วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2551

พายุถล่มบ้านและนาข้าวเสียหายที่ดำเนินสะดวก




พายุถล่มบ้านและนาข้าวเสียหายที่ดำเนินสะดวก

พายุโหมหนักกระหน่ำอำเภอดำเนินสะดวกจนชาวบ้านเสียหายยับเยิน โดยนาย พัลลพ โฆสิตาภา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอนกรวย อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี รับแจ้งว่าในพื้นที่หมู่ 10 ตำบลดอนกรวย เกิดพายุหมุนรุนแรงพัดบ้านเรือนและนาข้าว ได้รับความเสียหายอย่างหนัก จึงพร้อมด้วยคณะบริหารเดินทางไปตรวจสอบความเสียหาย สร้างความเดือดร้อนกับประชาชนในพื้นที่ ที่บ้านนาย สมชาย บุตรศรีภูมิ หมู่ 10 บ้านพักอาศัยถูกพายุหมุนและแรงลมจนหลังคาบ้านพังยับ พืชผลพันธุ์ไม้เล็กใหญ่ในบริเวณนั้นหักโค่นระเนระนาด ส่วนที่บ้านของนายวิรัติ ศิริธานันท์ หมู่ 10 ดอนทราย เช่นกันนาข้าวเสียหาย 25 ไร่ ไม้ใหญ่โค่นล้มราบเป็นหน้ากลอง ต้นมะพร้าวขนาดใหญ่ถูกฟ้าผ่าจนฉีดขาดทั้งต้น และในช่วงเวลาเกิดฝนฟ้าคะนองรุนแรง ทำให้ไฟฟ้าดับตลอดทั้งคืนแก้ไขอะไรไม่ได้ นายพัลลภ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่สำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งเร่งดำเนินการช่วยเหลือในเบื้องต้นเป็นการด่วน และจะสรุปความเสียหายให้ทางอำเภอเข้ามาช่วยเหลือต่อไป



ภาพ/ข่าว ประทีป อยู่แช่ม

13 ต.ค.51
อ่านต่อ >>

ฟ้าผ่าไฟไหม้บ้านวอดเป็นจุล คุณยายเจ้าของบ้านหวั่นถูกวางเพลิงเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ


คุณยายวัย 68 ทิ้งบ้านไปทำบุญ ฟ้าผ่าไหม้บ้านวอดวายทั้งหลัง คุณยายไม่เชื่อฟ้าผ่าเผาบ้านขนาดนั้น แจงความตำรวจหวั่นว่าเป็นการลอบวางเพลิง

นางสาวจินดา อินทร์สุวรรณ อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 154 หมู่ 3 ต.ดอนคลัง อ.ดำเนินสะดวก ราชบุรี เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรดำเนินสะดวก แจ้งความพร้อมบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา ตนเดินทางไปทำบุญที่วัดแห่งหนึ่งที่ จังหวัด ปทุมธานีตามที่ตั้งใจไว้ เมื่อเสร็จพิธีทำบุญจึงเดินทางกลับบ้านพบว่าบ้านพักอาศัยถูกไฟไหม้หมดทั้งหลัง โดยมีเพื่อนบ้านบอกว่าเกิดฟ้าผ่าอย่างรุนแรงจนเกิดไฟลุกไหม้บ้านทั้งหลังมีทรัพย์สินเสียหายสูญหายเป็นจำนวนมาก เช่นเงินสดห้าหมื่นบาท ที่ได้มาจากการขายละมุด
สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาทและบ้านพื้นไม้แดงโบราณมอดไหม้ไปกับกองไฟ รวมค่าเสียหายกว่าแปดแสนบาท ตนไม่เชื่อว่าจะถูกฟ้าผ่าจริง เกรงว่าอาจมีคนร้ายบุกเข้าลักทรัพย์และเผาบ้านทำลายหลักฐานจึงนำความมาแจ้งดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานกับตำรวจวิทยาการเข้าตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป


ภาพ/ข่าว ประทีป อยู่แช่ม

13 ต.ค.51
อ่านต่อ >>

พ้นคุกหน้ามืดค้ายาบ้าถูกรวบคาของกลางเพียบ


พ้นคุกยังไม่ทันหมดกลิ่น หันไปค้ายาบ้าหวังรวยทางลัด ตำรวจตามรอยล่อซื้อจนมุมคาถุงยาพร้อมอาวุธปืน
พลตำรวจตรี ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สั่งการร้อยตำรวจโท ชัช ฉายแสง รองสาราวัตรงานสายตรวจกำกับ 5 ประสานงานกับ พันตำรวจเอกอำนวย วรญาวิสุทธิ์ ผู้กำกับการ และพันตำรวจตรี วัชริฯทร์ มีศรีผ่อง สาราวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอดำเนินสะดวกจังหวัดราชบุรีร่วมกันวางแผนล่อซื้อจับกุมยาบ้าในพื้นที่ สายล่อซื้อโทรศัพท์ให้นายรุ่ง ชูชาติไทย อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 140 หมู่11 ตำบลบ้านมะเกลือ จังหวัดนครสวรรค์ นำยาบ้ามาส่งที่บริเวณสะพานถนนสายท่าเรือ- วัดชาวเหนือ หมู่6 บ้านไร่ดำเนินสะดวก นายรุ่งมาตามนัดตำรวจจึงบุกเข้าจับกุม ตรวจค้นพบยาบ้าบรรจุใส่ถุงพลาสติกสีฟ้า จำนวน5ถุง ถุงละ 200 เม็ด รวมยาบ้า 1,000 เม็ดซุกซ่อนอยู่ในกางเกงใน ตรวจยึดปืนพกสั้นออโต้เมติค ขนาด .380 จำนวน 1 กระบอก ไม่มีหมายเลขทะเบียน พร้อมกระสุนปืน 6 นัด เงินสด เก้าหมื่นบาท
นายรุ่ง ให้การสารภาพว่าเพิ่งออกจากเรือนจำได้ประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา ไม่มีเงินจึงได้ขออาศัยเฝ้าสวนในพื้นที่ ตำบลบ้านไร่ พบกับนางน้อยเป็นคนลาวไม่ทราบที่อยู่เอายาบ้ามาส่งให้ในราคาถุงละ สองหมื่นบาท ส่วนอาวุธปืนเอาไปแลกกับวัยรุ่นติดยาประจำ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป


ภาพ/ข่าว ประทีป อยู่แช่ม

13 ต.ค. 51
อ่านต่อ >>

ฟ้าผ่าโรงเรียน ไฟไหม้ห้องคอมพิวเตอร์ เสียหายกว่า 5 ล้าน


ลมฝนรับเทศกาลออกพรรษาถล่มหนักฟ้าผ่าห้องคอมพิวเตอร์โรงเรียน ไฟลุกลาม ประเมินค่าเสียหายเบื้องต้นกว่า 5 ล้านบาท
เมื่อเวลา 02.50 นาฬิกา วันที่ 12 ตุลาคม 2551 นายคำนวณ สุทธิตระกูลชัย นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านไร่ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ได้รับแจ้งว่าที่โรงเรียนวัดบ้านไร่ หมู่ที่ 8 ตำบลบ้านไร่ อำเภอดำเนินสะดวก ถูกฟ้าผ่าที่บริเวณห้องคอมพิวเตอร์เป็นเหตุทำให้ไฟลุกไหม้ จึงเดินทางไปที่เกิดเหตุสั่งการให้ทางหน่วยบรรเทาสาธารณะภัยนำรถดับเพลิงของเทศบาลตำบลบ้านไร่ พร้อมทั้งนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือระดมฉีดน้ำที่กำลังลุกไหม้อย่างรวดเร็วเนื่องจากเป็นอาคารไม้ และลุกลามไปอาคารข้างเคียง จึงได้ประสานงานกับรถดับเพลิงในพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาสกัดกั้นเพลิงที่กำลังจะลุกลามไปยังอาคารข้างเคียงกว่า 15 คัน ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบ ทางด้านนายกรรมสิทธิ์ อุทารนิช อาจารย์สอนวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนวัดบ้านไร่ ซึ่งนอนอยู่ในบ้านพักโรงเรียนใกล้ที่เกิดเหตุ เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยก่อนเกิดเหตุมีฝนตกลงมาอย่างหนักหลังจากนั้นมีเสียงฟ้าผ่าลงมาดังสนั่นและมีเสียงคล้ายประทัดดังมาต่อเนื่อง จึงได้ลุกขึ้นมาดูพบว่ามีควันไฟพุ่งที่อาคาร 2 บริเวณห้องคอมพิวเตอร์ จึงได้แจ้งไปที่เทศบาลตำบลบ้านไร่ให้นำรถดับเพลิงมาช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามนายพีระ ศิริพรโน ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบ้านไร่ กล่าวว่าโรงเรียน แห่งนี้เป็นโรงเรียนขยายโอกาส มีนักเรียนตั้งแต่อนุบาลจนถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียนจำนวน 551 คน อาคารที่ถูกไฟไหม้ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2523 เป็นอาคารไม้ 2 ชั้น มีทรัพย์สินมูลค่ามากสำคัญต่อการศึกษาอย่างยิ่ง เป็นห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ปฏิบัติการสืบค้น ปฏิบัติการทางภาษา ห้องซาวด์แล็ป มีคอมพิวเตอร์กว่า 100 เครื่อง และอุปกรณ์ต่างๆ อีกจำนวนมาก คาดว่าค่าเสียหายมากกว่า 5 ล้าน

ภาพ/ข่าว ประทีป อยู่แช่ม
13 ต.ค.51
อ่านต่อ >>

สามคนร้ายลวงปล้นครอบครัวขายต้นไม้


สามคนร้ายวางแผนลวงครอบครัวขายต้นไม้จากจังหวัดนครนายก วางงานแนบเนียนจนเหยื่อไม่ทันระวังตัว พอเหยื่อขับรถส่งต้นไม้ถึงราชบุรี หลอกให้เข้าป่าแล้วลงมือปล้นเก็บกวาดทรัพย์สินมีค่าพร้อมหลบหนีไร้วี่แวว
ร้อยตำรวจเอก จิรายุ คชประดิษฐ์ ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี รับแจ้งคนร้ายก่อเหตุปล้นทรัพย์และจับผู้เสียหายใส่กุญแจมือคล้องกับต้นไม้ เหตุเกิดบริเวณกลางป่ายูคาลิปตัส หมู่11 ตำบลหินกอง อำเภอเมืองราชบุรี ห่างจากถนนราชบุรี-จอมบึง เข้าไป 200 เมตร ในที่เกิดเหตุพบนายสมมนัส สีทอง อายุ 26 ปี นางอุไรวรรณ วัฒนพงศ์ศิริ อายุ26 ปี เด็กชายกาญ อายุ 10 ปี และเด็กหญิงมิเกล อายุ 4 ปี ทั้งหมดเป็นคนในครอบครัวเดียวกันอยู่บ้านเลขที่ 82/2 หมู่5 ตำบลบางปลากด อำเภอองค์รักษ์ จังหวัดนครนายก ถูกจับใช้คุณแจมือคล้องติดกับต้นไม้และใช้เทปกาวปิดปาก
สอบสวนนางอุไรวรรณ ให้การว่าตนและครอบครัวมีอาชีพขายต้นไม้อยู่ที่ จังหวัดนครนายก เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้มีผู้ชายชื่อนายแจ๊ค ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง โทรศัพท์สั่งซื้อต้นไม้หลายชนิดราคารวม 1,550 บาท และให้นำมาส่งในเขตจังหวัดราชบุรี โดยเพิ่มค่ารถให้อีก 3,000 บาท ตกลงกันแล้วนายแจ๊คก็โอนเงินเข้าบัญชีพอเช้าวันที่ 11 ตุลาคม นายแจ๊คได้โทรศัพท์บอกให้ขับรถส่งต้นไม้ไปจอดบริเวณถนนสายราชบุรี-จอมบึง แถวโค้งห้วยกระแทกต่อมานายแจ๊คขี่จักรยายยนต์มากับพวกอีก 2 คน สั่งให้ไปส่งที่อำเภอจอมบึง จากนั้นก็ขับขี่รถจักรยานยนต์พาเข้าไปในป่ายูคาลิปตัสโดยอ้างว่าเป็นทางลัด พอถึงที่เกิดเหตุนายแจ็คกับพวกก็จอดรถ ชักปืนจี้บังคับให้ลงจากรถ ก่อนจับใส่คุณแจมือคล้องไว้กับต้นไม้และปลดทรัพย์สิน สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท แหวนทอง 1 สลึง เงินสด 200 บาท ยึดรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์เทาทะเบียน บจ-4249 นครนายก หลบหนีไปตนจึงดิ้นรนจนหลุดแล้ววิ่งไปเรียกคนมาช่วยโทรศัพท์แจ้งตำรวจและวิทยุสกัดจับคนร้าย
ต่อมาเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรอำเภอจอมบึงราชบุรี พบรถกระบะตรงกับที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองราชบุรี แจ้งเอาไว้จึงไล่ติดตาม แต่คนร้ายหลบหลีกได้ทันก่อนทิ้งรถไว้หลังถ้ำจอมพล และหลบหนีไปเจ้าหน้าที่ ปิดป่าหลังถ้ำตรวจค้น พบแต่หมวกแก๊บกับเสื้อผ้าที่คนร้ายทอดทิ้งเอาไว้ จึงประสานขอสุนัขดมกลิ่น จากตำรวจตระเวนชายแดน จังหวัดกาญจนบุรี ค้นหากว่า 4 ชั้วโมง ยังไม่พบคนร้ายแต่ประการใด

ภาพ/ข่าว ประทีป
13 ต.ค. 51
อ่านต่อ >>

มอบทุนการศึกษาบุตรธิดาตำรวจในวันตำรวจ


กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี ปฏิญาณตนของข้าราชการตำรวจ เนื่องในวันตำรวจ 13 ตุลาคม 2551 ผู้บังคับการตำรวจภูธรเปิดงานและเป็นประธานกล่าวนำคำปฏิญาณตน

ที่บริเวณกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี เมื่อเวลา 8.30 น.
วันที่ 13 ตุลาคม 2551 พลตำรวจตรี ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดงานวันตำรวจประจำปี 2551
ในกรณีนี้ได้กล่าวให้โอวาทแก่ตำรวจ ให้ยึดแนวทางการปฏิบัติงานตามระเบียบและแน่วแน่เพื่อความผาสุขของประชาชาน ข้าราชการตำรวจจะต้องประพฤติปฏิบัติตนเป็นข้าราชการตำรวจที่ดีอยู่ในครรลองคลองธรรมตามรอยพระยุคลบาท และมุ่งมั่นตามอุดมคติของตำรวจอย่างมั่นคงไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคและความยากลำบากใดๆ
จากนั้นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี จึงกล่าวนำคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนตามอุดมคติของตำรวจ ย้ำคิดย้ำทำให้สัมฤทธิ์ผลเป็นจริง ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีการ พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี พร้อมผู้บังคับบัญชาระดับสูง ทำพิธีมอบทุนการศึกษาแก่บุตรธิดาของข้าราชการตำรวจที่มีผลการเรียนดี มีความประพฤติเรียบร้อย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยมอบทุนการศึกษาจำนวน 100 ทุนๆละ 2000 บาท

ภาพ/ข่าว ประทีป อยู่แช่ม

13 ต.ค.51
อ่านต่อ >>

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไผ่ มอบนโยบายในการบริหารงานปีงบประมาณ 2552-2553


นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไผ่ไฟแรง ชูนโยบาย 6ประการยกระดับสังคมและคุณภาพชีวิตรอบด้านเพื่อประโยชน์ชุมชน และประชาชนชาวห้วยไผ่ ในหลักการบริหารงานปีงบประมาณ 2552-2553
ที่องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี นายเรืองศักดิ์ เลขวัฒนโรจน์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไผ่คนใหม่ แถลงมอบนโยบายการบริหารงานปีงบประมาณ 2552-2553 เป็นสัญญาแก่ประชาชน โดยก่อนการแถลงนโยบานคณะครู นักเรียน อปพร. และผู้ให้การสนับสนุนต่างเดินทางเข้าร่วมแสดความยินดี โดยมอบกระเช้าดอกไม้ให้กับนายเรืองศักดิ์กันอย่างคับคั่ง ในด้านนโยบายหลักในการบริหารงาน 6 ด้าน คือ-นโยบายด้านสังคมและคุณภาพชีวิต ด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข ด้านสงคมสงเคราะห์ และด้านป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย-ด้านเศรษฐกิจ มุ่งส่งเสริมดำเนินกิจกรรมของกลุ่มอาชีพต่างๆ ร่วมถึงจัดหาแหล่งน้ำให้กับเกษตรกร- นโยบายด้านการวัฒนธรรม จะดำเนินการจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นของตำบล-ส่วนงานด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ จะดำเนินการควบคุมดูแลสิ่งแวดล้อม จัดแนวเขตที่สาธารณะปลูกป่าชุมชน ปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว ควบคุมโรงงานและฟาร์มหมูในพื้นที่ ไม่ให้เกิดมลภาวะเป็นพิษ ในด้านโครงสร้างพื้นฐานและด้านสาธารณูปโภค จะดำเนินการปรับปรุงเส้นทางคมนาคม ระบบประปาระบบไฟส่องทางในพื้นที่ ให้บริการและสร้างความเข้มแข็งของชุมชน จัดทำโครงการองค์การบริหารส่วนตำบลพบประชาชน และจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารทุกหมู่บ้าน


ภาพ/ข่าว ประทีป อยู่แช่ม

13 ต.ค.51
อ่านต่อ >>