วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2551

โจ๋ป่วนเมืองไล่ตีกันกลางถนนถูกรถทัวร์ชนหวิดดับ


นักเลงวัยรุ่นยึดถนนก่อการวิวาท หน้ามืดไล่ตีกัน จนเกิดเหตุเกือบเสียชีวิต ถูกรถทัวร์พุ่งชนบาดเจ็บปางตาย

เหตุวัยรุ่นคะนองเมือง ก่อการวิวาทจนสร้างความเดือดร้อน
ให้กับผู้อื่นรายนี้เกิดขึ้นที่บริเวณถนนบายพาส ตำบลพงสวาย อ. เมืองราชบุรี
โดยก่อนเกิดเหตุวัยรุ่นสามคนนำโดยนาย ฉัตรชัย จันทร์เจิม อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30/3 ม. 3 ตำบล พงสวาย อ.เมือง ราชบุรี พร้อมพวกอีกสองคนพร้อมอาวุธ วิ่งไล่ทุบตีคู่อริซึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีอย่างไม่คิดชีวิต
บนถนนสายดังกล่าว ในช่วงที่รถจักรยานยนต์พุ่งออกกลางถนน สามโจ๋ เลือดเดือดก็วิ่งไล่อย่างกระชั้นชิด โดยไม่ระวังตัว จึงถูกรถทัวร์ปรับอากาศเป็นรถนำเที่ยวสองชั้น ของบริษัท เอส บี อาบังทัวร์ ทะเบียน 30-0122 พัทลุง พุ่งเข้าชนจนนายฉัตรชัย กระเด็นไปฟุบอยู่ข้างถนนบาดเจ็บสาหัส
พันตำรวจโท ปัญญา เมฆพยัพ สารวัตรเวร สถานีตำรวจภูธร
เมืองราชบุรี พร้อมด้วยมูลนิธิประชานุกูล ไปยังที่เกิดเหตุ สอบสวนเบื้องต้นได้ความว่า รถทัวร์คันดังกล่าวพาคณะครูจังหวัดพัทลุงกลับจากศึกษาดูงาน
ที่จังหวัดเลย และจะเดินทางกลับจังหวัดพัทลุง ขณะที่รถวิ่งมาตามถนนสายบายพาส คนขับเห็นวัยรุ่น ไล่ตีกัน จึงบีบแตรส่งสัญญาณดังลั่น แต่สามโจ๋ วิ่งตัดหน้ารถกระชั้นชิด จึงพุ่งชนจนกระจกหน้ารถแตกและวัยรุ่นวัยคะนองสลบเหมือดคาถนน



ประทีป 10/10/51
อ่านต่อ >>

พันธมิตรราชบุรีประณามตำรวจทำร้ายประชาชนหน้าสถานตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี


พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจังหวัดราชบุรี รวมพลแสดงพลังต่อต้านความรุนแรงหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ประณามการกระทำของตำรวจที่เข้าร่วมทำร้ายประชาชน ที่หน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551

โดยเมื่อเวลาประมาณ 18.00น. วันที่ 9 ตุลาคม2551 นายกันตินันท์ จิรพุฒินันท์ หนึ่งในแกนนำพันธมิตรราชบุรี เป็นผู้นำประชาชนเครือข่ายพันธมิตรเกือบ100 คน ไปชุมนุมอยู่หน้า สถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี และชูป้ายข้อความประณามการกระทำของตำรวจราชบุรีที่เข้าร่วมสมทบกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในเหตุการณ์สลายม็อบที่หน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ส่งผลให้ประชาชนชาวจังหวัดราชบุรีแนวร่วมพันธมิตรซึ่งไปร่วมชุมนุมประสบเหตุการณ์ดังกล่าวได้รับบาทเจ็บจนขาหักและส่วนใหญ่โดนพิษจากระเบิดแก๊สน้ำตาจนบาดเจ็บ ไปตามๆๆกัน
พันธมิตรราชบุรีเห็นว่า เป็น ปฏิบัติการสลายม๊อบปราบปรามประชาชนแบบทารุณโหดร้ายและเป็นปฏิบัติการที่รุนแรงเกินกว่าเหตุจึงออกมาประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่9ตำรวจที่กระทำการโดยไม่ยึดหลักของสากลในการสลายการชุมนุมของประชาชน
และทันทีที่ม๊อบพันธมิตรเข้าร่วมชุมนุมประณามอยู่นั้น พันตำรวจโท วัฒนา พิมพ์อัฐ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี ได้ออกมาสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรพร้อมทั้งสั่งการให้ตำรวจเตรียมความพร้อมอยู่ในที่ตั้ง เพื่อรับมือกับเหตุการณ์อาจบานปลาย ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายการข่าวงานสืบสวนสอบสวนใช้กล้องถ่ายภาพบันทึกการชุมนุมและการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตร สร้างแรงกดดันให้ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมไม่พอใจ ตะโกนท้าทายให้ตำรวจออกมาถ่ายทำบันทึกเหตุการณ์ให้ใกล้ตัวผู้ชุมนุมมากกว่านั้น
จากนั้นกลุ่มพันธมิตรจึงสลายการชุมนุมและออกเดินทางโดยรถตู้ซึ่งจัดบริการรับส่งฟรีที่หน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี เดินทางไปร่วมงานศพของ นางสาวอังคณา ระดับปัญญาวุฒิ วีรสตรีที่เสียสละชีพเพื่อชาติ โดยนำหรีดดอกไม้สดเตรียมไว้อาลัย ซึ่งจากเข้าร่วมพิธีฟังสวดพระอภิธรรมแล้ว ก็จะเดินทางเข้าร่วมชุมนุมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ทำเนียบรัฐบาลต่อไป
ภาพ/ข่าว ประทีป
อ่านต่อ >>

สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติถ่ายทอดเทคโนโลยีประดิษฐ์ “โอ่งผ้าไทย” สู่ชุมชน ครั้งที่2


สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ จัดโครงการถ่ายทอกเทคโนโลยีการประดิษฐ์ “โอ่งผ้าไทย” สู่ชุมชน ครั้งที่2 ระหว่างวันที่ 10-11 ตุลาคม 2551 ณ.ห้องประชุมชั้น 2 สำนักผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการที่ 6 อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี โดยนางกาญจนา ปานข่อยงาม รองเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด เมื่อเช้าวันที่ 10 ตุลาคม 2551 เวลา 9.00 น.
นางกาญจนา ปานข่อยงาม รองเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติกล่าว “โอ่งผ้าไทย” เป็นผลงานประดิษฐ์คิดค้นที่นำศิลปวัฒนธรรมผสมผสานกับภูมิปัญญาไทยโดยคงความเป้นเอกลักษณ์ของถิ่นที่ และดำรงค์ไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของชาติ และท้องถิ่น สามารถดำเนินการโดยอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่นและอนุชนรุ่นหลังที่จะสืบทอดมรดกอันงดงามด้านศิลปวัฒนธรรมและประเพณีของไทย จากความสำคัญของผลงานประดิษฐ์ดังกล่าว เป็นส่วนต่อยอดผลงานประดิษฐ์ ภารกิจบริหารจัดการผลงานวิจัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ จัดโครงการถ่ายทอกเทคโนโลยีการประดิษฐ์ “โอ่งผ้าไทย” สู่ชุมชน เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 26-27 มกราคม ที่ผ่านมา และระหว่างวันที่ 10-11 ตุลาคม จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนและเยาวชนเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์การประดิษฐ์ผลงานโดยมีผู้เข้าร่วมนำความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมมาผสมผสาน กับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้เกิดผลงานที่มีคุณค่า อันนำไปสู่การเป็นนักประดิษฐ์รุ่นเยาว์ตลอดจนเผยแพร่และถ่ายทอดผลงาน “โอ่งผ้าไทย” สู่โรงเรียนและชุมชน สามารถพัฒนาอาชีพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการ 75 คน ประกอบด้วยครูและนักเรียน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนในเตพื้นที่การศึกษาราชบุรีเขต 1 จำนวน 37 โรงเรียน การถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าวจะใช้การบรรยาย การสาธิต และการฝึกปฏิบัติประดิษฐ์โอ่งผ้าไทย จำนวน 3 แบบพร้มกล่องบรรจุภัณฑ์ และนอกจากนี้มีการประกวดการออกแบบสิ่งประดิษฐ์ “โอ่งผ้าไทย” พร้อมบรรจุภัณฑ์ของนักรียนที่เข้าร่วมโครงการ และนิทรรรศการผลงานประดิษฐ์โอ่งผ้าไทยของผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด
ภาพ/ข่าว ธนชาติ
10/10/51
อ่านต่อ >>