วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2551

เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผัวอำมหิตบุกยิงเมียเสียชีวิตคาบ้านกลางดึก ทำแผนรับสารภาพ


ผัวอำมหิตบุกยิงเมียเสียชีวิตด้วยความหึงหวง สำนึกผิดให้ลุงพาเข้ามอบตัว เจ้าหน้าที่หิ้วตัวทำแผนรับสารภาพ ก่อนพาหลบหนีการถูกลุมประชาทัณฑ์จากญาติผู้ตายหวุดหวิด

จากกรณีที่นางสุกัญญา จูประดิษฐ์ หม้ายสาวลูก 1 ถูกคนร้ายบุกยิงจนเสียชีวิตคาบ้านพัก ที่ตำบลบางป่า เมื่อคืนวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา
ต่อมาจึงทราบตัวผู้บุกยิงหม้ายสาวคนดังกล่าวอย่างเหี้ยมโหดคือนายสายชล เกิดมั่งมี อายุ 30 ปี อยูบ้านเลขที่ 60/3 หมู่ 8 ต.พงสวาย
อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งหลบหนีไปและตัดสินใจให้ผู้เป็นลุงพาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่
นายสายชลผัวโหดให้การว่าตนกับผู้ตายอยู่กินกันมาหลายปีแล้ว จนมีลูกสาววัย 4 ปี 1 คน กลางปีที่ผ่านมาเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงถึงขั้นแยกทางกัน ระยะหลังสืบทราบว่ามีผู้ชายหลายคนมาติดพันผู้ตาย ตนจึงพยายามไปขอคืนดีด้วยแต่ถูกผู้ตายปฏิเสธตลอดมา
วันเกิดเหตุตนไปหาผู้ตายที่บ้านเพื่องอนง้อขอปรับความเข้าใจเพื่อกลับมาอยู่กินกันเหมือนเดิม แต่ถูกผู้ตายด่าทอด้วยคำหยาบคายไม่เหลือเยื่อใย จึงบันดาลโทสะชักปืนยิงอดีตเมียรักจนตายคาที่ แล้วหลบหนีไปขออาศัยกับลุง ที่บ้านตำบลพิกุลทอง ปรึกษาหารือกับลุงแล้วจึงตัดสินใจให้ลุงพาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ เพื่อชดใช้กรรมที่ทำลงไป ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพาตัวนายสายชลไปทำแผนประคำสารภาพ ญาติผู้เสียชีวิตซึ่งทราบข่าวพากันเดินทางเข้าดูหน้าฆาตกร และพยายามแหวกวงล้อมเจ้าหน้าที่จะเข้าทำร้ายผู้ต้องหาด้วยความเคียดแค้น ตำรวจต้องเข้าสกัดกั้นและรีบนำตัวนายสายชล ขึ้นรถออกจากที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว
ภาพ/ข่าว ประทีป อยู่เเช่ม
16 ต.ค. 51
อ่านต่อ >>

โรงไฟฟ้าราชบุรี ซ้อมแผนระงับเหตุฉุกเฉินกรณีเหตุเพลิงไหม้


โรงไฟฟ้าราชบุรี จัดซ้อมแผนฉุกเฉิน กรณีเพลิงไหม้ถังน้ำมันโรงไฟฟ้าพลังความร้อนรวมเพื่อเสริมสร้าง การประสานงานและความร่วมมือในงานระงับเหตุฉุกเฉิน

นายประจวบ อุชชิน กรรมการผู้จัดการบริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการซ้อมแผนระงับเหตุฉุกเฉินกรณีเพลิงไหม้ว่า โรงไฟฟ้าราชบุรี ได้สมมุติเหตุการณ์ว่า ผู้ปฏิบัติงานจากหน่วยบำรุงรักษา จำนวน2คน เข้าไปบำรุงรักษาและซ่อมแซมท่อบริเวณถังน้ำมันดีเซล คลังเก็บน้ำมันโรงไฟฟ้าพลังความร้อนขณะทำงานมีประกายไฟจากการเชื่อมกระเด็นใส่ภาชนะรองรับน้ำมันดีเซลที่วางไว้บริเวณท่อโฟมทำให้เกิดการลุกไหม้และไฟลุกลามไปติดประเก็นยางของท่อโฟม หน่วยงานบำรุงรักษาจึงช่วยกันดับด้วยถังดับเพลิงแต่ไม่สามรถระงับเหตุได้ จึงขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานเดินเครื่องและผู้ควบคุมเหตุฉุกเฉินประกาศใช้แผนฉุกเฉินความรุนแรงระดับ 1 พนักงานเดินเครื่องประกอบด้วยทีมดับเพลิง และทีมตัดกระแสไฟฟ้าเข้าระงับเหตุ ได้ลุกลามอย่างรวดเร็วเนื่องจากประเก็นยางถูกไฟไหม้เกรียมทำให้น้ำมันที่เก็บไว้ภายในถังไหลย้อนกลับมาทางท่อโฟมมาสมทบกับภาชนะรองรับน้ำมัน ทำให้เกิดไฟไหม้ครอบคลุมพื้นที่กว้าง
พนักงานเดินเครื่องไม่สามารถระงับเหตุได้ จึงขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานภายในพื้นที่โรงไฟฟ้าราชบุรี และผู้บัญชาการเหตุฉุกเฉินประกาศใช้แผนฉุกเฉินระดับ 2 โดยทีมฉุกเฉินภายในพื้นที่โรงไฟฟ้าเข้ามาช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถระงับเหตุการณ์ได้และหากปล่อยไว้เป็นเวลานานอาจจะลุกลามไปยังจุดอื่นได้ ผู้อำนวยการภาวะฉุกเฉินขอประกาศใช้แผนฉุกเฉินความรุนแรงระดับ 3 ซึ่งต้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานภายนอกพื้นที่โรงไฟฟ้าราชบุรีประกอบด้วย ปตท.เขต 5 เทศบาลเมืองราชบุรี เทศบาลหลักเมือง เทศบาลตำบลบ้านไร่ และทีมช่วยชีวิตโรงพยาบาลศูนย์จังหวัดราชบุรี เข้าให้ความช่วยเหลือและระงับเหตุดังกล่าว
อนึ่ง เพื่อป้องกันการสับสน และการตื่นตระหนกของประชาชนในเหตุการณ์ที่จะมีการซ้อมแผนระงับเหตุฉุกเฉินครั้งนี้ โรงไฟฟ้าราชบุรีได้แจ้งให้ผู้นำชุมชนและชุมชนรอบโรงไฟฟ้าราชบุรี ได้ทราบเป็นการเบื้องต้นแล้ว

ภาพ/ข่าว สิริรัตน์ วันดี
16 ต.ค. 51
อ่านต่อ >>

ประชุมคณะทำงานไกล่เกลี่ยข้อพิพาทการรื้อถอนกุฏิชีวัดมหาธาตุ


ระดมทุกหน่วยงานหาข้อยุติไกล่เกลี่ยทำความเข้าใจ กรณีสามแม่ชีเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ อ้างเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุทำเกินกว่าเหตุ สั่งรื้อกุฏิชีโดยเจ้าตัวไม่ยินยอม

ที่ศาลาน้อยพานิชภายในวัดมหาธาตุวรวิหาร อ.เมือง จ.ราชบุรี พระเดชพระคุณพระเทพวิสุทธาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุและเจ้าคณะจังหวัด พร้อมด้วย นายทวี นริสศิริกุล นายอำเภอเมืองราชบุรี อัยการจังหวัดราชบุรี และผู้อำนวยการสำนักโบราณคดีที่ 1 ราชบุรีเข้าร่วมเจรจาเพื่อไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างพระเทพวิสุทธาภรณ์ เจ้าอาวาสกับสามแม่ชีในสำนักประชุมนารี
โดยเรื่องเดิมแห่งการพิพาทนั้น เนื่องด้วยพระเทพวิสุทธาภรณ์เจ้าอาวาสททต้องการบูรณาการโบราณสถานภายในวัด จัดทำโครงการโบราณสถานเฉลิมพระเกียรติ โดยใช้เงินงบประมาณของกรมศิลปากรและลงมือดำเนินการบูรณะตั้งแต่ปีพ.ศ. 2546 เป็นลำดับ
จากการตรวจสอบพื้นที่ๆต้องบูรณะปรับปรุง พบว่าโรงเรียนเทศบาล 4 และกุฏิแม่ชีจำนวน 10 แห่งต้องรื้อถอน เพราะปลูกทัพฐานกำแพงพระปรางค์ ซึ่งสร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีความจำเป็นต้องรื้อทิ้งกุฏิแม่ชีที่ปลูกในบริเวณนั้น จึงระดมคนงานรื้อถอนกุฏิชี จนสร้างความไม่พอใจให้กับสามแม่ชีคือ แม่ชีฉ่ำ อยู่เทศะ แม่ชีสมจิต จุ้ยจิต แม่ชีกิมลี้ มีศรีผ่อง ที่ไม่พอใจในการดำเนินการของเจ้าอาวาส จึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในข้อหาบุกรุกทำให้เสียทรัพย์ นอกจากแจ้งความดำเนินคดี ยังทำหนังสือร้องเรียนไปยังเจ้าคณะภาค ร้องเรียนไปยังสำนักพระพุทธศาสนา และกรมศิลปากรเป็นเป็นเรื่องราวใหญ่โต
พระเทพวิสุทธาภรณ์อ้างว่า กุฏิปลูกสร้างอยู่ในพื้นที่ของวัดเมื่อต้องปรับปรุงบูรณาการจึงต้องดำเนินการรื้อกุฏิชี เป็นการสั่งรื้อโดยอำนาจของเจ้าอาวาสที่สามารถดำเนินการได้ ก่อนลงมือรื้อถอนก็ได้ทำหนังสือแจงสาเหตุไปแล้ว กรรมการวัดก็ได้เข้าไปชี้แจงแล้วแต่สามแม่ชีก็ยังไม่เข้าใจ ยังดำเนินการขดขวางร้องเรียนขอความเป็นธรรมตลอดมา
คณะไกล่เกลี่ยข้อพิพาทจึงสรุปจากการเจรจาว่า จะนำเรื่องเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการต่อไป โดยทางพระเทพวิสุทธาภรณ์แจ้งว่า ถ้าระงับข้อพิพาทไม่ได้ก็ต้องให้กรมศิลปากรเข้าดำเนินการเจรจาความกันเอง ส่วนตัวเจ้าอาวาสไม่ติดใจ แต่มีเงื่อนไขเพื่อความระงับหัวดังกล่าว สามแม่ชีต้องเข้ามาทำการขอขมาและทำทัณฑ์บนเพื่อในเป็นไปตามรูปแบบและถูกกฎระเบียบในการปกครองของวัด

ภาพ/ข่าว ธนชาติ ตำนานจิตร
16 ต.ค. 51
อ่านต่อ >>

สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย จัดสัมนาแนวทางการพัฒนาฟุตบอลสู่ ไทยลีกโฉมใหม่ เป็นฟุตบอลอาชีพที่แท้จริง


เลขานุการชมรมฟุตบอลจังหวัดราชบุรี เข้าร่วมแนวทางสัมมนาของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาสู่ไทยลีกโฉมใหม่ สนับสนุนแนวทางและวิธีการเพื่อลดภาวะด้านงบประมาณ ให้คล่องตัวในการบริการจัดการ

ที่โรงแรมเรดิสัน กรุงเทพมหานคร นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานการสัมมนาแนวทางการพัฒนาขึ้นสู่ฟุตบอลอาชีพตามแนวทางของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย โดยมีทีมฟุตบอลจากทีมดิวิชั่น 2 และทีมโปรวินเชียลลีกเข้าร่วมประชุม โดยมีนายวิชิต แย้มบุญเรือง ประธานการจัดทำร่างระเบียบฟุตบอลอาชีพ เสนอให้ทางสโมสรที่ได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันในดิวิชั่น 2 ฤดูกาล 2009 จะต้องมีคะแนนอยู่ในอันดับที่ 1 ถึง 16 ของการแข่งขันฟุตบอลลีกดิวิชั่น 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา และทีมจังหวัด อื่นๆที่สมาคมพิจารณาให้ร่วม และเป็นทีมที่ได้อันดับที่ 1 ถึงที่ 3 ของฟุตบอลถ้วย ข และผู้ฝึกสอนจะต้องมีใบประกาศนียบัตรระดับ บี ของสมาพันธิ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย ส่วนระการแข่งขันจะแบ่งเป็น 5 ลีก ตามกลุ่มภาค ได้แก่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ละภาคจะมีจำนวน 10 ถึง12 ทีม โดยจะนำทีมอันดับที่ 1 ถึง 3 ของแต่ละภาคไปแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ ขยับไปเล่นดิวิชั่น 1 ต่อไป
ทางด้านนายชาญวิทย์ ผลชีวิน ประธานพัฒนาเทคนิคฟุตบอลของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้เสนอว่าต้องการให้แชมป์และรองแชมป์ในระบบภาค ได้เข้าร่วมทำการแข่งขันในระดับดิวิชั่น 1 ทันทีเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จะเป็นประโยชน์กับทีมในภูมิภาค
อย่างไรก็ตามนายกุศล จตุรพิธพร เลขานุการชมรมฟุตบอลจังหวัดราชบุรีกล่าวว่า ได้เข้าร่วมประชุมพอเข้าใจถึงแนวทางจะทำให้ค่าใช้จ่ายลดลงมากกว่า เดิม จึงทำให้ผู้ที่จะเข้ามาสนับสนุนไม่เป็นภาระด้านงบประมาณมากนักในปัจจุบันทีมฟุตบอลจังหวัดราชบุรีในลีกดิวิชั่น 2 อยู่ในอันดับที่ 7 จึงได้สิทธิ์เข้าร่วมทำการแข่งขันในไทยลีกระบบใหม่ แต่คงขึ้นอยู่กับทางคณะกรรมการของชมรมฟุตบอลจังหวัดราชบุรี เมื่อนำเข้าที่ประชุมมีมติเห็นชอบก็จะสมัครเข้าร่วมทำการแข่งขันต่อไป
ภาพ/ข่าว ถวิล ลิ้มคุณธรรมโม
16 ต.ค.51
อ่านต่อ >>

ปลัดจังหวัดราชบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบสิ่งก่อสร้างล่วงล้ำลำน้ำที่บริเวณคลองยายนาค ต.บ้านไร่ ราชบุรี


นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านไร่ แจกแจงความจำเป็นในการก่อสร้างตามโครงการ เพื่อลดปัญหาการจราจรในพื้นที่ การก่อสร้างล่วงล้ำลำนำแม่กลองจึงต้องขออนุญาติหน่วยงานที่รับผิดชอบ ปลัดจังหวัดราชบุรีลงพื้นที่ตรวจสอบ เพื่อประสานความร่วมมือต่อไป

ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านไร่ นายพินิจ หาญพานิชย์ ปลัดจังหวัดราชบุรี เดินทางเข้ารับฟังคำชี้แจงและลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ก่อสร้างเพื่อขยายผิวการจราจรที่บริเวณคลองยายนาค หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านไร่ อ.เมือง จ.ราชบุรี
ในการนี้ นายอวยชัย แดงด้อมยุทธ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านไร่ ได้ชี้แจงทำความเข้าใจถึงรายละเอียดและเหตุผลความจำเป็นในการก่อสร้างเป็นการพัฒนาพื้นที่ตามโครงการที่ได้กำหนดไว้
ซึ่งคณะผู้บริหารเล็งเห็นว่าตลอดเส้นทางการจราจรของประชาชนบริเวณคลองยายนาคแต่เดิมเป็นเส้นทางคับแคบไม่เหมาะสมกับสภาพการจราจรในปัจจุบัน ซึ่งทวีจำนวนผู้สัญจรผ่านไปมาเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งสร้างความเดือดร้อนเสียหายแก่ประชาชนและทรัพย์สินเกินกว่าเหตุอันควร องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านไร่จึงได้ยื่นคำร้องการก่อสร้างล่วงล้ำเข้าไปในบริเวณลำน้ำ ต่อสำนักงานขนส่งทางน้ำที่ 3 สาขานครปฐม ซึ่งรับผิดชอบดูแลอยู่ เพื่อขออนุญาติก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามคลองยายนาค มีขนาดผิวการจราจรกว้าง 7 เมตร ยาว 14 เมตร ในวงเงินงบประมาณหนึ่งล้านสี่แสนบาท

ภาพ/ข่าว ธนชาติ ตำนานจิตร
16 ต.ค.51
อ่านต่อ >>

อำเภอร่วมกับกิ่งกาชาดและสโมรสรโรตารี่หลักห้าดำเนิน เข้าเยี่ยมคุณยายเจ้าของบ้านถูกฟ้าผ่าไฟไหม้วอดทั้งหลัง


หลายหน่วยงานเข้าช่วยบรรเทาทุกข์ เจ้าของบ้านที่ประสบเหตุฟ้าผ่าไฟไหม้บ้านวอดวายทั้งหลังที่ดำเนินสะดวก ยืนยันจะประสานไปยังจังหวัด เพื่อให้เข้าไปช่วยเหลือเต็มรูปแบบต่อไป

สืบเนื่องจากกรณีที่เกิดฟ้าผ่าในช่วงลมฝนกระหน่ำรุนแรงจนเป็นเหตุให้เกิดไฟไหม้บ้านของนางสาวจินดา อินสุวรรณ อายุ 68 ปี
บ้านเลขที่ 154 หมู่ที่ 3 ต.ดอนคลัง อ.ดำเนินสะดวก วอดทั้งหลังโดยขณะเกิดเหตุนางสาวจินดาเดินทางไปทำบุญที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี เมื่อกลับมาจึงทราบจากเพื่อนว่าฟ้าผ่าจนเกิดเหตุไฟไหม้บ้านทั้งหลัง ประเมินค่าเสียหายทั้งบ้านและทรัพย์สินประมาณแปดแสนบาท
ต่อมานายเนตร บัวโทน นายอำเภอดำเนินสะดวก นายกกิ่งกาชาดอำเภอดำเนิน พร้อมด้วยนายลาบ จันทร์แปลง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอนคลัง นายกสโมรสรโรตารี่หลักห้าดำเนิน ร่วมกันนำถุงยังชีพ ประกอบด้วยข้าวสารอาหารแห้งของใช้ภายในครัวเรือนและเงินสดจำนวนหนึ่ง เข้ามอบให้กับนางสาวจินดาเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการต่อสู้และดำเนินชีวิตต่อไป
นายเนตร บัวโทน และนายกกิ่งกาชาดดำเนินสะดวกปลุกปลอบให้กำลังใจและแสดงความเสียใจกับเหตุร้ายที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งทำความเข้าใจว่าทุกหน่วยงานไม่ได้ทอดทิ้งให้เดือดร้อนเพียงลำพัง การเดินทางมาครั้งนี้เป็นเพียงการเข้ามาดูแลช่วยเหลือในเบื้องต้น ซึ่งจะได้ประสานไปยังจังหวัดให้เข้ามาช่วยเหลือต่อไป ส่วนนางสาวจินดาจะให้ช่วยเหลืออย่างไรก็ขอให้แจ้งความประสงค์มายังนายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอนคลัง เพื่อจะได้ดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป

ภาพ/ข่าว ประทีป อยู่เเช่ม
16 ต.ค. 51
อ่านต่อ >>

ชมรมกีฬาทางน้ำและการบินลุ่มน้ำแม่กลองจัดแข่งขันเรือบังคับวิทยุ


ชมรมกีฬาทางน้ำและการบินลุ่มน้ำแม่กลองจัดแข่งขันเรือบังคับวิทยุ ได้รับความสนใจจากกลุ่มและชมรมเรือบังคับวิทยุในเขตภาคกลางเข้าร่วมการแข่งขันคับคั่ง รายได้จากการแข่งขันครั้งนี้จะนำเข้าสมทบทุนซ่อมโบราณสถานของวัดโคกหม้อต่อไป

ชมรมกีฬาทางน้ำและการบินลุ่มน้ำแม่กลอง ราชบุรี นำโดยพลโทอุดมศักดิ์ จงศิริ ประธานชมรมกีฬาทางน้ำและการบินลุ่มแม่น้ำแม่กลอง ราชบุรี ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรีและวัดโคกหม้อ จัดการแข่งขันเรือเล็กบังคับวิทยุ การกุศล ประจำปี 2551 ที่บริเวณท่าน้ำแม่น้ำแม่กลองวัดโคกหม้อ จังหวัดราชบุรี โดยมีทีมจากจังหวัดต่างๆเช่นจังหวัดสิงห์บุรี นนทบุรี อยุธยา นครปฐม สมุทรสาคร กรุงเทพ สมุทรสงคราม และราชบุรี ส่งทีมลงแข่งขันจำนวนกว่า 70 ลำ
โดยแบ่งออกเป็นรุ่นต่างๆคือรุ่นท่อกล่อง ส่งเข้าทำการแข่งขันจำนวน 30 ลำ รุ่นโอเพ่น ส่งเข้าทำการแข่งขันจำนวน 39 ลำ ในการนี้ผู้สมัครต้องเสียค่าสมัครลำละ 300 บาทเงินทุกบาทจะนำเข้าถวายวัดโคกหม้อเพื่อการกุศล สำหรับกติกาในการแข่งขันผู้ที่นำเรือเข้าแข่งขันจะทำการแต่งเครื่องได้อย่างตามสบายโดยไม่จำกัดการแต่งเติมอุปกรณ์ชิ้นส่วนซึ่งราคาตัวเรือและแต่งเครื่องแล้วเสร็จลำหนึ่งมีราคสูงเกือบ 50,000 บางลำก็เกือบแสนบาท และการปล่อยเรือของแต่ละรุ่นมีผู้ช่วยลำละ 2 คน บังคับวิทยุ 1 คน ผู้ที่บังคับวิทยุจะต้องบังคับเรือที่มีความเร็ว 120 กม.ต่อ ชั่วโมง วิ่งไปตามเส้นทางที่คณะกรรมการตัดสินจัดไว้ให้ ซึ่งการแข่งขันแต่ละรอบจะปล่อยเรือประมาณ 4-5 ลำ ใครเข้าที่ 1-2 ก็จะเอาไปแข่งในรอบต่อไปจนกว่าจะเหลือรุ่นละ 4 ลำแล้วไปชิงชนะเลิศที่ 1,2,3
ซึ่งผลปรากฏว่ารุ่นท่อกล่องชนะเลิศได้แก่ คุณจำรัส ทีมช.การยนต์ ได้รับรางวัลเป็นทีวีสี 21 นิ้ว 1 เครื่อง รองอันดับ 1 ทีมแป๊ะ เทียนดัด รับเครื่องเล่นดีวีดี รองอันดับ 2 ทีม ช.การยนต์ รับพัดลม 1 ตัว
วัตถุประสงค์ในการจัดจัดงานเพื่อหารายได้สมทบทุนซ่อมบำรุงโบราณสถานของวัดโคกหม้อ และเป็นการส่งเสริมกิจกรรมกีฬาทางน้ำของชมรมกีฬาและการบินลุ่มน้ำแม่กลอง ราชบุรี เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัดราชบุรี

ภาพ/ข่าว ประทีป อยู่เเช่ม
16 ต.ค.51
อ่านต่อ >>