย่างยั่งยืนและจริงจัง

วันที่ 30 ต.ค.51 ที่ห้องประชุมเพชรชมภู โรงแรมโกลเด้นซิตี้ ราชบุรี ดร. สุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมรองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ที่ย้ายเข้ามารับตำแหน่งใหม่ เปิดประชุม นายอำเภอ เจ้าหน้าที่หัวหน้าส่วนราชการ โดยได้ให้นโยบายการบริหารจัดการของแต่ละหน่วยงานให้เป็นไปตามกรอบกำหนดของกระทรวงอย่างเคร่งครัด ในส่วนจังหวัดราชบุรีนั้น จะจัดการต่อยอดงานพัฒนาของอดีตผู้ว่าฯ ให้แล้วเสร็จตามเจตนาเพื่อประโยชน์สุขและเศรษฐกิจของประชาชน แผนงานการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเน้นเอกลักษณ์สำคัญของแต่ละสถานที่ ส่งเสริมให้เป็นจุดขายจุดสนใจเพื่อการท่องเที่ยวที่เป็นสาระอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนในระดับอำเภอนั้น ให้นายอำเภอแต่ละแห่งออกดูแลสอดส่องและติดตามเรื่องต่างๆภายในอำเภอ เช่น บูรณะฟื้นฟูค่ายพระเจ้าตากสินมหาราช ที่ อ.โพธาราม การขุดลอกคลองที่ อ.ดำเนินสะดวก ส่งเสริมสนับสนุนการเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม และเปิดตลาดส่งออกปลาสวยงามของอำเภอบ้านโป่ง โครงการตลาดกล้วยไม้และตลาดอินโดจีนเพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจที่อำเภอสวนผึ้ง
พร้อมกันนี้แจ้งเรื่องที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง(โยกย้าย) ข้าราชการตำแหน่งใหม่โดยจังหวัดราชบุรี มีข้าราชการได้รับการแต่งตั้งจำนวน 6 ราย ย้ายออก 2 ราย และย้ายเข้าดำรงตำแหน่งในจังหวัด 4 ราย ได้แก่
นายวิโรจน์ แสงศิวะฤทธิ์ นายอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ย้ายไปดำรงตำแหน่ง ปลัดจังหวัดระนอง
นายศิริพัฒน์ พัฒนกุล นายอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เป็นนายอำเภอ กระทู้ จังหวัด ภูเก็ต
นายทวี นริสศิริกุล นายอำเภอเมืองราชบุรี ขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดจังหวัดราชบุรี
นายเจน รัตนพิเชษฐ์ชัย นายอำเภอบางแพ เป็นนายเภอเมืองราชบุรี
นายครรลอง ยุทธชัย นายอำเภอจอมบึง เป็นนายอำเภอบ้านโป่ง
นายวีรวุธ ปุตระเศรณี ผู้อำนวยการส่วนบัตรประจำตัวประชาชน สำนักบริหารการทะเบียนกรมการปกครองเป็นนายอำเภอโพธาราม

ภาพ/ข่าว ธนชาติ ตำนานจิตร
30 ต.ค.51





อ่านต่อ >>

ชาวบ้านสี่ตำบลร้องทุกข์ โรงงานปล่อยน้ำเสีย


โรงงานผลิตแอลกอฮอ ปล่อยน้ำซึมใต้บ่อบำบัด น้ำทะลักลงนาข้างคูคลอง สัตว์น้ำตายเป็นเบือ เทศบาลตำบลประสานสองฝ่ายเจรจาหาข้อยุติ

กรณีชาวบ้านสี่ตำบลในอำเภอปากท่อราชบุรีได้รับความเดือดร้อนจากพิษภัยน้ำเสีย ซึ่งซึมทะลักใต้บ่อบำบัดของโรงงานกรุงเทพแอลกอฮอ ตั้งอยู่ที่หมู่ 7 ต. ทุ่งหลวง อ.ปากท่อ พิษร้ายจากน้ำเสียที่ไหลลงสู่คูคลอง ทำให้ไร่นาเสียหาย สัตว์น้ำในคลองสำลักพิษตายเป็นแพระเนระนาด ชาวบ้านโวยเรียกร้องให้โรงงานรับผิดชอบ เพราะน้ำในคลองดังกล่าว ชาวบ้านใช้อาบน้ำชำระล้าง ทำการเกษตร และเป็นแหล่งน้ำเลี้ยงสัตว์ ขณะนี้ไม่กล้าใช้น้ำในคลองเพราะไม่แน่ใจในความปลอดภัย
นายกฤษณะ พลอยชุม นายกเทศมนตรีเทศบาลทุ่งหลวง จึงนำคณะเข้าตรวจสอบความเดือดร้อนเสียหายที่เกิดขึ้น สอบถามปัญหาจากชาวบ้านและลงพื้นที่ดูข้อเท็จจริง พบว่าน้ำในคลองมีสีดำส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงจนประชาชนที่ร่วมคณะต้องใช้ผ้าปิดจมูก
นายสมพงษ์ นิลจันทร์ อายุ 76 ปี ชาวบ้านหมู่ 5 ต.ดอนทราย อ. ปากท่อ กล่าวตนมีอาชีพทำไร่อยู่ที่หมู่ 7 ทุ่งหลวงใกล้กลับโรงงานดังกล่าว ปัญหาการถูกรบกวนจากกลิ่นสารพิษ จากน้ำเน่าเสียเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานแล้ว และส่งผลให้ชาวบ้านในหมู่ 6 ต. หนองกระทุ่ม หมู่ 5 ต. ดอนทราย หมู่ 4 ตำบลห้วยยางโทนและตำบลอ่างหิน ได้รับความเดือดร้อนโดยทั่วหน้า
เทศบาลตำบลทุ่งหลวงเคยเข้าไปตรวจสอบก่อนหน้านี้ ทางผู้จัดการโรงงานได้ออกมาชี้แจงและรับปากจะรีบเร่งดำเนินการแก้ไข จะจัดทำถังบำบัดชีวะภาพและขอเวลาในการดำเนินการถึงเดือนธันวาคมปลายปีนี้ แต่พอถึงวันนี้ก็ยังคงสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับชาวบ้านเหมือนเดิม
เคยมีพนักงานในโรงงานซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านบอกว่า สาเหตุที่น้ำเสียจากบ่อบำบัดไหลซึมเข้านาข้าวและลำคลองนั้น เกิดจากการไหลซึมใต้บ่อบำบัด ประกอบกับคันดินที่สร้างปิดไว้เกิดพังลงมา ทำให้น้ำเสียล้นบ่อและทะลักไหลลงสู่นาข้าวและลำคลองจนเกิดเหตุซ้ำซากดังกล่าว
นายกฤษณะ พลอยชุม นายกเทศมนตรี ตำบลทุ่งหลวง กล่าวว่าได้ร่วมคณะกับเจ้าหน้าที่ไปสอบถามประชาชน และลงดูพื้นที่จริงพบว่าเป็นปัญหาต้องเร่งแก้ไข จึงทำหนังสือถึงเจ้าของโรงงานโดยนัดหมายให้มีการประชุมหาข้อยุติกันโดยจะร่วมกับชาวบ้าน 5 ตำบลพูดคุยกับเจ้าของโรงงาน ในวันที่ 30 ตุลาคม 2551 เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลทุ่งหลวง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี

ภาพ/ข่าว ประทีป อยู่แช่ม
29 ต.ค.51
อ่านต่อ >>